# ผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร

**ผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร (Stomach-cancer surgery) คือการนำก้อนมะเร็งออกพร้อมกระเพาะอาหารบางส่วนหรือทั้งหมด และมักนำต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงออกมาตรวจด้วย การผ่าตัดเหมาะกับผู้ป่วยบางระยะ โดยชนิดของการผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่งก้อน การกระจายของโรค ภาวะโภชนาการ และสุขภาพโดยรวม**

## ประเด็นสำคัญ

- ไม่ใช่ทุกคนต้องตัดกระเพาะอาหารทั้งหมด หากตำแหน่งและขอบเขตของมะเร็งเอื้ออำนวย ศัลยแพทย์อาจตัดเฉพาะส่วนที่เป็นโรคและเก็บกระเพาะส่วนที่เหมาะสมไว้
- การรักษามักไม่ได้มีเพียงการผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายต้องรับยาเคมีบำบัดหรือการรักษาอื่นก่อนหรือหลังผ่าตัด ขึ้นกับระยะโรคและผลตรวจชิ้นเนื้อ
- หลังผ่าตัดยังรับประทานอาหารได้ แต่ต้องเริ่มทีละขั้นและมักเปลี่ยนเป็นมื้อเล็กหลายมื้อ ผู้ที่ตัดกระเพาะทั้งหมดต้องติดตามน้ำหนัก ภาวะขาดสารอาหาร และวิตามินในระยะยาว

## ผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร

การผ่าตัดนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อนำมะเร็งออกจากร่างกายเมื่อทีมรักษาประเมินว่าสามารถผ่าตัดได้ ศัลยแพทย์จะตัดกระเพาะอาหารส่วนที่มีก้อนออกพร้อมเนื้อเยื่อรอบก้อน และมักเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงเพื่อนำไปตรวจ การตรวจดังกล่าวช่วยบอกระยะโรคหลังผ่าตัดและใช้วางแผนการรักษาต่อไป ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618))

ขอบของชิ้นเนื้อที่ตัดออกจะถูกตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หากไม่พบเซลล์มะเร็งที่ขอบ เรียกว่า “ขอบชิ้นเนื้อปลอดมะเร็ง” อย่างไรก็ตาม ผลนี้ไม่ใช่คำรับรองว่ามะเร็งจะไม่กลับมา เพราะความเสี่ยงยังขึ้นกับระยะโรค ต่อมน้ำเหลือง และลักษณะทางพยาธิวิทยา

ชนิดของการผ่าตัดที่พบได้ ได้แก่

| ชนิดการผ่าตัด | สิ่งที่ตัดออกและการต่อทางเดินอาหาร |
|---|---|
| ตัดกระเพาะอาหารบางส่วน | ตัดส่วนที่มีก้อนและเก็บกระเพาะส่วนที่เหมาะสมไว้ จากนั้นเชื่อมส่วนที่เหลือเข้ากับลำไส้ |
| ตัดกระเพาะอาหารส่วนปลาย | ตัดส่วนล่างของกระเพาะ รวมถึงบริเวณทางออกสู่ลำไส้เล็ก แล้วต่อทางเดินอาหารใหม่ |
| ตัดกระเพาะอาหารส่วนต้น | ตัดส่วนบนใกล้รอยต่อหลอดอาหาร เหลือส่วนล่างของกระเพาะไว้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม |
| ตัดกระเพาะอาหารทั้งหมด | ตัดกระเพาะออกทั้งหมด แล้วเชื่อมหลอดอาหารเข้ากับลำไส้เล็ก |
| ตัดก้อนผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร | สอดกล้องผ่านปากและใช้เครื่องมือเลาะรอยโรคระยะแรกจากผนังกระเพาะ โดยไม่มีแผลผ่าตัดหน้าท้อง |
| ผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการ | แก้การอุดตันหรือควบคุมเลือดออกเมื่อไม่สามารถนำมะเร็งออกทั้งหมดได้ เป้าหมายคือบรรเทาอาการ ไม่ใช่กำจัดโรคทั้งหมด |

ตำแหน่งของมะเร็งเป็นปัจจัยสำคัญ หากก้อนอยู่ส่วนล่าง ศัลยแพทย์อาจพิจารณาตัดกระเพาะส่วนปลาย หากอยู่ส่วนบนใกล้หลอดอาหาร หรือกระจายกว้างในกระเพาะ อาจจำเป็นต้องตัดทั้งหมด บางกรณีที่มะเร็งลุกลามสู่อวัยวะใกล้เคียงอาจต้องตัดเนื้อเยื่อหรืออวัยวะส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย

การผ่าตัดทำได้ทั้งแบบเปิดหน้าท้องและแบบแผลเล็ก การผ่าตัดแผลเล็กใช้กล้องและเครื่องมือผ่านแผลขนาดเล็กหลายตำแหน่ง ส่วนการผ่าตัดเปิดใช้แผลหน้าท้องที่ใหญ่กว่า วิธีที่เหมาะสมไม่ได้ตัดสินจากขนาดแผลอย่างเดียว แต่ขึ้นกับระยะโรค ตำแหน่งก้อน ประวัติการผ่าตัดเดิม และความชำนาญของทีมผ่าตัด

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การตัดสินใจไม่ได้ดูเพียงว่าพบมะเร็งหรือไม่ ทีมรักษาต้องประเมินว่ามะเร็งอยู่ตรงไหน ลุกลามลึกเพียงใด เข้าต่อมน้ำเหลืองหรือกระจายไปอวัยวะอื่นหรือไม่ และร่างกายรับการผ่าตัดใหญ่ได้หรือไม่

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด

- มีมะเร็งที่ยังสามารถนำก้อนออกพร้อมขอบเนื้อเยื่อที่เหมาะสมได้
- มะเร็งยังไม่ลุกลามเข้าโครงสร้างสำคัญจนไม่สามารถตัดออกได้
- สุขภาพหัวใจ ปอด ไต และสภาพร่างกายโดยรวมรองรับการดมยาสลบและการพักฟื้น
- มีภาวะเลือดออกหรือทางเดินอาหารอุดตันจากก้อน ซึ่งอาจต้องผ่าตัดเพื่อควบคุมอาการ
- มีรอยโรคระยะแรกมากที่จำกัดอยู่ในชั้นตื้นและเข้าเกณฑ์นำออกผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร
- ผู้มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงบางกลุ่ม ซึ่งทีมสหสาขาวิชาชีพประเมินแล้วว่าประโยชน์ของการผ่าตัดป้องกันมีมากกว่าผลกระทบระยะยาว

ในมะเร็งระยะแรกบางชนิด การตัดรอยโรคผ่านกล้องส่องทางเดินอาหารอาจเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อรอยโรคยังไม่ลึกและมีโอกาสกระจายออกนอกกระเพาะต่ำ วิธีนี้ไม่ต้องมีแผลหน้าท้อง แต่ไม่เหมาะกับก้อนทุกชนิด การตัดรอยโรคผ่านกล้องมีความเสี่ยงเลือดออกและผนังกระเพาะทะลุทั้งระหว่างทำหรือภายหลัง บางรายต้องให้เลือด ส่องกล้องห้ามเลือด ปิดรูทะลุ หรือผ่าตัดฉุกเฉิน หลังทำหากปวดท้องรุนแรง ท้องแข็ง ไข้ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หน้ามืด หรือหมดสติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที ([American Cancer Society](https://www.cancer.org/cancer/types/stomach-cancer/treating/types-of-surgery.html))

### ผู้ที่อาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัดนำมะเร็งออก

- มะเร็งกระจายไปอวัยวะห่างไกลหลายตำแหน่ง และการตัดกระเพาะไม่ช่วยควบคุมโรคโดยรวม
- ก้อนลุกลามเข้าโครงสร้างสำคัญจนไม่สามารถนำออกได้อย่างเหมาะสม
- มีโรคหัวใจ ปอด หรือโรคร่วมรุนแรงจนความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่าประโยชน์
- มีภาวะขาดสารอาหารหรือร่างกายอ่อนแอมาก ซึ่งอาจต้องแก้ไขก่อนพิจารณาผ่าตัด
- มีการติดเชื้อหรือภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ควรรักษาให้คงที่ก่อน
- รอยโรคอาจตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาก่อน แล้วจึงประเมินความเป็นไปได้ของการผ่าตัดอีกครั้ง

มะเร็งที่ไม่สามารถตัดออกทั้งหมดไม่ได้แปลว่าไม่มีวิธีรักษา ผู้ป่วยอาจได้รับยาเพื่อควบคุมโรค รังสีรักษา การส่องกล้องแก้การอุดตัน หรือการผ่าตัดเพื่อบรรเทาเลือดออกและการอุดตัน เป้าหมายและผลกระทบของทางเลือกแต่ละแบบควรอธิบายให้ชัดก่อนตัดสินใจ

ก่อนผ่าตัด ทีมรักษาอาจใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การส่องกล้องกระเพาะ อัลตราซาวนด์ผ่านกล้อง หรือการส่องกล้องเข้าช่องท้องเพื่อประเมินระยะโรค การส่องกล้องช่องท้องช่วยค้นหาการกระจายขนาดเล็กที่ภาพถ่ายอาจมองไม่เห็น และอาจเปลี่ยนแผนจากการผ่าตัดเป็นการรักษาวิธีอื่นได้

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันระยะโรค ลดความเสี่ยงจากยาสลบ และทำให้ร่างกายพร้อมต่อการกินที่เปลี่ยนไปหลังผ่าตัด

### การตรวจและประเมินก่อนผ่าตัด

ทีมรักษาอาจนัดตรวจเลือด ประเมินการทำงานของหัวใจและปอด ตรวจภาพช่องอกและช่องท้อง รวมถึงทบทวนผลส่องกล้องและผลชิ้นเนื้อ ผู้ป่วยที่น้ำหนักลด กินได้น้อย หรือมีกล้ามเนื้อน้อยควรได้รับการประเมินโภชนาการ เพราะภาวะโภชนาการมีผลต่อการฟื้นตัวและการหายของแผล

ผู้ป่วยบางรายได้รับยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัดเพื่อควบคุมก้อนและโรคที่อาจมองไม่เห็นจากภาพตรวจ หลังจบยา ทีมรักษาจะประเมินซ้ำว่าควรผ่าตัดเมื่อใดและต้องตัดมากเพียงใด การรักษาก่อนหรือหลังผ่าตัดขึ้นกับระยะโรคและผลตรวจของแต่ละคน ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618))

### แจ้งยาและโรคประจำตัวทั้งหมด

นำรายชื่อยาประจำ ยาที่ซื้อรับประทานเอง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปให้ทีมรักษาดู ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีดควบคุมน้ำตาล
- ยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน
- สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด

อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามเหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของไต ความเสี่ยงเลือดออก และเวลาผ่าตัด การหยุดยาที่ป้องกันลิ่มเลือดโดยไม่มีแผนอาจเป็นอันตรายได้

แจ้งทีมรักษาหากเคยแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้วัสดุทางการแพทย์ เคยมีปัญหาจากการดมยาสลบ หรือมีฟันปลอมและฟันโยก รวมถึงแจ้งอาการไข้ ไอ หอบ ท้องเสีย หรือการติดเชื้อที่เกิดขึ้นก่อนวันผ่าตัด

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

โรงพยาบาลจะบอกเวลางดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มเป็นรายบุคคลตามเวลาผ่าตัดและนโยบายของวิสัญญีแพทย์ ทำตามคำสั่งที่ได้รับโดยตรง เพราะอาหารที่ยังอยู่ในกระเพาะอาจไหลย้อนเข้าปอดขณะดมยาสลบ หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง ไม่ควรปกปิดเพื่อให้ได้ผ่าตัดตามเวลาเดิม

### สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล

- บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และหลักฐานสิทธิรักษา
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจ ภาพถ่ายทางรังสี และผลชิ้นเนื้อที่มีอยู่
- เสื้อผ้าหลวม รองเท้าไม่ลื่น และของใช้ส่วนตัว
- ข้อมูลติดต่อญาติหรือผู้ดูแล
- เอกสารประกันสุขภาพ หากต้องใช้อนุมัติการรักษา

ควรวางแผนให้ญาติรับทราบชนิดการผ่าตัดโดยคร่าว รวมถึงความเป็นไปได้ที่แผนจริงอาจเปลี่ยนเมื่อศัลยแพทย์เห็นการกระจายของโรคภายในช่องท้อง

## ขั้นตอนการผ่าตัด

ลำดับจริงอาจต่างกันตามชนิดการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

1. **ยืนยันตัวผู้ป่วยและแผนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาตรวจชื่อ ตำแหน่งโรค ผลตรวจ และทบทวนว่าจะตัดกระเพาะส่วนใด รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด

2. **ดมยาสลบ**  
   การตัดกระเพาะผ่านหน้าท้องทำภายใต้การดมยาสลบ ผู้ป่วยจะหลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด จากนั้นมีการใส่ท่อช่วยหายใจและติดตามสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่อง

3. **เปิดทางเข้าสู่ช่องท้อง**  
   ศัลยแพทย์อาจใช้แผลเปิดหน้าท้องหนึ่งแผล หรือใช้แผลเล็กหลายตำแหน่งสำหรับกล้องและเครื่องมือ วิธีที่เลือกขึ้นกับก้อน พังผืด การผ่าตัดเดิม และความเหมาะสมด้านความปลอดภัย

4. **สำรวจการกระจายของโรค**  
   ศัลยแพทย์ตรวจตับ เยื่อบุช่องท้อง และบริเวณใกล้กระเพาะ หากพบการกระจายที่ไม่เคยเห็นจากการตรวจก่อนหน้า อาจต้องปรับขอบเขตหรือยุติการผ่าตัดนำก้อนออก แล้วเลือกวิธีควบคุมอาการแทน

5. **ตัดกระเพาะส่วนที่วางแผนไว้**  
   หากตัดเพียงบางส่วน ศัลยแพทย์จะนำส่วนที่มีก้อนออกพร้อมเนื้อเยื่อโดยรอบ หากตัดทั้งหมด จะนำกระเพาะออกและเตรียมเชื่อมหลอดอาหารกับ[ลำไส้เล็ก](/hdcare/small-bowel-resection/) ส่วนที่ตัดออกไม่สามารถนำกลับมาต่อคืนภายหลังได้ ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618))

6. **เลาะต่อมน้ำเหลือง**  
   ต่อมน้ำเหลืองใกล้กระเพาะมักถูกนำออกพร้อมชิ้นเนื้อ เพื่อกำจัดบริเวณที่อาจมีเซลล์มะเร็งและช่วยกำหนดระยะโรคหลังผ่าตัด

7. **ต่อทางเดินอาหารใหม่**  
   หากยังเหลือกระเพาะ ศัลยแพทย์จะต่อกระเพาะส่วนที่เหลือกับลำไส้ตามแผนที่เหมาะสม หากตัดทั้งหมด จะต่อหลอดอาหารเข้ากับลำไส้เล็กเพื่อให้อาหารผ่านต่อไปได้ แม้ไม่มีกระเพาะอาหาร

8. **ตรวจเลือดออกและรอยต่อ**  
   ทีมผ่าตัดตรวจว่ามีเลือดออกหรือการรั่วที่เห็นได้หรือไม่ บางรายอาจมีสายระบายบริเวณช่องท้องตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์

9. **ปิดแผลและส่งห้องพักฟื้น**  
   หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามการหายใจ ความดัน ชีพจร อาการปวด ปริมาณปัสสาวะ และสัญญาณเลือดออกหรือการติดเชื้อ

ชิ้นเนื้อและต่อมน้ำเหลืองจะถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา รายงานจะระบุชนิดของมะเร็ง ระดับการลุกลาม ต่อมน้ำเหลือง และขอบชิ้นเนื้อ ผลนี้อาจทำให้ระยะโรคหลังผ่าตัดแตกต่างจากระยะที่ประเมินไว้ก่อนผ่าตัด และใช้ตัดสินใจเรื่องการรักษาเพิ่มเติม

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การตัดกระเพาะเพื่อรักษามะเร็งเป็นการผ่าตัดใหญ่และใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ระยะเวลาขึ้นกับว่าตัดบางส่วนหรือทั้งหมด ใช้วิธีเปิดหรือแผลเล็ก ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองมากเพียงใด มีพังผืดหรือไม่ และต้องตัดอวัยวะใกล้เคียงร่วมด้วยหรือเปล่า แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าระยะเวลาขึ้นกับชนิดและวิธีผ่าตัด โดยไม่ได้กำหนดช่วงเวลาตายตัว ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618))

การผ่าตัดผ่านหน้าท้องใช้การดมยาสลบ หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวัง ไม่ใช่การผ่าตัดที่กลับบ้านทันที ระยะนอนโรงพยาบาลขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การเริ่มดื่มและกิน การเดิน การควบคุมอาการปวด และการไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเฝ้าระวังในหอผู้ป่วยที่ติดตามใกล้ชิดในช่วงแรก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคหัวใจหรือปอด หรือผู้ที่ผ่าตัดซับซ้อน ศัลยแพทย์จะให้ช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับกรณีของคุณเมื่อทราบแผนผ่าตัดชัดเจน

การตัดรอยโรคผ่านกล้องส่องทางเดินอาหารเป็นหัตถการที่ต่างจากการตัดกระเพาะผ่านหน้าท้อง ระยะทำหัตถการและเวลาพักในโรงพยาบาลจึงสั้นกว่าหรือยาวกว่ากันได้ตามขนาดรอยโรค ความลึก และภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวเกิดเป็นช่วง ไม่ได้จบเมื่อออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยต้องฟื้นจากแผลผ่าตัด ปรับทางเดินอาหาร และรักษาน้ำหนักไปพร้อมกัน ผู้ที่ตัดกระเพาะทั้งหมดมักต้องปรับตัวด้านอาหารและสารอาหารมากกว่าผู้ที่ตัดเพียงบางส่วน

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น |
|---|---|
| ช่วงแรกหลังผ่าตัด | ทีมรักษาควบคุมอาการปวด กระตุ้นให้หายใจลึกและเริ่มขยับตัว พร้อมเฝ้าระวังเลือดออก การติดเชื้อ และรอยต่อรั่ว |
| ระหว่างนอนโรงพยาบาล | เริ่มดื่มและกินเมื่อทีมรักษาเห็นว่าปลอดภัย จากนั้นค่อยเพิ่มชนิดและปริมาณอาหารตามการทำงานของลำไส้ |
| หลังกลับบ้านระยะแรก | เหนื่อยง่าย กินได้น้อย และต้องแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก หลีกเลี่ยงยกของหนักจนกว่าแผลและกล้ามเนื้อหน้าท้องจะฟื้น |
| ระยะหลายสัปดาห์ต่อมา | เพิ่มกิจกรรมและอาหารตามอาการ งานเบาอาจกลับไปทำได้ก่อนงานที่ใช้แรงหรือยกของ |
| ระยะยาว | ติดตามน้ำหนัก ผลเลือด วิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงอาการจากอาหารผ่านลำไส้เร็วเกินไป |

ไม่มีระยะกลับไปทำงานที่เหมาะกับทุกคน งานนั่งโต๊ะ งานเดินทั้งวัน และงานยกของใช้กำลังกายต่างกัน การผ่าตัดเปิดมักมีแผลหน้าท้องที่ต้องใช้เวลาฟื้นมากกว่าวิธีแผลเล็ก แต่ขอบเขตของการตัดกระเพาะและภาวะแทรกซ้อนสำคัญกว่าขนาดแผลเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินจากแผล ความแข็งแรง การกิน และลักษณะงานก่อนอนุญาต

### การกินหลังผ่าตัด

หลังตัดกระเพาะ ความจุสำหรับอาหารลดลง หรือไม่มีส่วนที่ทำหน้าที่พักอาหารก่อนเข้าสู่ลำไส้ ผู้ป่วยจึงมักกินมื้อใหญ่ไม่ได้ การแบ่งเป็นมื้อเล็กหลายมื้อช่วยให้รับอาหารได้ง่ายขึ้น ทีมโภชนาการอาจช่วยวางแผนโปรตีน พลังงาน และวิธีลดน้ำหนักที่ลดลงโดยไม่ตั้งใจ ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618))

อย่าฝืนเพิ่มอาหารเร็วเมื่อมีแน่นท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน แต่ไม่ควรลดอาหารต่อเนื่องโดยไม่แจ้งทีมรักษา เพราะน้ำหนักที่ลดเร็วและภาวะขาดน้ำทำให้การฟื้นตัวช้าลง อาหารที่ทนได้แตกต่างกัน จึงควรบันทึกชนิดอาหาร อาการ และปริมาณที่รับได้เพื่อใช้ปรับแผน

### การติดตามสารอาหาร

การตัดกระเพาะอาจลดการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะหลังตัดทั้งหมด ผู้ป่วยอาจต้องติดตามภาวะโลหิตจาง ธาตุเหล็ก และวิตามินบางชนิดด้วยการตรวจเลือด รวมถึงอาจต้องได้รับสารทดแทนในระยะยาวตามผลตรวจ ห้ามกำหนดชนิดหรือปริมาณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเอง เพราะความต้องการขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัดและผลเลือด

### อาการอาหารผ่านลำไส้เร็ว

อาหารอาจเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วเกินไป ทำให้ปวดท้อง แน่น คลื่นไส้ ท้องเสีย เหงื่อออก ใจสั่น หรือเวียนศีรษะ บางคนมีน้ำตาลในเลือดต่ำตามมาภายหลัง จึงรู้สึกหิว อ่อนแรง มือสั่น เหงื่อออก หรือสับสน การปรับชนิด ปริมาณ และจังหวะการกินมักเป็นแนวทางแรก แต่ผู้ที่มีอาการมากควรได้รับการประเมิน

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามอายุ โรคร่วม ภาวะโภชนาการ ขอบเขตการผ่าตัด วิธีผ่าตัด และการรักษามะเร็งก่อนหน้า ทีมผ่าตัดควรอธิบายความเสี่ยงที่เฉพาะกับแผนของคุณ ไม่ควรใช้ตัวเลขทั่วไปแทนการประเมินรายบุคคล

### ความเสี่ยงระยะแรก

- **เลือดออก** อาจเกิดในช่องท้อง บริเวณรอยต่อ หรือแผลผ่าตัด
- **การติดเชื้อ** อาจเกิดที่แผล ในช่องท้อง ปอด หรือทางเดินปัสสาวะ
- **รอยต่อรั่ว** คือของเหลวจากทางเดินอาหารรั่วออกจากตำแหน่งที่เย็บต่อ อาจทำให้ติดเชื้อในช่องท้องและต้องรักษาเพิ่มเติม
- **ลิ่มเลือดอุดตัน** อาจเกิดที่ขาหรือเคลื่อนไปปอด ความเสี่ยงเพิ่มจากมะเร็ง การผ่าตัดใหญ่ และการนอนนาน
- **ปอดแฟบหรือปอดอักเสบ** โดยเฉพาะเมื่อหายใจตื้นเพราะปวดหรือขยับตัวน้อย
- **ลำไส้ทำงานช้าหรืออุดตัน** ทำให้ท้องอืด อาเจียน และยังรับอาหารไม่ได้
- **ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ** เช่น ปัญหาการหายใจ ความดัน หรือหัวใจ
- **บาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง** เป็นความเสี่ยงที่พบได้ในการผ่าตัดซับซ้อน
- **การเสียชีวิตระหว่างหรือหลังผ่าตัด** แม้ไม่เกิดกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่เป็นความเสี่ยงของการผ่าตัดใหญ่ โดยอาจสัมพันธ์กับรอยต่อรั่ว การติดเชื้อรุนแรง เลือดออก ลิ่มเลือดอุดตัน ปัญหาหัวใจหรือปอด ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลควรประเมินโดยศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์

รอยต่อรั่วและทางเดินอาหารอุดตันเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่แหล่งข้อมูลระบุไว้สำหรับการตัดกระเพาะ ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618)) การรักษาอาจตั้งแต่หยุดอาหาร ให้สารน้ำและยาทางหลอดเลือด ระบายของเหลว ไปจนถึงทำหัตถการหรือผ่าตัดซ้ำ ขึ้นกับตำแหน่งและความรุนแรง

### ผลกระทบระยะยาว

- กินได้น้อยและอิ่มเร็ว
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือกรดไหลย้อน
- อาการอาหารผ่านลำไส้เร็ว
- ภาวะขาดวิตามิน แร่ธาตุ หรือโปรตีน
- โลหิตจาง
- พังผืดหรือการตีบที่รอยต่อ
- ไส้เลื่อนบริเวณแผลผ่าตัด
- ผลกระทบด้านอารมณ์ ความกังวลเรื่องโรคกลับมา และความยากในการปรับตัวกับการกินแบบใหม่

การผ่าตัดไม่รับประกันว่ามะเร็งจะไม่กลับมา ความเสี่ยงขึ้นกับระยะโรค การพบมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง ขอบชิ้นเนื้อ และชีววิทยาของก้อน ผู้ป่วยจึงยังต้องติดตามกับทีมมะเร็งและรับการรักษาเพิ่มเติมเมื่อมีข้อบ่งชี้

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้ โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดฉับพลันหรือรุนแรงขึ้น

| อาการ | เหตุผลที่ต้องประเมินเร็ว |
|---|---|
| ไข้ร่วมกับปวดท้องมากขึ้น หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ | อาจมีการติดเชื้อหรือรอยต่อรั่ว |
| หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ | อาจเกี่ยวกับลิ่มเลือดที่ปอด ปอดอักเสบ หรือปัญหาหัวใจ |
| ปวดท้องรุนแรง ท้องแข็ง หรือท้องบวมขึ้นต่อเนื่อง | อาจมีการรั่ว เลือดออก หรืออุดตัน |
| อาเจียนซ้ำ ดื่มน้ำไม่ได้ หรือปัสสาวะน้อยลงชัดเจน | เสี่ยงขาดน้ำหรือลำไส้อุดตัน |
| ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด หรือหน้ามืดมาก | อาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร |
| แผลแดงบวมมาก มีหนอง แยกออก หรือเลือดไหลไม่หยุด | อาจมีแผลติดเชื้อหรือแผลแยก |
| ขาข้างหนึ่งบวม ปวด แดง หรือร้อน | อาจมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ |
| ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น สับสน หรืออ่อนแรงหลังอาหาร | อาจเป็นภาวะน้ำตาลต่ำหรืออาการอาหารผ่านลำไส้เร็วที่รุนแรง |
| ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ | ควรตรวจการทำงานของตับและทางเดินน้ำดี |

หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงเพียงใด ให้ใช้ช่องทางติดต่อหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาลจัดไว้ อย่ารอถึงวันนัดเมื่อมีหอบ เจ็บหน้าอก หมดสติ อาเจียนเป็นเลือด หรือปวดท้องรุนแรง

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับผู้ป่วยทุกคน ทางเลือกขึ้นกับระยะโรค ตำแหน่งก้อน ผลตรวจทางพยาธิวิทยา อาการ และความแข็งแรงของผู้ป่วย

### การตัดรอยโรคผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร

มะเร็งระยะแรกมากบางชนิดอาจนำออกผ่านกล้องที่สอดทางปาก เครื่องมือจะเลาะรอยโรคและชั้นเนื้อเยื่อใต้ก้อนออกโดยไม่มีแผลหน้าท้อง วิธีนี้เหมาะเมื่อก้อนยังตื้นและมีโอกาสกระจายไปต่อมน้ำเหลืองต่ำ หากผลชิ้นเนื้อภายหลังพบว่าก้อนลึก ขอบไม่เพียงพอ หรือมีลักษณะเสี่ยง อาจยังต้องผ่าตัดเพิ่มเติม ([American Cancer Society](https://www.cancer.org/cancer/types/stomach-cancer/treating/types-of-surgery.html))

### การรักษาด้วยยาก่อนหรือหลังผ่าตัด

ผู้ป่วยบางรายได้รับยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัดและอาจได้รับต่อหลังผ่าตัด จุดประสงค์คือรักษาโรคทั้งที่มองเห็นและเซลล์มะเร็งขนาดเล็กที่อาจอยู่ภายนอกก้อน แผนขึ้นกับระยะโรค ผลตรวจชิ้นเนื้อ สุขภาพโดยรวม และการตอบสนองต่อยา

การรักษาแบบมุ่งเป้าหรือกระตุ้นภูมิคุ้มกันอาจใช้ในผู้ป่วยบางกลุ่มเมื่อผลตรวจของมะเร็งเข้าเกณฑ์ ไม่ใช่ทุกคนจะได้ประโยชน์เหมือนกัน และการใช้ยาไม่ได้แทนการผ่าตัดโดยอัตโนมัติในโรคที่ยังตัดออกได้

### การควบคุมอาการโดยไม่ตัดมะเร็งทั้งหมด

หากมะเร็งทำให้ทางเดินอาหารตีบ อาจพิจารณาใส่อุปกรณ์ค้ำเปิดทางผ่านด้วยการส่องกล้อง ทำทางเบี่ยงให้อาหารผ่าน หรือใช้วิธีอื่นเพื่อช่วยให้กินได้ หากมีเลือดออก อาจใช้การส่องกล้อง รังสีรักษา หรือการผ่าตัดบรรเทาอาการตามความเหมาะสม

การผ่าตัดแบบประคับประคองมีเป้าหมายลดเลือดออกหรือการอุดตัน ไม่ได้คาดหวังว่าจะกำจัดมะเร็งทั้งหมด จึงต้องชั่งประโยชน์ด้านอาการกับความเสี่ยงและเวลาฟื้นจากการผ่าตัด

### การดูแลแบบประคับประคอง

การดูแลแบบประคับประคองช่วยจัดการปวด คลื่นไส้ กินไม่ได้ น้ำหนักลด ความกังวล และการวางแผนรักษา สามารถเริ่มร่วมกับการรักษามะเร็งได้ ไม่ได้หมายถึงการหยุดรักษาเสมอไป สำหรับผู้ที่ร่างกายไม่พร้อมผ่าตัด การควบคุมอาการและรักษาคุณภาพชีวิตอาจเหมาะกว่าการผ่าตัดใหญ่

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และแผนรักษาที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น ควรตรวจสอบก่อนเริ่มการรักษา เพราะการตรวจระยะโรค ยาก่อนผ่าตัด การผ่าตัด และการติดตามอาจเกิดคนละวันหรือคนละหน่วยบริการ

### สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โดยทั่วไป ผู้มีสิทธิควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลที่กำหนด เพื่อให้แพทย์ประเมินและออกเอกสารส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีทีมศัลยกรรมมะเร็งกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นภาวะฉุกเฉิน เช่น เลือดออกมากหรืออุดตันรุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อนและแจ้งสิทธิภายหลังตามกระบวนการของโรงพยาบาล

ควรถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจใดบ้าง ต้องต่ออายุเมื่อใด และการรักษาหลังผ่าตัดต้องกลับไปที่โรงพยาบาลต้นสังกัดหรือไม่

### สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นจุดเริ่มต้น หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพผ่าตัด อาจมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่เหมาะสมตามเครือข่าย ตรวจสอบให้ชัดว่าใครเป็นผู้ประสานการส่งต่อ ต้องใช้ผลตรวจต้นฉบับหรือสำเนา และนัดติดตามหลังผ่าตัดที่ใด

หากเปลี่ยนสถานพยาบาลหรือเข้ารับการรักษานอกเครือข่ายโดยไม่มีการส่งต่อ การใช้สิทธิอาจต่างจากการรักษาตามระบบปกติ จึงควรยืนยันกับหน่วยสิทธิก่อนหากสถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน

### สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

การใช้สิทธิขึ้นกับสถานพยาบาลและขั้นตอนเบิกจ่ายของรายการตรวจหรือการรักษานั้น ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ลงทะเบียน และสอบถามว่าเอกสารใดต้องใช้สำหรับการตรวจเฉพาะทาง ยารักษามะเร็ง และการติดตามระยะยาว

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจสอบว่ากรมธรรม์ครอบคลุมมะเร็งที่วินิจฉัยแล้วหรือไม่ มีระยะรอคอย ข้อยกเว้นโรคเดิม เงื่อนไขการอนุมัติก่อนรักษา และข้อกำหนดเรื่องโรงพยาบาลในเครืออย่างไร ขอให้โรงพยาบาลส่งแผนการรักษา รายการผ่าตัด และระยะนอนโรงพยาบาลที่คาดไว้เพื่อพิจารณาอนุมัติ

ควรถามด้วยว่าความคุ้มครองรวมการตรวจระยะโรค พยาธิวิทยา ยาก่อนและหลังผ่าตัด การรักษาภาวะแทรกซ้อน และโภชนบำบัดหรือไม่ อย่าอาศัยเพียงคำว่า “คุ้มครองมะเร็ง” เพราะรายละเอียดแต่ละกรมธรรม์ต่างกัน

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร ต้องตัดกระเพาะทั้งหมดไหม

ไม่จำเป็นทุกคน เพราะขอบเขตการตัดขึ้นกับตำแหน่งและการกระจายของก้อน หากเก็บกระเพาะส่วนที่เหมาะสมไว้ได้โดยยังนำมะเร็งออกตามหลักการรักษา ศัลยแพทย์อาจตัดเพียงบางส่วน แต่ก้อนที่อยู่ใกล้หลอดอาหารหรือกระจายกว้างอาจต้องตัดทั้งหมด

### ไม่มีกระเพาะอาหารแล้วกินข้าวได้ไหม

กินได้ เพราะศัลยแพทย์จะเชื่อมหลอดอาหารเข้ากับลำไส้เล็กเพื่อให้อาหารผ่านต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม คุณจะกินมื้อใหญ่ได้ยากขึ้นและมักต้องแบ่งเป็นมื้อเล็กหลายมื้อ พร้อมติดตามน้ำหนักและสารอาหารระยะยาว

### หลังผ่าตัดต้องให้ยาเคมีบำบัดทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคน เพราะการให้ยาขึ้นกับระยะโรค ผลต่อมน้ำเหลือง ขอบชิ้นเนื้อ ลักษณะของมะเร็ง และการรักษาที่ได้รับก่อนผ่าตัด ทีมมะเร็งจะใช้รายงานพยาธิวิทยาหลังผ่าตัดประกอบการตัดสินใจ

### ผ่าตัดแบบแผลเล็กดีกว่าแบบเปิดเสมอไหม

ไม่เสมอไป แม้แผลเล็กอาจช่วยลดความเจ็บของแผลและทำให้ขยับตัวง่ายขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการนำก้อนและต่อมน้ำเหลืองออกได้ตามแผนอย่างปลอดภัย ก้อนที่ซับซ้อน พังผืดมาก หรือการลุกลามบางแบบอาจเหมาะกับการผ่าตัดเปิดมากกว่า

### รู้ได้อย่างไรว่ามะเร็งผ่าตัดได้

ทีมรักษาจะประเมินจากการส่องกล้อง ผลชิ้นเนื้อ ภาพถ่ายรังสี และบางครั้งการส่องกล้องตรวจภายในช่องท้อง แม้ตรวจครบแล้ว แผนอาจยังเปลี่ยนระหว่างผ่าตัดหากพบการกระจายที่ภาพตรวจก่อนหน้าไม่เห็น

### ถ้ามะเร็งกระจายแล้ว ยังควรผ่าตัดหรือไม่

โดยทั่วไปการตัดกระเพาะไม่ได้เหมาะกับมะเร็งที่กระจายไกลทุกราย เพราะอาจไม่ช่วยควบคุมโรคทั้งร่างกาย อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหรือหัตถการยังอาจใช้บรรเทาเลือดออก การอุดตัน หรือช่วยให้รับอาหารได้เมื่อประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง

### หลังผ่าตัดน้ำหนักจะลดไหม

น้ำหนักลดเกิดขึ้นได้ เพราะความจุอาหารลดลงและร่างกายกำลังฟื้นจากการผ่าตัด ผู้ที่กินได้น้อยต่อเนื่อง อาเจียน ท้องเสีย หรือมีน้ำหนักลดเร็วควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ การตีบของรอยต่อ และภาวะขาดสารอาหาร

### ต้องกินวิตามินตลอดชีวิตหรือไม่

หลังตัดกระเพาะอาหารทั้งหมด โดยทั่วไปต้องได้รับวิตามินบี 12 ทดแทนระยะยาวหรือตลอดชีวิตตามแผนของทีมรักษา พร้อมตรวจติดตามเลือด ธาตุเหล็ก โฟเลต แคลเซียม วิตามินดี และสารอาหารอื่นตามความเสี่ยง ส่วนผู้ที่ตัดกระเพาะบางส่วนให้ประเมินความจำเป็นเป็นรายบุคคล

### หลังผ่าตัดกลับไปทำงานเมื่อไร

กลับไปทำงานได้เมื่อกินและดื่มได้เพียงพอ เดินได้ อาการปวดควบคุมได้ และงานไม่เกินข้อจำกัดของแผล งานเบาอาจเริ่มได้เร็วกว่างานยกของหรือใช้แรงมาก ระยะจริงขึ้นกับวิธีผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน และความแข็งแรงก่อนผ่าตัด

### มะเร็งจะหายหลังผ่าตัดหรือไม่

การผ่าตัดมีเป้าหมายนำมะเร็งที่ตัดได้ออก แต่ไม่สามารถรับรองว่าจะไม่กลับมา ความเสี่ยงขึ้นกับระยะโรค ต่อมน้ำเหลือง ขอบชิ้นเนื้อ และลักษณะของมะเร็ง จึงต้องติดตามและรับการรักษาเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้

### ถ้ากลัวการผ่าตัด ควรถามศัลยแพทย์เรื่องอะไร

ควรถามว่าจะตัดกระเพาะส่วนใด เหตุใดจึงเลือกวิธีนั้น มีโอกาสเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดอย่างไร และจะกินอาหารแบบใดหลังผ่าตัด ถามเพิ่มเรื่องความเสี่ยงเฉพาะตัว ระยะนอนโรงพยาบาล การรักษาก่อนหรือหลังผ่าตัด และผู้ที่ควรติดต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ

### ควรขอความเห็นจากแพทย์อีกคนไหม

ขอความเห็นเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลายทางเลือก ต้องตัดกระเพาะทั้งหมด หรือยังไม่ชัดว่าควรให้ยาก่อนผ่าตัดหรือไม่ ควรนำผลส่องกล้อง ชิ้นเนื้อ ภาพถ่ายรังสี รายชื่อยา และสรุปแผนเดิมไปด้วย เพื่อให้แพทย์อีกทีมประเมินจากข้อมูลชุดเดียวกัน

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [American Cancer Society: Surgery for Stomach Cancer & Possible Side Effects](https://www.cancer.org/cancer/types/stomach-cancer/treating/types-of-surgery.html) — เกี่ยวกับ Stomach cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [Mayo Clinic: Gastrectomy for stomach cancer](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/gastrectomy-stomach-cancer/about/pac-20606618) — เกี่ยวกับ Stomach-cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
