# ผ่าตัดตาเหล่

**ผ่าตัดตาเหล่ (Strabismus surgery) คือการปรับความตึงหรือตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ควบคุมลูกตา เพื่อให้ดวงตาทั้งสองข้างอยู่ในแนวที่เหมาะสมขึ้นและอาจช่วยให้ทำงานร่วมกันดีขึ้น การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อแว่นตา ปริซึม การปิดตา หรือการรักษาสาเหตุอื่นยังแก้แนวตาและอาการได้ไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ตาเหล่ต้องผ่าตัด**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดไม่ได้เปิดเข้าไปภายในลูกตา แต่ทำที่กล้ามเนื้อด้านนอกของลูกตา โดยแพทย์จะทำให้กล้ามเนื้อบางมัดอ่อนแรงลง แข็งแรงขึ้น หรือย้ายตำแหน่งตามชนิดของตาเหล่
- จุดประสงค์อาจเป็นการลดภาพซ้อน ปรับแนวตา ลดการเอียงศีรษะ หรือช่วยให้ตาทั้งสองข้างทำงานร่วมกัน แต่ผลที่เป็นไปได้ต่างกันตามอายุ สาเหตุ ระยะเวลาที่เป็น และการมองเห็นเดิม
- หลังผ่าตัดมักกลับบ้านได้ในวันเดียวและพักงานช่วงสั้นๆ แต่ตาแดง ระคายเคือง หรือมองเห็นภาพซ้อนชั่วคราวอาจอยู่ต่ออีกหลายสัปดาห์ การเข้าที่และหายเต็มที่อาจใช้เวลาหลายเดือน

## ผ่าตัดตาเหล่ คืออะไร

ตาเหล่คือภาวะที่ดวงตาทั้งสองข้างมองไม่ตรงไปยังจุดเดียวกัน ตาข้างหนึ่งอาจเบนเข้า เบนออก เบนขึ้น หรือเบนลง อาการอาจเป็นตลอดเวลาหรือเกิดเป็นบางช่วง และอาจพบตั้งแต่วัยเด็กหรือเกิดขึ้นใหม่ในผู้ใหญ่

การผ่าตัดแก้ไขภาวะตาเหล่เป็นการปรับแรงดึงของกล้ามเนื้อที่หมุนลูกตา จักษุแพทย์อาจผ่าตัดตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และอาจปรับกล้ามเนื้อมากกว่าหนึ่งมัด แผนผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจาก “ตาข้างที่เหล่” เพียงอย่างเดียว แต่ดูรูปแบบการเบนของตา การเคลื่อนไหวของตา การมองเห็นของแต่ละข้าง และการทำงานร่วมกันของตาทั้งคู่ ([NHS](https://mft.nhs.uk/app/uploads/sites/2/2018/06/REH-235-1.pdf))

วิธีหลักที่ใช้ปรับกล้ามเนื้อ ได้แก่

- **การถอยกล้ามเนื้อ** คือเลื่อนจุดเกาะของกล้ามเนื้อไปด้านหลังเพื่อลดแรงดึง
- **การตัดกล้ามเนื้อให้สั้นลง** คือเอากล้ามเนื้อบางส่วนออกแล้วเย็บกลับ เพื่อเพิ่มแรงดึง
- **การพับกล้ามเนื้อ** คือพับกล้ามเนื้อให้สั้นลงโดยไม่ตัดบางส่วนออก
- **การย้ายตำแหน่งกล้ามเนื้อ** ใช้ในตาเหล่บางชนิด โดยเฉพาะเมื่อกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทบางส่วนทำงานผิดปกติ
- **ไหมปรับได้** เป็นเทคนิคที่เปิดโอกาสให้แพทย์ปรับความตึงของไหมหลังผู้ป่วยตื่นในกรณีที่เหมาะสม มักพิจารณาในผู้ใหญ่หรือภาวะที่ซับซ้อน แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน

เป้าหมายไม่ได้เหมือนกันในผู้ป่วยทุกคน เด็กบางคนผ่าตัดเพื่อจัดแนวตาให้มีโอกาสพัฒนาการมองเห็นร่วมกัน ผู้ใหญ่อาจผ่าตัดเพื่อลดภาพซ้อน ขยายบริเวณที่มองเห็นด้วยตาทั้งสองข้าง ลดการหันหรือเอียงศีรษะ หรือปรับแนวตาให้สังเกตเห็นความเหล่น้อยลง

การผ่าตัดปรับแนวตา แต่ไม่ได้แก้ปัญหาการมองเห็นทุกชนิดโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ตาขี้เกียจ สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงอาจยังต้องรักษาแยกต่างหาก ผู้ที่ใส่แว่นก่อนผ่าตัดจึงอาจยังต้องใส่แว่นหลังผ่าตัด และบางคนยังต้องใช้ปริซึมหรือรักษาตาขี้เกียจต่อ

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด

การผ่าตัดอาจเหมาะเมื่อผลกระทบจากตาเหล่มีนัยสำคัญและวิธีที่ไม่ผ่าตัดช่วยได้ไม่เพียงพอ ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่

- เด็กที่แนวตาเบนชัดเจน และจักษุแพทย์เห็นว่าการปรับแนวตาอาจช่วยการพัฒนาการมองเห็นร่วมกัน
- ผู้ที่ตาเหล่ต่อเนื่องแม้แก้ค่าสายตาด้วยแว่นอย่างเหมาะสมแล้ว
- ผู้ใหญ่ที่เกิดภาพซ้อนและไม่สามารถควบคุมด้วยปริซึมหรือวิธีอื่นได้ดี
- ผู้ที่ต้องหันหน้า เอียงศีรษะ หรือยกคางเป็นประจำเพื่อให้มองชัดขึ้น
- ผู้ที่เคยผ่าตัดแล้วแนวตากลับมาเหล่อีก หรือยังเหลือความคลาดเคลื่อนที่รบกวนการมองเห็น
- ผู้ที่มีตาเหล่จากโรคของเส้นประสาท การบาดเจ็บ โรคต่อมไทรอยด์ โรคหลอดเลือดสมอง หรือหลังการผ่าตัดตาชนิดอื่น เมื่อสาเหตุมีความคงที่และแพทย์ประเมินว่าถึงเวลาที่เหมาะสม ([NHS](https://mft.nhs.uk/app/uploads/sites/2/2018/06/REH-235-1.pdf))

ผู้ใหญ่ไม่ได้ “แก่เกินไป” สำหรับการประเมินผ่าตัดตาเหล่ อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้ตัดสิทธิ์ แพทย์จะพิจารณาสุขภาพโดยรวม สาเหตุของตาเหล่ ความคงที่ของมุมตา และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเป็นรายคน

### ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดในขณะนั้น

การพบว่าตาเหล่ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทันที แพทย์อาจแนะนำให้ชะลอหรือเลือกวิธีอื่นก่อน หากมีกรณีต่อไปนี้

- มุมตาเหล่ยังเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่งเกิดหลังเส้นประสาทผิดปกติ การบาดเจ็บ หรือโรคเฉียบพลัน
- อาการควบคุมได้ด้วยแว่น ปริซึม หรือการรักษาสาเหตุเดิม
- เด็กมีตาขี้เกียจที่ยังต้องรักษาควบคู่กัน เพราะการทำให้ตาตรงไม่ได้ทำให้การมองเห็นของตาข้างนั้นกลับมาเอง
- มีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ตาซึ่งควรรักษาก่อน
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี หรือความเสี่ยงจากการดมยาสลบสูงเกินไปในช่วงนั้น
- ความคาดหวังคือให้มองเห็นชัดขึ้นทั้งที่ความพร่ามัวมาจากจอประสาทตา เส้นประสาทตา [ต้อกระจก](/hdcare/cataract-surgery/) หรือปัญหาอื่นที่การปรับกล้ามเนื้อตาไม่สามารถแก้ได้

ตาเหล่ที่เกิดขึ้นใหม่ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหากมีภาพซ้อน ปวดศีรษะ หนังตาตก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ควรหาสาเหตุก่อน ไม่ควรตัดสินว่าเป็นเพียงปัญหาแนวตาแล้วนัดผ่าตัดทันที

ก่อนตัดสินใจ จักษุแพทย์จะตรวจระดับการมองเห็น วัดมุมตาเหล่ในทิศทางต่างๆ ตรวจการเคลื่อนไหวของตา และประเมินว่าตาทั้งสองข้างรวมภาพได้หรือไม่ บางคนอาจได้ทดลองปริซึมเพื่อประเมินภาพซ้อนและคาดการณ์การตอบสนองหลังปรับแนวตา

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีขั้นตอนต่างกัน แต่การเตรียมตัวมักครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้

### ตรวจตาและทบทวนแผนผ่าตัด

แพทย์อาจวัดมุมตาเหล่มากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะมุมตาอาจเปลี่ยนตามระยะมอง ทิศทางการมอง ความเหนื่อย หรือแว่นที่ใช้ ควรนำแว่นตา แว่นปริซึม และผลตรวจตาเดิมมาด้วย หากเคยผ่าตัดตา ควรนำใบสรุปการผ่าตัดหรือแจ้งให้แพทย์ทราบว่าผ่าตัดตาข้างใดและกล้ามเนื้อใด หากมีข้อมูล

แจ้งแพทย์ด้วยว่ามีภาพซ้อนในทิศทางใด ต้องเอียงศีรษะหรือปิดตาข้างหนึ่งเมื่อใด และอาการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยวางแผนว่าควรปรับกล้ามเนื้อมัดใด

### แจ้งประวัติสุขภาพและยา

แจ้งโรคประจำตัว การแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือโอกาสตั้งครรภ์ ประวัติเลือดออกง่าย และปฏิกิริยาที่เคยเกิดจากยาระงับความรู้สึก รวมถึงแจ้งยาทุกชนิดที่ใช้ โดยเฉพาะ

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน
- ยารักษาความดันหรือโรคหัวใจ
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ยาหยอดตาหรือยาทาตาที่ใช้อยู่

อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้บอกว่ายาชนิดใดต้องหยุด ปรับ หรือใช้ต่อ และจะกำหนดเวลาให้เหมาะกับโรคประจำตัวและวิธีระงับความรู้สึกของคุณ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24488-strabismus-surgery))

### งดอาหารและน้ำตามคำสั่ง

หากต้องดมยาสลบหรือใช้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะกำหนดเวลาให้งดอาหารและเครื่องดื่ม คำสั่งแตกต่างกันตามอายุ เวลาเข้าผ่าตัด และชนิดของอาหาร จึงควรทำตามเอกสารของโรงพยาบาลโดยตรง ไม่ใช้คำแนะนำของผู้ป่วยคนอื่นแทน หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมผ่าตัดตามจริงเพื่อประเมินความปลอดภัย

### วางแผนวันผ่าตัดและการเดินทางกลับ

ส่วนใหญ่ไม่ควรขับรถกลับเองหลังได้รับยาระงับความรู้สึก ควรมีผู้ใหญ่มารับและอยู่ช่วยดูแลในช่วงแรก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ผ่าตัดตาทั้งสองข้าง เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่าย หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางรอบดวงตา และนำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา รายการยา และผลตรวจตามที่โรงพยาบาลแจ้ง

ก่อนเซ็นยินยอม คุณควรทราบว่าแพทย์วางแผนผ่าตัดตาข้างใด กล้ามเนื้อประมาณกี่มัด ใช้ไหมปรับได้หรือไม่ และเป้าหมายหลักคืออะไร หากคำตอบเปลี่ยนได้ตามสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด แพทย์ควรอธิบายขอบเขตนั้นล่วงหน้า

## ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนจริงขึ้นกับชนิดของตาเหล่ แต่โดยทั่วไปเป็นลำดับดังนี้ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24488-strabismus-surgery))

1. **ยืนยันตัวผู้ป่วยและแผนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ตาข้างที่จะผ่าตัด และเอกสารยินยอม แพทย์อาจตรวจแนวตาซ้ำก่อนให้ยาระงับความรู้สึก

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   เด็กส่วนใหญ่มักใช้การดมยาสลบเพื่อให้อยู่นิ่งและไม่รู้สึกตัว ผู้ใหญ่อาจใช้การดมยาสลบ หรือใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวลในบางกรณี การเลือกขึ้นกับความซับซ้อน สุขภาพ และแนวทางของทีมรักษา

3. **เปิดเปลือกตาและเข้าถึงกล้ามเนื้อ**  
   แพทย์ใช้เครื่องมือช่วยเปิดเปลือกตา แล้วเปิดเยื่อบุตา ซึ่งเป็นเยื่อบางที่คลุมตาขาว เพื่อเข้าถึงกล้ามเนื้อด้านนอกของลูกตา การผ่าตัดไม่ได้เอาลูกตาออกจากเบ้าตา

4. **ปรับกล้ามเนื้อตามแผน**  
   แพทย์จะแยกกล้ามเนื้อที่ต้องการ แล้วถอย ตัดให้สั้น พับ หรือย้ายตำแหน่ง บางคนต้องปรับเพียงหนึ่งมัด ขณะที่บางคนต้องทำหลายมัดหรือทำทั้งสองตา

5. **เย็บกล้ามเนื้อและเยื่อบุตา**  
   กล้ามเนื้อถูกยึดไว้ในตำแหน่งใหม่ จากนั้นปิดเยื่อบุตาด้วยไหมที่มักละลายได้ หากใช้ไหมปรับได้ แพทย์จะจัดวางไหมเพื่อให้ปรับภายหลังเมื่อผู้ป่วยตื่นและให้ความร่วมมือได้

6. **พักฟื้นหลังยาระงับความรู้สึก**  
   หลังผ่าตัด ทีมรักษาจะสังเกตการหายใจ อาการคลื่นไส้ ปวด และเลือดออก เมื่อฟื้นตัวเพียงพอจึงกลับบ้านได้ในกรณีที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

หลังตื่นอาจรู้สึกเหมือนมีทรายในตา แสบตา น้ำตาไหล หรือมีตาแดง สิ่งเหล่านี้พบได้หลังเยื่อบุตาและกล้ามเนื้อถูกผ่าตัด บางคนมีเลือดสีแดงสดเป็นปื้นบนตาขาว ซึ่งมักค่อยๆ จางลง แต่ควรให้แพทย์ตรวจหากปวดมากขึ้นหรือการมองเห็นลดลง

หากใช้ไหมปรับได้ แพทย์อาจตรวจแนวตาหลังผู้ป่วยตื่นและปรับไหมเมื่อจำเป็น การปรับนี้ไม่ใช่การผ่าตัดใหม่ทั้งหมด และไม่ได้ใช้ในผู้ป่วยทุกคน

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามจำนวนกล้ามเนื้อ ตาที่ผ่าตัด ความซับซ้อน และประวัติผ่าตัดเดิม แพทย์ผู้ผ่าตัดจะแจ้งเวลาที่คาดหมายเป็นรายคน โดยเวลาที่อยู่โรงพยาบาลยังรวมการเตรียมตัว การระงับความรู้สึก และการเฝ้าดูอาการหลังผ่าตัดด้วย

ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่อฟื้นจากยาระงับความรู้สึก รับประทานหรือดื่มได้ตามเกณฑ์ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24488-strabismus-surgery)) อย่างไรก็ตาม เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ผู้ที่คลื่นไส้มาก หรือผู้ที่ได้รับการผ่าตัดซับซ้อนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักค้างคืน แนวปฏิบัติในแต่ละโรงพยาบาลของไทยอาจต่างกัน

ชนิดของยาระงับความรู้สึกมักเป็นดังนี้

| ผู้ป่วยหรือสถานการณ์ | วิธีที่อาจใช้ |
|---|---|
| เด็ก | มักดมยาสลบ |
| ผู้ใหญ่ทั่วไป | ดมยาสลบ หรือยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล |
| ผ่าตัดซับซ้อนหรืออยู่นิ่งได้ยาก | มักพิจารณาดมยาสลบ |
| ใช้ไหมปรับได้ | อาจวางแผนให้ประเมินและปรับหลังตื่น |

วิสัญญีแพทย์เป็นผู้เลือกวิธีที่เหมาะสมหลังพิจารณาสุขภาพ ความกังวล ความร่วมมือ และแผนผ่าตัด ไม่ควรคาดว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะใช้เพียงยาชา หรือเด็กทุกคนจะกลับบ้านในเวลาเดียวกัน

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ระยะพักฟื้นแตกต่างกันตามอาการ ลักษณะงาน จำนวนกล้ามเนื้อ เทคนิคผ่าตัด และการหายของแต่ละคน อาการแดงหรือระคายเคืองอาจอยู่นานกว่าช่วงที่กลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้ และแนวตาอาจเปลี่ยนต่อระหว่างการหาย แพทย์ผู้ผ่าตัดควรเป็นผู้กำหนดเวลาการกลับไปเรียน ทำงาน ขับรถ และออกกำลังกายเป็นรายคน

### การมองเห็นและภาพซ้อนหลังผ่าตัด

ภาพอาจมัวชั่วคราวจากน้ำตา ยาหยอด ขี้ผึ้งตา หรือผิวตาระคายเคือง บางคนมีภาพซ้อนในช่วงแรกเพราะสมองกำลังปรับเข้ากับแนวตาใหม่ อาการอาจอยู่เพียงไม่กี่วัน แต่อาจนานกว่านั้นในบางคน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24488-strabismus-surgery))

อย่ากลับไปขับรถเพียงเพราะครบจำนวนวันที่คาดไว้ ควรรอจนเห็นชัด ไม่มีภาพซ้อนที่รบกวน และแพทย์เห็นว่าปลอดภัย แพทย์ผู้ผ่าตัดจะเป็นผู้แนะนำเวลาที่เหมาะสมตามการมองเห็นและการฟื้นตัวของแต่ละคน

### การกลับไปทำงานหรือเรียน

งานหน้าจอและการอ่านไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อที่เย็บหลุดโดยตรง แต่ในช่วงแรกอาจทำให้ล้าหรือระคายเคือง การกลับไปทำงานเบาหรือเรียนขึ้นกับอาการ การมองเห็น และคำแนะนำของแพทย์ ส่วนงานที่มีฝุ่น เสี่ยงกระแทก ต้องขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือออกแรงมากอาจต้องรอนานกว่า

เด็กอาจกลับไปเรียนได้เมื่อสบายตา กินและนอนได้ตามปกติ และสามารถหลีกเลี่ยงการเล่นที่กระแทกตาได้ ผู้ปกครองควรแจ้งครูเรื่องข้อจำกัดตามที่แพทย์กำหนด

### การดูแลระหว่างพักฟื้น

แพทย์อาจให้ยาหยอดหรือยาป้ายตาเพื่อลดการอักเสบหรือป้องกันการติดเชื้อ ให้ใช้ตามฉลากและคำสั่งเฉพาะของคุณ ไม่ใช้ยาของผู้อื่นและไม่เพิ่มความถี่เอง

หลีกเลี่ยงการขยี้ตา รักษามือให้สะอาดก่อนสัมผัสรอบตา และทำตามคำแนะนำเรื่องการอาบน้ำ ล้างหน้า ว่ายน้ำ แต่งหน้า และออกกำลังกาย เพราะช่วงเวลาที่อนุญาตอาจต่างกันตามแผลและเทคนิคการผ่าตัด

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดตาเหล่มีทั้งความเสี่ยงที่พบได้ในช่วงพักฟื้นและความเสี่ยงที่เกิดไม่บ่อยแต่สำคัญ แหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุอัตราที่ใช้ได้กับผู้ป่วยไทย จึงไม่ควรนำตัวเลขจากสถานพยาบาลต่างประเทศมาใช้คาดการณ์รายบุคคล

### แนวตาอาจยังไม่ตรงตามเป้าหมาย

ความเสี่ยงระยะยาวที่สำคัญคือแก้ได้น้อยเกินไป มากเกินไป หรือแนวตากลับมาเหล่อีกภายหลัง บางคนยังต้องใช้แว่นหรือปริซึม และบางคนอาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติม ([NHS](https://mft.nhs.uk/app/uploads/sites/2/2018/06/REH-235-1.pdf)) เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดครั้งแรกทำผิดเสมอไป เพราะแนวตาขึ้นกับการหายของเนื้อเยื่อ แรงกล้ามเนื้อ และการปรับตัวของระบบการมองเห็นด้วย

### ภาพซ้อน

ภาพซ้อนชั่วคราวอาจเกิดหลังผ่าตัดและมักดีขึ้นเมื่อสมองปรับตัว แต่บางคนอาจมีภาพซ้อนต่อเนื่องหรือเกิดภาพซ้อนแบบใหม่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ตาเหล่มานาน ก่อนผ่าตัด แพทย์อาจใช้ปริซึมจำลองแนวตาใหม่เพื่อประเมินความเสี่ยง แต่ไม่สามารถทำนายผลได้สมบูรณ์

### หนังตาหรือตำแหน่งตาเปลี่ยน

หนังตาอาจตกหรือดูต่างจากเดิมชั่วคราว และตำแหน่งของตาอาจดูไม่สมมาตรในระยะแรก หากไม่ดีขึ้นหรือรบกวนการมองเห็น ควรให้แพทย์ประเมินว่าเกิดจากบวม การเปลี่ยนแนวกล้ามเนื้อ หรือสาเหตุอื่น

### การติดเชื้อ เลือดออก และแผลอักเสบ

ตาแดงเล็กน้อยหลังผ่าตัดพบได้ แต่การติดเชื้อ เลือดออกมาก หรือการอักเสบรุนแรงไม่ใช่อาการที่ควรรอดูเอง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้หากขยี้ตา สัมผัสตาด้วยมือไม่สะอาด หรือไม่ใช้ยาตามแผน

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อลึกภายในลูกตา การทะลุของผนังลูกตาร่วมกับจอประสาทตาเสียหาย หรือภาวะส่วนหน้าของลูกตาขาดเลือด พบได้น้อยมาก แต่อาจทำให้การมองเห็นลดลงถาวรหรือสูญเสียการมองเห็นได้ หากปวดตามาก การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว เห็นแสงวาบ จุดดำหรือม่านบังตา มีหนอง หรือตาบวมแดงมากขึ้น ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปห้องฉุกเฉินทันที

### กล้ามเนื้อเลื่อนหรือสูญเสียการยึดเกาะ

กล้ามเนื้อที่เย็บไว้อาจเลื่อนหรือหลุดจากตำแหน่งได้ แม้ไม่พบบ่อย ภาวะนี้อาจทำให้แนวตาเปลี่ยนมากหรือเคลื่อนไหวตาบางทิศทางไม่ได้ และอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด

### ผนังลูกตาบาดเจ็บ

ระหว่างเย็บกล้ามเนื้อ เข็มอยู่ใกล้ผนังลูกตา จึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผนังลูกตาหรือเนื้อเยื่อภายใน แม้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ หากมีการมองเห็นลดลงมาก ปวดรุนแรง หรือเห็นแสงวาบและจุดดำใหม่ ต้องรีบตรวจ

### เลือดไปเลี้ยงส่วนหน้าของตาลดลง

การปรับกล้ามเนื้อหลายมัด โดยเฉพาะในผู้ที่เคยผ่าตัดมาก่อน อาจกระทบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนหน้าของตา ภาวะนี้เรียกว่าภาวะส่วนหน้าของลูกตาขาดเลือด และเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่แพทย์ต้องพิจารณาเมื่อต้องผ่าตัดซับซ้อน

### ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก

อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ แพ้ยา หรือปัญหาการหายใจและระบบไหลเวียน ความเสี่ยงขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว และชนิดของยาระงับความรู้สึก วิสัญญีแพทย์จะประเมินก่อนผ่าตัดและวางแผนลดความเสี่ยงเป็นรายคน

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอถึงวันนัด

| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบตรวจ |
|---|---|
| การมองเห็นลดลงชัดเจนหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว | ต้องแยกภาวะแทรกซ้อนภายในตาหรือเส้นประสาท |
| ปวดตามากขึ้นหรือปวดรุนแรงแม้ใช้ยาตามแผน | อาจไม่ใช่อาการระคายเคืองปกติ |
| ตาบวมแดงมากขึ้นหลังเคยดีขึ้น | อาจมีการติดเชื้อหรืออักเสบ |
| มีหนอง สารคัดหลั่งข้น หรือกลิ่นผิดปกติ | ต้องประเมินการติดเชื้อ |
| เลือดออกต่อเนื่องหรือเลือดไหลมาก | ต้องตรวจแผลและการแข็งตัวของเลือด |
| มีไข้ร่วมกับอาการทางตาที่แย่ลง | อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อ |
| ลูกตาเคลื่อนไหวไม่ได้ในทิศทางที่เคยทำได้ หรือแนวตาเปลี่ยนฉับพลัน | อาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งกล้ามเนื้อ |
| เห็นแสงวาบ จุดดำจำนวนมาก หรือเหมือนม่านบังตา | ต้องตรวจจอประสาทตาโดยเร่งด่วน |
| หายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม เป็นลม หรือซึมผิดปกติ | อาจเป็นปฏิกิริยารุนแรงจากยาและเป็นเหตุฉุกเฉิน |

ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล และรู้สึกเหมือนมีทรายในตาอาจเกิดในช่วงแรก แต่แนวโน้มควรค่อยๆ ดีขึ้น หากคุณไม่แน่ใจว่าความรุนแรงเกินที่คาดหรือไม่ ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ผ่าตัด เพราะทีมดังกล่าวทราบรายละเอียดของแผลและกล้ามเนื้อที่ได้รับการปรับ

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับตาเหล่ทุกชนิด ทางเลือกขึ้นกับสาเหตุ อายุ มุมตาเหล่ และการมีภาพซ้อน

### แว่นตาและการแก้ค่าสายตา

ตาเหล่บางชนิด โดยเฉพาะในเด็กที่มีสายตายาว อาจดีขึ้นเมื่อใส่แว่นที่แก้ค่าสายตาเหมาะสม ควรประเมินผลจากแว่นก่อนตัดสินใจผ่าตัดในกรณีที่เกี่ยวข้อง แม้ผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยอาจยังต้องใส่แว่นเพื่อให้มองชัด

### เลนส์ปริซึม

ปริซึมช่วยเลื่อนภาพให้ตาทั้งสองข้างรวมภาพได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ใหญ่บางคนที่มีมุมตาเหล่ไม่มากและค่อนข้างคงที่ โดยเฉพาะเมื่อมีภาพซ้อน ปริซึมไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อตากลับสู่ปกติ และอาจไม่เพียงพอเมื่อมุมตาเหล่มากหรือเปลี่ยนตามทิศทางการมอง ([NHS](https://mft.nhs.uk/app/uploads/sites/2/2018/06/REH-235-1.pdf))

### การปิดตาและการรักษาตาขี้เกียจ

ในเด็ก การปิดตาข้างที่มองดีกว่าหรือวิธีรักษาตาขี้เกียจอื่นมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมองเห็นของตาข้างที่อ่อนกว่า ไม่ได้เป็นการปรับกล้ามเนื้อให้ตาตรงโดยตรง บางคนจึงต้องรักษาตาขี้เกียจและประเมินการผ่าตัดแยกกัน

### การติดตามอาการและรักษาสาเหตุ

ตาเหล่ที่เกิดใหม่จากเส้นประสาทควบคุมตาผิดปกติอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา แพทย์อาจติดตามแนวตา ใช้การปิดตาหรือปริซึมเพื่อลดภาพซ้อน และรักษาสาเหตุก่อน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อแนวตาคงที่เพียงพอ

หากเกี่ยวข้องกับโรคต่อม[ไทรอยด์](/hdcare/thyroidectomy/) การอักเสบ การบาดเจ็บ หรือโรคทางระบบประสาท ต้องรักษาโรคต้นเหตุก่อนหรือควบคู่กัน การรีบปรับกล้ามเนื้อในช่วงที่โรคยังเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ผลไม่คงที่

### การฉีดยาที่กล้ามเนื้อตา

แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาที่ลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราวในตาเหล่บางรูปแบบ วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคน ผลอาจเปลี่ยนตามเวลา และยังมีความเสี่ยง เช่น หนังตาตกหรือแนวตาเปลี่ยนชั่วคราว จักษุแพทย์จะเปรียบเทียบกับปริซึมหรือการผ่าตัดตามสาเหตุ

### การผ่าตัดรูปแบบอื่น

หากตาเหล่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อในเบ้าตา หนังตา หรือโรคต่อมไทรอยด์ อาจต้องรักษาหรือผ่าตัดส่วนอื่นก่อน การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ปัญหาทั้งหมด ลำดับการรักษาจึงสำคัญและต้องวางแผนเป็นรายคน

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับเหตุผลทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละแผน การผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้เพื่อแก้การทำงาน เช่น ภาพซ้อน ท่าศีรษะผิดปกติ หรือผลต่อพัฒนาการมองเห็น อาจได้รับการพิจารณาต่างจากการผ่าตัดที่ประเมินว่าเป็นเรื่องรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว

### บัตรทอง

เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการตรวจและใบส่งต่อไปยังจักษุแพทย์หากจำเป็น ควรถามว่าโรงพยาบาลปลายทางมีบริการตรวจตาเหล่และผ่าตัดกล้ามเนื้อตาหรือไม่ ต้องใช้ใบส่งต่อฉบับใหม่หรือไม่ และการตรวจหรืออุปกรณ์ใดอยู่นอกเงื่อนไขของสิทธิ

กรณีเด็ก ควรนำสมุดสุขภาพ ประวัติการรักษาตาขี้เกียจ แว่น และผลตรวจเดิมไปด้วย เพื่อให้แพทย์เห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องและลดการตรวจซ้ำที่ไม่จำเป็น

### ประกันสังคม

ติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ก่อน โรงพยาบาลจะประเมินและส่งต่อเมื่อไม่มีศักยภาพในการผ่าตัดเอง ควรตรวจสอบว่าต้องมีใบส่งต่อหรือการอนุมัติล่วงหน้าอย่างไร และการติดตามหลังผ่าตัดต้องกลับที่โรงพยาบาลใด

หากเปลี่ยนสถานพยาบาลตามสิทธิหรือกำลังอยู่ระหว่างส่งต่อ ควรยืนยันสถานะก่อนกำหนดวันผ่าตัด เพื่อไม่ให้เอกสารขาดช่วง

### ประกันสุขภาพเอกชน

สอบถามบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษา โดยแจ้งชื่อหัตถการ เหตุผลทางการแพทย์ ตาข้างที่จะผ่าตัด และคาดว่าจะกลับบ้านวันเดียวหรือนอนโรงพยาบาล ประเด็นที่ควรถาม ได้แก่

- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- ครอบคลุมการผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกหรือไม่
- มีระยะรอหรือข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนหรือไม่
- ครอบคลุมค่าวิสัญญี การตรวจก่อนผ่าตัด และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
- ต้องใช้รายงานจากจักษุแพทย์เพื่อยืนยันว่ามีข้อบ่งชี้ด้านการทำงานหรือไม่

อย่าใช้เพียงคำตอบทางโทรศัพท์หากกำลังตัดสินใจนัดผ่าตัด ควรขอเอกสารยืนยันเงื่อนไขหรือเลขที่อนุมัติ และตรวจว่าชื่อหัตถการกับข้างของตาตรงกับแผนของแพทย์

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดตาเหล่เจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บเพราะมีการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก หลังผ่าตัดมักแสบ ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีทรายในตาได้หลายวัน และอาจเจ็บเมื่อกลอกตาในช่วงแรก ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24488-strabismus-surgery)) หากปวดรุนแรงขึ้นหรือการมองเห็นลดลง ต้องติดต่อแพทย์ทันที

### ผ่าตัดตาเหล่ต้องเอาลูกตาออกมาหรือไม่

ไม่ต้องเอาลูกตาออกจากเบ้าตา แพทย์เปิดเยื่อบางบริเวณตาขาวแล้วเข้าถึงกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านนอกของลูกตา จากนั้นจึงปรับและเย็บกล้ามเนื้อกลับในตำแหน่งที่วางแผนไว้

### ผ่าตัดตาเดียวหรือสองตา

อาจผ่าตัดตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ขึ้นกับชนิดและมุมของตาเหล่ การผ่าตัดสองตาไม่ได้หมายความว่าตาทั้งสองข้างมีโรครุนแรงเท่ากัน แต่เป็นการแบ่งการปรับแรงกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้แนวตาที่เหมาะสม

### ผู้ใหญ่ผ่าตัดตาเหล่ได้ไหม

ผู้ใหญ่ผ่าตัดได้หากผลประเมินพบว่ามีโอกาสได้ประโยชน์และสุขภาพเหมาะกับการผ่าตัด จุดประสงค์อาจเป็นการลดภาพซ้อน แก้ท่าศีรษะ หรือปรับแนวตา และไม่ควรปฏิเสธการประเมินเพียงเพราะตาเหล่มาตั้งแต่วัยเด็ก

### ผ่าตัดแล้วตาจะตรงถาวรไหม

ไม่มีวิธีรับประกันว่าแนวตาจะตรงถาวรทุกคน หลังผ่าตัดอาจเหล่ค้าง แก้เกินเป้าหมาย หรือกลับมาเหล่อีกตามการหายของเนื้อเยื่อ สาเหตุเดิม และการเปลี่ยนแปลงของระบบการมองเห็น บางคนจึงต้องใช้ปริซึมหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

### ผ่าตัดแล้วสายตาจะชัดขึ้นไหม

การผ่าตัดมีเป้าหมายหลักเพื่อปรับแนวตา ไม่ได้แก้ค่าสายตาหรือตาขี้เกียจโดยตรง หากมองไม่ชัดจากสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง จอประสาทตา หรือเส้นประสาทตา ปัญหานั้นยังต้องได้รับการดูแลแยกต่างหาก

### ผ่าตัดแล้วต้องใส่แว่นต่อหรือไม่

หลายคนยังต้องใส่แว่นต่อ เพราะแว่นแก้ค่าสายตา ส่วนการผ่าตัดปรับแรงของกล้ามเนื้อตา เด็กบางคนมีตาเหล่ที่สัมพันธ์กับสายตายาว การหยุดแว่นเองหลังผ่าตัดอาจทำให้แนวตาเปลี่ยนได้ จึงควรรอผลตรวจและคำแนะนำจากจักษุแพทย์

### หลังผ่าตัดมีภาพซ้อนเป็นเรื่องปกติไหม

ภาพซ้อนชั่วคราวเกิดขึ้นได้ในช่วงที่สมองกำลังปรับกับแนวตาใหม่ และบางคนดีขึ้นภายในหลายวัน แต่อาจนานกว่านั้น หากภาพซ้อนรุนแรงขึ้น เกิดพร้อมการมองเห็นลดลง หรือไม่ดีขึ้นตามที่แพทย์คาด ควรกลับไปตรวจ

### ตาแดงหลังผ่าตัดนานไหม

ตาแดงและระคายเคืองอาจคงอยู่หลายสัปดาห์ โดยระยะเวลาขึ้นกับจำนวนกล้ามเนื้อที่ผ่าตัดและการหายของแต่ละคน หากรอยแดงเพิ่มขึ้นหลังเคยดีขึ้น มีหนอง ปวดมาก หรือมีไข้ ให้รีบพบแพทย์

### กลับไปทำงานหรือเรียนได้เมื่อไร

ระยะเวลาที่กลับไปทำงานหรือเรียนได้แตกต่างกันตามอาการ ลักษณะงาน การมองเห็น เทคนิคผ่าตัด และการหายของแต่ละคน งานที่มีฝุ่น เสี่ยงกระแทก ต้องขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือออกแรงมากอาจต้องพักนานกว่า โดยแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นผู้กำหนดจากแผลจริง

### ขับรถหลังผ่าตัดได้เมื่อไร

ควรขับเมื่อการมองเห็นชัด ไม่มีภาพซ้อนที่รบกวน และแพทย์อนุญาตเท่านั้น ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามการมองเห็น ชนิดการผ่าตัด และการฟื้นตัวของแต่ละคน

### เด็กต้องรักษาตาขี้เกียจต่อหลังผ่าตัดหรือไม่

เด็กบางคนยังต้องรักษาตาขี้เกียจต่อ เพราะการผ่าตัดทำให้แนวตาดีขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้สมองใช้ตาข้างที่อ่อนกว่าได้เต็มที่โดยอัตโนมัติ แพทย์จะตรวจการมองเห็นของตาแต่ละข้างและกำหนดแผนต่อเนื่อง

### ถ้าเคยผ่าตัดตาเหล่แล้ว ผ่าตัดซ้ำได้ไหม

อาจผ่าตัดซ้ำได้เมื่อแนวตากลับมาเหล่หรือผลเดิมไม่เพียงพอ แต่การวางแผนอาจซับซ้อนขึ้นจากพังผืดและตำแหน่งกล้ามเนื้อเดิม ควรนำบันทึกการผ่าตัดครั้งก่อนให้แพทย์ดู เพราะช่วยระบุว่ากล้ามเนื้อมัดใดเคยถูกปรับไปแล้ว

### ไหมปรับได้เหมาะกับทุกคนหรือไม่

ไม่เหมาะกับทุกคน เทคนิคนี้อาจช่วยให้แพทย์ปรับแนวตาหลังผู้ป่วยตื่น โดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือเคสที่ซับซ้อน แต่ต้องพิจารณาความร่วมมือ ชนิดของตาเหล่ และประสบการณ์ของทีมผ่าตัด

### ถ้ายังไม่พร้อมผ่าตัด รอได้ไหม

บางภาวะรอและใช้แว่น ปริซึม หรือรักษาสาเหตุก่อนได้ แต่เด็กที่อยู่ในช่วงพัฒนาการมองเห็นและผู้ใหญ่ที่เกิดตาเหล่ใหม่อาจมีเหตุให้ต้องประเมินโดยไม่ล่าช้า แพทย์จะบอกได้ว่าการรอมีผลต่อการมองเห็นหรือไม่ หลังดูอายุ สาเหตุ อาการ และความคงที่ของมุมตาเหล่.

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Strabismus Surgery: Details, Results & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24488-strabismus-surgery) — เกี่ยวกับ Strabismus surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [NHS: Adult post-operative Strabismus (Squint Surgery)](https://mft.nhs.uk/app/uploads/sites/2/2018/06/REH-235-1.pdf) — เกี่ยวกับ Strabismus surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [aao.org: Strabismus Surgery: It's Not Just for Children](https://www.aao.org/eyenet/article/strabismus-surgery-it-39-s-not-just-children) — เกี่ยวกับ Strabismus surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
