<!-- โปรแกรมคลินิกในไทยมีเจ้าไหนบ้าง เปรียบเทียบและเลือกยังไงให้ตรงกับคลินิก -->
<!-- https://hdmall.co.th/jib-os/resources/101-thai-clinic-software-landscape/ -->
# โปรแกรมคลินิกในไทยมีเจ้าไหนบ้าง เปรียบเทียบและเลือกยังไงให้ตรงกับคลินิก

ตลาด[โปรแกรมบริหารคลินิก](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/โปรแกรมคลินิก-คืออะไร-เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคลินิกของคุณ/)ในไทยมีตัวเลือกมากกว่าที่เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่รู้ และช่วงราคากว้างกว่าที่คิด ตั้งแต่ฟรีไปจนถึงหลักหมื่นต่อเดือน

บทความนี้รวบรวมตัวเลือกหลักในตลาดพร้อมข้อมูลที่ผู้ให้บริการเปิดเผยเอง และคำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

> **หมายเหตุ** ข้อมูลราคาและฟีเจอร์อ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ เวลาที่เขียน ควรตรวจสอบล่าสุดอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

## ตัวเลือกในตลาด

**Cliniter** มีทั้งเวอร์ชันคลินิกทั่วไปและเวอร์ชันทันตกรรม ราคาที่เปิดเผยเริ่มต้นเฉลี่ยราว 1,917 บาทต่อเดือนสำหรับคลินิกขนาดเล็กที่มีแพทย์ 2–5 ท่าน ราว 2,417 บาทสำหรับขนาดกลาง และราว 3,500 บาทสำหรับคลินิกขนาดใหญ่หรือหลายสาขา โดยยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เวอร์ชันทันตกรรมมีระบบเขียนบันทึกบนหน้าจอสัมผัส และมีแอปพลิเคชันสำหรับคนไข้

**DoctorEase** โดยบริษัทเอทิซ อินโนเวชั่น ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 เป็นระบบบนคลาวด์ที่ไม่ต้องติดตั้ง ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ราคาเริ่มต้น 2,900 บาทต่อเดือน และแพ็กเกจถัดไป 5,900 บาท ครอบคลุมเวชระเบียนแบบไร้กระดาษ ระบบขายหน้าร้าน สต๊อก คอร์สและแพ็กเกจ ระบบสมาชิกและแต้ม การคำนวณค่ามือแพทย์ และรายงานธุรกิจ มีจุดเน้นด้าน CRM สำหรับคลินิกความงาม

**MCS หรือ Miracle Clinic System** ระบุว่ามีสถานพยาบาลใช้งานกว่า 900 แห่ง และมีให้เลือกทั้งแบบออฟไลน์และบนคลาวด์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่คลินิกที่ยังไม่พร้อมย้ายขึ้นคลาวด์อาจสนใจ

**ProClinic** วางตำแหน่งต่างจากเจ้าอื่นชัดเจน โดยเน้นเรื่องการเพิ่มยอดขายและการเติบโตของธุรกิจ เจาะกลุ่มคลินิกความงามโดยเฉพาะ มีเครื่องมือด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและ CRM ระบุว่าเริ่มใช้งานได้ภายใน 3 วัน และมีทีมช่วยย้ายข้อมูลสำหรับลูกค้าที่ย้ายมาจากระบบอื่น

**[JERA Cloud](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/102-jera-cloud-review-for-clinics/)** เป็นอีกชื่อที่คลินิกความงามและทันตกรรมในไทยใช้กันแพร่หลาย

**Keenix** โดยบริษัท Clinical Technology เป็นผู้เล่นที่เข้ามาใหม่ วางตำแหน่งเป็นระบบ ERP สำหรับคลินิกความงาม มี 8 โมดูลครอบคลุมคอร์ส นัดหมาย การเงิน ข้อมูลลูกค้า Wallet สต็อก ค่าตอบแทนทีมงาน และรายงาน เปิดราคาเริ่มต้น 900 บาทต่อเดือนโดยซื้อขั้นต่ำ 6 เดือน ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้นที่ต่ำที่สุดเจ้าหนึ่งในตลาด โดยมีเพดานจำนวน OPD และจำนวนผู้ใช้ตามแพ็กเกจ

**[MediCloud](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/186-medicloud-review-for-clinics/)** เป็นเจ้าเดียวในรายการนี้ที่ระบุว่ารองรับสิทธิการรักษาของรัฐ ทั้ง UC บัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิเบิกตรง พร้อมรายงานตามมาตรฐาน สปสช. ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ตัดสินได้เลยสำหรับคลินิกที่ทำงานกับสิทธิของรัฐ นอกจากนี้ยังมีโมดูลเฉพาะทางที่ไม่ค่อยพบในโปรแกรมทั่วไป คือระบบดูแลครรภ์ที่คำนวณอายุครรภ์และวันคลอด ระบบแพทย์แผนจีนที่จัดการใบสั่งยาต้มและสต็อกสมุนไพร และหน้าเฉพาะสำหรับคลินิกกายภาพบำบัด คิดราคาแบบจ่ายครั้งเดียว 45,000 บาท บวกค่าธรรมเนียมรายปี 7,900 บาท ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ต่างจากแบบสมัครสมาชิก และคิดเป็นรายเดือนแล้วต่ำกว่าเจ้าอื่นมากตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป

**Jib OS** โดย HDmall วางตำแหน่งต่างจากเจ้าอื่นตรงที่เริ่มตั้งแต่ก่อนคนไข้เดินเข้าคลินิก ครอบคลุมตั้งแต่ช่องทางหาคนไข้ใหม่ ระบบตอบแชททุกช่องทางหลายภาษา การจองคิว บอร์ดจัดการงานภายในคลินิก CRM และเวชระเบียนที่รองรับทั้งคลินิกสุขภาพ ทันตกรรม ความงาม เวลเนส และสัตวแพทย์ ราคา 6,000 บาทต่อเดือนต่อส่วน และมีให้[ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน](https://hdmall.co.th/jib-os/)

**สำหรับคลินิกทันตกรรมโดยเฉพาะ** ยังมี DentCloud ที่เปิดให้ใช้ฟีเจอร์หลักได้ฟรี และ Dentapop ที่รองรับการเชื่อมต่อ สปสช. สำหรับโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ รายละเอียดอยู่ใน [บทความเรื่องโปรแกรมคลินิกทันตกรรม](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/100-thai-dental-clinic-software-landscape/)

## เทียบตามขอบเขตงานที่ระบบครอบคลุม

โปรแกรมคลินิกส่วนใหญ่ในตลาดเกิดจากโจทย์เดียวกัน คือทำอย่างไรให้บันทึกการรักษา คิดเงิน จัดการสต๊อก และออกเอกสารได้ถูกต้องและเร็วขึ้น ความต่างระหว่างเจ้าจึงมักอยู่ที่ความลึกของแต่ละฟีเจอร์ ราคา และความเฉพาะทางของแต่ละประเภทคลินิก

จุดที่ต่างกันจริงๆ คือระบบนั้นเริ่มทำงานตอนไหนของเส้นทางคนไข้

| งาน | โปรแกรมคลินิกทั่วไป | Jib OS |
| --- | --- | --- |
| ช่องทางหาคนไข้ใหม่ (Google, HDmall) | ไม่ใช่ขอบเขต | **มี** |
| ตอบแชททุกช่องทางด้วย AI | ไม่ใช่ขอบเขต | **มี** |
| ตอบภาษาของคนไข้ต่างชาติ | ไม่ใช่ขอบเขต | **มี** |
| จองคิวและปฏิทินนัดหมาย | มีในหลายเจ้า | **มี** |
| บอร์ดจัดการงานภายในคลินิก | ไม่ใช่ขอบเขตในหลายเจ้า | **มี** |
| CRM และการส่งข้อความหาคนไข้เดิม | มีในบางเจ้า | **มี** |
| เวชระเบียน | **จุดแข็งหลัก** | มี |
| คิดเงิน ออกใบเสร็จ ใบกำกับภาษี | **จุดแข็งหลัก** | มี |
| สต๊อกยาและวัสดุ | **จุดแข็งหลัก** | มี |
| คำนวณค่ามือแพทย์ (DF) | **จุดแข็งหลัก** | มี |

**เส้นแบ่งอยู่ตรงนี้** โปรแกรมคลินิกทั่วไปเริ่มทำงานเมื่อคนไข้เดินเข้ามาแล้ว ส่วนงานก่อนหน้านั้น คือการทำให้คนไข้หาคลินิกเจอ ทักแล้วได้คำตอบ และจองได้โดยไม่ต้องรอ อยู่นอกขอบเขตที่ระบบเหล่านั้นออกแบบมา

ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าเจ้าไหนดีกว่าเสมอไป **ถ้าโจทย์ของคลินิกคือเลิกใช้กระดาษและคิดเงินให้เป็นระบบ โปรแกรมคลินิกที่ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าอาจคุ้มกว่าในระยะแรก** เจ้าที่เปิดราคาไว้ในตลาดเริ่มตั้งแต่หลักพันต้นๆ ต่อเดือน

การเทียบจะเปลี่ยนไปเมื่อโจทย์ไม่ใช่แค่งานหลังบ้าน แต่รวมถึงจำนวนคนไข้ที่เข้ามา เพราะการเพิ่มประสิทธิภาพงานหลังบ้านมีเพดานอยู่ที่จำนวนคนที่ทักเข้ามาอยู่แล้ว

## สัญญาณว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่งานหลังบ้าน

- มีข้อความตกหล่นนอกเวลาทำการทุกสัปดาห์
- คนไข้ทักถามราคาแล้วบทสนทนาจบที่ "รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ"
- [ยิงแอด](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/โฆษณาคลินิกให้ปัง-วิธียิงแอดและกฎที่ต้องรู้ก่อนลงโฆษณา/)แล้วมีคนทักเยอะแต่กลายเป็นคนไข้น้อย
- คนไข้ต่างชาติทักมาแล้วตอบไม่ได้
- ไม่มีเว็บไซต์ หรือมีแต่ไม่มีใครค้นเจอ

**ไม่มีข้อไหนที่การเปลี่ยนโปรแกรมบันทึกเวชระเบียนจะแก้ได้** เพราะทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนคนไข้จะมาถึงคลินิก

## เทียบตัวต่อตัวกับแต่ละเจ้า

สำหรับคลินิกที่ตัดตัวเลือกเหลือไม่กี่เจ้าแล้ว มีบทความเทียบแบบตัวต่อตัวพร้อมโครงสร้างราคาของแต่ละเจ้า

- [Jib OS กับ JERA Cloud](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/151-jib-os-vs-jera-cloud/) — เทียบระบบที่จ่ายเป็นก้อนกับรายเดือน
- [Jib OS กับ ProClinic](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/152-jib-os-vs-proclinic/) — เรื่องเพดานจำนวนคนไข้ที่ต้องอ่านคู่กับราคา
- [Jib OS กับ DoctorEase](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/153-jib-os-vs-doctorease/) — เรื่องเพดานจำนวนผู้ใช้ต่อแพ็กเกจ
- [Jib OS กับ Cliniter](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/154-jib-os-vs-cliniter/) — ตัวเลือกราคาเริ่มต้นต่ำและเวอร์ชันทันตกรรม
- [Jib OS กับ Keenix](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/161-jib-os-vs-keenix/) — ผู้เล่นใหม่ที่ราคาเริ่มต้นต่ำที่สุด และเรื่องเพดานจำนวน OPD

## เรื่องการย้ายเข้า ย้ายออก และทีมที่ช่วยตั้งระบบให้

เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่ไม่ได้ลังเลเพราะไม่เห็นประโยชน์ของระบบ แต่ลังเลเพราะกลัวช่วงเปลี่ยนผ่าน กลัวว่าต้องมานั่งเรียนเอง กลัวว่าทีมจะใช้ไม่เป็น และกลัวว่าย้ายเข้าไปแล้วจะออกไม่ได้

**ทีมงาน Jib OS ช่วยย้ายข้อมูลเข้าให้** ไม่ใช่ส่งคู่มือให้แล้วปล่อยให้คลินิกจัดการเอง ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง

**และช่วยส่งออกข้อมูลให้ด้วยถ้าจะเลิกใช้** ทั้งกรณีเลิกหลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้คลินิกต้องอยู่ต่อทั้งที่ไม่อยากอยู่

**ข้อหลังสำคัญกว่าที่คิด** เพราะคำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้าคือ "ถ้าวันหนึ่งจะย้ายออก ข้อมูลส่งออกในรูปแบบใด และใครเป็นคนทำให้" เป็นคำถามที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อ และเสียใจที่ไม่ได้ถามมากที่สุดตอนจะย้าย

**สำหรับโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่** ที่มีระบบเดิมและกระบวนการทำงานเฉพาะของตัวเองอยู่แล้ว Jib OS มีบริการปรับระบบให้เข้ากับการทำงานจริง โดยส่งทีมวิศวกรเข้าไปทำงานร่วมกับทีมของลูกค้าเพื่อเชื่อมระบบและปรับกระบวนการให้ตรงกัน แทนที่จะให้ลูกค้าปรับวิธีทำงานตามซอฟต์แวร์

## เจ็ดคำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

### 1. ราคาที่เห็นรวมอะไรบ้าง

หลายเจ้าคิดตามจำนวนผู้ใช้ พื้นที่เก็บข้อมูล หรือจำนวนสาขา ราคาเริ่มต้นจึงมักไม่ใช่ราคาที่จ่ายจริง ควรถามให้ชัดว่าเมื่อคลินิกโตขึ้นราคาจะเปลี่ยนอย่างไร และมีค่าติดตั้งหรือค่าอบรมแยกหรือไม่

### 2. รองรับงานเฉพาะทางของคลินิกเราไหม

คลินิกความงามต้องการภาพก่อนหลังและการจัดการคอร์ส ทันตกรรมต้องการแผนภาพฟันและการบันทึกงานแล็บ คลินิกสัตว์ต้องการแยกโปรไฟล์เจ้าของกับสัตว์ ระบบทั่วไปที่ดัดแปลงใช้มักติดที่จุดเหล่านี้

### 3. ย้ายข้อมูลเข้าและออกได้อย่างไร

ถามทั้งสองทาง คือย้ายจากระบบเดิมเข้ามาอย่างไร และถ้าวันหนึ่งจะย้ายออก ข้อมูลส่งออกในรูปแบบใด **ข้อหลังคือข้อที่คนถามน้อยที่สุดแต่สำคัญที่สุด**

### 4. ออฟไลน์หรือคลาวด์

ระบบออฟไลน์ทำงานได้แม้เน็ตล่ม แต่เข้าถึงจากเครื่องเดียว ค้นย้อนหลังยาก และมีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลสูญหายถ้าไม่มีการสำรองนอกสถานที่ ส่วนคลาวด์เข้าถึงได้ทุกที่แต่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต

### 5. รองรับหลายสาขาไหม

ควรถามแม้ยังมีสาขาเดียว เพราะการย้ายระบบตอนมีสามสาขายากกว่ามาก และควรถามให้ลึกว่าหลายสาขาหมายถึงดูข้อมูลรวมได้ หรือแค่ติดตั้งแยกแล้วดูทีละที่

### 6. เรื่องความปลอดภัยและ PDPA

ข้อมูลเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ มีบันทึกการเข้าถึงไหม สำรองข้อมูลอย่างไร และมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลให้เซ็นหรือไม่

### 7. เชื่อมกับช่องทางที่คุยกับคนไข้ได้แค่ไหน

**ข้อนี้เป็นข้อที่แยกความต่างได้มากที่สุดในปัจจุบัน** เพราะระบบส่วนใหญ่เริ่มมีการแจ้งเตือนนัดผ่าน LINE แล้ว แต่ความลึกต่างกันมาก ควรถามว่าเมื่อคนไข้ตอบกลับข้อความเตือนแล้วถามเรื่องอื่น เช่น ราคาหรือขอเลื่อนนัด ระบบจัดการอย่างไร

## เรื่องที่ตลาดกำลังเปลี่ยน

สองแนวโน้มที่เห็นชัดในปีที่ผ่านมา

**โปรแกรมคลินิกเริ่มขยับมาฝั่งการตลาด** ProClinic วางตำแหน่งเรื่องการเพิ่มยอดขายโดยตรง และหลายเจ้าเพิ่มโมดูล CRM เข้ามา

**แอปฝั่งคนไข้กลายเป็นมาตรฐาน** ทั้ง Cliniter และ DentCloud มีแอปให้คนไข้ดูนัดหมายและประวัติการรักษา

**สิ่งที่ยังต่างกันคือความลึก** แอปฝั่งคนไข้แสดงข้อมูลที่คลินิกมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ตอบคำถามใหม่ที่คนไข้ถามตอนสี่ทุ่ม ไม่ได้บอกราคาหัตถการที่เขายังไม่เคยทำ และไม่ได้จองคิวที่ยังไม่มีในระบบ

## แล้ว Jib OS อยู่ตรงไหน

ตรงไปตรงมา **Jib OS ไม่ได้แข่งกับระบบเหล่านี้เรื่องเวชระเบียนและงานหลังบ้าน**

ถ้าโจทย์คือเลิกใช้กระดาษ คิดเงินให้เป็นระบบ จัดการสต๊อก และคำนวณค่ามือแพทย์ โปรแกรมคลินิกในตารางข้างบนตอบโจทย์ได้ดีกว่าและราคาถูกกว่า

ส่วน Jib OS เองมีให้[ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน](https://hdmall.co.th/jib-os/) ซึ่งเป็นวิธีตรวจสอบที่ตรงที่สุดว่าปัญหาของคลินิกอยู่ฝั่งไหน

**Jib OS แก้ปัญหาก่อนคนไข้เดินเข้าประตู** คือการตอบแชททุกช่องทางด้วย AI ตลอด 24 ชั่วโมง การปิดการจองในบทสนทนาเดียว เว็บไซต์ที่ทั้ง Google และผู้ช่วย AI แนะนำได้ และทีมการตลาดที่ดูแลแคมเปญโดยเทียบผลกับเครือข่ายสถานพยาบาลกว่า 2,500 แห่ง

**คำถามที่ตัดสินได้เร็วที่สุด** คือปัญหาที่เจ็บที่สุดตอนนี้เกิดก่อนหรือหลังคนไข้เดินเข้าประตูคลินิก

<!--newsletter-->

## คำถามที่พบบ่อย

### ถ้าใช้แล้วไม่เวิร์ค ย้ายข้อมูลออกได้ไหม
ได้ และทีมงานช่วยส่งออกให้ ทั้งกรณีเลิกใช้หลังหมดช่วงทดลองใช้ฟรี 1 เดือน และกรณีเลิกกลางทาง ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ไม่ใช่ของผู้ให้บริการระบบ คำถามนี้ควรถามกับทุกเจ้าที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่แค่เจ้าเดียว เพราะเป็นข้อที่คนถามน้อยที่สุดตอนซื้อและสำคัญที่สุดตอนจะย้าย

### ทีมคลินิกไม่ถนัดเทคโนโลยี จะใช้ไหวไหม
ทีมงาน Jib OS ช่วยตั้งระบบและย้ายข้อมูลเข้าให้ ตั้งแต่ดึงข้อมูลจากระบบเดิม ตั้งค่าบริการและราคา ไปจนถึงสอนทีมหน้าร้านให้ใช้งานได้จริง จึงไม่ต้องเริ่มจากหน้าจอเปล่าและคู่มือ ส่วนโรงพยาบาลและเครือคลินิกขนาดใหญ่ที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว มีบริการส่งทีมวิศวกรเข้าไปเชื่อมระบบและปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานเดิม

### โปรแกรมคลินิกในไทยราคาเท่าไหร่
ช่วงราคากว้างมาก จากข้อมูลที่ผู้ให้บริการเปิดเผย Cliniter เริ่มต้นเฉลี่ยราว 1,917 บาทต่อเดือนสำหรับคลินิกเล็ก DoctorEase เริ่มต้น 2,900 บาทต่อเดือน ขณะที่ DentCloud สำหรับ[คลินิกทันตกรรม](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/คลินิกทันตกรรมควรมีระบบอะไรบ้าง-เพื่อบริหารคิวและคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ/)เปิดให้ใช้ฟีเจอร์หลักฟรี ส่วนอีกหลายเจ้าไม่เปิดเผยราคาและต้องขอใบเสนอราคา ควรถามให้ชัดว่าราคาที่เห็นรวมผู้ใช้กี่คนและกี่สาขา

### โปรแกรมคลินิกแบบออฟไลน์กับคลาวด์ ควรเลือกแบบไหน
ออฟไลน์ทำงานได้แม้อินเทอร์เน็ตขัดข้องและบางคลินิกสบายใจกว่าเรื่องข้อมูล แต่มีข้อจำกัดคือเข้าถึงได้จากเครื่องที่ติดตั้งเท่านั้น ดูข้อมูลข้ามสาขาไม่ได้ และเสี่ยงข้อมูลสูญหายถ้าไม่มีการสำรองนอกสถานที่ ส่วนคลาวด์เข้าถึงได้จากทุกเครื่องและมักมีการสำรองอัตโนมัติ แต่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต บางเจ้าอย่าง MCS ให้เลือกได้ทั้งสองแบบ

### เปลี่ยนโปรแกรมคลินิกยากไหม
ขึ้นอยู่กับว่าระบบเดิมส่งออกข้อมูลได้แค่ไหน ซึ่งควรถามผู้ให้บริการเดิมก่อนเป็นอันดับแรก ผู้ให้บริการบางรายอย่าง ProClinic มีทีมช่วยย้ายข้อมูลและส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ย้ายมา ซึ่งช่วยลดอุปสรรคได้มาก วิธีที่ปลอดภัยคือใช้ระบบใหม่กับคนไข้ใหม่ก่อนโดยยังเปิดระบบเดิมไว้อ่านอย่างเดียว

### โปรแกรมคลินิกช่วยเรื่องการหาคนไข้ใหม่ได้ไหม
บางเจ้าเริ่มมีโมดูลด้าน CRM และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และ ProClinic วางตำแหน่งเรื่องการเพิ่มยอดขายโดยตรง แต่โดยทั่วไประบบเหล่านี้ทำงานกับข้อมูลลูกค้าที่คลินิกมีอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้คนที่ยังไม่รู้จักคลินิกค้นเจอ ซึ่งเป็นงานคนละประเภทที่ต้องอาศัยเว็บไซต์ที่ถูกค้นเจอและการทำแคมเปญ

### ระบบที่มีแอปสำหรับคนไข้ดีกว่าไหม
มีประโยชน์สำหรับให้คนไข้ดูนัดหมายและประวัติการรักษาของตัวเอง และกำลังกลายเป็นมาตรฐานในตลาด สิ่งที่ควรเข้าใจคือแอปเหล่านี้แสดงข้อมูลที่คลินิกมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ตอบคำถามใหม่ที่คนไข้ถามนอกเวลาทำการ ไม่ได้บอกราคาหัตถการที่เขายังไม่เคยทำ และไม่ได้จองคิวที่ยังไม่มีในระบบ

### คลินิกเปิดใหม่ควรเริ่มจากระบบไหน
ควรเริ่มจากระบบที่ครอบคลุมงานพื้นฐาน คือเวชระเบียน นัดหมาย คิดเงิน และสต๊อก เพราะเป็นฐานของการดำเนินงานประจำวัน โดยเลือกตามประเภทคลินิกและจำนวนแพทย์ในช่วงแรก ไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจใหญ่ที่สุดตั้งแต่ต้น แต่ควรถามเรื่องการย้ายข้อมูลออกไว้ตั้งแต่วันแรกเผื่อวันหนึ่งต้องเปลี่ยน

## อ่านต่อ

- [Jib OS กับโปรแกรมคลินิกอย่าง DoctorEase หรือ JERA Cloud ต่างกันอย่างไร](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/101-thai-clinic-software-landscape/)
- [โปรแกรมคลินิกทันตกรรมในไทย มีอะไรบ้างและเลือกยังไง](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/100-thai-dental-clinic-software-landscape/)
- [คลินิกที่ยังเก็บ OPD ในระบบออฟไลน์ ย้ายยังไงไม่ให้งานสะดุด](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/89-migrating-from-offline-opd-records/)
- [JERA Cloud คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และควรเช็กอะไรก่อนซื้อ](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/102-jera-cloud-review-for-clinics/)
- [Cliniter คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และราคาเท่าไหร่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/105-cliniter-review-for-clinics/)
- [DoctorEase คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และราคาเท่าไหร่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/106-doctorease-review-for-clinics/)
- [ProClinic และ MCS คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/107-proclinic-and-mcs-review/)
- [ระบบที่จำกัดผู้ใช้ ช่องทาง และข้อความ ต้นทุนจริงที่เห็นตอนคลินิกโต](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/108-software-usage-caps-hidden-cost/)
- [โปรแกรมบริหารคลินิกฟรี มีจริงไหม ใช้ได้แค่ไหน และควรระวังอะไร](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/116-free-clinic-software-thailand/)
- [คลินิกที่ใช้ Excel อยู่ ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ และย้ายยังไง](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/117-from-excel-to-clinic-software/)
- [ค่า DF แพทย์ คืออะไร คำนวณยังไง และคลินิกควรตั้งเท่าไหร่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/118-doctor-fee-df-calculation-clinics/)
- [โรงพยาบาลที่มี HIS อยู่แล้ว ยังต้องมีระบบจัดการแชทอีกไหม](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/133-hospitals-with-existing-his-and-chat/)
- [Jib OS กับ Keenix เลือกอย่างไร](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/161-jib-os-vs-keenix/)
- [คลินิกเวชกรรม คืออะไร ต่างจากสหคลินิกและคลินิกเฉพาะทางอย่างไร](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/165-clinic-licence-types-thailand/)
- [MediCloud คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และควรเช็กอะไรก่อนซื้อ](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/186-medicloud-review-for-clinics/)
- [MediCloud คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และราคาเท่าไหร่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/186-medicloud-review-for-clinics/)
