# ผ่าตัดวิปเปิล

**ผ่าตัดวิปเปิล (Whipple procedure) คือการผ่าตัดใหญ่ที่นำหัวตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ถุงน้ำดี และท่อน้ำดีบางส่วนออก แล้วต่อระบบทางเดินอาหารขึ้นใหม่ ส่วนใหญ่ใช้รักษามะเร็งหรือเนื้องอกบริเวณหัวตับอ่อนและอวัยวะใกล้เคียงที่ยังสามารถผ่าตัดออกได้**  
**การตัดสินใจไม่ได้ดูเฉพาะชื่อโรค แต่ต้องดูตำแหน่งและการกระจายของก้อน ความสัมพันธ์กับหลอดเลือด รวมถึงความแข็งแรงของร่างกาย เพราะเป็นการผ่าตัดซับซ้อนและต้องพักฟื้นนาน**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดนี้นำอวัยวะหลายส่วนออกและสร้างทางเชื่อมใหม่ระหว่างตับอ่อน ท่อน้ำดี กระเพาะอาหารหรือลำไส้ จึงไม่ใช่การตัดก้อนออกเพียงอย่างเดียว
- ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวันและการฟื้นตัวมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่แตกต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละโรงพยาบาล ควรถามทีมรักษาเรื่องระยะที่คาดสำหรับตนเอง รวมถึงเงื่อนไขก่อนกลับบ้านและกลับไปทำงาน
- ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ น้ำย่อยจากตับอ่อนรั่ว เลือดออก ติดเชื้อ กระเพาะอาหารเคลื่อนอาหารช้า และระดับน้ำตาลผิดปกติ จึงต้องติดตามอาการและโภชนาการอย่างใกล้ชิด การผ่าตัดนี้มีความเสี่ยงเสียชีวิตได้จากเลือดออกรุนแรง การติดเชื้อในกระแสเลือด ลิ่มเลือดอุดตัน ภาวะแทรกซ้อนของหัวใจหรือปอด และอวัยวะล้มเหลว ความเสี่ยงแตกต่างกันตามสุขภาพผู้ป่วย ความซับซ้อนของโรค และประสบการณ์ของศูนย์รักษา ควรถามทีมผ่าตัดถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคลและผลลัพธ์ของโรงพยาบาลนั้น

## ผ่าตัดวิปเปิล คืออะไร

ชื่อทางการของการผ่าตัดวิธีนี้คือ **การผ่าตัดตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้น** เป็นการผ่าตัดบริเวณที่อวัยวะหลายส่วนมาบรรจบกัน ได้แก่ หัวตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี และกระเพาะอาหารส่วนปลาย

[ตับอ่อน](/hdcare/pancreatic-surgery/)อยู่ลึกด้านหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่ผลิตน้ำย่อยและฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล หัวตับอ่อนอยู่ติดกับ[ลำไส้เล็ก](/hdcare/small-bowel-resection/)ส่วนต้นและมีท่อน้ำดีผ่านใกล้กัน เมื่อมีก้อนในบริเวณนี้ การตัดเฉพาะก้อนอาจไม่เพียงพอหรือทำไม่ได้โดยไม่กระทบอวัยวะข้างเคียง ศัลยแพทย์จึงต้องนำอวัยวะบางส่วนออกเป็นชุด แล้วสร้างทางเดินใหม่ให้ทั้งอาหาร น้ำดี และน้ำย่อยจากตับอ่อนยังไหลเข้าสู่ลำไส้ได้ [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/21650-whipple-procedure)

ส่วนที่มักถูกนำออก ได้แก่

- หัวตับอ่อน
- ลำไส้เล็กส่วนต้น
- ถุงน้ำดี
- ท่อน้ำดีส่วนปลาย
- ต่อมน้ำเหลืองรอบบริเวณที่ผ่าตัด
- กระเพาะอาหารส่วนปลายบางส่วนในผู้ป่วยบางราย

การผ่าตัดแบบเก็บหูรูดกระเพาะอาหารจะพยายามเก็บส่วนปลายของกระเพาะอาหารไว้ หากตำแหน่งและขอบเขตของโรคเอื้ออำนวย ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่ารูปแบบหนึ่งเหมาะกับทุกคน ศัลยแพทย์จะเลือกตามตำแหน่งของก้อน ลักษณะทางกายวิภาค และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4453138/)

โรคที่อาจรักษาด้วยการผ่าตัดนี้ ได้แก่

- มะเร็งหัวตับอ่อน
- มะเร็งท่อน้ำดีส่วนปลาย
- มะเร็งบริเวณทางเปิดร่วมของท่อน้ำดีและท่อตับอ่อน
- มะเร็งหรือเนื้องอกของลำไส้เล็กส่วนต้น
- เนื้องอกของเซลล์สร้างฮอร์โมนในตับอ่อน
- ถุงน้ำหรือเนื้องอกบางชนิดในท่อตับอ่อนที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
- ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังบางกรณีที่กระทบหัวตับอ่อนและรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล
- การบาดเจ็บรุนแรงในบริเวณตับอ่อนหรือลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งพบไม่บ่อย

การตรวจพบก้อนที่หัวตับอ่อนไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรับการผ่าตัดนี้ ก้อนบางชนิดติดตามได้ บางรายควรได้รับยาเคมีบำบัดก่อน และบางรายมีโรคกระจายจนการผ่าตัดใหญ่ไม่ช่วยให้ได้ประโยชน์ตามที่คาด การตัดสินใจจึงมักทำร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์ แพทย์มะเร็งวิทยา รังสีแพทย์ และแพทย์สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัดคือผู้ที่มีโรคอยู่ในบริเวณหัวตับอ่อน ท่อน้ำดีส่วนปลาย หรือลำไส้เล็กส่วนต้น และผลตรวจแสดงว่าสามารถนำบริเวณที่เป็นโรคออกได้ ขณะเดียวกันร่างกายต้องแข็งแรงพอรับการดมยาสลบ การเสียเลือด และการพักฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่

ก่อนเสนอการผ่าตัด ทีมรักษาจะพิจารณาเรื่องต่อไปนี้

1. **โรคอยู่ตรงไหนและลุกลามเพียงใด**  
   ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยดูว่าก้อนอยู่เฉพาะบริเวณผ่าตัดหรือกระจายไปอวัยวะอื่นแล้ว

2. **ก้อนเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดสำคัญหรือไม่**  
   หัวตับอ่อนอยู่ใกล้หลอดเลือดใหญ่หลายเส้น ก้อนที่สัมผัสหรือรุกรานหลอดเลือดบางตำแหน่งอาจผ่าตัดร่วมกับการซ่อมหรือสร้างหลอดเลือดได้ แต่จะเพิ่มความซับซ้อน ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับแนวทางนี้

3. **สภาพร่างกายรับการผ่าตัดได้หรือไม่**  
   ทีมรักษาจะประเมินหัวใจ ปอด ไต ตับ ภาวะโภชนาการ ความสามารถในการเดินและทำกิจวัตร ตลอดจนโรคประจำตัวที่อาจเพิ่มความเสี่ยง

4. **มีแนวทางอื่นที่เหมาะกว่าหรือไม่**  
   มะเร็งบางระยะอาจได้ประโยชน์จากยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด เพื่อควบคุมโรคและประเมินพฤติกรรมของก้อน จากนั้นจึงตรวจซ้ำว่ายังผ่าตัดได้หรือไม่

ผู้ที่มักไม่เหมาะกับการผ่าตัด ได้แก่ ผู้ที่มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะห่างไกล ก้อนอยู่ในส่วนลำตัวหรือหางตับอ่อนโดยไม่มีเหตุให้ตัดหัวตับอ่อน หรือมีโรคประจำตัวรุนแรงจนความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/21650-whipple-procedure)

บางครั้งภาพตรวจก่อนผ่าตัดดูเหมือนนำก้อนออกได้ แต่เมื่อเริ่มผ่าตัดกลับพบการกระจายหรือการเกาะหลอดเลือดมากกว่าที่คาด ศัลยแพทย์อาจหยุดการตัดออกและทำเพียงหัตถการเพื่อบรรเทาการอุดตัน เช่น ต่อทางเดินน้ำดีหรือทางเดินอาหาร ทีมผ่าตัดควรอธิบายความเป็นไปได้นี้ก่อนขอความยินยอม

หากคุณไม่แน่ใจว่าประโยชน์คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่ คุณสามารถขอความเห็นจากทีมที่ดูแลการ[ผ่าตัดตับ](/hdcare/liver-resection/)อ่อนเป็นประจำ คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ผ่าตัดได้ไหม” แต่รวมถึง “เป้าหมายของการผ่าตัดคืออะไร” “ต้องรักษาอย่างอื่นก่อนหรือหลังหรือไม่” และ “ถ้าระหว่างผ่าตัดนำก้อนออกไม่ได้ จะทำอย่างไรต่อ”

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวเริ่มจากยืนยันระยะของโรคและประเมินว่าร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัด ทีมรักษาอาจใช้การตรวจเลือด ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การส่องกล้องอัลตราซาวด์ หรือการส่องกล้องตรวจช่องท้องในบางราย ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจทุกชนิด

หากก้อนกดท่อน้ำดี คุณอาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม อุจจาระซีด หรือคันทั่วตัว ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องใส่ท่อค้ำท่อน้ำดีก่อน แต่ไม่ได้จำเป็นในทุกคน การตัดสินใจขึ้นกับระดับการอุดตัน การติดเชื้อ แผนให้ยาเคมีบำบัด และระยะเวลาที่ต้องรอผ่าตัด [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/21650-whipple-procedure)

### อาหารและภาวะโภชนาการ

โรคบริเวณตับอ่อนและท่อน้ำดีอาจทำให้น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือดูดซึมไขมันได้ไม่ดี หากมีภาวะขาดสารอาหาร ทีมรักษาอาจวางแผนเพิ่มพลังงานและโปรตีน หรือให้เอนไซม์ช่วยย่อยอาหารเมื่อมีข้อบ่งชี้ เป้าหมายคือเพิ่มความพร้อมของร่างกาย ไม่ใช่เร่งให้น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วจนกินไม่ได้

ก่อนวันผ่าตัด โรงพยาบาลจะแจ้งเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาผ่าตัดและแนวทางการดมยาสลบ ให้ทำตามเวลาที่ได้รับโดยตรง อย่าใช้คำแนะนำจากผู้ป่วยรายอื่น เพราะเวลาอาจต่างกันตามโรคประจำตัวและชนิดของสิ่งที่รับประทาน

### ยาและอาหารเสริม

แจ้งรายการยาทั้งหมดแก่ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ รวมถึง

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาความดันโลหิตและยารักษาโรคหัวใจ
- ยาสเตียรอยด์
- สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ยาที่ซื้อรับประทานเอง

ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดและยารักษาเบาหวาน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาทั้งความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือด และระดับน้ำตาล

หากสูบบุหรี่ ควรบอกทีมรักษาตรงไปตรงมา การหยุดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดช่วยลดปัญหาทางปอดและส่งเสริมการสมานแผลได้ แต่หากวันผ่าตัดใกล้มากก็ยังควรหยุดและขอคำแนะนำ ไม่จำเป็นต้องรอให้หยุดได้สมบูรณ์ก่อนจึงแจ้งแพทย์

### สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายการยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางรังสีที่โรงพยาบาลขอ
- รายละเอียดโรคประจำตัวและการผ่าตัดในอดีต
- อุปกรณ์ที่ใช้ประจำ เช่น แว่นตา เครื่องช่วยฟัง หรือเครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ดูแล
- แผนสำหรับการเดินทางกลับและผู้ช่วยดูแลช่วงแรกที่บ้าน

ควรบอกทีมรักษาหากมีไข้ ไอ เจ็บคอ แผลติดเชื้อ อาเจียนมาก หรืออาการตัวเหลืองแย่ลงก่อนวันผ่าตัด เพราะอาจต้องตรวจเพิ่มหรือเลื่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย

## ขั้นตอนการผ่าตัด

การผ่าตัดทำภายใต้การดมยาสลบ คุณจะหลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ทีมวิสัญญีติดตามการหายใจ ความดันโลหิต ชีพจร ปริมาณปัสสาวะ และภาวะเสียเลือดตลอดการผ่าตัด อาจมีการใส่สายสวนปัสสาวะ สายให้สารน้ำ และวิธีระงับปวดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/whipple-procedure/about/pac-20385054)

ขั้นตอนหลักแบ่งได้เป็นสองช่วง คือการนำอวัยวะที่เป็นโรคออก และการต่อระบบย่อยอาหารขึ้นใหม่

### 1. เปิดเข้าช่องท้องและสำรวจโรค

ศัลยแพทย์อาจผ่าตัดแบบเปิดผ่านแผลหน้าท้อง หรือใช้การผ่าตัดผ่านกล้องในผู้ป่วยที่เหมาะสม เมื่อเข้าช่องท้องแล้ว ทีมจะสำรวจว่ามีการกระจายที่ไม่เห็นจากภาพตรวจก่อนผ่าตัดหรือไม่ และประเมินความสัมพันธ์ระหว่างก้อนกับหลอดเลือดสำคัญ

หากพบว่าไม่สามารถตัดโรคออกได้อย่างเหมาะสม แผนอาจเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดบรรเทาการอุดตันหรือหยุดการผ่าตัดส่วนตัดออก ทั้งนี้ขึ้นกับสิ่งที่พบและข้อตกลงที่พูดคุยไว้ก่อนผ่าตัด

### 2. นำอวัยวะส่วนที่เกี่ยวข้องออก

โดยทั่วไปศัลยแพทย์จะนำหัวตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ถุงน้ำดี และท่อน้ำดีส่วนปลายออก อาจตัดส่วนปลายของกระเพาะอาหารและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงด้วย หากทำวิธีเก็บส่วนปลายกระเพาะอาหารไว้ จะไม่ตัดกระเพาะส่วนนั้นออก

ชิ้นเนื้อที่นำออกจะส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันชนิดของโรค ดูขอบของชิ้นเนื้อ และตรวจต่อมน้ำเหลือง ผลนี้ช่วยกำหนดว่าต้องรักษาต่อด้วยวิธีอื่นหรือไม่

### 3. ต่อทางเดินอาหารใหม่

หลังนำอวัยวะออก ศัลยแพทย์ต้องสร้างทางเชื่อมหลายจุด ได้แก่

- ต่อตับอ่อนส่วนที่เหลือเข้ากับลำไส้ เพื่อให้น้ำย่อยไหลลงทางเดินอาหาร
- ต่อท่อน้ำดีที่เหลือเข้ากับลำไส้ เพื่อให้น้ำดีไหลลงลำไส้
- ต่อกระเพาะอาหารหรือส่วนต้นของลำไส้ที่เก็บไว้เข้ากับลำไส้ เพื่อให้อาหารผ่านต่อไปได้

จุดต่อเหล่านี้เรียกว่า “รอยต่อ” เป็นบริเวณที่ทีมรักษาต้องเฝ้าระวังการรั่ว เลือดออก และการตีบหลังผ่าตัด อาจใส่สายระบายไว้ใกล้บริเวณผ่าตัดเพื่อดูของเหลวและตรวจหาการรั่วในช่วงแรก

### 4. ปิดแผลและเริ่มเฝ้าระวัง

เมื่อห้ามเลือดและตรวจรอยต่อเรียบร้อย ศัลยแพทย์จะปิดแผล ผู้ป่วยบางรายไปพักฟื้นในหอผู้ป่วยศัลยกรรม ขณะที่ผู้มีโรคประจำตัวหรือการผ่าตัดซับซ้อนอาจต้องอยู่หอผู้ป่วยวิกฤตช่วงสั้น ๆ เพื่อเฝ้าระวังใกล้ชิด

การผ่าตัดผ่านกล้องไม่ได้เหมาะกับทุกคน และอาจต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิดระหว่างทำ หากพบก้อนซับซ้อน เลือดออก หรือจำเป็นต้องเข้าถึงอวัยวะให้ชัดเจน การเปลี่ยนวิธีไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการปรับแผนตามความปลอดภัยและสิ่งที่พบจริง

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณ **4-12 ชั่วโมง** ตามข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงสากล ระยะเวลาต่างกันมากตามวิธีผ่าตัด ตำแหน่งก้อน การเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด การผ่าตัดเดิมในช่องท้อง และความจำเป็นต้องสร้างหรือซ่อมหลอดเลือด [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/whipple-procedure/about/pac-20385054)

เวลาที่ครอบครัวรออาจนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมดมยาสลบ การใส่สายติดตาม การจัดท่าผ่าตัด และการดูแลในห้องพักฟื้นด้วย ทีมผ่าตัดจะอธิบายแนวทางการแจ้งความคืบหน้าของแต่ละโรงพยาบาล

นี่ไม่ใช่การผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียว ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน และอาจนานขึ้นหากรับประทานอาหารไม่ได้ มีน้ำย่อยรั่ว ติดเชื้อ เลือดออก หรือจำเป็นต้องฟื้นฟูร่างกายเพิ่มเติม ระยะพักจริงแตกต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละโรงพยาบาลตามชนิดและความซับซ้อนของการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน ภาวะโภชนาการ การรักษามะเร็งต่อเนื่อง และความพร้อมของผู้ดูแลที่บ้าน ควรถามทีมรักษาเรื่องระยะที่คาดสำหรับตนเองและเงื่อนไขก่อนกลับบ้าน

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่แตกต่างกันมากในแต่ละคนตามความแข็งแรงก่อนผ่าตัด วิธีผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน ภาวะโภชนาการ และการรักษามะเร็งที่ต้องทำต่อ ควรถามทีมรักษาเรื่องระยะที่คาดสำหรับตนเอง รวมถึงเงื่อนไขก่อนกลับไปทำกิจวัตรและทำงาน

ในช่วงแรกกระเพาะอาหารอาจเคลื่อนอาหารลงลำไส้ช้า ทำให้อิ่มเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน หรือกินได้น้อย ผู้ป่วยบางรายต้องได้รับสารอาหารทางสายหรือหลอดเลือดชั่วคราว เมื่ออาการดีขึ้นจะค่อย ๆ เพิ่มอาหารตามแผนของทีมรักษา

หลังตัดตับอ่อนบางส่วน ร่างกายอาจมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารไม่พอ สัญญาณที่พบได้คืออุจจาระมัน ลอย มีกลิ่นแรง ถ่ายบ่อย ท้องอืด หรือน้ำหนักลด ทีมรักษาอาจพิจารณาเอนไซม์ทดแทนและปรับอาหารตามอาการ ไม่ควรเพิ่มหรือลดยาเองโดยดูจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

ระดับน้ำตาลอาจสูงขึ้นชั่วคราวหรือเป็นเบาหวานหลังผ่าตัด เพราะตับอ่อนส่วนที่เหลือผลิตฮอร์โมนควบคุมน้ำตาลได้น้อยลง ความเสี่ยงขึ้นกับปริมาณตับอ่อนที่เหลือและการทำงานเดิมของตับอ่อน จึงต้องตรวจระดับน้ำตาลตามแผน

การกลับไปทำงานควรดูทั้งลักษณะงานและอาการ งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานยกของ งานกะ หรือการเดินทางไกล ผู้ที่ยังรับยาแก้ปวดซึ่งทำให้ง่วง ไม่ควรขับรถหรือควบคุมเครื่องจักร ศัลยแพทย์จะพิจารณาจากแผล ความแข็งแรง และภาวะแทรกซ้อนก่อนอนุญาตให้เพิ่มกิจกรรม

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดนี้มีความซับซ้อนและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ แม้ทีมรักษาจะวางแผนอย่างรอบคอบ ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามอายุ ภาวะโภชนาการ โรคหัวใจหรือปอด เบาหวาน ตำแหน่งก้อน และความซับซ้อนระหว่างผ่าตัด

### น้ำย่อยจากตับอ่อนรั่ว

รอยต่อระหว่างตับอ่อนกับลำไส้อาจมีน้ำย่อยรั่วออกมา น้ำย่อยสามารถระคายเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการอักเสบ การติดเชื้อ หรือเลือดออกได้ บางรายดูแลด้วยสายระบายและการรักษาประคับประคอง ขณะที่รายที่รุนแรงอาจต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดซ้ำ

### น้ำดีหรือของเหลวจากรอยต่อรั่ว

รอยต่อท่อน้ำดีกับลำไส้หรือรอยต่อทางเดินอาหารอาจรั่ว ทำให้เกิดของเหลวคั่ง การอักเสบ หรือการติดเชื้อในช่องท้อง การรักษาขึ้นกับตำแหน่ง ปริมาณของเหลว และอาการโดยรวม

### กระเพาะอาหารเคลื่อนอาหารช้า

ผู้ป่วยอาจอิ่มเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน หรือรับประทานไม่ได้ แม้รอยต่อไม่ได้อุดตัน ภาวะนี้มักต้องใช้เวลาให้การทำงานของกระเพาะฟื้น อาจต้องปรับอาหาร ให้สารน้ำ หรือช่วยด้านโภชนาการ [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4453138/)

### เลือดออก

เลือดออกอาจเกิดระหว่างผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด รวมถึงเลือดออกจากหลอดเลือดใกล้บริเวณที่มีการรั่ว หากความดันต่ำ ชีพจรเร็ว อ่อนเพลียมาก หรือมีเลือดออกทางสายระบาย ต้องประเมินทันที บางรายต้องให้เลือด ทำหัตถการอุดหลอดเลือด หรือผ่าตัดซ้ำ

### การติดเชื้อและของเหลวคั่งในช่องท้อง

อาจเกิดที่แผลผ่าตัด ภายในช่องท้อง ท่อน้ำดี ปอด หรือทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในช่องท้องอาจสัมพันธ์กับรอยต่อรั่วและต้องระบายของเหลวร่วมกับการรักษาอื่น

### ลิ่มเลือดและภาวะแทรกซ้อนทางปอด

การนอนนานและการผ่าตัดใหญ่เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด ทีมรักษาจึงมักส่งเสริมให้ขยับตัวและเดินเมื่อปลอดภัย พร้อมใช้วิธีป้องกันตามความเสี่ยงของแต่ละคน การหายใจตื้นจากความเจ็บปวดอาจเพิ่มโอกาสปอดแฟบหรือปอดติดเชื้อ จึงต้องควบคุมปวดและฝึกหายใจตามคำแนะนำ

### ปัญหาระยะยาว

ภาวะแทรกซ้อนระยะหลังอาจรวมถึงท่อน้ำดีตีบ ฝีในตับ ปัญหาการย่อยและดูดซึมอาหาร น้ำหนักลด เบาหวาน หรือรอยต่อแคบ [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4453138/) ผู้ป่วยจึงต้องติดตามต่อแม้แผลภายนอกหายแล้ว

ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดพบได้ไม่น้อยและอาจรุนแรง โดยอัตราแตกต่างตามนิยาม กลุ่มผู้ป่วย ความซับซ้อนของการผ่าตัด และประสบการณ์ของศูนย์รักษา ควรถามทีมผ่าตัดถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคล อัตราภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตของโรงพยาบาล รวมถึงแผนรับมือเมื่อเกิดรอยต่อรั่วหรือเลือดออก

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ใช้ช่องทางฉุกเฉินที่ทีมผ่าตัดแจ้งไว้ และไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ
- ไข้ร่วมกับหนาวสั่น ซึมลง หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ
- ปวดท้องมากขึ้นอย่างชัดเจน ท้องแข็ง หรือยาแก้ปวดที่ได้รับควบคุมอาการไม่ได้
- อาเจียนซ้ำ ดื่มน้ำไม่ได้ หรือไม่มีปัสสาวะตามปกติ
- แผลบวมแดง ร้อน มีหนอง มีกลิ่น หรือแผลแยก
- มีเลือดสดออกจากแผล สายระบาย อาเจียน หรืออุจจาระ
- สายระบายหลุด ของเหลวเปลี่ยนสีหรือเพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกต
- ตัวเหลืองหรือตาเหลืองมากขึ้น ปัสสาวะเข้ม หรืออุจจาระซีด
- ใจสั่น หน้ามืด เหงื่อออกมาก สับสน หรือมีอาการผิดปกติของระดับน้ำตาล
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับหอบเหนื่อย

อย่ารอจนถึงวันนัดหากอาการกำลังแย่ลง ภาวะแทรกซ้อนบางชนิดรักษาได้ง่ายกว่าเมื่อพบเร็ว และทีมที่ผ่าตัดจะทราบรายละเอียดของรอยต่อและสายระบายของคุณมากที่สุด

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ทางเลือกขึ้นกับชนิดโรค ระยะโรค ตำแหน่งก้อน อาการ และเป้าหมายการรักษา

### ยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

มะเร็งบางรายควรได้รับยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อก้อนอยู่ใกล้หลอดเลือดหรือทีมรักษาต้องการประเมินการตอบสนองของโรค หลังรักษาจะตรวจภาพซ้ำเพื่อพิจารณาว่าผ่าตัดได้หรือไม่ ผู้ป่วยบางรายต้องรับยาเคมีบำบัดหลังผ่าตัดตามผลชิ้นเนื้อและสภาพร่างกาย

หากโรคกระจายหรือไม่สามารถตัดออกได้ การรักษาด้วยยาอาจเหมาะกว่าการผ่าตัดใหญ่ เป้าหมายอาจเป็นการควบคุมโรค ลดอาการ และคงคุณภาพชีวิต ไม่ใช่พยายามตัดอวัยวะออกโดยไม่มีประโยชน์ที่ชัดเจน

### การบรรเทาการอุดตัน

ก้อนอาจทำให้ท่อน้ำดีหรือทางออกของกระเพาะอาหารอุดตัน การใส่ท่อค้ำผ่านการส่องกล้อง การระบายน้ำดี หรือการผ่าตัดต่อทางเบี่ยงสามารถลดตัวเหลือง การติดเชื้อ อาเจียน หรือกินไม่ได้ วิธีเหล่านี้ไม่ได้กำจัดก้อน แต่ช่วยควบคุมอาการและอาจทำให้พร้อมรับการรักษาอื่น

### การผ่าตัดตับอ่อนชนิดอื่น

หากก้อนอยู่ที่ลำตัวหรือหางตับอ่อน อาจใช้การตัดตับอ่อนส่วนปลาย และอาจต้องตัดม้ามร่วมด้วย หากโรคครอบคลุมตับอ่อนมาก อาจพิจารณาตัดตับอ่อนทั้งหมด ซึ่งทำให้ต้องทดแทนอินซูลินและเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารระยะยาว [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/whipple-procedure/about/pac-20385054)

เนื้องอกหรือถุงน้ำบางชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำอาจติดตามด้วยภาพตรวจและการประเมินเป็นระยะ แทนการผ่าตัดทันที การเลือกติดตามควรอาศัยลักษณะก้อน ขนาด การเปลี่ยนแปลง และผลตรวจอื่น ไม่ควรตัดสินจากการไม่มีอาการเพียงอย่างเดียว

### การดูแลแบบประคับประคอง

การดูแลแบบประคับประคองช่วยควบคุมปวด คลื่นไส้ เบื่ออาหาร คัน ตัวเหลือง และความกังวล สามารถทำควบคู่กับการรักษามะเร็ง ไม่ได้หมายถึงหยุดรักษาทั้งหมด สำหรับผู้ที่ร่างกายไม่พร้อมรับการผ่าตัด การเลือกแนวทางที่ลดภาระและเน้นคุณภาพชีวิตอาจเหมาะสมกว่า

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการผ่าตัดขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนเริ่มกระบวนการ เพราะการประเมินระยะโรค ยาเคมีบำบัด และการติดตามหลังผ่าตัดอาจเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยบริการ

### ประกันสังคม

โดยทั่วไปควรเริ่มที่โรงพยาบาลตามสิทธิ หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพทำการผ่าตัดตับอ่อนที่ซับซ้อน แพทย์อาจพิจารณาส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม ให้ถามฝ่ายสิทธิว่าต้องมีหนังสือส่งตัวหรือการอนุมัติใดบ้าง และการตรวจหรือการรักษาต่อหลังผ่าตัดต้องกลับที่โรงพยาบาลใด

### บัตรทอง

ผู้ใช้สิทธิควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลที่รับผิดชอบ หากจำเป็นต้องรักษาในศูนย์ที่มีทีมเฉพาะทาง จะใช้ระบบส่งต่อตามข้อบ่งชี้ ควรเก็บเอกสารส่งตัว ผลภาพตรวจ รายงานชิ้นเนื้อ และรายการรักษาที่ได้รับไว้ให้ครบ

### สิทธิข้าราชการหรือสิทธิภาครัฐอื่น

เงื่อนไขขึ้นกับต้นสังกัดและสถานพยาบาลที่เข้าร่วม การเบิกตรวจเฉพาะทาง ยาบางชนิด และการรักษานอกเครือข่ายอาจมีกระบวนการต่างกัน ควรถามฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลก่อนนัดผ่าตัด

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจสอบว่าแผนครอบคลุมโรคมะเร็ง การผ่าตัดใหญ่ ห้องผู้ป่วยวิกฤต ภาวะแทรกซ้อน การตรวจพยาธิวิทยา และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่ แจ้งโรคประจำตัวและประวัติสุขภาพตามจริง และขอให้โรงพยาบาลดำเนินการอนุมัติก่อนเข้ารักษาหากกรมธรรม์กำหนด

ไม่ควรถามเพียงว่า “ครอบคลุมการผ่าตัดหรือไม่” ควรถามด้วยว่าเอกสารใดต้องใช้ การรักษาก่อนและหลังผ่าตัดอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันหรือไม่ และหากต้องส่งต่อจะดำเนินการอย่างไร

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดวิปเปิลตัดอวัยวะอะไรออกบ้าง

โดยทั่วไปจะตัดหัวตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ถุงน้ำดี และท่อน้ำดีส่วนปลายออก อาจตัดส่วนปลายของกระเพาะอาหารและต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงด้วย ขึ้นกับตำแหน่งและขอบเขตของโรค

### เป็นมะเร็งตับอ่อนทุกคนต้องผ่าตัดวิธีนี้หรือไม่

ไม่ใช่ เพราะวิธีนี้เหมาะกับโรคบริเวณหัวตับอ่อนที่ยังสามารถตัดออกได้ ก้อนที่อยู่ลำตัวหรือหางตับอ่อนใช้การผ่าตัดอีกแบบ ส่วนโรคที่กระจายแล้วมักใช้การรักษาด้วยยาหรือการดูแลเพื่อควบคุมอาการแทน

### ผ่าตัดแล้วตับอ่อนยังทำงานได้หรือไม่

ตับอ่อนส่วนที่เหลืออาจยังผลิตน้ำย่อยและฮอร์โมนได้ แต่บางคนผลิตได้ไม่พอ จึงอาจต้องใช้เอนไซม์ช่วยย่อยอาหารหรือติดตามและรักษาระดับน้ำตาล ความเสี่ยงขึ้นกับการทำงานเดิมและปริมาณตับอ่อนที่เหลือ

### หลังผ่าตัดจะกินอาหารได้ตามปกติหรือไม่

คนส่วนใหญ่กลับมารับประทานทางปากได้ แต่ช่วงแรกมักอิ่มเร็วและกินได้น้อย จึงอาจต้องแบ่งเป็นมื้อเล็ก หากมีอุจจาระมัน ท้องอืด หรือน้ำหนักลด ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินการขาดเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร

### ต้องนอนโรงพยาบาลนานเท่าไร

ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน แต่ระยะจริงแตกต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละโรงพยาบาลตามชนิดและความซับซ้อนของการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน ภาวะโภชนาการ การรักษามะเร็งต่อเนื่อง และความพร้อมในการดูแลต่อที่บ้าน ควรถามทีมรักษาเรื่องระยะที่คาดสำหรับตนเองและเงื่อนไขก่อนกลับบ้าน

### ใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะกลับไปทำงานได้

การฟื้นตัวมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่แตกต่างกันมากตามภาวะแทรกซ้อน โภชนาการ การรักษามะเร็งต่อเนื่อง และลักษณะงาน งานที่ยกของ เดินมาก หรือทำเป็นกะอาจต้องพักนานกว่า ควรถามศัลยแพทย์ถึงระยะที่คาดสำหรับตนเองและเงื่อนไขก่อนกลับไปทำงาน

### การผ่าตัดผ่านกล้องดีกว่าการผ่าตัดเปิดหรือไม่

ไม่มีวิธีใดเหมาะกับทุกคน การผ่าตัดผ่านกล้องอาจมีข้อดีบางด้านเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องอาศัยทีมที่มีประสบการณ์และก้อนต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม บางรายต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิดระหว่างทำ

### ถ้าระหว่างผ่าตัดพบว่าตัดก้อนไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น

ศัลยแพทย์อาจหยุดการตัดออกและทำหัตถการเพื่อบรรเทาการอุดตัน หรือเก็บชิ้นเนื้อเพื่อวางแผนรักษาต่อ สิ่งที่ทำขึ้นกับตำแหน่งโรค อาการ และแผนสำรองที่ตกลงกันไว้ก่อนผ่าตัด

### จำเป็นต้องให้ยาเคมีบำบัดหรือไม่

ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนหนึ่งต้องได้รับยาเคมีบำบัดก่อนหรือหลังผ่าตัด แต่ไม่ใช่ทุกคน แพทย์จะตัดสินจากชนิดมะเร็ง ระยะโรค ผลชิ้นเนื้อ ขอบการตัด ต่อมน้ำเหลือง และความพร้อมของร่างกาย

### หลังผ่าตัดมีโอกาสเป็นเบาหวานหรือไม่

มีโอกาส เพราะตับอ่อนที่เหลืออาจผลิตฮอร์โมนควบคุมน้ำตาลได้น้อยลง บางคนมีระดับน้ำตาลสูงเพียงชั่วคราว ขณะที่บางคนต้องรักษาต่อเนื่อง จึงควรตรวจตามนัดและสังเกตอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

### ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าเป้าหมายของการผ่าตัดคืออะไร ก้อนตัดออกได้มากน้อยเพียงใด ต้องรักษาก่อนหรือหลังผ่าตัดหรือไม่ และทีมจะรับมืออย่างไรหากพบว่าตัดก้อนไม่ได้ นอกจากนี้ควรถามเรื่องประสบการณ์ของทีมในการผ่าตัดตับอ่อน การดูแลภาวะรอยต่อรั่ว และแผนโภชนาการหลังผ่าตัด

### ขอความเห็นที่สองได้หรือไม่

ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยว่าก้อนผ่าตัดได้หรือไม่ ต้องตัดหลอดเลือดร่วมด้วยหรือไม่ หรือควรให้ยาเคมีบำบัดก่อน การขอความเห็นที่สองควรนำภาพตรวจ รายงานผลตรวจ ผลชิ้นเนื้อ และสรุปประวัติการรักษาไปให้ครบ เพื่อให้ประเมินจากข้อมูลเดียวกันได้

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Whipple Procedure: What It Is, Surgery Steps & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/21650-whipple-procedure) — เกี่ยวกับ Whipple procedure — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): expected post-operative anatomy and complications - PMC - NIH](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4453138/) — เกี่ยวกับ Whipple procedure — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Mayo Clinic: Whipple procedure](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/whipple-procedure/about/pac-20385054) — เกี่ยวกับ Whipple procedure — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
