# ผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่

**ผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่ (Shoulder replacement) คือการนำกระดูกและกระดูกอ่อนของข้อไหล่ส่วนที่เสียหายออก แล้วใส่ข้อเทียมเพื่อช่วยลดอาการปวดและทำให้ใช้แขนได้ดีขึ้น การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อข้อไหล่เสียหายมากและการรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่ช่วยเพียงพอ แต่ชนิดของข้อเทียมและผลที่คาดหวังต้องประเมินจากกระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อของแต่ละคน**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดนี้ไม่ได้เหมาะกับอาการปวดไหล่ทุกชนิด โดยทั่วไปจะพิจารณาเมื่อข้อไหล่เสียหายชัดเจน มีอาการปวดหรือขยับลำบากมาก และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผลเพียงพอ
- ข้อไหล่เทียมมีทั้งแบบเปลี่ยนทั้งหมด แบบเปลี่ยนบางส่วน และแบบกลับด้าน การเลือกขึ้นกับตำแหน่งที่เสียหาย สภาพกระดูก และการทำงานของเอ็นรอบข้อไหล่
- หลังผ่าตัดต้องใส่อุปกรณ์พยุงแขนและทำกายภาพบำบัดตามแผน การฟื้นตัวใช้เวลาหลายระยะ และข้อไหล่อาจไม่กลับมาแข็งแรงหรือเคลื่อนไหวได้เหมือนข้อธรรมชาติทุกประการ

## ผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่ คืออะไร

ข้อไหล่เป็นข้อต่อแบบหัวกลมกับเบ้า ส่วนหัวของกระดูกต้นแขนอยู่ในเบ้าตื้นของกระดูกสะบัก กระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อช่วยให้กระดูกเคลื่อนไหวได้ลื่น เมื่อกระดูกอ่อนสึกหรือกระดูกเสียหาย ข้ออาจปวด ฝืด อ่อนแรง และขยับแขนได้จำกัด

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมเป็นการตัดส่วนของกระดูกและกระดูกอ่อนที่เสียออก แล้วใส่ชิ้นส่วนข้อเทียมซึ่งโดยทั่วไปทำจากโลหะและพลาสติก ชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนขึ้นอยู่กับว่าความเสียหายอยู่ที่หัวกระดูกต้นแขน เบ้าข้อ หรือทั้งสองส่วน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement))

เป้าหมายหลักคือบรรเทาอาการปวดและช่วยให้ใช้แขนทำกิจวัตรได้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำให้ข้อไหล่กลับเป็นปกติทุกด้าน บางคนยังมีข้อจำกัดด้านกำลังหรือช่วงการเคลื่อนไหวหลังฟื้นตัว และข้อเทียมอาจสึก หลวม หรือจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต

ชนิดที่ใช้บ่อยมีดังนี้

| ชนิดการผ่าตัด | เปลี่ยนส่วนใด | มักพิจารณาเมื่อ |
|---|---|---|
| เปลี่ยนข้อไหล่ทั้งหมดแบบโครงสร้างปกติ | เปลี่ยนทั้งหัวกระดูกต้นแขนและผิวเบ้าข้อ โดยวางรูปทรงใกล้เคียงข้อเดิม | ข้อเสียหายทั้งสองด้าน และเอ็นรอบข้อไหล่ยังทำงานได้เพียงพอ |
| เปลี่ยนข้อไหล่ทั้งหมดแบบกลับด้าน | ย้ายส่วนหัวกลมไปอยู่ที่กระดูกสะบัก และวางส่วนเบ้าไว้ที่กระดูกต้นแขน | เอ็นรอบข้อไหล่เสียหายรุนแรง หรือโครงสร้างเดิมไม่สามารถพยุงข้อได้ดี |
| เปลี่ยนข้อไหล่บางส่วน | เปลี่ยนเฉพาะหัวกระดูกต้นแขน | ความเสียหายอยู่ที่หัวกระดูกเป็นหลัก แต่เบ้าข้อยังอยู่ในสภาพเหมาะสม |

แบบกลับด้านทำให้กล้ามเนื้อเดลทอยด์ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ที่คลุมหัวไหล่ ช่วยยกแขนแทนเอ็นรอบข้อไหล่ที่เสียหายได้มากขึ้น จึงอาจเหมาะกับผู้ที่มีเอ็นฉีกขาดรุนแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าแบบนี้ดีกว่าสำหรับทุกคน

ศัลยแพทย์จะเลือกชนิดการผ่าตัดจากอาการ ภาพเอกซเรย์หรือภาพถ่ายอื่น สภาพกระดูก การทำงานของเส้นเอ็น อายุ ระดับกิจกรรม และการผ่าตัดเดิม การตัดสินใจจึงไม่ควรอาศัยอาการปวดเพียงอย่างเดียว

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดไหล่ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องเปลี่ยนข้อทันที การผ่าตัดมักเป็นทางเลือกเมื่อความเสียหายของข้อรุนแรง อาการกระทบชีวิตประจำวัน และการรักษาที่ไม่ผ่าตัดให้ผลไม่เพียงพอ

### ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณา

ภาวะที่อาจทำให้ข้อเสียหายจนต้องพิจารณาผ่าตัด ได้แก่

- ข้อไหล่เสื่อม ทำให้กระดูกอ่อนสึก เกิดอาการปวดและข้อฝืด
- ข้ออักเสบจากโรคภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำลายกระดูกอ่อน กระดูก และเนื้อเยื่อรอบข้อ
- เอ็นรอบข้อไหล่ฉีกขาดรุนแรงร่วมกับข้อเสื่อมหรือข้อทำงานผิดปกติ
- กระดูกต้นแขนส่วนบนแตกละเอียดหรือเสียหายจนซ่อมให้มั่นคงได้ยาก
- หัวกระดูกต้นแขนขาดเลือด ทำให้กระดูกอ่อนแอหรือยุบตัว
- กระดูกที่เคยหักเชื่อมผิดรูป หรือการผ่าตัดเดิมไม่สามารถฟื้นโครงสร้างข้อได้
- ข้อเทียมเดิมหลวม สึก ติดเชื้อ หรือทำงานผิดปกติจนต้องผ่าตัดแก้ไข

อาการที่สนับสนุนการพิจารณาผ่าตัดมักเป็นอาการปวดมาก ปวดขณะพักหรือกลางคืน ยกแขนลำบาก แต่งตัว อาบน้ำ หรือทำงานไม่ได้ตามปกติ และมีความเสียหายของข้อที่สัมพันธ์กับอาการในภาพถ่าย ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement))

แพทย์จะประเมินด้วยการซักประวัติ ตรวจช่วงการเคลื่อนไหว กำลังกล้ามเนื้อ และการทำงานของเส้นเอ็น ภาพเอกซเรย์มักเป็นการตรวจพื้นฐาน บางคนอาจต้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดูรูปร่างกระดูกและเส้นเอ็นให้ชัดขึ้น

### ผู้ที่อาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัด

การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนออกไป หรืออาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม หากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

- อาการยังควบคุมได้ด้วยการปรับกิจกรรม ยา การฉีดยา หรือกายภาพบำบัด
- ต้นเหตุของอาการไม่ได้มาจากผิวข้อ เช่น ปวดจากคอ เส้นประสาท หรือเอ็นอักเสบที่ยังรักษาด้วยวิธีอื่นได้
- มีการติดเชื้อที่ข้อไหล่ ผิวหนังบริเวณผ่าตัด หรือส่วนอื่นของร่างกายที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีโรคประจำตัวที่ยังไม่คงที่ ทำให้ความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึกสูงเกินไป
- กระดูก เส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อเสียหายในลักษณะที่ข้อเทียมอาจไม่ช่วยให้แขนทำงานตามเป้าหมาย
- ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อจำกัดหลังผ่าตัดหรือเข้าร่วมการฟื้นฟูได้
- สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้แผลและกระดูกหายช้าลง

อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวตัดสิน ศัลยแพทย์จะดูสุขภาพโดยรวม คุณภาพกระดูก ความต้องการใช้งานแขน และผลที่ผู้ป่วยคาดหวังร่วมกัน หากภาพเอกซเรย์ดูเสื่อมมากแต่แทบไม่มีอาการ ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนกำหนดวันผ่าตัด คุณจะได้รับการประเมินเพื่อยืนยันชนิดของข้อเทียมและลดความเสี่ยงที่ป้องกันได้ การเตรียมตัวอาจต่างกันตามสุขภาพและแนวทางของสถานพยาบาล

### การประเมินและการตรวจ

การประเมินมักประกอบด้วย

- ประวัติโรคประจำตัว การแพ้ยา การผ่าตัดเดิม และปัญหาจากยาระงับความรู้สึกในอดีต
- รายชื่อยา อาหารเสริม สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทั้งหมด
- การตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือเอกซเรย์ทรวงอกตามอายุและโรคประจำตัว
- ภาพเอกซเรย์ข้อไหล่ และอาจมีการตรวจภาพเพิ่มเติมเพื่อวางตำแหน่งข้อเทียม
- การตรวจสุขภาพช่องปากในบางราย เพื่อลดแหล่งติดเชื้อก่อนใส่ข้อเทียม ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement))
- การประเมินโรคหัวใจ ปอด เบาหวาน หรือโรคอื่นเพิ่มเติม หากทีมรักษาเห็นว่าจำเป็น

หากมีไข้ แผลติดเชื้อ ฟันอักเสบ ผื่น หรืออาการเจ็บป่วยใหม่ก่อนผ่าตัด ควรแจ้งทีมผ่าตัด เพราะอาจต้องรักษาให้เรียบร้อยหรือเลื่อนการผ่าตัด

### ยาและอาหารเสริม

ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น

ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าควรใช้ยาใดต่อ หยุดยาใด และเริ่มใหม่เมื่อใด โดยพิจารณาจากเหตุผลที่ต้องใช้ยา ชนิดการผ่าตัด และความเสี่ยงของคุณ

ควรนำรายชื่อยา หรือภาพถ่ายฉลากยาที่เห็นชื่อชัดเจนไปด้วย รวมถึงยาที่ซื้อใช้เอง ยาสมุนไพร และวิตามิน หากใช้ยาพ่น ยาฉีด หรืออุปกรณ์รักษาโรคประจำตัว ให้แจ้งทีมรักษาด้วย

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่วิสัญญีแพทย์หรือสถานพยาบาลกำหนด เพื่อป้องกันอาหารย้อนเข้าสู่ปอดระหว่างได้รับยาระงับความรู้สึก แหล่งอ้างอิงต่างประเทศบางแห่งระบุการงดประมาณ 8 ชั่วโมง แต่คำสั่งจริงอาจต่างกันตามชนิดอาหาร เวลาเริ่มผ่าตัด และโรคประจำตัว จึงควรทำตามคำสั่งของทีมรักษาเฉพาะราย ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement))

หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง ไม่ควรปกปิด เพราะอาจกระทบความปลอดภัยของการระงับความรู้สึก

### เตรียมบ้านและผู้ช่วย

ช่วงแรกหลังผ่าตัด คุณจะใช้แขนข้างที่ผ่าตัดได้น้อย ควรเตรียมล่วงหน้า ได้แก่

- จัดของใช้ประจำวันให้อยู่ระดับเอวถึงอก ไม่ต้องเอื้อมสูง
- เตรียมเสื้อผ้าหลวมและสวมง่าย เช่น เสื้อผ่าหน้า
- วางของจำเป็นไว้ด้านแขนที่ไม่ได้ผ่าตัด
- จัดพื้นที่เดินให้โล่ง ลดความเสี่ยงสะดุดหรือล้ม
- วางแผนคนพากลับบ้านและช่วยเรื่องอาหาร อาบน้ำ แต่งตัว หรือเดินทางในระยะแรก
- ถามนักกายภาพบำบัดเรื่องวิธีใส่อุปกรณ์พยุงแขนและท่าที่ต้องหลีกเลี่ยง

### สิ่งที่ควรนำไป

ควรนำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา ผลตรวจเดิม รายชื่อยา ข้อมูลการแพ้ยา และอุปกรณ์ช่วยหายใจขณะนอนหลับหากใช้อยู่ โรงพยาบาลจะแจ้งเพิ่มเติมว่าควรนำอุปกรณ์พยุงแขนหรือของใช้ส่วนตัวชนิดใดไป

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจะแตกต่างตามชนิดข้อเทียมและความเสียหายของข้อ แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้

1. **ยืนยันข้อมูลก่อนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ตำแหน่งและข้างที่จะผ่าตัด ประวัติแพ้ยา และเอกสารยินยอม ศัลยแพทย์อาจทำเครื่องหมายบริเวณผ่าตัด

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   โดยมากใช้การดมยาสลบ ทำให้หลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด อาจใช้ร่วมกับการฉีดยาชารอบเส้นประสาทบริเวณไหล่เพื่อช่วยควบคุมความปวดหลังผ่าตัด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement))

3. **เปิดแผลเข้าถึงข้อไหล่**  
   ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างของไหล่ แล้วแยกกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวังเพื่อเข้าถึงข้อ

4. **นำส่วนข้อที่เสียหายออก**  
   ศัลยแพทย์ตัดหัวกระดูกต้นแขนหรือผิวกระดูกที่เสียออกตามชนิดการผ่าตัด และเตรียมช่องกระดูกสำหรับชิ้นส่วนข้อเทียม

5. **เตรียมเบ้าข้อ**  
   หากต้องเปลี่ยนเบ้าข้อ ศัลยแพทย์จะตกแต่งผิวเบ้าและยึดชิ้นส่วนใหม่ หากเป็นแบบกลับด้าน จะติดชิ้นส่วนหัวกลมเข้ากับด้านกระดูกสะบัก

6. **ใส่ข้อเทียมและตรวจความมั่นคง**  
   ชิ้นส่วนข้อเทียมจะถูกวางในตำแหน่งที่วางแผนไว้ จากนั้นตรวจการเคลื่อนไหว ความมั่นคง และความตึงของเนื้อเยื่อรอบข้อ

7. **ซ่อมเนื้อเยื่อและปิดแผล**  
   ศัลยแพทย์ซ่อมเส้นเอ็นหรือเนื้อเยื่อที่เปิดผ่านตามความเหมาะสม ห้ามเลือด ล้างแผล และปิดแผล อาจใส่สายระบายในบางราย

8. **พักฟื้นหลังยาระงับความรู้สึก**  
   คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นเพื่อเฝ้าดูการหายใจ ความดันโลหิต การไหลเวียนเลือดที่แขน ความรู้สึกของมือ และระดับความปวด อาจมีการถ่ายเอกซเรย์เพื่อตรวจตำแหน่งข้อเทียม

หลังผ่าตัด แขนจะอยู่ในอุปกรณ์พยุงเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวที่อาจกระทบแผลและเนื้อเยื่อที่ซ่อมไว้ อย่าถอดหรือเริ่มขยับไหล่เองจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันตามชนิดข้อเทียม ความผิดรูปของข้อ การผ่าตัดครั้งแรกหรือผ่าตัดแก้ไข และขั้นตอนเพิ่มเติม ศัลยแพทย์ผู้รักษาจะประเมินเวลาโดยประมาณเป็นรายบุคคล โดยเวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดจะรวมการเตรียมยาระงับความรู้สึกและการจัดท่าด้วย

โดยทั่วไปใช้การดมยาสลบ และอาจใช้ยาชารอบเส้นประสาทร่วมด้วย ยาชารอบเส้นประสาทอาจทำให้แขนชาและอ่อนแรงชั่วคราว ทีมรักษาจะอธิบายวิธีป้องกันแขนบาดเจ็บระหว่างที่ยังชา ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement))

แหล่งอ้างอิงต่างประเทศระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน แต่แนวทางในประเทศไทยขึ้นกับสถานพยาบาล โรคประจำตัว ชนิดการผ่าตัด การควบคุมความปวด และความพร้อมของผู้ดูแล บางคนอาจต้องพักรักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ เมื่อกลับบ้านได้ควรมีผู้ใหญ่พากลับและช่วยดูแลในระยะแรก

ก่อนอนุญาตให้กลับ ทีมรักษามักประเมินว่าคุณตื่นดี หายใจและไหลเวียนเลือดคงที่ รับประทานหรือดื่มได้ตามเหมาะสม ควบคุมความปวดได้ และมีแผนดูแลที่บ้านชัดเจน

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวไม่ใช่ช่วงเวลาเดียว แต่แบ่งเป็นระยะของการหายของแผล การซ่อมตัวของเนื้อเยื่อ การกลับมาเคลื่อนไหว และการสร้างกำลังกล้ามเนื้อ ระยะจริงขึ้นกับชนิดข้อเทียม เนื้อเยื่อที่ซ่อม อายุ สุขภาพ และลักษณะงาน

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
|---|---|---|
| วันแรกถึงช่วงต้น | ปวด บวม ช้ำ แขนอยู่ในอุปกรณ์พยุง และอาจยังชาจากยาชา | ป้องกันแผล ดูแลอุปกรณ์พยุง ขยับมือและข้อศอกตามคำแนะนำ |
| ช่วงหลายสัปดาห์แรก | แผลค่อย ๆ หาย แต่เนื้อเยื่อรอบข้อยังไม่แข็งแรง | ทำกายภาพตามแผน หลีกเลี่ยงยก ดัน ดึง หรือใช้แขนพยุงตัว |
| ระยะต่อมา | เริ่มเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวและกำลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป | ไม่เร่งฝึกเกินข้อจำกัดที่ศัลยแพทย์กำหนด |
| หลายเดือนหลังผ่าตัด | การเคลื่อนไหวและการใช้แขนในชีวิตประจำวันค่อย ๆ ดีขึ้น | ฝึกต่อเนื่องและประเมินว่ากิจกรรมใดกลับไปทำได้อย่างปลอดภัย |

### ช่วงแรกหลังกลับบ้าน

อาการบวม ช้ำ และปวดบริเวณไหล่พบได้ในช่วงต้น ยาที่ใช้ควบคุมความปวดและวิธีประคบจะเป็นไปตามแผนของทีมรักษา ไม่ควรเพิ่มยา เปลี่ยนยา หรือใช้สมุนไพรเสริมเอง เพราะอาจกระทบการแข็งตัวของเลือดหรือเกิดปฏิกิริยากับยาอื่น

ต้องรักษาแผลให้แห้งและสะอาดตามคำแนะนำ อย่าแช่น้ำหรือทาครีม สมุนไพร หรือแป้งลงบนแผลจนกว่าทีมผ่าตัดจะอนุญาต

การนอนอาจไม่สบายในช่วงแรก บางคนรู้สึกดีขึ้นเมื่อนอนยกศีรษะหรือใช้หมอนรองแขน แต่ตำแหน่งที่เหมาะสมขึ้นกับข้อจำกัดของการผ่าตัด อย่านอนทับไหล่ข้างที่ผ่าตัดจนกว่าจะได้รับอนุญาต

### การใส่อุปกรณ์พยุงแขน

ระยะเวลาที่ต้องใส่ขึ้นกับชนิดข้อเทียมและการซ่อมเส้นเอ็น บางคนต้องใส่เกือบตลอดช่วงแรกและถอดเฉพาะตามที่อนุญาต ขณะที่บางคนเริ่มลดการใช้ได้เร็วกว่า ศัลยแพทย์เป็นผู้กำหนดจากความมั่นคงของข้อและเนื้อเยื่อที่ต้องปกป้อง

อย่าขยับไหล่เพื่อทดสอบว่าแข็งแรงหรือยัง การยกแขน หมุนแขน หรือเอื้อมไปด้านหลังเร็วเกินไปอาจกระทบเนื้อเยื่อที่กำลังหายหรือทำให้ข้อเคลื่อน

### กายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นตัว แต่ต้องทำตามลำดับ ช่วงแรกอาจเน้นการขยับมือ ข้อมือ และข้อศอก รวมถึงการเคลื่อนไหวไหล่แบบมีผู้ช่วย เมื่อเนื้อเยื่อแข็งแรงขึ้นจึงเพิ่มการเคลื่อนไหวด้วยตนเองและการฝึกกำลัง

การฝึกมากเกินไปไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้นเสมอไป หากปวดหรือบวมมากขึ้นหลังฝึก ควรแจ้งนักกายภาพบำบัดหรือทีมผ่าตัดเพื่อปรับแผน

### กลับไปทำงานและขับรถ

งานนั่งโต๊ะอาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ เอื้อมเหนือศีรษะ ผลัก ดึง หรือใช้เครื่องจักร แต่ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน งานหนักอาจต้องรอจนเนื้อเยื่อหายและกำลังกล้ามเนื้อเพียงพอ รวมทั้งอาจต้องปรับหน้าที่ระยะยาว

ยังไม่ควรขับรถขณะใส่อุปกรณ์พยุงแขน ใช้ยาที่ทำให้ง่วง หรือควบคุมพวงมาลัยและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินไม่ได้ ศัลยแพทย์จะประเมินจากข้างที่ผ่าตัด การเคลื่อนไหว กำลัง และยาที่ใช้อยู่

### การฟื้นตัวเต็มที่

การฟื้นตัวของข้อไหล่มักใช้เวลาหลายเดือน และอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงต่อหลังจากนั้น ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพข้อก่อนผ่าตัด ชนิดข้อเทียม ความสมบูรณ์ของเส้นเอ็น และการทำกายภาพ

เป้าหมายที่เป็นจริงมักเป็นการลดความปวดและทำกิจวัตรได้ดีขึ้น ไม่ควรคาดหวังว่าข้อเทียมจะรับแรงหรือเคลื่อนไหวได้เหมือนข้อไหล่เดิมที่แข็งแรงทุกประการ กีฬาปะทะ การยกของหนักซ้ำ ๆ หรือกิจกรรมที่เสี่ยงล้มอาจไม่เหมาะแม้แผลหายแล้ว

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่อาจช่วยลดอาการ แต่มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ ไม่มีผลลัพธ์ที่รับประกันได้ และบางคนอาจยังปวด อ่อนแรง หรือขยับไหล่ได้จำกัดหลังฟื้นตัว ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/shoulder-replacement/about/pac-20519121))

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

### การติดเชื้อ

อาจเกิดที่ผิวหนัง แผล หรือส่วนลึกถึงข้อเทียม การติดเชื้อลึกอาจต้องใช้ยาต้านเชื้อเป็นเวลานาน และบางกรณีต้องผ่าตัดล้างหรือเปลี่ยนข้อเทียม

ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้ที่มีเบาหวานควบคุมไม่ดี สูบบุหรี่ มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีแหล่งติดเชื้ออื่น การควบคุมโรคประจำตัวและแจ้งอาการติดเชื้อก่อนผ่าตัดจึงสำคัญ

### ข้อเทียมเคลื่อน

ส่วนหัวของข้อเทียมอาจหลุดจากเบ้า โดยเฉพาะหากแขนอยู่ในท่าที่ไม่ปลอดภัยก่อนเนื้อเยื่อรอบข้อหายดี การทำตามข้อจำกัดเรื่องการยก หมุน และเอื้อมแขนช่วยลดความเสี่ยงได้

### กระดูกแตก

กระดูกต้นแขน กระดูกสะบัก หรือกระดูกบริเวณเบ้าข้ออาจแตกขณะผ่าตัดหรือภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อกระดูกบางหรือเกิดการล้ม การรักษาขึ้นกับตำแหน่ง ความมั่นคง และความสัมพันธ์กับข้อเทียม

### ข้อเทียมหลวมหรือสึก

ชิ้นส่วนข้อเทียมอาจสึกหรือหลวมเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ปวดหรือข้อทำงานผิดปกติ บางรายต้องผ่าตัดแก้ไข อายุการใช้งานของข้อเทียมไม่เหมือนกัน ขึ้นกับชนิดข้อเทียม คุณภาพกระดูก น้ำหนักตัว ระดับกิจกรรม และแรงที่ข้อรับซ้ำ ๆ

### เส้นเอ็นรอบข้อไหล่เสียหาย

เอ็นที่ช่วยพยุงและขยับไหล่อาจฉีกหรือเสื่อมหลังการเปลี่ยนข้อแบบโครงสร้างปกติ ทำให้ยกแขนลำบาก ปวด หรือข้อไม่มั่นคง บางกรณีอาจต้องรักษาเพิ่มเติม

### เส้นประสาทหรือหลอดเลือดบาดเจ็บ

เส้นประสาทใกล้ข้ออาจได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้ชา ปวด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนใหญ่ต้องติดตามอาการ แต่บางกรณีอาจฟื้นไม่เต็มที่ การบาดเจ็บของหลอดเลือดพบได้น้อยแต่ต้องรักษาเร่งด่วน

### ลิ่มเลือดและภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจหรือปอด

ลิ่มเลือดอาจเกิดในหลอดเลือดดำของแขนหรือขา และอาจเดินทางไปปอดได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการดมยาสลบ เช่น ปัญหาการหายใจ ปฏิกิริยาต่อยา หรือภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจเดิม

### ข้อฝืด ปวดต่อเนื่อง หรือผลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

บางคนยังปวด ข้อฝืด อ่อนแรง หรือยกแขนไม่ได้ตามที่คาด แม้ภาพถ่ายข้อเทียมดูอยู่ในตำแหน่งดี สาเหตุอาจมาจากเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท การเกิดพังผืด หรือโรคจากบริเวณอื่น

ก่อนตัดสินใจ ควรถามศัลยแพทย์ว่าความเสี่ยงใดสำคัญสำหรับคุณ ชนิดข้อเทียมที่แนะนำมีเหตุผลอย่างไร และผลที่เป็นจริงสำหรับงานหรือกิจกรรมของคุณคืออะไร

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

| อาการ | เหตุผลที่ต้องประเมินเร็ว |
|---|---|
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืดหรือหมดสติ | อาจเกี่ยวกับลิ่มเลือด ปอด หรือหัวใจ |
| ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวมมาก มีหนอง หรือกลิ่นผิดปกติ | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| ปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ดีขึ้นตามแผนรักษา | อาจมีเลือดออก การติดเชื้อ กระดูกแตก หรือข้อมีปัญหา |
| ไหล่ผิดรูป มีเสียงหรือความรู้สึกว่าข้อหลุดหลังขยับหรือล้ม | อาจเกิดข้อเทียมเคลื่อนหรือกระดูกแตก |
| มือซีด เขียว เย็นมาก ชีพจรเบา หรือบวมตึงผิดปกติ | อาจมีปัญหาการไหลเวียนเลือด |
| ชาหรืออ่อนแรงใหม่หลังอาการชาจากยาระงับความรู้สึกควรลดลงแล้ว | อาจเกี่ยวกับเส้นประสาทหรือการกดทับ |
| เลือดซึมจนผ้าปิดแผลชุ่ม หรือเลือดออกไม่หยุด | ต้องประเมินแผลและการแข็งตัวของเลือด |
| ปวดหรือบวมที่น่องหรือแขนข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน | อาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ |

หากไม่แน่ใจว่าอาการเป็นเหตุฉุกเฉินหรือไม่ ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นฉับพลันหรือรุนแรง อย่าขับรถไปเองหากมีอาการหน้ามืด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือแขนอ่อนแรงมาก

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับอาการปวดไหล่ทุกคน หากข้อยังไม่เสียหายรุนแรงหรืออาการยังควบคุมได้ อาจเริ่มด้วยวิธีไม่ผ่าตัดก่อน

### การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

ทางเลือกอาจประกอบด้วย

- ปรับกิจกรรม ลดงานเหนือศีรษะหรือการยกของที่กระตุ้นอาการ
- กายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว เสริมกำลัง และปรับวิธีใช้ข้อ
- ใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบตามความเหมาะสมของโรคประจำตัว
- ฉีดยาเข้าข้อในผู้ป่วยบางราย เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราว
- รักษาโรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกันให้ควบคุมได้
- ใช้ความร้อนหรือความเย็น และปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน

วิธีเหล่านี้อาจลดอาการและช่วยเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการผ่าตัด แต่ไม่สามารถสร้างกระดูกอ่อนที่เสียหายรุนแรงให้กลับเป็นปกติ หากอาการยังรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตแม้รักษาเต็มที่แล้ว จึงค่อยประเมินประโยชน์และความเสี่ยงของการผ่าตัด

### การผ่าตัดชนิดอื่น

หากปัญหาไม่ได้ครอบคลุมผิวข้อทั้งหมด อาจมีทางเลือกอื่น เช่น การซ่อมเอ็น การส่องกล้องทำความสะอาดข้อ การยึดกระดูกหัก หรือการแก้ไขกระดูกผิดรูป วิธีเหล่านี้เหมาะกับความเสียหายบางแบบและไม่ได้ทดแทนการเปลี่ยนข้อในทุกกรณี

สำหรับผู้ที่ต้องเปลี่ยนข้อ ศัลยแพทย์ยังต้องเลือกระหว่างการเปลี่ยนทั้งหมดแบบโครงสร้างปกติ แบบกลับด้าน หรือแบบบางส่วน การเลือกไม่ได้ขึ้นกับอายุอย่างเดียว แต่ขึ้นกับสภาพเบ้าข้อ เอ็นรอบข้อไหล่ กระดูก และเป้าหมายการใช้งาน ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/shoulder-replacement/about/pac-20519121))

หากยังลังเล คุณควรถามให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นหากยังไม่ผ่าตัด มีวิธีรักษาใดที่ยังไม่ได้ลอง และการรอจะทำให้ทางเลือกในอนาคตเปลี่ยนหรือไม่ คำตอบจะแตกต่างกันระหว่างข้อเสื่อมที่ค่อยเป็นค่อยไปกับกระดูกหักรุนแรงที่ต้องตัดสินใจเร็วกว่า

## สิทธิการรักษา

ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ขั้นตอนส่งต่อ ชนิดข้อเทียมที่อยู่ในสิทธิ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนกำหนดผ่าตัด เพราะการมีสิทธิไม่ได้หมายความว่าทุกสถานพยาบาลหรือข้อเทียมทุกชนิดจะใช้ได้โดยอัตโนมัติ

### ประกันสังคม

เริ่มติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อให้แพทย์ประเมินและส่งต่อไปยังหน่วยที่มีศัลยแพทย์และความพร้อมด้านข้อเทียมหากจำเป็น ควรถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจ ภาพถ่าย การผ่าตัด ข้อเทียม การพักรักษา และกายภาพบำบัดหรือไม่

หากเป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน อาจมีช่องทางสิทธิที่ต่างจากการเจ็บป่วยทั่วไป ควรแจ้งนายจ้างและเจ้าหน้าที่สิทธิของสถานพยาบาลตั้งแต่ต้น

### บัตรทอง

ผู้ใช้สิทธิควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่กำหนด แพทย์จะประเมินและออกเอกสารส่งต่อเมื่อจำเป็น หากต้องใช้ข้อเทียมชนิดเฉพาะ ควรถามโรงพยาบาลปลายทางว่ามีข้อบ่งชี้และขั้นตอนอนุมัติอย่างไร

กรณีฉุกเฉินจากอุบัติเหตุรุนแรงอาจใช้กระบวนการต่างจากการนัดผ่าตัดข้อเสื่อม ควรให้สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิตามเหตุการณ์จริง

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองการผ่าตัดผู้ป่วยในหรือการผ่าตัดกลับบ้านวันเดียวหรือไม่ มีระยะรอ ข้อยกเว้นโรคเดิม วงเงินย่อยสำหรับข้อเทียม หรือข้อกำหนดให้ขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่

เอกสารที่บริษัทอาจขอ ได้แก่ รายงานแพทย์ ผลภาพถ่าย แผนการผ่าตัด ชนิดข้อเทียม และเหตุผลทางการแพทย์ อย่าตีความคำว่า “คุ้มครองการผ่าตัด” ว่าครอบคลุมทุกรายการ ควรขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้ารับการรักษาหากสถานการณ์ไม่เร่งด่วน

ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามโรงพยาบาลให้ครบว่าใครเป็นผู้ประสานสิทธิ ต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ ข้อเทียมที่แพทย์แนะนำอยู่ในสิทธิหรือไม่ และกายภาพบำบัดหลังผ่าตัดต้องดำเนินการที่ใด

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่จำเป็นต้องทำทุกคนที่ข้อไหล่เสื่อมหรือไม่

ไม่จำเป็น ผู้ที่อาการยังควบคุมได้และใช้ชีวิตได้ตามสมควรมักเริ่มด้วยการปรับกิจกรรม ยา หรือกายภาพบำบัดก่อน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อปวดหรือข้อฝืดรุนแรง กระทบชีวิต และวิธีไม่ผ่าตัดช่วยไม่เพียงพอ

### เปลี่ยนข้อไหล่แล้วจะยกแขนได้เหมือนเดิมไหม

ไม่สามารถรับประกันว่าจะยกแขนได้เหมือนข้อปกติ แต่เป้าหมายคือช่วยลดปวดและเพิ่มการใช้งานเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด ผลขึ้นกับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท ชนิดข้อเทียม และการฟื้นฟู ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/shoulder-replacement/about/pac-20519121))

### ข้อไหล่เทียมแบบปกติกับแบบกลับด้านต่างกันอย่างไร

แบบปกติวางหัวและเบ้าใกล้เคียงโครงสร้างเดิม ส่วนแบบกลับด้านสลับตำแหน่งหัวกับเบ้าเพื่อให้กล้ามเนื้อเดลทอยด์ช่วยยกแขนมากขึ้น แบบกลับด้านมักพิจารณาเมื่อเอ็นรอบข้อไหล่เสียหายรุนแรง แต่ศัลยแพทย์ต้องประเมินกระดูกและกล้ามเนื้อร่วมด้วย

### ผ่าตัดนานเท่าไร

ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันตามชนิดข้อเทียม ความผิดรูปของข้อ การผ่าตัดครั้งแรกหรือผ่าตัดแก้ไข และขั้นตอนเพิ่มเติม ศัลยแพทย์ผู้รักษาจะประเมินเวลาโดยประมาณเป็นรายบุคคล โดยเวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดจะรวมการเตรียมยาระงับความรู้สึกและการจัดท่าด้วย

### ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

บางคนกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ขณะที่บางคนต้องพักสังเกตอาการ ระยะจริงขึ้นกับแนวทางของสถานพยาบาล โรคประจำตัว การควบคุมความปวด ชนิดการผ่าตัด และความพร้อมของผู้ดูแลที่บ้าน

### หลังผ่าตัดต้องใส่อุปกรณ์พยุงแขนนานไหม

มักต้องใส่ในช่วงแรก แต่ระยะเวลาแตกต่างตามชนิดการผ่าตัดและเนื้อเยื่อที่ซ่อมไว้ อย่าหยุดใส่หรือเริ่มยกแขนเอง ศัลยแพทย์จะปรับระยะตามความมั่นคงของข้อและผลการติดตาม

### จะกลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาหรืองานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานใช้แรง แต่กำหนดจริงขึ้นกับข้างที่ผ่าตัด ลักษณะงาน ความปวด การใช้ยา และการควบคุมแขน งานยกของ ดัน ดึง หรือทำเหนือศีรษะต้องรอการประเมิน และบางงานอาจต้องปรับหน้าที่ระยะยาว

### ขับรถหลังผ่าตัดได้เมื่อไร

ขับได้เมื่อไม่ต้องใช้อุปกรณ์พยุงแขน ไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง และควบคุมรถได้ปลอดภัยทั้งในสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน ศัลยแพทย์ควรเป็นผู้ยืนยัน เพราะข้อจำกัดต่างกันตามข้างที่ผ่าตัดและการฟื้นตัว

### ข้อไหล่เทียมอยู่ได้นานเท่าไร

ไม่มีอายุใช้งานเดียวที่รับประกันได้ ข้อเทียมอาจสึกหรือหลวมตามเวลา โดยขึ้นกับชนิดข้อเทียม คุณภาพกระดูก ระดับกิจกรรม น้ำหนักตัว การล้ม และภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการปวดใหม่หรือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปหลังเคยใช้งานได้ดี ควรกลับไปตรวจ

### หลังเปลี่ยนข้อไหล่เล่นกีฬาได้ไหม

อาจกลับไปทำกิจกรรมแรงกระแทกต่ำบางชนิดได้หลังผ่านการฟื้นฟู แต่กิจกรรมปะทะ การยกน้ำหนักมากซ้ำ ๆ หรือกีฬาที่เสี่ยงล้มอาจไม่เหมาะ กิจกรรมที่อนุญาตขึ้นกับชนิดข้อเทียม ความแข็งแรง และคำแนะนำของศัลยแพทย์

### ถ้ายังไม่ผ่าตัดจะเป็นอันตรายไหม

ขึ้นกับสาเหตุ ข้อเสื่อมบางรายสามารถรักษาตามอาการและนัดติดตามได้ แต่กระดูกหักรุนแรง การติดเชื้อ หรือข้อเสียหายบางแบบอาจต้องจัดการเร็ว ควรถามแพทย์ว่าการรอมีผลต่อกระดูก เส้นเอ็น และทางเลือกการผ่าตัดในอนาคตอย่างไร

### ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือยาเบาหวานหรือไม่

ยาเหล่านี้อาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามเปลี่ยนเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาโดยดูเหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงลิ่มเลือด ระดับน้ำตาล และความเสี่ยงเลือดออกของการผ่าตัด

### ผ่าตัดแล้วไหล่ยังปวดได้หรือไม่

ยังปวดได้ โดยเฉพาะช่วงพักฟื้น และบางคนอาจมีอาการปวดต่อเนื่องแม้แผลหายแล้ว สาเหตุอาจมาจากข้อฝืด เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท การติดเชื้อ หรือข้อเทียม หากปวดมากขึ้นกะทันหัน มีไข้ แผลผิดปกติ หรือไหล่ผิดรูป ควรพบแพทย์ทันที

### ควรเตรียมคำถามอะไรไปพบศัลยแพทย์

ควรถามว่าความเสียหายอยู่ส่วนใด เหตุใดจึงแนะนำข้อเทียมชนิดนี้ มีทางเลือกที่ไม่ผ่าตัดหรือไม่ ต้องจำกัดกิจกรรมใด และผลที่คาดหวังสำหรับงานของคุณคืออะไร นอกจากนี้ควรถามเรื่องการดมยาสลบ อุปกรณ์พยุงแขน กายภาพบำบัด การช่วยเหลือที่บ้าน และสัญญาณอันตรายหลังกลับบ้านด้วย

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Shoulder Replacement Surgery: Recovery & Restrictions](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/8290-shoulder-replacement) — เกี่ยวกับ Shoulder replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [Mayo Clinic: Shoulder replacement surgery](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/shoulder-replacement/about/pac-20519121) — เกี่ยวกับ Shoulder replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
