# ผ่าตัดเก็บอสุจิจากอัณฑะ

**ผ่าตัดเก็บอสุจิจากอัณฑะ [Testicular sperm extraction (TESE)] คือการนำเนื้อเยื่อชิ้นเล็กจากอัณฑะไปตรวจหาเซลล์อสุจิ เพื่อนำอสุจิที่พบไปใช้ร่วมกับการปฏิสนธินอกร่างกาย เหมาะกับผู้ชายบางรายที่ตรวจไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ แต่การผ่าตัดไม่ได้รับประกันว่าจะพบอสุจิหรือทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้เสมอไป**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดนี้เก็บอสุจิจากเนื้ออัณฑะโดยตรง ไม่ใช่การรักษาภาวะมีบุตรยากทุกสาเหตุ ก่อนทำต้องตรวจหาสาเหตุที่ไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อและวางแผนร่วมกับทีมรักษาภาวะมีบุตรยาก
- TESE คือการเปิดแผลเพื่อเก็บเนื้ออัณฑะ ส่วน micro-TESE คือ TESE ที่ใช้กล้องจุลศัลยกรรมช่วยเลือกท่อสร้างอสุจิ และ TESA คือการใช้เข็มดูดเนื้อเยื่อจากอัณฑะผ่านผิวหนัง บทความนี้กล่าวถึง TESE โดยตรง และกล่าวถึง TESA เพื่อเปรียบเทียบหรือเป็นทางเลือกเท่านั้น
- ความเสี่ยงสำคัญคือไม่พบอสุจิ รวมถึงเลือดออก บวม ปวด ติดเชื้อ และเนื้ออัณฑะเสียหาย การพบอสุจิยังเป็นเพียงขั้นหนึ่งของการรักษา ไม่เท่ากับการรับประกันว่าจะได้ตัวอ่อนหรือตั้งครรภ์

## ผ่าตัดเก็บอสุจิจากอัณฑะ คืออะไร

การผ่าตัด[เก็บอสุจิจากอัณฑะ](/hdcare/surgical-sperm-retrieval/)เป็นหัตถการที่แพทย์นำเนื้อเยื่อจากอัณฑะออกมาในปริมาณที่จำเป็น แล้วส่งให้ห้องปฏิบัติการค้นหาอสุจิภายในท่อสร้างอสุจิ หากพบอสุจิที่เหมาะสม อาจนำไปใช้ในวันเดียวกันหรือแช่แข็งไว้ใช้ภายหลัง ทั้งนี้ขึ้นกับคุณภาพและจำนวนอสุจิ แผนการรักษาของคู่สมรส และความพร้อมของห้องปฏิบัติการ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/microtese))

วิธีนี้มักอยู่ในแผนรักษาผู้ชายที่มีภาวะไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ หรือ “อะซูสเปิร์เมีย” ภาวะดังกล่าวแบ่งกว้างๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม

1. **มีการอุดตันของทางเดินอสุจิ**  
   อัณฑะอาจยังสร้างอสุจิ แต่มีการอุดตันหรือไม่มีท่อนำอสุจิ ทำให้อสุจิออกมาไม่ถึงน้ำเชื้อ สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติแต่กำเนิด การติดเชื้อ การผ่าตัดเดิม หรือการทำหมันชาย

2. **อัณฑะสร้างอสุจิน้อยหรือสร้างไม่สม่ำเสมอ**  
   อาจมีเพียงบางบริเวณของอัณฑะที่ยังสร้างอสุจิได้ แพทย์จึงอาจพิจารณาวิธีใช้กล้องจุลศัลยกรรมเพื่อมองหาเนื้อเยื่อที่มีแนวโน้มพบอสุจิ และลดการนำเนื้ออัณฑะออกโดยไม่จำเป็น

อสุจิที่เก็บจากอัณฑะมักมีจำนวนน้อยและยังไม่ผ่านการเจริญเต็มที่เหมือนอสุจิที่เดินทางผ่านทางเดินสืบพันธุ์ จึงมักใช้ร่วมกับการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการปฏิสนธินอกร่างกาย ไม่ได้นำไปฉีดเข้ามดลูกแบบการผสมเทียมทั่วไป ([งานวิจัยใน PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3726782/))

วิธีเก็บอสุจิจากอัณฑะมีชื่อและขั้นตอนต่างกัน ดังนี้

| วิธี | ทำอย่างไรโดยสรุป | มักพิจารณาเมื่อ |
|---|---|---|
| TESA | แทงเข็มผ่านผิวหนังเพื่อดูดเนื้อเยื่อจากอัณฑะ โดยไม่เปิดแผลเก็บชิ้นเนื้อ | ต้องการวิธีที่แผลเล็ก และคาดว่ายังมีการสร้างอสุจิ |
| TESE | เปิดแผลขนาดเล็กแล้วนำเนื้ออัณฑะออกมาตรวจ | ต้องการเห็นและเก็บเนื้อเยื่อโดยตรง |
| micro-TESE | เปิดอัณฑะและใช้กล้องจุลศัลยกรรมกำลังขยายเลือกท่อสร้างอสุจิ | อัณฑะสร้างอสุจิน้อยหรือมีโอกาสพบเป็นหย่อมๆ |

บทความนี้กล่าวถึง TESE ซึ่งเป็นการเปิดแผลเก็บเนื้ออัณฑะโดยตรง รวมถึง micro-TESE ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ TESE ที่ใช้กล้องจุลศัลยกรรม ส่วน TESA เป็นวิธีดูดผ่านผิวหนังด้วยเข็มและไม่ใช่ TESE

แพทย์จะเลือกวิธีจากผลตรวจน้ำเชื้อซ้ำ ผลตรวจฮอร์โมน ขนาดอัณฑะ ประวัติการผ่าตัดหรือการติดเชื้อ สาเหตุที่สงสัย และผลตรวจทางพันธุกรรมในรายที่จำเป็น วิธีที่แผลใหญ่กว่าหรือซับซ้อนกว่าไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกคน

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด ได้แก่

- ตรวจน้ำเชื้ออย่างเหมาะสมแล้วไม่พบอสุจิ และต้องการมีบุตรที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม
- มีท่อนำอสุจิอุดตัน ไม่มีท่อนำอสุจิมาตั้งแต่กำเนิด หรือเคยทำหมันชาย โดยไม่เหมาะกับการแก้การอุดตันหรือเลือกไม่ผ่าตัดต่อท่อ
- อัณฑะยังอาจสร้างอสุจิบางส่วน แต่อสุจิไม่ออกมาในน้ำเชื้อ
- ไม่สามารถหลั่งน้ำเชื้อหรือเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อได้ด้วยวิธีทั่วไปในบางภาวะ
- ต้องเก็บอสุจิเพื่อใช้กับการรักษาภาวะมีบุตรยาก และวิธีเก็บจากหลอดเก็บอสุจิหรือทางเดินอสุจิไม่เหมาะสม
- เคยเก็บอสุจิด้วยวิธีอื่นแล้วไม่พบหรือได้ไม่เพียงพอ โดยแพทย์ประเมินว่ายังมีเหตุผลให้ลองเก็บจากอัณฑะ

การตัดสินใจไม่ควรอาศัยผลตรวจน้ำเชื้อเพียงครั้งเดียว เพราะการไม่มีอสุจิอาจเกิดจากการเก็บตัวอย่างไม่ครบ ความผิดพลาดก่อนการตรวจ หรือปัจจัยชั่วคราว แพทย์มักทบทวนผลตรวจ ตรวจร่างกาย และหาสาเหตุก่อนวางแผนผ่าตัด

การผ่าตัดอาจยังไม่เหมาะหรือควรเลื่อนในกรณีต่อไปนี้

- ยังไม่ได้ตรวจยืนยันว่าไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ หรือยังไม่ได้ประเมินสาเหตุ
- มีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ถุงอัณฑะ ผิวหนังบริเวณผ่าตัด หรือระบบทางเดินปัสสาวะ
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ ทำให้ความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึกสูง
- มีความผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกโดยยังไม่ได้วางแผนปรับยา
- ผลตรวจบ่งชี้ว่าโอกาสพบอสุจิต่ำมาก และผู้รับการรักษายังไม่เข้าใจผลที่อาจเกิดขึ้น
- ตรวจพบการขาดหายอย่างสมบูรณ์ของบริเวณ AZFa หรือ AZFb บนโครโมโซม Y ซึ่งโดยทั่วไปไม่แนะนำให้ผ่าตัดค้นหาอสุจิด้วย TESE หรือ micro-TESE เพราะแทบไม่พบอสุจิ และควรรับคำปรึกษาทางพันธุกรรมก่อนตัดสินใจ
- คู่สมรสยังไม่ได้ประเมินความพร้อมด้านการเจริญพันธุ์ หรือยังไม่มีแผนจัดการไข่และอสุจิหลังเก็บ
- ไม่ต้องการรับความเสี่ยงว่าจะไม่พบอสุจิ หรือยังไม่พร้อมตัดสินใจเรื่องการใช้และการเก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์

ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิดอาจสัมพันธ์กับการสร้างอสุจิที่ลดลงอย่างมาก และบางชนิดอาจถ่ายทอดไปยังบุตร หากตรวจพบการขาดหายอย่างสมบูรณ์ของบริเวณ AZFa หรือ AZFb บนโครโมโซม Y โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ผ่าตัดค้นหาอสุจิด้วย TESE หรือ micro-TESE เพราะแทบไม่พบอสุจิ และควรรับคำปรึกษาทางพันธุกรรมก่อนตัดสินใจ ส่วนความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดอื่นต้องประเมินเป็นรายกรณี แพทย์อาจเสนอการตรวจพันธุกรรมและการให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด ผลตรวจนี้ช่วยประเมินความเป็นไปได้ในการพบอสุจิและช่วยให้ตัดสินใจเรื่องการรักษาได้รอบด้านขึ้น แต่ไม่ได้ทำนายผลได้แน่นอนทุกราย

ผู้ที่ไม่มีอสุจิจากการอุดตันอาจมีทางเลือกผ่าตัดแก้การอุดตันหรือเก็บอสุจิจากส่วนอื่นของทางเดินสืบพันธุ์ได้ การเก็บจากอัณฑะจึงไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับทุกคน

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีทั้งด้านสุขภาพทั่วไปและการประสานกับห้องปฏิบัติการรักษาภาวะมีบุตรยาก จุดสำคัญคือทำให้ตัวอย่างเนื้อเยื่อถูกตรวจและจัดเก็บได้ตามแผนทันทีหลังเก็บ

### ตรวจและวางแผนก่อนวันผ่าตัด

แพทย์อาจทบทวนเรื่องต่อไปนี้ตามสาเหตุและสุขภาพของคุณ

- ผลตรวจน้ำเชื้อที่ทำซ้ำอย่างเหมาะสม
- ประวัติการมีบุตร การติดเชื้อ การบาดเจ็บ การทำหมัน หรือการผ่าตัดบริเวณขาหนีบและถุงอัณฑะ
- การตรวจร่างกายอัณฑะ หลอดเก็บอสุจิ และท่อนำอสุจิ
- ผลตรวจฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอสุจิ
- การตรวจพันธุกรรมในผู้ที่มีข้อบ่งชี้
- ผลตรวจเลือดหรือการประเมินก่อนใช้ยาระงับความรู้สึก
- แผนว่าจะใช้อสุจิสดหรือแช่แข็ง และวัน[เก็บไข่](/hdcare/egg-retrieval/)ของคู่สมรสหากทำในรอบเดียวกัน
- สิ่งที่จะทำหากไม่พบอสุจิ หรือพบอสุจิน้อยจนไม่เหมาะกับแผนเดิม

ควรถามให้ชัดว่าห้องปฏิบัติการจะตรวจเนื้อเยื่อระหว่างผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด จะทราบผลเบื้องต้นเมื่อใด และใครเป็นผู้แจ้งผล การวางแผนนี้มีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อจะเก็บไข่ในช่วงเวลาใกล้กัน

### อาหารและน้ำ

หากใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกชนิดที่ทำให้ง่วง คุณต้องงดอาหารและน้ำตามเวลาที่ทีมวิสัญญีแจ้ง โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจกำหนดต่างกันตามชนิดของการระงับความรู้สึกและเวลาผ่าตัด อย่าใช้คำแนะนำทั่วไปแทนคำสั่งที่ได้รับเฉพาะราย

หากผ่าตัดด้วยยาชาเฉพาะที่อย่างเดียว ข้อกำหนดเรื่องการงดอาหารอาจต่างออกไป ให้ยึดคำแนะนำจากสถานพยาบาลเป็นหลัก หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ควรแจ้งทีมรักษาก่อนเริ่มหัตถการ ไม่ควรปิดบังเพราะอาจกระทบความปลอดภัยระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก

### ยาและอาหารเสริม

แจ้งรายชื่อยาทุกชนิด รวมถึง

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน
- ยารักษาความดันโลหิตและโรคหัวใจ
- ฮอร์โมนหรือยาที่ใช้เกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์
- ยาแก้ปวดที่ซื้อใช้เอง
- วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม

ยาบางชนิดและอาหารเสริมบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะบอกว่าควรหยุด ปรับ หรือรับประทานต่อเมื่อใด อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/microtese))

### สิ่งที่ควรเตรียม

- เอกสารยืนยันตัวตน เอกสารนัด และเอกสารสิทธิการรักษา
- ผลตรวจน้ำเชื้อ ผลเลือด ผลฮอร์โมน และผลตรวจพันธุกรรมที่มี
- รายชื่อยา ขนาดที่ใช้ และประวัติแพ้ยา
- กางเกงชั้นในที่พอดีหรืออุปกรณ์พยุงถุงอัณฑะตามที่สถานพยาบาลแนะนำ
- เสื้อผ้าที่หลวมและสวมง่าย
- ผู้พากลับบ้าน หากได้รับยาสลบหรือยาที่ทำให้ง่วง
- ข้อมูลติดต่อของห้องปฏิบัติการหรือศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยาก หากผ่าตัดคนละสถานที่

ถามสถานพยาบาลล่วงหน้าเรื่องการโกนขนบริเวณผ่าตัด ไม่ควรโกนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ เพราะรอยถลอกเล็กๆ อาจเพิ่มโอกาสระคายเคืองหรือติดเชื้อ

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดต่างกันระหว่าง TESE แบบเปิดแผลทั่วไปกับ micro-TESE ที่ใช้กล้องจุลศัลยกรรม แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

1. **ยืนยันตัวตนและแผนการรักษา**  
   ทีมรักษาตรวจเอกสาร ทบทวนข้างที่จะทำ วิธีเก็บอสุจิ การใช้ยาระงับความรู้สึก และแผนส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการ คุณยังสามารถถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่พบอสุจิจากตัวอย่างแรก

2. **เตรียมบริเวณผ่าตัด**  
   เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะและจัดท่าให้เหมาะสม อาจให้ยาปฏิชีวนะเมื่อแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เหมือนกันทุกราย

3. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาชาร่วมกับยาที่ทำให้ง่วง หรือยาสลบ ขึ้นกับวิธีผ่าตัด ระยะเวลาที่คาดไว้ สุขภาพของคุณ และแนวทางของสถานพยาบาล วิธีใช้กล้องจุลศัลยกรรมมักต้องการสภาพแวดล้อมในห้องผ่าตัดและอาจใช้ยาสลบ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/microtese))

4. **เปิดทางเข้าสู่อัณฑะ**  
   แพทย์กรีดผิวหนังถุงอัณฑะและเยื่อหุ้มอัณฑะเพื่อเก็บชิ้นเนื้อ หากเป็น micro-TESE จะเปิดอัณฑะเพื่อให้สามารถใช้กล้องจุลศัลยกรรมตรวจหาท่อสร้างอสุจิได้

5. **เลือกและเก็บเนื้อเยื่อ**  
   ในการผ่าตัดแบบใช้กล้อง แพทย์ใช้กำลังขยายเพื่อมองหาท่อสร้างอสุจิที่มีลักษณะเหมาะ แล้วเก็บตัวอย่างโดยพยายามรักษาเนื้ออัณฑะและหลอดเลือดไว้ให้มากที่สุด หากยังไม่พบ อาจตรวจหลายตำแหน่งหรือพิจารณาอีกข้างตามแผนที่ตกลงไว้ก่อนผ่าตัด

6. **ตรวจหาอสุจิในห้องปฏิบัติการ**  
   นักวิทยาศาสตร์แยกและตรวจเนื้อเยื่อเพื่อค้นหาอสุจิ ห้องปฏิบัติการบางแห่งรายงานผลระหว่างผ่าตัดเพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะเก็บเพิ่มหรือหยุด บางแห่งอาจใช้เวลาตรวจต่อหลังผ่าตัด ผลจึงไม่จำเป็นต้องทราบทันทีทุกราย

7. **ใช้หรือแช่แข็งอสุจิที่พบ**  
   หากพบอสุจิ อาจนำไปฉีดเข้าเซลล์ไข่ตามแผนหรือแช่แข็ง การแช่แข็งขึ้นกับจำนวน คุณภาพ และดุลยพินิจของห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่อสุจิทุกตัวจะผ่านการแช่แข็งและละลายได้เหมือนกัน

8. **ห้ามเลือดและปิดแผล**  
   แพทย์ตรวจห้ามเลือด ปิดเยื่อหุ้มและผิวหนัง อาจใช้ไหมละลาย จากนั้นปิดแผลและพยุงถุงอัณฑะ

9. **สังเกตอาการหลังผ่าตัด**  
   ทีมรักษาตรวจชีพจร ความดัน อาการปวด คลื่นไส้ เลือดออก และการฟื้นจากยาระงับความรู้สึก ก่อนพิจารณาให้กลับบ้านหรือรับไว้สังเกตอาการ

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรรู้ขอบเขตของการผ่าตัด เช่น แพทย์มีแผนตรวจอัณฑะข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และจะหยุดเมื่อใดหากไม่พบอสุจิ ข้อมูลนี้ช่วยลดการตัดสินใจที่ไม่คาดคิดระหว่างผ่าตัด

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาขึ้นกับวิธีที่ใช้และความยากในการค้นหาอสุจิ วิธีเปิดแผลเก็บชิ้นเนื้อขนาดเล็กมักใช้เวลาสั้นกว่าวิธีใช้กล้องจุลศัลยกรรม ส่วนการใช้กล้องอาจใช้เวลาตั้งแต่ช่วงสั้นกว่า 1 ชั่วโมงไปจนถึงใกล้ 2 ชั่วโมงหรือมากกว่า หากต้องตรวจหลายบริเวณหรือทั้งสองข้าง แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าวิธีใช้กล้องส่วนใหญ่มักเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง แต่เวลาในสถานพยาบาลไทยอาจต่างกันตามทีมผ่าตัดและห้องปฏิบัติการ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/microtese))

เวลาที่อยู่ในสถานพยาบาลจะนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก ฟื้นตัว และประเมินก่อนกลับบ้าน หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียวหากอาการคงที่ แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีเลือดออก ปวดมาก หรือฟื้นจากยาสลบช้า อาจต้องสังเกตอาการนานขึ้น

ชนิดของการระงับความรู้สึกอาจเป็น

- ยาชาเฉพาะที่ สำหรับวิธีที่ไม่ซับซ้อนบางแบบ
- ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาที่ช่วยให้ผ่อนคลายหรือง่วง
- ยาสลบ สำหรับการผ่าตัดที่ใช้เวลานานหรือจำเป็นต้องอยู่นิ่ง

ถามทีมรักษาว่าจะใช้วิธีใด เพราะมีผลต่อการงดอาหาร การเดินทางกลับ และเวลาที่กลับไปทำกิจกรรมตามปกติ ผู้ที่ได้รับยาสลบหรือยาที่ทำให้ง่วงไม่ควรขับรถกลับเอง

## พักฟื้นนานแค่ไหน

โดยทั่วไปอาการตึง ปวด บวม หรือมีรอยช้ำเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ในช่วงแรก การฟื้นตัวของ TESA ซึ่งใช้เข็มดูดผ่านผิวหนังมักเร็วกว่า TESE แบบเปิดแผลหรือ micro-TESE แบบใช้กล้อง อย่างไรก็ตาม ขนาดแผลไม่ใช่ปัจจัยเดียว สุขภาพเดิม การห้ามเลือด งานที่ทำ และการเกิดภาวะแทรกซ้อนล้วนมีผล

| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่มักพบ | แนวทางทั่วไป |
|---|---|---|
| วันผ่าตัดถึงวันแรกๆ | ง่วงจากยา ปวดตึง บวม หรือช้ำ | พัก ประคองถุงอัณฑะ และใช้ยาตามแพทย์สั่ง |
| ช่วงหลายวันแรก | เดินได้ แต่อาจไม่สบายเมื่อเคลื่อนไหวเร็ว | ทำกิจวัตรเบาๆ หลีกเลี่ยงแรงกระแทกและการเบ่ง |
| ประมาณ 1–2 สัปดาห์ | แผลและอาการบวมมักค่อยๆ ดีขึ้น | งานเบาอาจกลับไปทำได้เมื่อเดินและนั่งได้สบาย |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | เนื้อเยื่อภายในยังฟื้นตัว | งานยกของหนัก กีฬา และเพศสัมพันธ์ให้รอจนแพทย์อนุญาต |

ช่วงเวลาในตารางเป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่กำหนดสำหรับทุกคน วิธีใช้เข็มอาจกลับไปทำงานเบาได้เร็วกว่า ขณะที่การผ่าตัดแบบเปิดหรือใช้กล้องอาจต้องพักนานกว่า หากงานต้องยืน เดินมาก ขี่รถเป็นเวลานาน หรือยกของหนัก ควรให้ศัลยแพทย์กำหนดวันกลับไปทำงานตามแผลจริง

การดูแลแผลขึ้นกับชนิดไหมและวัสดุปิดแผล คุณควรทราบก่อนกลับบ้านว่าแผลเปียกน้ำได้เมื่อใด ต้องเปลี่ยนผ้าปิดแผลหรือไม่ และไหมจำเป็นต้องตัดหรือเป็นไหมละลาย อย่าใส่ยาหรือสมุนไพรบนแผลเอง

อาการปวดควรค่อยๆ ลดลง ไม่ใช่รุนแรงขึ้นทุกวัน การพยุงถุงอัณฑะอาจช่วยลดการเคลื่อนไหวและความตึง แต่ควรใช้อุปกรณ์ตามที่ทีมผ่าตัดแนะนำ ไม่รัดแน่นจนชา ผิวเปลี่ยนสี หรือปวดมากขึ้น

การหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์และการหลั่งอสุจิมีระยะต่างกันตามขนาดแผลและวิธีผ่าตัด แพทย์จะบอกเวลาที่เหมาะสมกับคุณ หากยังปวด บวม มีเลือดออก หรือแผลไม่ปิด ควรเลื่อนไปก่อนและติดต่อทีมรักษา

การพักฟื้นจากแผลกับการทราบผลอสุจิเป็นคนละเรื่อง ห้องปฏิบัติการอาจรายงานผลเบื้องต้นได้เร็ว แต่การประเมินจำนวน คุณภาพ การแช่แข็ง หรือผลหลังใช้กับเซลล์ไข่อาจใช้เวลาต่อเนื่อง การพบอสุจิไม่ได้หมายความว่าอสุจิทุกตัวจะใช้ได้หรือจะเกิดตัวอ่อนแน่นอน

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

ความเสี่ยงที่ควรเข้าใจมากที่สุดคือ **อาจไม่พบอสุจิ** แม้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว ผลขึ้นกับสาเหตุของการไม่มีอสุจิ การทำงานของอัณฑะ และวิธีเก็บ ผู้ที่ไม่มีอสุจิจากการสร้างบกพร่องมักมีโอกาสเก็บได้ต่ำกว่าผู้ที่มีการอุดตัน ([งานวิจัยใน PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3726782/))

แหล่งข้อมูลต่างประเทศรายงานว่าวิธีใช้กล้องอาจค้นพบอสุจิได้สูงสุดประมาณ 60% ในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ตัวเลขนี้เปลี่ยนไปมากตามสาเหตุและลักษณะผู้ป่วย จึงไม่ควรใช้เป็นโอกาสเฉพาะตัวของคุณ และไม่ใช่อัตราการตั้งครรภ์ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/microtese))

ภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

- **ปวด บวม และรอยช้ำ** พบได้หลังมีแผลหรือเก็บชิ้นเนื้อ โดยทั่วไปควรค่อยๆ ดีขึ้น
- **เลือดออกหรือก้อนเลือดคั่ง** อาจทำให้ถุงอัณฑะบวม ตึง และปวดมาก บางรายต้องได้รับการประเมินหรือรักษาเพิ่มเติม
- **แผลติดเชื้อหรืออัณฑะอักเสบ** อาจมีไข้ แผลแดงร้อน มีหนอง หรือปวดมากขึ้น
- **แผลแยกหรือหายช้า** มีโอกาสมากขึ้นในผู้ที่มีเบาหวาน สูบบุหรี่ หรือมีปัญหาการหายของแผล
- **การบาดเจ็บต่อเนื้ออัณฑะหรือหลอดเลือด** การใช้กล้องช่วยให้เห็นโครงสร้างและเลือกเก็บเนื้อเยื่อ แต่ไม่สามารถทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์
- **เนื้ออัณฑะฝ่อหรือเสียหายถาวร** เป็นภาวะที่พบไม่บ่อย แต่อาจเกิดได้หากเลือดไปเลี้ยงลดลงหรือมีการนำเนื้อเยื่อออกมาก
- **ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง** อาจเกิดชั่วคราวหรือคงอยู่นานในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่การทำงานของอัณฑะลดลงอยู่แล้ว
- **ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก** เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แพ้ยา หรือปัญหาระบบหายใจ ความเสี่ยงขึ้นกับชนิดยาและสุขภาพเดิม
- **อสุจิไม่รอดหลังแช่แข็งและละลาย** แม้พบอสุจิในวันผ่าตัดก็อาจมีจำนวนหรือคุณภาพไม่พอสำหรับการใช้ภายหลัง
- **ไม่เกิดการปฏิสนธิหรือตัวอ่อนไม่พัฒนา** การเก็บอสุจิสำเร็จเป็นเพียงขั้นแรก ผลยังขึ้นกับอสุจิ เซลล์ไข่ ห้องปฏิบัติการ และปัจจัยของคู่สมรส

หากต้องผ่าตัดซ้ำ แพทย์จะพิจารณาผลครั้งก่อน ปริมาณเนื้ออัณฑะที่เก็บไป สุขภาพของอัณฑะ และความเป็นไปได้ที่จะได้ประโยชน์เพิ่ม การทำซ้ำทันทีไม่เหมาะกับทุกคน เพราะเนื้อเยื่อต้องใช้เวลาฟื้นและการผ่าตัดแต่ละครั้งมีความเสี่ยงสะสม

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอดูเอง |
|---|---|
| ถุงอัณฑะบวมเร็ว ตึงมาก หรือขนาดเพิ่มต่อเนื่อง | อาจมีเลือดออกหรือก้อนเลือดคั่ง |
| ปวดรุนแรงขึ้น หรือยาแก้ปวดตามแผนควบคุมไม่ได้ | อาจมีเลือดคั่ง การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น |
| เลือดซึมไม่หยุดหรือชุ่มผ้าปิดแผล | ต้องประเมินแหล่งเลือดออก |
| มีไข้ หนาวสั่น แผลแดงร้อน หรือมีหนอง | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| ผิวถุงอัณฑะคล้ำผิดปกติ ชา หรือเย็น | อาจเกี่ยวข้องกับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ |
| แผลแยกหรือมองเห็นเนื้อเยื่อใต้แผล | อาจต้องดูแลแผลเพิ่มเติม |
| ปัสสาวะไม่ออก เวียนศีรษะมาก เป็นลม หรือหายใจลำบาก | อาจเกี่ยวกับยา เลือดออก หรือภาวะฉุกเฉินอื่น |
| คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่องจนดื่มน้ำไม่ได้ | เสี่ยงขาดน้ำและอาจเป็นผลจากยา |

หากไม่แน่ใจว่าอาการบวมอยู่ในระดับปกติหรือไม่ ให้เปรียบเทียบกับตอนออกจากสถานพยาบาล หากบวมเพิ่มเร็ว ปวดเพิ่ม หรือมีอาการทั่วร่างกายร่วมด้วย ไม่ควรรอถึงวันนัด

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสาเหตุของภาวะไม่มีอสุจิ ทางเลือกขึ้นกับว่าปัญหาเกิดจากการสร้างอสุจิ การอุดตัน การหลั่ง หรือปัจจัยชั่วคราว

### ตรวจยืนยันและรักษาสาเหตุที่แก้ไขได้

หากผลตรวจน้ำเชื้อผิดปกติจากไข้สูง การใช้ฮอร์โมนจากภายนอก ยาบางชนิด หรือโรคที่กระทบการสร้างอสุจิ แพทย์อาจแนะนำให้แก้ปัจจัยนั้นและตรวจซ้ำก่อน การใช้ฮอร์โมนเพศชายจากภายนอกอาจกดการสร้างอสุจิ แต่ไม่ควรหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง

ผู้ที่มีความผิดปกติของฮอร์โมนบางแบบอาจตอบสนองต่อการรักษาที่ตรงสาเหตุ การผ่าตัดเก็บอสุจิจึงอาจยังไม่ใช่ขั้นแรก อย่างไรก็ตาม ไม่มียาหรืออาหารเสริมชนิดใดรับประกันว่าจะทำให้อสุจิกลับมาได้ในทุกสาเหตุ

### เก็บอสุจิจากหลอดเก็บอสุจิหรือใช้เข็มดูดจากอัณฑะ

ผู้ที่มีการอุดตันและยังสร้างอสุจิได้อาจเก็บอสุจิจากหลอดเก็บอสุจิ ซึ่งเป็นอวัยวะที่เก็บและช่วยให้อสุจิเจริญเต็มที่ หรือใช้เข็มดูดจากอัณฑะโดยไม่เปิดแผล ซึ่งเรียกว่า TESA วิธีเหล่านี้อาจมีแผลเล็กกว่า แต่จำนวนและคุณภาพตัวอย่าง รวมถึงโอกาสพบอสุจิ ขึ้นกับตำแหน่งการอุดตันและสาเหตุ

### ผ่าตัดแก้การอุดตัน

ผู้ที่ท่อนำอสุจิอุดตันจากบางสาเหตุอาจพิจารณาผ่าตัดต่อหรือแก้ทางเดินอสุจิ เป้าหมายคือให้อสุจิกลับมาอยู่ในน้ำเชื้อและอาจเปิดโอกาสให้ตั้งครรภ์โดยไม่ต้องเก็บอสุจิทุกครั้ง ความเหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งอุดตัน ระยะเวลาที่เป็น ภาวะเจริญพันธุ์ของคู่สมรส และแผนมีบุตร

### การรักษาเส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ

ผู้ชายบางรายมีเส้นเลือดดำบริเวณถุงอัณฑะโป่งพองและมีความผิดปกติของการสร้างอสุจิ การผ่าตัดรักษาอาจช่วยให้ผลน้ำเชื้อดีขึ้นในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว แต่ไม่รับประกันว่าอสุจิจะกลับมา และต้องใช้เวลาประเมินผล แพทย์จะชั่งน้ำหนักกับอายุและภาวะเจริญพันธุ์ของคู่สมรส

### ใช้อสุจิบริจาคหรือเลือกไม่รักษาต่อ

หากโอกาสพบอสุจิต่ำมาก ไม่พบอสุจิหลังผ่าตัด หรือไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการผ่าตัด อาจพิจารณาอสุจิบริจาคตามกฎหมายและแนวทางของสถานพยาบาล การรับบุตรบุญธรรม หรือเลือกไม่มีบุตร การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยากและผู้ให้คำปรึกษาช่วยให้ทั้งคู่ตัดสินใจตามคุณค่าและความพร้อมของตนเองได้

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการตรวจหรือผ่าตัดหรือไม่ ขึ้นกับสาเหตุทางการแพทย์ ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัด สถานพยาบาลตามสิทธิ และเงื่อนไขในช่วงเวลาที่รับบริการ การผ่าตัดเพื่อวินิจฉัยหรือรักษาโรคอาจถูกพิจารณาต่างจากการเก็บอสุจิเพื่อใช้ในกระบวนการช่วยการเจริญพันธุ์

### ประกันสังคม

สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิว่า

- การประเมินภาวะไม่มีอสุจิและการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้อยู่ในขอบเขตสิทธิหรือไม่
- ต้องมีใบส่งตัวหรือรับการประเมินจากแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะก่อนหรือไม่
- ค่าตรวจทางพันธุกรรม ห้องปฏิบัติการค้นหาอสุจิ การแช่แข็ง และการเก็บรักษาอยู่ในสิทธิเดียวกันหรือไม่
- การรักษาฝ่ายชายและการรักษาฝ่ายหญิงต้องดำเนินการคนละแห่งหรือไม่

อย่าถือว่าการอนุมัติผ่าตัดหมายถึงการครอบคลุมกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกายและการเก็บรักษาอสุจิทั้งหมด เพราะอาจเป็นบริการคนละส่วน

### บัตรทอง

เริ่มสอบถามที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่รับส่งต่อด้านระบบทางเดินปัสสาวะและภาวะมีบุตรยาก ประเด็นที่ควรถาม ได้แก่ ข้อบ่งชี้ที่ครอบคลุม ขั้นตอนการส่งต่อ และรายการที่ต้องขออนุมัติก่อน

บริการผ่าตัดเพื่อรักษาความผิดปกติทางกายอาจมีเงื่อนไขต่างจากบริการช่วยการเจริญพันธุ์ รวมถึงการตรวจอสุจิในเนื้อเยื่อ การแช่แข็ง และการใช้ร่วมกับเซลล์ไข่ จึงควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนกำหนดวันผ่าตัด

### ประกันสุขภาพเอกชน

ติดต่อบริษัทประกันก่อนรักษา โดยแจ้งชื่อหัตถการ เหตุผลทางการแพทย์ รูปแบบผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน และชนิดยาระงับความรู้สึก ควรถามให้แยกชัดเจนว่าแผนคุ้มครองส่วนใดบ้าง เช่น

- ค่าศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์
- ค่าห้องผ่าตัดและการตรวจก่อนผ่าตัด
- ค่าห้องปฏิบัติการค้นหาอสุจิ
- การแช่แข็งและการเก็บรักษา
- การรักษาภาวะแทรกซ้อน
- กระบวนการช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทำต่อจากการเก็บอสุจิ

กรมธรรม์จำนวนหนึ่งแยกภาวะมีบุตรยากออกจากโรคทั่วไป การมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์จึงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ขอเลขอนุมัติหรือหนังสือยืนยันก่อนรักษาหากแผนกำหนดให้อนุมัติล่วงหน้า

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดเก็บอสุจิจากอัณฑะเจ็บไหม

ระหว่างทำไม่ควรรู้สึกเจ็บจากแผล เพราะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบตามวิธีผ่าตัด หลังยาหมดฤทธิ์อาจปวดตึง บวม หรือช้ำได้ โดยวิธีเปิดแผลและใช้กล้องมักพักฟื้นมากกว่าวิธีใช้เข็ม หากปวดเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลงควรติดต่อทีมรักษา

### ถ้าไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ จะพบอสุจิในอัณฑะหรือไม่

อาจพบได้ แต่ไม่สามารถรับประกัน เพราะขึ้นกับสาเหตุของการไม่มีอสุจิ ผู้ที่มีทางเดินอสุจิอุดตันมักมีลักษณะต่างจากผู้ที่อัณฑะสร้างอสุจิบกพร่อง ผลฮอร์โมน การตรวจร่างกาย พันธุกรรม และผลตรวจเดิมช่วยประเมินความเป็นไปได้ แต่ไม่ยืนยันผลก่อนผ่าตัดได้ทุกคน

### พบอสุจิแล้วหมายความว่าจะตั้งครรภ์แน่นอนหรือไม่

ไม่หมายความว่าจะตั้งครรภ์แน่นอน เพราะอสุจิยังต้องใช้ปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ และตัวอ่อนต้องพัฒนาก่อนฝังตัว ผลขึ้นกับคุณภาพของทั้งอสุจิและไข่ อายุและสุขภาพของคู่สมรส รวมถึงกระบวนการในห้องปฏิบัติการ

### อสุจิที่เก็บได้ใช้ทันทีหรือแช่แข็งได้ไหม

ทำได้ทั้งสองแบบหากจำนวนและคุณภาพเหมาะสม โดยต้องวางแผนกับห้องปฏิบัติการล่วงหน้า หากจะใช้สด ต้องประสานวันผ่าตัดกับวันเก็บไข่ หากแช่แข็ง ควรถามว่าพบอสุจิจำนวนเท่าใด แบ่งเก็บอย่างไร และมีแผนอย่างไรหากอสุจิไม่รอดหลังละลาย

### ต้องผ่าตัดอัณฑะทั้งสองข้างไหม

ไม่จำเป็นทุกราย แพทย์อาจเริ่มจากข้างเดียวและพิจารณาอีกข้างเมื่อไม่พบอสุจิหรือได้ตัวอย่างไม่เพียงพอ การตัดสินใจขึ้นกับสาเหตุ ขนาดและสุขภาพของอัณฑะ ผลผ่าตัดเดิม และขอบเขตที่คุณยินยอมไว้

### หลังผ่าตัดกลับบ้านได้วันเดียวกันไหม

หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียวหากอาการคงที่ ไม่มีเลือดออกผิดปกติ และฟื้นจากยาระงับความรู้สึกดี ผู้ที่มีโรคประจำตัว ปวดมาก คลื่นไส้มาก หรือมีภาวะแทรกซ้อนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้น

### กลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบามักกลับไปทำได้ภายในประมาณหลายวันถึง 1–2 สัปดาห์ ขึ้นกับวิธีผ่าตัด อาการปวด และลักษณะงาน งานที่ต้องเดินมาก ยกของหนัก ขี่รถนาน หรือมีแรงกระแทกบริเวณถุงอัณฑะมักต้องพักนานกว่า ให้ศัลยแพทย์ประเมินจากแผลก่อนกลับไปทำงานหนัก

### มีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร

ควรรอจนแผลปิด อาการปวดและบวมลดลง และแพทย์อนุญาต ระยะเวลาขึ้นกับวิธีผ่าตัดและการหายของแผล หากมีเลือดออก แผลแยก หรือยังปวดเมื่อเคลื่อนไหว ควรเลื่อนออกไปและติดต่อทีมรักษา

### การผ่าตัดทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงไหม

อาจลดลงได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่อัณฑะทำงานลดลงอยู่ก่อนหรือจำเป็นต้องเก็บเนื้อเยื่อหลายตำแหน่ง ส่วนใหญ่ต้องประเมินตามอาการและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล หากมีอ่อนเพลีย ความต้องการทางเพศลดลง หรืออาการอื่นหลังผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจฮอร์โมน

### ถ้าครั้งแรกไม่พบอสุจิ ผ่าตัดซ้ำได้ไหม

อาจทำซ้ำได้ในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ควรตัดสินใจโดยอัตโนมัติ แพทย์ต้องทบทวนวิธีที่ใช้ครั้งแรก ผลพยาธิวิทยาหรือผลห้องปฏิบัติการ สาเหตุทางพันธุกรรม ปริมาณเนื้ออัณฑะที่เหลือ และโอกาสได้ประโยชน์เมื่อเทียบกับความเสี่ยง

### จำเป็นต้องตรวจพันธุกรรมก่อนผ่าตัดหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่มีประโยชน์ในผู้ที่สงสัยว่าอัณฑะสร้างอสุจิบกพร่องหรือมีลักษณะเข้าได้กับความผิดปกติทางพันธุกรรม ผลตรวจบางแบบช่วยประเมินโอกาสพบอสุจิและความเสี่ยงถ่ายทอดไปยังบุตร หากพบการขาดหายอย่างสมบูรณ์ของบริเวณ AZFa หรือ AZFb บนโครโมโซม Y โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำ TESE หรือ micro-TESE เพราะแทบไม่พบอสุจิ และควรรับคำปรึกษาทางพันธุกรรมก่อนตัดสินใจ ส่วนความผิดปกติชนิดอื่นต้องประเมินเป็นรายกรณี แพทย์จะพิจารณาจากประวัติ ผลฮอร์โมน และการตรวจร่างกาย

### TESE ต่างจากวิธีใช้กล้องจุลศัลยกรรมอย่างไร

TESE คือการเปิดแผลเพื่อเก็บเนื้ออัณฑะจากตำแหน่งที่เลือก ส่วน micro-TESE คือ TESE ที่ใช้กล้องจุลศัลยกรรมกำลังขยายเพื่อค้นหาท่อสร้างอสุจิที่ดูมีแนวโน้มมากกว่า วิธีใช้กล้องมักพิจารณาในรายที่อัณฑะสร้างอสุจิน้อยและอสุจิอาจอยู่เป็นหย่อมๆ แต่ใช้เวลานานและต้องอาศัยทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า ทั้งสองวิธีต่างจาก TESA ซึ่งใช้เข็มดูดเนื้อเยื่อจากอัณฑะผ่านผิวหนังโดยไม่เปิดแผลเก็บชิ้นเนื้อ

### ควรเตรียมแผนอย่างไรหากไม่พบอสุจิ

ควรตกลงทางเลือกไว้ก่อนวันผ่าตัด เช่น จะหยุดการเก็บไข่ แช่แข็งไข่ที่เก็บได้ พิจารณาอสุจิบริจาค หรือยุติรอบการรักษา การวางแผนล่วงหน้าช่วยลดการตัดสินใจเร่งด่วนในวันที่ทั้งคู่กำลังกังวล และทำให้ทีมผ่าตัดกับห้องปฏิบัติการดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Microsurgical Testicular Sperm Extraction (microTESE)](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/microtese) — เกี่ยวกับ Testicular sperm extraction (TESE) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Sperm Recovery and IVF after Testicular Sperm Extraction (TESE)](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3726782/) — เกี่ยวกับ Testicular sperm extraction (TESE) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Stanford Health Care: Sperm Extraction for Azoospermia](https://stanfordhealthcare.org/medical-conditions/mens-health/azoospermia/treatments/sperm-extraction.html) — เกี่ยวกับ Testicular sperm extraction (TESE) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
