# ผ่าตัดศอกเทนนิส

**ผ่าตัดศอกเทนนิส (Tennis-elbow surgery) คือการนำเนื้อเอ็นที่เสื่อมบริเวณข้อศอกด้านนอกออก และอาจซ่อมหรือยึดเอ็นกลับเข้ากับกระดูก เพื่อลดอาการปวดที่รบกวนการใช้แขน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออาการเรื้อรังและการพัก ปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด หรือการรักษาอื่นไม่ช่วยเพียงพอ ไม่ใช่การรักษาแรกสำหรับคนส่วนใหญ่**

## ประเด็นสำคัญ

- ศอกเทนนิสจำนวนมากรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่ปวดต่อเนื่องจนกระทบงานหรือชีวิตประจำวัน แม้รักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้ว
- ทำได้ทั้งการผ่าตัดแบบเปิดและการส่องกล้องข้อศอก เป้าหมายเหมือนกันคือกำจัดเนื้อเอ็นที่เสื่อม และซ่อมเอ็นเมื่อจำเป็น
- ผู้ป่วยบางรายอาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ในประเทศไทยการรับไว้สังเกตอาการหรือค้างคืนขึ้นกับวิธีผ่าตัด การระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และแนวทางของแต่ละโรงพยาบาล ควรถามสถานพยาบาลที่รักษาโดยตรง

## ผ่าตัดศอกเทนนิส คืออะไร

ศอกเทนนิสเป็นภาวะเอ็นบริเวณปุ่มกระดูกด้านนอกข้อศอกเสื่อมและเกิดรอยฉีกขนาดเล็กจากการใช้งานซ้ำ ชื่ออาจทำให้เข้าใจว่าเกิดเฉพาะกับนักเทนนิส แต่คนที่จับ บิด ดึง ยกของ ใช้เครื่องมือ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ซ้ำๆ ก็มีอาการได้

อาการเด่นคือปวดบริเวณด้านนอกข้อศอก อาจร้าวลงท่อนแขน และมักเจ็บมากขึ้นเมื่อกำของ ยกแก้ว บิดลูกบิด จับไม้กีฬา หรือเหยียดข้อมือต้านแรง บางคนรู้สึกว่าแรงกำมือลดลง แต่ข้อศอกยังดูปกติจากภายนอกได้

การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อจัดการเอ็นที่เสื่อม ไม่ใช่เพียงล้างข้อหรือฉีดยาลดปวด ศัลยแพทย์จะนำส่วนของเอ็นที่ผิดปกติออก ซึ่งเรียกว่า “การตัดเล็มเนื้อเยื่อ” จากนั้นอาจเย็บเอ็นเข้ากับเอ็นส่วนที่แข็งแรง หรือยึดกลับกับกระดูกตามขนาดและตำแหน่งของความเสียหาย [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm)

วิธีหลักมี 2 แบบ

| วิธีผ่าตัด | ทำอย่างไร | มักเหมาะเมื่อ |
|---|---|---|
| ผ่าตัดแบบเปิด | เปิดแผลบริเวณด้านนอกข้อศอกเพื่อเข้าถึงเอ็นโดยตรง | ต้องซ่อมเอ็นชัดเจน หรือต้องเข้าถึงบริเวณกว้าง |
| ผ่าตัดส่องกล้องข้อศอก | ใส่กล้องและเครื่องมือผ่านแผลขนาดเล็กเพื่อดูภายในข้อและตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ | ต้องการตรวจหรือแก้ปัญหาอื่นภายในข้อพร้อมกัน และลักษณะโรคเหมาะสม |

แผลเล็กไม่ได้แปลว่าการส่องกล้องเหมาะกับทุกคน ข้อศอกเป็นพื้นที่แคบและมีเส้นประสาทกับหลอดเลือดอยู่ใกล้ ศัลยแพทย์จึงเลือกวิธีตามตำแหน่งของเอ็นที่เสียหาย ปัญหาร่วมภายในข้อ ประวัติการผ่าตัดเดิม และความชำนาญของทีมผ่าตัด

เป้าหมายคือช่วยลดอาการและทำให้กลับมาใช้แขนได้ดีขึ้น แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันทุกคน บางคนยังมีอาการปวด อ่อนแรง หรือข้อศอกตึงหลังผ่าตัด และยังต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัด

ศัลยแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีองค์ประกอบหลายข้อร่วมกัน เช่น

- ปวดด้านนอกข้อศอกต่อเนื่องและรบกวนงาน การนอน หรือกิจวัตรประจำวัน
- อาการสัมพันธ์กับเอ็นข้อศอกด้านนอกจริง ไม่ใช่เกิดจากเส้นประสาท ข้ออักเสบ หรืออาการปวดร้าวจากคอ
- ผ่านการพักและปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด อุปกรณ์พยุง หรือการรักษาอื่นอย่างเหมาะสมแล้ว แต่อาการยังไม่ดีพอ
- แรงกำมือหรือความสามารถในการใช้แขนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ผลตรวจร่างกายและภาพถ่ายทางการแพทย์สนับสนุนว่ามีเอ็นเสื่อมหรือฉีก และสอดคล้องกับตำแหน่งที่ปวด
- ผู้ป่วยเข้าใจว่าต้องพักแขนและทำกายภาพหลังผ่าตัด ไม่สามารถกลับไปใช้แขนหนักได้ทันที

แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่ามักทดลองรักษาวิธีอื่นก่อนเป็นเวลาหลายเดือน อย่างไรก็ตาม ไม่มีระยะเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน การตัดสินใจขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ลักษณะงาน การรักษาที่เคยได้รับ และความแน่ชัดของการวินิจฉัย [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm)

### ใครอาจยังไม่ควรผ่าตัด

การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบ หากอาการเพิ่งเริ่ม ยังไม่ได้ปรับกิจกรรมหรือทำกายภาพอย่างเพียงพอ หรืออาการดีขึ้นต่อเนื่องด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ศอกเทนนิสจำนวนมากค่อยๆ ดีขึ้นได้ แม้การฟื้นตัวอาจใช้เวลานาน [Healthdirect](https://www.healthdirect.gov.au/surgery/surgery-for-tennis-elbow)

ควรทบทวนการวินิจฉัยก่อนผ่าตัด หากมีลักษณะต่อไปนี้

- ชาหรือเสียวซ่าลงมือเด่นกว่าอาการปวดข้อศอก
- ปวดคอหรือหัวไหล่ร่วมกับอาการร้าวลงแขน
- ข้อศอกบวม แดง ร้อน หรือมีไข้
- ข้อติดมาก มีเสียงสะดุด หรือล็อก
- เคยบาดเจ็บรุนแรงหรือสงสัยกระดูกหัก
- ตำแหน่งปวดไม่ตรงกับเอ็นข้อศอกด้านนอก

อาการเหล่านี้อาจมาจากเส้นประสาทถูกกด โรคภายในข้อ การติดเชื้อ ข้ออักเสบ หรือปัญหาจากบริเวณอื่น การผ่าตัดเอ็นอาจไม่ช่วยหากสาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่เอ็นดังกล่าว

การติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้ ภาวะสุขภาพที่ทำให้ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึกสูง หรือโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี อาจทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัด ทีมรักษาจะประเมินเป็นรายบุคคล ไม่ควรสรุปเองว่าคุณผ่าตัดได้หรือไม่ได้จากโรคประจำตัวเพียงอย่างเดียว

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนวันผ่าตัด คุณจะได้รับการตรวจเพื่อยืนยันสาเหตุของอาการและวางแผนวิธีผ่าตัด ศัลยแพทย์มักสอบถามลักษณะงาน กีฬาที่เล่น ระยะเวลาที่ปวด วิธีรักษาที่เคยลอง และผลต่อการใช้ชีวิต จากนั้นตรวจตำแหน่งกดเจ็บ แรงกำมือ การเคลื่อนไหวข้อศอก และการทำงานของเส้นประสาท

ภาพเอกซเรย์อาจใช้ดูความผิดปกติของกระดูกหรือข้อ ส่วนอัลตราซาวด์หรือการตรวจด้วยสนามแม่เหล็กอาจช่วยประเมินเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อ แต่ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องตรวจทุกชนิด ผลภาพต้องพิจารณาร่วมกับอาการ เพราะการพบเอ็นเสื่อมในภาพไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอ

### แจ้งข้อมูลสำคัญให้ทีมผ่าตัด

เตรียมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้ รวมถึงยาซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม แจ้งประวัติแพ้ยา การผ่าตัดเดิม ปัญหาเลือดออกง่าย โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน และการใช้ยาสูบ

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานบางชนิด รวมถึงยาฉีด
- ยาแก้ปวดบางกลุ่ม
- สมุนไพร วิตามิน หรืออาหารเสริมบางชนิด

อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือด หัวใจขาดเลือด หรือหลอดเลือดสมองอุดตัน ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าอะไรต้องหยุดหรือปรับ และควรทำเมื่อใดตามโรคประจำตัวของคุณ

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

โรงพยาบาลจะบอกช่วงเวลาที่ต้องงดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มตามชนิดของยาระงับความรู้สึก ให้ทำตามคำแนะนำเฉพาะของทีมผ่าตัด หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ควรแจ้งตามจริง เพราะอาจต้องปรับเวลาเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก

หากมีไข้ ไอ หวัด การติดเชื้อ แผลที่แขน หรืออาการเจ็บป่วยใหม่ก่อนผ่าตัด ให้ติดต่อโรงพยาบาล การผ่าตัดบางรายอาจต้องเลื่อนจนกว่าอาการจะปลอดภัยขึ้น [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm)

### วางแผนชีวิตหลังผ่าตัด

ควรจัดบ้านและงานล่วงหน้า เพราะแขนข้างที่ผ่าตัดอาจใส่ผ้าพันแผลหนาหรืออุปกรณ์พยุงชั่วคราว เตรียมเสื้อที่สวมง่าย วางของใช้ประจำให้อยู่ในระดับหยิบสะดวก และขอให้คนใกล้ชิดช่วยเรื่องที่ต้องใช้สองมือ

จัดผู้พากลับบ้าน โดยเฉพาะเมื่อได้รับยากล่อมประสาทหรือยาสลบ คุณไม่ควรขับรถเองจนกว่าฤทธิ์ยาจะหมดและสามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยตามที่ศัลยแพทย์อนุญาต

สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล ได้แก่

- บัตรประชาชนและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยาและข้อมูลการแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายเดิม หากอยู่คนละสถานพยาบาล
- เสื้อผ้าที่หลวมและสวมง่าย
- ข้อมูลติดต่อผู้ที่จะพากลับบ้าน

การลดหรือหยุดสูบบุหรี่ช่วยลดปัจจัยที่รบกวนการหายของแผลและเอ็น หากหยุดเองยาก ให้แจ้งทีมรักษาตั้งแต่ก่อนผ่าตัดเพื่อวางแผนที่เหมาะสม

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดต่างกันตามวิธีผ่าตัด แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้

1. **ตรวจยืนยันตัวและข้างที่จะผ่าตัด**  
   ทีมจะทบทวนประวัติ การแพ้ยา การงดอาหาร และทำเครื่องหมายบริเวณผ่าตัด คุณมีโอกาสถามเรื่องวิธีผ่าตัดและแผนระงับความรู้สึกก่อนเริ่ม

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   อาจใช้การฉีดยาชาเฉพาะส่วนเพื่อทำให้แขนชา ใช้ยากล่อมประสาทร่วมด้วย หรือใช้ยาสลบ ขึ้นกับวิธีผ่าตัด สุขภาพของคุณ และแผนของวิสัญญีแพทย์ [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm)

3. **จัดท่าและทำความสะอาดผิวหนัง**  
   ทีมจะจัดแขนให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงเอ็นได้สะดวก ทำความสะอาดผิวหนัง และคลุมบริเวณผ่าตัดด้วยผ้าปลอดเชื้อ

4. **เข้าถึงบริเวณเอ็น**  
   หากเป็นแบบเปิด ศัลยแพทย์จะเปิดแผลด้านนอกข้อศอกเพื่อเห็นเอ็นโดยตรง หากเป็นการส่องกล้อง จะเปิดช่องขนาดเล็กสำหรับกล้องและเครื่องมือ แล้วตรวจภายในข้อผ่านภาพบนจอ

5. **นำเนื้อเอ็นที่เสื่อมออก**  
   ศัลยแพทย์ตัดเล็มส่วนของเอ็นที่ผิดปกติออก โดยพยายามเก็บเนื้อเอ็นที่แข็งแรงไว้ การส่องกล้องยังช่วยให้ตรวจปัญหาบางอย่างภายในข้อได้ในคราวเดียวกัน [Healthdirect](https://www.healthdirect.gov.au/surgery/surgery-for-tennis-elbow)

6. **ซ่อมหรือยึดเอ็นเมื่อจำเป็น**  
   หากเอ็นแยกจากตำแหน่งเกาะหรือมีความเสียหายมาก อาจเย็บซ่อม ยึดกลับกับกระดูก หรือเชื่อมเข้ากับเนื้อเอ็นที่แข็งแรง วิธีที่ใช้ขึ้นกับสิ่งที่พบจริงระหว่างผ่าตัด

7. **ปิดแผลและพันแขน**  
   หลังตรวจเลือดออกและความเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะปิดแผลและใส่ผ้าพันแผล บางรายใส่อุปกรณ์พยุงเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวช่วงแรก

8. **เฝ้าดูอาการหลังผ่าตัด**  
   คุณจะอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อติดตามการหายใจ ความดันโลหิต อาการปวด คลื่นไส้ และการไหลเวียนเลือดที่มือ หากอาการคงที่และไม่มีเหตุให้เฝ้าระวังต่อ มักกลับบ้านได้ในวันเดียว

สิ่งที่ทำจริงอาจต่างจากแผนเดิม หากศัลยแพทย์พบความเสียหายของเอ็นหรือปัญหาภายในข้อที่มากกว่าภาพตรวจก่อนผ่าตัด ควรถามล่วงหน้าว่ามีขั้นตอนใดที่อาจต้องทำเพิ่ม และต้องขอความยินยอมอย่างไร

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดศอกเทนนิสมักเป็นการผ่าตัดระยะสั้น แต่ไม่มีเวลาตายตัว แบบเปิดที่ซับซ้อนไม่มากอาจใช้เวลาน้อยกว่าการส่องกล้องที่ต้องตรวจและแก้ปัญหาหลายจุด เวลายังขึ้นกับการซ่อมเอ็น สิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด และการจัดเตรียมยาระงับความรู้สึก

แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่าการผ่าตัดชนิดนี้มักใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ขณะที่ข้อมูลการผ่าตัดข้อศอกโดยรวมระบุว่าแต่ละหัตถการอาจใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าขั้นตอนจริงไม่ได้เหมือนกันทุกคน [Healthdirect](https://www.healthdirect.gov.au/surgery/surgery-for-tennis-elbow) [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/elbow-surgery)

เวลาที่อยู่โรงพยาบาลจะนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก และเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น โดยทั่วไปมักเป็นการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียว แต่บางคนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักค้างคืน หากมีโรคประจำตัว คลื่นไส้มาก ปวดควบคุมไม่ได้ หรือเกิดเหตุที่ต้องติดตาม

ชนิดของยาระงับความรู้สึกอาจเป็น

- ยาชาเฉพาะส่วนที่ทำให้แขนชา
- ยาชาร่วมกับยากล่อมประสาท
- ยาสลบ
- การใช้มากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกัน

วิสัญญีแพทย์จะเลือกจากชนิดการผ่าตัด สุขภาพโดยรวม ประวัติแพ้ยา และความต้องการด้านความปลอดภัย

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ช่วงพักฟื้นแบ่งเป็นการหายของแผล การกลับมาเคลื่อนไหว การสร้างกำลังของเอ็น และการกลับไปทำงานหรือกีฬา ไม่ควรใช้เพียงความเจ็บเป็นตัวตัดสินว่าเอ็นพร้อมรับแรงแล้ว เพราะอาการปวดอาจลดลงก่อนที่เนื้อเยื่อจะฟื้นเต็มที่

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| วันแรกๆ | ปวด บวม ตึง และอาจยังชาจากยาชา แขนอาจมีผ้าพันหรืออุปกรณ์พยุง | รักษาแผลตามคำสั่ง ขยับนิ้ว และสังเกตสีหรืออุณหภูมิของมือ |
| ช่วงสัปดาห์แรกๆ | แผลเริ่มหาย ศัลยแพทย์อาจให้เริ่มขยับข้อศอกตามแผน | ไม่ยกของ ดัน ดึง หรือบิดแขนเกินที่อนุญาต |
| ช่วงหลายสัปดาห์ถัดมา | เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวและเริ่มเสริมกำลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป | ไม่เร่งออกแรงเพียงเพราะแผลภายนอกปิดแล้ว |
| ช่วงหลายเดือน | กลับไปทำงานใช้แรงหรือกีฬาเป็นลำดับ | ต้องผ่านการประเมินแรง การเคลื่อนไหว และความทนทานก่อน |

ในช่วงแรกอาจมีผ้าพันแผลหนาหรืออุปกรณ์พยุงข้อศอก ศัลยแพทย์จะกำหนดว่าเริ่มขยับได้เมื่อใดตามชนิดการซ่อมเอ็น บางรายเริ่มเคลื่อนไหวเบาๆ ค่อนข้างเร็วเพื่อลดข้อตึง ขณะที่บางรายต้องป้องกันเอ็นนานกว่าเพราะมีการยึดซ่อม

งานเบาที่ไม่ต้องยก ดัน ดึง หรือพิมพ์ต่อเนื่องอาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานใช้แรง แต่ควรปรับโต๊ะ เก้าอี้ เมาส์ คีย์บอร์ด และช่วงพัก หากงานต้องจับเครื่องมือ บิดแขน ยกของ หรือทำงานเหนือศีรษะ มักต้องพักนานกว่าและอาจต้องกลับแบบจำกัดหน้าที่ก่อน

การกลับไปขับรถไม่ได้ขึ้นกับจำนวนวันอย่างเดียว คุณต้องไม่อยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาที่ทำให้ง่วง ไม่ใส่อุปกรณ์ที่ขัดขวางการควบคุมรถ และต้องจับพวงมาลัยหรือเบรกฉุกเฉินได้อย่างมั่นคง ควรรอการอนุญาตจากทีมผ่าตัด

การกลับไปเล่นกีฬาที่ใช้ไม้ แร็กเกต หรือการขว้างมักใช้เวลาหลายเดือน MedlinePlus ระบุว่าหลายคนกลับไปทำกิจกรรมที่ใช้ข้อศอกได้ในช่วงประมาณ 4-6 เดือน แต่กรอบนี้มาจากข้อมูลต่างประเทศและไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน ระยะจริงขึ้นกับวิธีผ่าตัด ความแข็งแรงก่อนผ่าตัด ชนิดกีฬา และความต่อเนื่องของกายภาพบำบัด [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm)

กายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการลดข้อตึง ฟื้นช่วงการเคลื่อนไหว และเพิ่มกำลังของกล้ามเนื้อท่อนแขน นักกายภาพจะเพิ่มความหนักเป็นขั้น ไม่ควรนำโปรแกรมของคนอื่นมาทำเอง เพราะข้อจำกัดหลังตัดเล็มเอ็นกับหลังเย็บยึดเอ็นอาจต่างกัน

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง แม้ทีมรักษาจะวางแผนเพื่อลดความเสี่ยงแล้วก็ตาม สิ่งที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดและยาระงับความรู้สึก ได้แก่

- เลือดออกหรือก้อนเลือดคั่ง
- แผลติดเชื้อ
- แพ้ยาหรือวัสดุที่ใช้
- ปัญหาการหายใจหรือภาวะแทรกซ้อนจากยาระงับความรู้สึก
- ลิ่มเลือด ซึ่งความเสี่ยงขึ้นกับสุขภาพและการเคลื่อนไหวหลังผ่าตัด

ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการผ่าตัดบริเวณข้อศอกโดยเฉพาะ ได้แก่

- ข้อศอกตึงหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง
- แรงกำมือหรือแรงท่อนแขนลดลง
- อาการปวดยังคงอยู่หรือกลับมาเป็นอีก
- แผลเป็นเจ็บเมื่อสัมผัส
- เส้นประสาทบาดเจ็บ ทำให้ชา ปวดแปลบ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- หลอดเลือดบาดเจ็บ
- เอ็นไม่ติดหรือหายช้า
- กลุ่มอาการปวดซับซ้อนเฉพาะที่ (CRPS) ซึ่งอาจทำให้ปวดแสบร้อนหรือไวต่อการสัมผัสเกินคาด บวม ข้อฝืด และสีหรืออุณหภูมิผิวเปลี่ยน
- ต้องทำกายภาพเป็นเวลานาน
- ต้องรับการรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

ข้อศอกมีเส้นประสาทและหลอดเลือดหลายโครงสร้างอยู่ในพื้นที่แคบ การส่องกล้องจึงเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญ และไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง งานทบทวนการส่องกล้องข้อศอกหลายโรครายงานว่าข้อตึง การผ่าตัดซ้ำ และการบาดเจ็บของเส้นประสาทเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ แต่ตัวเลขจากงานดังกล่าวรวมการผ่าตัดข้อศอกหลายประเภท จึงไม่ควรนำมาใช้ทำนายความเสี่ยงเฉพาะของผู้ที่ผ่าตัดศอกเทนนิสโดยตรง [งานทบทวนอย่างเป็นระบบ](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9720815/)

ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามอายุ เบาหวาน การสูบบุหรี่ น้ำหนักตัว โรคหัวใจหรือปอด การผ่าตัดเดิม และขอบเขตการซ่อมเอ็น ก่อนให้ความยินยอม ควรถามศัลยแพทย์ว่าในกรณีของคุณกังวลภาวะแทรกซ้อนใดมากที่สุด และมีแผนลดความเสี่ยงอย่างไร

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน อาการปวดและบวมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ แต่ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือกลับไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืดมาก หรือหมดสติ
- เลือดออกจากแผลมาก ต่อเนื่อง หรือซึมผ่านผ้าพันแผลอย่างรวดเร็ว
- ปวดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หรือปวดไม่สัมพันธ์กับการฟื้นตัวตามที่ทีมผ่าตัดอธิบาย
- มือหรือนิ้วซีด เขียว เย็น หรือบวมตึงมาก
- ชาหรืออ่อนแรงมากขึ้นหลังฤทธิ์ยาชาควรลดลงแล้ว
- ขยับนิ้วไม่ได้ หรือการขยับลดลงอย่างฉับพลัน
- แผลแดงร้อน บวมมาก มีหนอง มีกลิ่น หรือแผลแยก
- มีไข้ร่วมกับอาการแผลผิดปกติหรือรู้สึกป่วยมาก
- น่องบวม เจ็บ หรือมีอาการที่สงสัยลิ่มเลือด
- ล้ม กระแทก หรือออกแรงจนรู้สึกเหมือนเอ็นขาดหรือมีเสียงผิดปกติ
- ปวดแสบร้อนหรือไวต่อการสัมผัสเกินคาด บวม ข้อฝืด หรือสีหรืออุณหภูมิผิวเปลี่ยนมากขึ้น ควรติดต่อทีมผ่าตัดโดยเร็ว

หากไม่แน่ใจว่าเป็นอาการฉุกเฉินหรือไม่ ให้ใช้ความรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงของอาการเป็นหลัก อาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มือเปลี่ยนสี หรือเลือดออกควบคุมไม่ได้ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ควรรอถึงวันนัด

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับศอกเทนนิสส่วนใหญ่ การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมุ่งลดแรงกระทำซ้ำ ฟื้นกำลังกล้ามเนื้อ และให้เวลาเอ็นปรับตัว วิธีที่เหมาะขึ้นกับสาเหตุจากงานหรือกีฬา ระยะเวลาที่ปวด และการรักษาที่เคยได้รับ

### พักและปรับกิจกรรม

ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้แขนทุกอย่าง แต่ควรลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ เช่น การกำแน่น บิดข้อมือ ยกของโดยคว่ำมือ หรือใช้เครื่องมือที่ต้องออกแรงซ้ำ อาจเปลี่ยนขนาดด้ามจับ ลดน้ำหนักอุปกรณ์ แบ่งงานเป็นช่วง หรือเปลี่ยนเทคนิคการเล่นกีฬา [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm)

### กายภาพบำบัด

การฝึกยืดและเสริมกำลังกล้ามเนื้อท่อนแขนอย่างเป็นขั้นช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแรง นักกายภาพยังประเมินการเคลื่อนไหวของไหล่ ข้อมือ และท่าทางการทำงาน ซึ่งอาจทำให้ข้อศอกรับภาระมากเกินไป

การทำกายภาพต้องต่อเนื่องและใช้เวลา หากทำแล้วเจ็บมากขึ้น ควรปรับความหนักหรือท่า ไม่ใช่ฝืนจนเอ็นระคายเคืองเพิ่ม

### อุปกรณ์พยุง

สายรัดท่อนแขนหรืออุปกรณ์พยุงข้อมืออาจช่วยลดแรงที่ส่งไปยังเอ็นระหว่างกิจกรรมบางอย่าง แต่ไม่ควรใช้แทนการปรับงานและฟื้นกำลัง หากรัดแน่นเกินไปอาจทำให้ชา บวม หรือระคายเคืองได้

### ยาและการฉีดรักษา

ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบบางชนิดอาจช่วยควบคุมอาการระยะสั้น แต่ไม่ได้ซ่อมเอ็นโดยตรง และไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้มีโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ หรือใช้ยาป้องกันลิ่มเลือด

การฉีดรักษามีหลายแนวทาง หลักฐานและผลระยะยาวแตกต่างกัน การฉีดสเตียรอยด์อาจบรรเทาอาการช่วงหนึ่ง แต่ต้องชั่งประโยชน์กับผลต่อเนื้อเอ็น ส่วนการฉีดสารจากเลือดของผู้ป่วยหรือสารชนิดอื่นยังควรพิจารณาตามหลักฐาน ข้อจำกัด และประสบการณ์ของผู้รักษา ไม่ควรถือว่าเป็นวิธีที่รับประกันผล

### รอดูอาการต่อ

หากอาการกำลังดีขึ้น ไม่มีสัญญาณของโรคอื่น และยังทำกิจวัตรได้ การรอดูอาการพร้อมปรับกิจกรรมเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่าหลายคนฟื้นได้โดยไม่ผ่าตัด แม้บางรายใช้เวลานาน [Healthdirect](https://www.healthdirect.gov.au/surgery/surgery-for-tennis-elbow)

หากการรักษาเดิมไม่ช่วย ควรทบทวนว่าทำต่อเนื่องและตรงกับสาเหตุหรือไม่ รวมถึงตรวจว่ามีเส้นประสาทถูกกดหรือปัญหาภายในข้อร่วมด้วย ก่อนสรุปว่าต้องผ่าตัด

## สิทธิการรักษา

ความคุ้มครองขึ้นกับสิทธิของคุณ สถานพยาบาลตามสิทธิ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และขั้นตอนการส่งต่อ การที่แพทย์เห็นว่าควรผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าทุกเทคนิคหรืออุปกรณ์จะได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน

### ประกันสังคม

เริ่มสอบถามที่สถานพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะประเมินว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือควรรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อ หากสถานพยาบาลไม่มีศักยภาพ อาจต้องใช้ระบบส่งต่อตามเกณฑ์

ควรถามว่า

- ต้องมีใบส่งต่อหรือไม่
- ต้องใช้ผลตรวจหรือประวัติการรักษาใด
- วิธีผ่าตัดที่วางแผนอยู่ในสิทธิหรือไม่
- กายภาพบำบัดหลังผ่าตัดดำเนินการที่ใด
- หากไปรักษานอกสถานพยาบาลตามสิทธิ จะมีเงื่อนไขอย่างไร

### บัตรทอง

โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่กำหนด เพื่อรับการประเมินและส่งต่อไปยังแผนกกระดูกและข้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ ขั้นตอนอาจต่างกันตามพื้นที่และเครือข่ายบริการ

สอบถามหน่วยบริการเรื่องเอกสารส่งต่อ ลำดับการนัดตรวจ การตรวจภาพที่จำเป็น และสถานที่ทำกายภาพหลังผ่าตัด อย่านัดผ่าตัดนอกเครือข่ายก่อนตรวจสอบสิทธิ เพราะอาจไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจข้อกำหนดเรื่องระยะรอคอย โรคหรืออาการที่มีมาก่อน การอนุมัติก่อนผ่าตัด วงเงินห้องพัก และความคุ้มครองกายภาพบำบัด บริษัทประกันอาจขอรายงานแพทย์ ผลตรวจ และประวัติการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนอนุมัติ

ขอให้โรงพยาบาลแยกรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าศัลยกรรม ยาระงับความรู้สึก อุปกรณ์ การตรวจ และกายภาพบำบัด เพื่อส่งตรวจสิทธิ โดยไม่ควรคาดว่าการอนุมัติการผ่าตัดจะครอบคลุมทุกองค์ประกอบโดยอัตโนมัติ

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดศอกเทนนิสจำเป็นสำหรับทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นได้ด้วยการปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด และเวลา การผ่าตัดมักสงวนไว้เมื่อปวดเรื้อรัง กระทบการใช้แขน และรักษาวิธีอื่นอย่างเหมาะสมแล้วไม่ดีพอ

### ต้องลองรักษานานเท่าไรก่อนตัดสินใจผ่าตัด

โดยทั่วไปควรลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน แต่ไม่มีระยะเดียวสำหรับทุกคน ศัลยแพทย์จะพิจารณาระยะอาการ ความรุนแรง ลักษณะงาน ผลตรวจ และวิธีที่คุณเคยลองจริง

### ผ่าตัดแบบเปิดหรือส่องกล้องดีกว่ากัน

ไม่มีวิธีใดดีกว่าสำหรับทุกคน แบบเปิดช่วยให้เข้าถึงเอ็นโดยตรง ส่วนการส่องกล้องช่วยตรวจภายในข้อผ่านแผลขนาดเล็ก วิธีที่เหมาะขึ้นกับตำแหน่งความเสียหาย ปัญหาร่วม และความชำนาญของศัลยแพทย์

### ผ่าตัดแล้วต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่

ส่วนใหญ่มักกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ แต่บางคนอาจต้องพักสังเกตอาการหรือค้างคืนจากโรคประจำตัว ผลของยาระงับความรู้สึก หรือเหตุที่พบระหว่างผ่าตัด

### หลังผ่าตัดจะเจ็บมากไหม

มักมีอาการปวด บวม และตึงในช่วงแรก โดยระดับอาการต่างกันตามวิธีผ่าตัดและการซ่อมเอ็น ทีมรักษาจะวางแผนควบคุมอาการปวด และควรแจ้งหากปวดรุนแรงขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น

### ต้องใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงนานไหม

บางรายใช้เพียงผ้าพันแผล ขณะที่บางรายต้องใส่อุปกรณ์พยุงเพื่อป้องกันเอ็นที่ซ่อม ระยะเวลาขึ้นกับวิธีผ่าตัดและความแข็งแรงของการซ่อม ไม่ควรถอดหรือปรับเองก่อนรับคำแนะนำ

### เริ่มขยับข้อศอกได้เมื่อไร

มักเริ่มขยับอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามแผนของศัลยแพทย์และนักกายภาพ แต่เวลาที่เหมาะไม่เหมือนกัน การตัดเล็มเอ็นอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดต่างจากการเย็บยึดเอ็นกลับกับกระดูก

### กลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานโต๊ะหรืองานเบามักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยก ดึง บิด หรือจับเครื่องมือ ระยะจริงขึ้นกับแขนข้างที่ผ่าตัด ความปวด วิธีเดินทาง และนายจ้างสามารถปรับหน้าที่ให้ได้หรือไม่

### กลับไปเล่นเทนนิสหรือกีฬาได้เมื่อไร

กีฬาที่ใช้ข้อศอกมากมักต้องรอหลายเดือนและกลับเป็นขั้น MedlinePlus ระบุช่วงประมาณ 4-6 เดือนสำหรับหลายคน แต่ศัลยแพทย์และนักกายภาพต้องประเมินการเคลื่อนไหว แรง และการควบคุมแขนก่อนอนุญาต

### การผ่าตัดรับประกันว่าอาการปวดจะหายหรือไม่

ไม่รับประกัน เพราะบางคนยังมีอาการปวด อ่อนแรง ข้อตึง หรือมีสาเหตุอื่นร่วมอยู่ ผลขึ้นกับความถูกต้องของการวินิจฉัย ระดับความเสียหาย การซ่อมเอ็น และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด

### ศอกเทนนิสกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่

กลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะหากกลับไปทำกิจกรรมเดิมเร็วเกินไป เทคนิคการทำงานหรือกีฬาไม่เปลี่ยน หรือกล้ามเนื้อยังไม่พร้อม การปรับอุปกรณ์ ท่าทาง และการเพิ่มแรงอย่างเป็นขั้นช่วยลดปัจจัยกระตุ้นได้

### ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือไม่

ยาป้องกันลิ่มเลือดบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ผู้ดูแลโรคเดิมจะกำหนดเวลาเฉพาะจากชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงของคุณ

### หากยังไม่พร้อมผ่าตัด สามารถรอต่อได้หรือไม่

มักรอพร้อมรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อได้ หากไม่มีภาวะเร่งด่วนและการวินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นศอกเทนนิส ระหว่างรอควรปรับกิจกรรม ทำกายภาพ และกลับไปประเมินใหม่หากอาการเปลี่ยนหรือการใช้แขนลดลง

### ควรถามอะไรศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าสาเหตุของอาการแน่ชัดเพียงใด เคยลองทางเลือกอื่นครบหรือยัง จะผ่าตัดแบบใด ต้องซ่อมเอ็นหรือไม่ ความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร และงานหรือกีฬาของคุณต้องพักประมาณใด คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจจากสภาพจริงของคุณ ไม่ใช่จากชื่อการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Tennis elbow surgery: MedlinePlus Medical Encyclopedia](https://medlineplus.gov/ency/article/007590.htm) — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [healthdirect.gov.au: Surgery for tennis elbow | healthdirect](https://www.healthdirect.gov.au/surgery/surgery-for-tennis-elbow) — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of Elbow Arthroscopic Surgery: A Systematic Review ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9720815/) — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [Cleveland Clinic: Elbow Surgery: Types, What To Expect & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/elbow-surgery) — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
