# ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล

**ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (Sentinel lymph-node biopsy) คือการผ่าตัดนำต่อมน้ำเหลืองด่านแรกที่รับน้ำเหลืองจากก้อนมะเร็งออกมาตรวจว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ มักใช้ในการประเมินระยะของมะเร็งเต้านมและมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา เพื่อช่วยวางแผนการรักษา โดยไม่ได้เป็นการรักษามะเร็งทั้งหมดด้วยตัวเอง**

## ประเด็นสำคัญ

- การตรวจนี้ช่วยดูว่ามะเร็งกระจายจากก้อนต้นกำเนิดไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงหรือไม่ ผลตรวจมีส่วนกำหนดระยะโรคและการรักษาขั้นต่อไป
- ศัลยแพทย์จะใช้สารติดตามรังสีปริมาณต่ำ สีย้อม หรือทั้งสองอย่าง เพื่อหาต่อมน้ำเหลืองด่านแรก แล้วนำต่อมที่ตรวจพบส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจหาเซลล์มะเร็ง
- การนำต่อมน้ำเหลืองด่านแรกออกมักกระทบระบบน้ำเหลืองน้อยกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องเลือดออก การติดเชื้อ ของเหลวคั่ง ชา และแขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง

## ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล คืออะไร

ต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล หมายถึง “ต่อมน้ำเหลืองด่านแรก” ซึ่งเป็นต่อมแรกหรือกลุ่มแรกที่รับน้ำเหลืองจากบริเวณก้อนมะเร็ง หากเซลล์มะเร็งหลุดจากก้อนและเดินทางผ่านระบบน้ำเหลือง เซลล์เหล่านั้นมีแนวโน้มจะไปถึงต่อมน้ำเหลืองกลุ่มนี้ก่อน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy))

การตรวจทำโดยฉีดสารติดตามใกล้ก้อนหรือบริเวณที่เคยมีก้อน สารจะไหลไปตามทางเดินน้ำเหลือง ศัลยแพทย์จึงสามารถระบุตำแหน่งของต่อมน้ำเหลืองด่านแรกได้ จากนั้นจึงเปิดแผลขนาดเล็ก นำต่อมน้ำเหลืองที่ตรวจพบออก และส่งไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มักตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ การตรวจอาจทำพร้อมกับการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกหรือผ่าตัดเต้านม ในบางสถานการณ์อาจแยกทำก่อนหรือหลังการผ่าตัดก้อน ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็ง ผลภาพถ่าย การรักษาที่ได้รับมาก่อน และแผนของทีมมะเร็ง

ผลตรวจมีความหมายหลักสองแบบ

- **ไม่พบเซลล์มะเร็งในต่อมน้ำเหลืองด่านแรก** หมายความว่าโอกาสที่มะเร็งจะกระจายผ่านระบบน้ำเหลืองไปยังต่อมอื่นลดลง และอาจไม่จำเป็นต้องนำต่อมน้ำเหลืองเพิ่มออกมาตรวจ
- **พบเซลล์มะเร็งในต่อมน้ำเหลืองด่านแรก** หมายความว่ามีหลักฐานว่ามะเร็งไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว แพทย์จะนำข้อมูลนี้ไปรวมกับขนาดและลักษณะของก้อน ผลพยาธิวิทยา และข้อมูลอื่น เพื่อพิจารณาการฉายรังสี การรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเพิ่มเติม

ผลบวกไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเลาะ[ต่อมน้ำเหลืองรักแร้](/hdcare/axillary-lymph-node-dissection/)ทั้งหมด และผลลบก็ไม่ได้รับประกันว่าไม่มีเซลล์มะเร็งอยู่ที่อื่น การตัดสินใจต้องอาศัยข้อมูลทั้งหมดของโรค ไม่ใช่ผลจากต่อมเดียวเพียงอย่างเดียว

การตรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดระยะโรค ไม่ใช่การตรวจคัดกรองมะเร็งในคนทั่วไป โดยปกติจะพิจารณาเมื่อวินิจฉัยมะเร็งแล้ว และแพทย์ต้องการทราบสถานะของต่อมน้ำเหลืองเพื่อวางแผนรักษา

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่อาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจ

แพทย์มักพิจารณาการตรวจนี้ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนจากการตรวจร่างกายหรือภาพถ่ายว่าต่อมน้ำเหลืองมีมะเร็งกระจายจำนวนมาก ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy))

สำหรับมะเร็งเต้านม การตัดสินใจขึ้นกับรายละเอียดหลายเรื่อง เช่น

- เป็นมะเร็งระยะลุกลามหรือมะเร็งชนิดใด
- ขนาดและตำแหน่งของก้อน
- ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ผิดปกติจากการคลำหรือภาพถ่ายหรือไม่
- เคยเจาะต่อมน้ำเหลืองและทราบผลแล้วหรือยัง
- จะผ่าตัดเฉพาะก้อนหรือผ่าตัดเต้านม
- เคยได้รับยาเพื่อลดขนาดก้อนก่อนผ่าตัดหรือไม่
- เคยผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณเต้านมและรักแร้มาก่อนหรือไม่
- ผลตรวจต่อมน้ำเหลืองจะเปลี่ยนแผนรักษาหรือไม่

คำว่า “ควรทำ” จึงไม่ได้หมายถึงผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกคน ศัลยแพทย์จะพิจารณาว่าผลตรวจมีโอกาสให้ข้อมูลที่เปลี่ยนการรักษามากเพียงใด เทียบกับความเสี่ยงจากการผ่าตัด

### ผู้ที่อาจไม่จำเป็นต้องตรวจ

การตรวจอาจไม่ให้ประโยชน์เพิ่มในบางสถานการณ์ เช่น ต่อมน้ำเหลืองได้รับการยืนยันแล้วว่ามีเซลล์มะเร็ง หรือผลตรวจจะไม่เปลี่ยนแนวทางรักษาที่วางไว้ กรณีนี้แพทย์อาจเลือกการรักษาต่อมน้ำเหลืองแบบอื่น หรือไม่ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเพิ่มเติม ขึ้นกับระยะโรคและเป้าหมายการรักษา

ผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกช่วยวางแผนรักษาได้ จึงไม่ใช่หัตถการมาตรฐานสำหรับมะเร็งทุกตำแหน่ง แหล่งอ้างอิงระบุว่าใช้บ่อยที่สุดในมะเร็งเต้านมและเมลาโนมา ส่วนมะเร็งชนิดอื่นต้องพิจารณาเป็นรายโรค

### ภาวะที่ต้องประเมินเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด

แพทย์อาจเลื่อน ปรับ หรือหลีกเลี่ยงการตรวจเมื่อความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึกสูงกว่าประโยชน์ เช่น

- มีการติดเชื้อบริเวณที่จะผ่าตัด
- มีปัญหาเลือดออกง่ายหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- มีโรคหัวใจหรือโรคปอดที่ยังควบคุมไม่ได้
- เคยแพ้สารที่อาจใช้ทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง
- ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ ซึ่งต้องประเมินชนิดของสารติดตามและความจำเป็นในการตรวจเป็นรายบุคคล
- เส้นทางน้ำเหลืองอาจเปลี่ยนไปจากการผ่าตัดหรือการรักษาเดิม

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามตายตัวทุกกรณี ทีมรักษาจะชั่งประโยชน์ ความเร่งด่วน และวิธีที่ลดความเสี่ยงได้มากที่สุด

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำตามชนิดของการผ่าตัดและวิธีระงับความรู้สึก หากตรวจต่อมน้ำเหลืองพร้อมผ่าตัดมะเร็งเต้านม การเตรียมตัวมักเป็นไปตามการผ่าตัดหลักนั้น

### แจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบ

ก่อนวันผ่าตัด ควรแจ้งทีมรักษาเรื่องต่อไปนี้

- โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน และภาวะเลือดออกผิดปกติ
- ประวัติแพ้ยา แพ้สีย้อม แพ้สารทึบรังสี หรือเคยมีปฏิกิริยารุนแรงระหว่างการรักษา
- การตั้งครรภ์ มีโอกาสตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นม
- ประวัติผ่าตัด ฉายรังสี หรือติดเชื้อบริเวณเต้านม รักแร้ หรือพื้นที่ที่จะตรวจ
- ยาทุกชนิดที่ใช้ รวมทั้งยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม
- ปัญหาการเคลื่อนไหวของไหล่หรือแขนที่มีอยู่ก่อน เพื่อใช้เปรียบเทียบหลังผ่าตัด

### การงดอาหารและน้ำ

หากใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะกำหนดเวลาที่ต้องหยุดอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารหรือน้ำจากกระเพาะจะไหลย้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy))

ให้ทำตามเวลาที่ทีมวิสัญญีแจ้ง ไม่ควรคาดเดาเวลาเอง เพราะข้อกำหนดอาจต่างกันตามเวลาผ่าตัด ชนิดอาหาร สุขภาพ และแนวทางของโรงพยาบาล หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องปรับเวลาเพื่อความปลอดภัย

### การปรับยา

ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด ได้แก่ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยอาจได้รับคำสั่งให้ปรับยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แต่เวลาหยุดยาต้องกำหนดโดยศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์เป็นรายบุคคล

อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดช่วงอาจเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน ส่วนการกินต่อโดยไม่ได้รับคำแนะนำอาจเพิ่มเลือดออก ควรนำรายชื่อยา ขนาดที่ใช้ และเวลาที่กินล่าสุดไปให้ทีมรักษาตรวจสอบ

### สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิรักษา
- ใบนัด ผลตรวจ ภาพถ่ายทางรังสี และผลพยาธิวิทยาที่โรงพยาบาลขอ
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- เสื้อผ้าที่สวมและถอดง่าย ไม่รัดแผลหรือรักแร้
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน โดยเฉพาะเมื่อใช้ยาสลบ เพราะอาจยังง่วงและตอบสนองช้าหลังผ่าตัด
- รายละเอียดผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าจะใช้สารติดตามชนิดใด จะตรวจพร้อมการผ่าตัดก้อนหรือไม่ และหากพบเซลล์มะเร็งระหว่างผ่าตัด ศัลยแพทย์มีแผนนำต่อมน้ำเหลืองเพิ่มออกในครั้งเดียวหรือรอผลฉบับสมบูรณ์ก่อน

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันระหว่างโรงพยาบาลและชนิดของมะเร็ง แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

### 1. ระบุต่อมน้ำเหลืองด่านแรก

ทีมรักษาจะฉีดสารติดตามบริเวณใกล้ก้อน รอบหัวนม หรือบริเวณที่กำหนดตามตำแหน่งมะเร็ง สารที่ใช้อาจเป็นสารติดตามรังสีปริมาณต่ำ สีย้อม หรือทั้งสองอย่าง สารจะเคลื่อนตามท่อน้ำเหลืองไปสะสมที่ต่อมน้ำเหลืองด่านแรก ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy))

หากใช้สารติดตามรังสี อาจมีการถ่ายภาพระบบน้ำเหลืองเพื่อดูเส้นทางและตำแหน่งต่อม ศัลยแพทย์สามารถใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณระหว่างผ่าตัด หากใช้สีย้อม ต่อมเป้าหมายจะติดสีและมองเห็นได้ง่ายขึ้น

ช่วงเวลาฉีดสารไม่เหมือนกัน บางชนิดฉีดก่อนเข้าห้องผ่าตัด ขณะที่บางชนิดฉีดใกล้เวลาผ่าตัด ทีมรักษาจะแจ้งลำดับที่ใช้ในโรงพยาบาลนั้น

### 2. ให้ยาระงับความรู้สึก

การตรวจมักทำภายใต้ยาสลบ โดยเฉพาะเมื่อทำพร้อมการผ่าตัดมะเร็ง แต่การระงับความรู้สึกอาจต่างกันตามตำแหน่งที่ตรวจ การผ่าตัดร่วม และสุขภาพของผู้ป่วย

วิสัญญีแพทย์จะติดตามชีพจร ความดันโลหิต การหายใจ และระดับออกซิเจนตลอดการผ่าตัด คุณไม่ควรรู้สึกเจ็บระหว่างที่ยาสลบออกฤทธิ์

### 3. ค้นหาและนำต่อมน้ำเหลืองออก

ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณที่คาดว่ามีต่อมน้ำเหลืองด่านแรก หากใช้สารติดตามรังสี จะใช้อุปกรณ์ตรวจหาบริเวณที่มีสัญญาณสูง หากใช้สีย้อม จะมองหาท่อน้ำเหลืองหรือต่อมที่ติดสี

อาจพบต่อมน้ำเหลืองด่านแรกมากกว่าหนึ่งต่อม จำนวนที่นำออกจึงไม่เท่ากันในแต่ละคน ศัลยแพทย์จะนำต่อมที่สัมพันธ์กับการระบายน้ำเหลืองของก้อนออกเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ได้ตั้งเป้านำต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทั้งหมดออก

### 4. ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

ต่อมน้ำเหลืองที่นำออกจะถูกส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจหาเซลล์มะเร็งด้วยกล้องจุลทรรศน์ โรงพยาบาลบางแห่งอาจตรวจเบื้องต้นระหว่างผ่าตัด หากพบมะเร็งและมีการตกลงแผนไว้แล้ว ศัลยแพทย์อาจทำหัตถการเพิ่มเติมในครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม การตรวจระหว่างผ่าตัดอาจไม่ตอบได้ทุกกรณี ผลฉบับสมบูรณ์ภายหลังมักให้รายละเอียดมากกว่า หากผลภายหลังต่างจากผลเบื้องต้น ทีมมะเร็งจะทบทวนว่าต้องรักษาเพิ่มหรือไม่

### 5. ปิดแผลและเฝ้าดูอาการ

เมื่อเก็บต่อมน้ำเหลืองครบ ศัลยแพทย์จะห้ามเลือดและปิดแผลด้วยไหม วัสดุเย็บแผล หรือกาวปิดผิวหนัง การตรวจเฉพาะต่อมน้ำเหลืองด่านแรกมักไม่ต้องใส่สายระบาย แต่หากมีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วยหรือมีพื้นที่ผ่าตัดกว้าง อาจต้องใช้สายระบายตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์

จากนั้นคุณจะไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาจะติดตามการหายใจ ความดัน อาการปวด คลื่นไส้ เลือดออก และอาการแพ้สารที่ใช้

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะการตรวจอาจทำเป็นหัตถการเดี่ยวหรือทำพร้อมการผ่าตัดก้อนมะเร็ง ผ่าตัดเต้านม หรือหัตถการอื่น ระยะเวลายังขึ้นกับตำแหน่งของต่อม จำนวนต่อมที่พบ วิธีทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง และการตรวจระหว่างผ่าตัด

คุณอาจต้องใช้เวลาที่โรงพยาบาลนานกว่าช่วงผ่าตัดจริง เนื่องจากมีขั้นตอนฉีดสารติดตาม การถ่ายภาพ การเตรียมยาสลบ และการสังเกตอาการในห้องพักฟื้น ควรถามโรงพยาบาลว่าต้องมาถึงเมื่อใด และคาดว่าจะกลับได้ช่วงใด แทนการประเมินจากเวลาผ่าตัดเพียงอย่างเดียว

การระงับความรู้สึกที่ใช้บ่อยคือยาสลบ โดยเฉพาะเมื่อทำพร้อมการผ่าตัดมะเร็ง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy)) หลังตื่นอาจง่วง มึน คลื่นไส้ เจ็บคอจากอุปกรณ์ช่วยหายใจ หรือจำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้ชั่วคราว

หากทำเฉพาะการตรวจและอาการคงที่ หลายคนสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนอาจต้องพักค้างคืน ขึ้นกับการผ่าตัดร่วม สุขภาพ อาการหลังยาสลบ และแนวทางของโรงพยาบาล หากทำพร้อมการผ่าตัดเต้านม ระยะนอนโรงพยาบาลจะกำหนดจากการผ่าตัดหลักมากกว่าการตรวจต่อมน้ำเหลือง

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวขึ้นกับว่าตรวจต่อมน้ำเหลืองอย่างเดียวหรือทำพร้อมการผ่าตัดอื่น จำนวนต่อมที่นำออก ตำแหน่งแผล ลักษณะงาน และสุขภาพโดยรวม ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน

| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่อาจพบ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| วันแรกหลังผ่าตัด | ปวดตึง ช้ำ ง่วงจากยาสลบ หรือคลื่นไส้ | พักและให้ผู้ดูแลช่วยเดินทาง ทำตามคำแนะนำเรื่องแผลและยา |
| ช่วงหลายวันแรก | แผลระบม ตึงรักแร้ ขยับแขนไม่คล่อง | เคลื่อนไหวเบาๆ ตามที่ทีมรักษาอนุญาต หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ดึงรั้งแผล |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | อาการปวดมักค่อยๆ ลด แต่อาการชา เสียว หรือแข็งตึงอาจยังอยู่ | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย และทำท่าบริหารที่ได้รับคำแนะนำ |
| ระยะต่อมา | แผลเป็นค่อยๆ นิ่มและจางลง บางคนยังมีชาหรือไวต่อการสัมผัส | สังเกตแขนบวมและการเคลื่อนไหวของไหล่ แจ้งแพทย์หากอาการรบกวนชีวิตประจำวัน |

หลังตรวจบริเวณรักแร้ อาการที่พบได้คือเจ็บ กดแล้วระบม ชา เสียวซ่า หรือรู้สึกตึง อาการชาหรือเสียวอาจอยู่ตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ขึ้นกับเส้นประสาทขนาดเล็กบริเวณแผลและการผ่าตัดร่วม ([American Cancer Society](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect))

หากใช้สีย้อม ปัสสาวะหรืออุจจาระอาจเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหรือเขียวชั่วคราว และผิวบริเวณฉีดอาจมีสีติดอยู่ระยะหนึ่ง ทีมรักษาควรแจ้งล่วงหน้าว่าอาการใดเป็นผลที่คาดได้จากสารที่ใช้

### กลับไปทำงานเมื่อใด

ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่าผู้ที่ต้องยกของ ดัน ดึง หรือยกแขนซ้ำๆ เหนือศีรษะ หากตรวจพร้อมผ่าตัดมะเร็งเต้านม การกลับไปทำงานจะขึ้นกับการผ่าตัดเต้านมเป็นหลัก

ไม่ควรใช้ความเจ็บเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะบางกิจกรรมอาจดึงแผลแม้ไม่ปวดมาก ศัลยแพทย์จะกำหนดช่วงกลับไปขับรถ ทำงาน ยกของ และออกกำลังกาย โดยดูการสมานแผล การเคลื่อนไหวแขน และชนิดงานของคุณ

### การเคลื่อนไหวแขนและไหล่

การขยับแขนเบาๆ ช่วยลดความตึงและป้องกันข้อไหล่ติด แต่ต้องทำตามช่วงที่ทีมรักษาอนุญาต หากมีการผ่าตัดเต้านมหรือใส่สายระบาย คำแนะนำอาจต่างจากการตรวจต่อมน้ำเหลืองเพียงอย่างเดียว

หากไหล่ติด แขนอ่อนแรง หรือยกแขนได้ลดลงต่อเนื่อง แพทย์อาจส่งต่อกายภาพบำบัด การฝืนบริหารหนักทันทีไม่ทำให้หายเร็วขึ้นและอาจทำให้แผลระคายเคือง

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกนำต่อมออกน้อยกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ จึงมักมีผลกระทบต่อระบบน้ำเหลืองน้อยกว่า แต่ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง ([American Cancer Society](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect))

### ปวด ช้ำ และเลือดออก

บริเวณแผลอาจปวด กดเจ็บ หรือมีรอยช้ำได้ หากมีเลือดออกมาก เลือดคั่งใต้แผล หรือแผลบวมตึงอย่างรวดเร็ว อาจต้องให้แพทย์ตรวจ บางรายอาจต้องระบายเลือดหรือทำหัตถการเพิ่มเติม

### แผลติดเชื้อ

สัญญาณประกอบด้วยแผลแดงร้อนมากขึ้น ปวดเพิ่ม มีหนอง มีกลิ่น หรือมีไข้ การติดเชื้อเป็นความเสี่ยงที่พบได้ในการผ่าตัด แม้แผลจะมีขนาดเล็ก การรักษาขึ้นกับความรุนแรง อาจใช้การดูแลแผลหรือยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง

### น้ำเหลืองหรือของเหลวคั่ง

หลังนำต่อมน้ำเหลืองออก อาจมีของเหลวสะสมใต้ผิวหนัง เรียกว่าเซโรมา ทำให้รู้สึกนุ่ม บวม หรือตึงบริเวณรักแร้ ก้อนเล็กอาจยุบเอง แต่ถ้าใหญ่ เจ็บ หรือรบกวนการขยับแขน แพทย์อาจพิจารณาดูดของเหลวออก

### ชา เสียวซ่า หรือความรู้สึกเปลี่ยน

เส้นประสาทรับความรู้สึกขนาดเล็กอยู่ใกล้บริเวณผ่าตัด จึงอาจเกิดอาการชา เสียว แสบร้อน หรือไวต่อการสัมผัสบริเวณรักแร้ ต้นแขนด้านใน หรือรอบแผล อาการอาจค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางคนอาจมีความรู้สึกเปลี่ยนอยู่นาน

### ข้อไหล่ตึงและแขนเคลื่อนไหวลดลง

ความเจ็บและการหลีกเลี่ยงใช้แขนอาจทำให้ไหล่ตึง หากมีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วย ความตึงอาจมากขึ้น การบริหารที่เหมาะสมและกายภาพบำบัดช่วยฟื้นการเคลื่อนไหวและกำลังแขนได้

### ภาวะแขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง

ภาวะน้ำเหลืองคั่งเกิดเมื่อการระบายของน้ำเหลืองถูกรบกวน ทำให้แขน มือ เต้านม หน้าอก หรือบริเวณใกล้เคียงบวม หนัก ตึง หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก ความเสี่ยงหลังตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกต่ำกว่าการนำต่อมน้ำเหลืองหลายต่อมออก แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ และความเสี่ยงเพิ่มตามจำนวนต่อมที่นำออก

อาการอาจเกิดไม่นานหลังผ่าตัดหรือเกิดภายหลัง หากสังเกตว่าแขนหรือมือข้างผ่าตัดบวมขึ้น แหวนหรือนาฬิกาคับผิดปกติ หรือรู้สึกหนักตึงต่อเนื่อง ควรแจ้งทีมรักษา การประเมินและดูแลเร็วช่วยควบคุมอาการได้

### ปฏิกิริยาแพ้สารติดตามหรือสีย้อม

อาจเกิดผื่น คัน บวม หายใจลำบาก หรือความดันโลหิตเปลี่ยนจากสารที่ใช้ทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง ปฏิกิริยารุนแรงพบไม่บ่อย แต่ทีมผ่าตัดต้องพร้อมรักษา ผู้ที่เคยแพ้สารหรือเคยมีอาการแพ้รุนแรงควรแจ้งก่อนผ่าตัด

### หาไม่พบต่อมน้ำเหลืองด่านแรกหรือผลคลาดเคลื่อน

บางครั้งสารติดตามไม่สามารถระบุต่อมได้ชัด หรือเส้นทางน้ำเหลืองเปลี่ยนจากการรักษาก่อนหน้า ศัลยแพทย์อาจต้องเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด นอกจากนี้ ผลลบไม่ได้ตัดโอกาสมะเร็งกระจายออกทั้งหมด แพทย์จึงต้องตีความร่วมกับผลตรวจอื่น

### ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก

อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ ความดันเปลี่ยน หรือปฏิกิริยาต่อยา ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้นกับสุขภาพ อายุ และชนิดของการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัดและเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินตามความรุนแรง หากมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืด หมดสติ หรือใบหน้าและลำคอบวม
- เลือดออกจากแผลไม่หยุด หรือแผลบวมตึงและโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีกลิ่น
- แขนหรือมือบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนสี เย็น หรือปวดผิดปกติ
- ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ดีขึ้นตามแผนที่แพทย์ให้
- แผลแยก หรือมีของเหลวไหลออกจำนวนมาก
- หายใจหอบ เจ็บหน้าอก หรือขาบวมเจ็บข้างเดียว ซึ่งอาจสัมพันธ์กับลิ่มเลือด
- ผื่นลาม คันทั้งตัว หายใจมีเสียงหวีด หรืออาการแพ้หลังกลับบ้าน
- แขนอ่อนแรงใหม่ ยกไม่ได้ หรือมีอาการทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นทันที

อาการปวดเล็กน้อย รอยช้ำ ชา หรือตึงอาจพบได้หลังผ่าตัด แต่หากอาการรุนแรงขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น ควรติดต่อทีมรักษา ไม่ต้องรอถึงวันนัด

## ทางเลือกอื่น

ไม่มีทางเลือกเดียวที่ใช้แทนการตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกได้ทุกกรณี วิธีที่เหมาะขึ้นกับชนิดมะเร็ง ระยะโรค ผลภาพถ่าย และผลที่ต้องการจากการตรวจ

### การตรวจร่างกายและภาพถ่าย

อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือภาพถ่ายชนิดอื่นช่วยดูรูปร่างและขนาดของต่อมน้ำเหลืองได้ แต่ไม่สามารถยืนยันระดับเซลล์ได้เสมอ หากต่อมน้ำเหลืองดูผิดปกติ แพทย์อาจใช้เข็มเจาะเก็บเซลล์หรือชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัด

หากผลเจาะยืนยันว่ามีมะเร็งแล้ว การตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกอาจไม่ให้ข้อมูลเพิ่มในบางคน แต่แผนต่อจากนั้นแตกต่างกันตามโรคและการรักษาที่ได้รับ

### การเฝ้าติดตามโดยไม่ผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง

ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง หากโอกาสที่ผลจะเปลี่ยนการรักษาต่ำ หรือความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่า Nutzen ที่คาดหวัง การเลือกเฝ้าติดตามไม่ได้หมายถึงละเลยโรค แต่เป็นการหลีกเลี่ยงหัตถการที่อาจไม่เพิ่มประโยชน์

### การเลาะต่อมน้ำเหลือง

การเลาะต่อมน้ำเหลืองคือการนำต่อมน้ำเหลืองหลายต่อมออกจากบริเวณหนึ่ง ใช้เมื่อจำเป็นต้องทราบหรือควบคุมโรคในต่อมน้ำเหลืองมากกว่าที่การตรวจด่านแรกทำได้ แต่เป็นการผ่าตัดกว้างกว่า และมีความเสี่ยงต่อชา ข้อไหล่ตึง ของเหลวคั่ง และภาวะน้ำเหลืองคั่งมากกว่า ([American Cancer Society](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect))

### การฉายรังสีและการรักษาด้วยยา

ในบางสถานการณ์ การฉายรังสีบริเวณต่อมน้ำเหลืองหรือการรักษาด้วยยาอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนแทนหรือร่วมกับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง การตัดสินใจขึ้นกับผลพยาธิวิทยา ลักษณะทางชีววิทยาของมะเร็ง การผ่าตัดก้อน และสุขภาพของผู้ป่วย

คำถามสำคัญที่ควรถามศัลยแพทย์คือ “หากไม่ตรวจ ผลที่ขาดไปจะเปลี่ยนการรักษาของฉันหรือไม่” และ “หากพบมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง จะต้องทำอะไรต่อ” คำตอบจะช่วยให้ชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงได้ตรงกับสถานการณ์จริง

## สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อการฉีดสารติดตามและการผ่าตัดทำคนละหน่วยบริการ

### สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรเริ่มจากโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ หากโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพทำหัตถการ อาจต้องมีใบส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม

ควรถามว่าใบส่งต่อครอบคลุมการประเมินก่อนผ่าตัด การทำแผนที่ต่อมน้ำเหลือง การผ่าตัด การตรวจพยาธิวิทยา และการติดตามผลหรือไม่ รวมถึงต้องกลับไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลใด

### สิทธิบัตรทอง

โดยทั่วไปต้องเข้ารับบริการผ่านหน่วยบริการประจำหรือระบบส่งต่อตามพื้นที่ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ การผ่าตัดมะเร็งและการตรวจต่อมน้ำเหลืองต้องมีข้อบ่งชี้จากแพทย์และดำเนินการในหน่วยบริการที่รองรับ

ก่อนนัดผ่าตัด ให้ตรวจสอบว่าเอกสารส่งต่อยังใช้ได้หรือไม่ ต้องนำผลชิ้นเนื้อและภาพถ่ายฉบับใดไป และการตรวจพยาธิวิทยาจะทำที่โรงพยาบาลเดียวกันหรือส่งไปที่อื่น

### สวัสดิการข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงานอื่น

เงื่อนไขการใช้สิทธิอาจขึ้นกับสถานพยาบาลต้นสังกัด ระบบเบิกจ่าย และการส่งต่อ ควรให้ฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลตรวจสอบรายการที่ต้องอนุมัติล่วงหน้า โดยไม่ควรอาศัยข้อมูลของผู้ป่วยรายอื่น เพราะข้อบ่งชี้และสิทธิอาจไม่เหมือนกัน

### ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงิน และเงื่อนไขการอนุมัติ บริษัทประกันอาจขอผลชิ้นเนื้อ แผนการรักษา หรือหนังสือรับรองจากแพทย์

ควรถามให้ชัดว่าครอบคลุมการฉีดสารติดตาม เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ค่าวิสัญญี การผ่าตัดร่วม การตรวจพยาธิวิทยา และการรักษาภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ หากต้องขออนุมัติก่อน ให้ดำเนินการก่อนวันผ่าตัดเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลเจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บเมื่อยาระงับความรู้สึกออกฤทธิ์ แต่การฉีดสารติดตามอาจแสบหรือเจ็บชั่วคราว และหลังผ่าตัดอาจปวดตึงหรือระบมบริเวณแผล ระดับความเจ็บขึ้นกับตำแหน่ง จำนวนต่อม และการผ่าตัดที่ทำร่วมกัน

### ตรวจแล้วแปลว่าเป็นมะเร็งระยะลุกลามหรือไม่

ไม่เสมอไป การตรวจมีไว้เพื่อดูว่ามะเร็งไปถึงต่อมน้ำเหลืองหรือยังและช่วยกำหนดระยะโรค ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ได้รับการตรวจทุกคนมีมะเร็งกระจาย ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy))

### ถ้าผลไม่พบเซลล์มะเร็ง ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองเพิ่มไหม

โดยทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องนำต่อมน้ำเหลืองเพิ่ม หากผลด่านแรกไม่พบมะเร็งและข้อมูลอื่นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม แพทย์ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของการระบุต่อม ชนิดมะเร็ง และผลตรวจทั้งหมดก่อนสรุป

### ถ้าผลพบเซลล์มะเร็ง ต้องผ่าตัดเพิ่มทุกคนไหม

ไม่ทุกคน ผลบวกจะถูกพิจารณาร่วมกับปริมาณเซลล์มะเร็ง จำนวนต่อมที่พบ ชนิดการผ่าตัดเต้านม แผนฉายรังสี และการรักษาด้วยยา บางคนอาจต้องผ่าตัดเพิ่ม ขณะที่บางคนอาจใช้วิธีอื่น

### ผลตรวจออกเมื่อไร

เวลารอผลต่างกันตามวิธีตรวจและระบบห้องปฏิบัติการ บางแห่งมีผลเบื้องต้นระหว่างผ่าตัด แต่ผลฉบับสมบูรณ์มักต้องตรวจรายละเอียดเพิ่มเติม โรงพยาบาลจะนัดแจ้งผลและอธิบายว่าผลนั้นเปลี่ยนแผนรักษาหรือไม่

### ต้องนอนโรงพยาบาลไหม

หากทำเฉพาะการตรวจและอาการหลังยาสลบคงที่ อาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนต้องพักค้างคืน หากทำพร้อมผ่าตัดเต้านมหรือผ่าตัดอื่น ระยะพักโรงพยาบาลจะขึ้นกับการผ่าตัดหลักและสุขภาพของคุณ

### ต้องมีคนพากลับบ้านหรือไม่

ควรมีผู้ใหญ่พากลับเมื่อใช้ยาสลบ เพราะหลังตื่นอาจยังง่วง มึน หรือมีการตอบสนองช้าลง ไม่ควรขับรถเองจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาตและคุณสามารถควบคุมรถได้โดยไม่เจ็บหรือจำกัดการเคลื่อนไหว

### หลังผ่าตัดแขนจะบวมหรือไม่

แขนบวมจากน้ำเหลืองคั่งเกิดได้ แต่ความเสี่ยงโดยทั่วไปต่ำกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม หากมือหรือแขนโตขึ้น รู้สึกหนักตึง หรือเครื่องประดับคับผิดปกติ ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินเร็ว

### ทำไมปัสสาวะหรือผิวหนังเปลี่ยนสีหลังตรวจ

หากใช้สีย้อม สีอาจถูกขับออกทางปัสสาวะหรืออุจจาระ ทำให้เห็นสีฟ้าหรือเขียวชั่วคราว และผิวบริเวณฉีดอาจติดสีได้นานกว่า หากมีผื่น หายใจลำบาก หรือบวมร่วมด้วย ต้องรีบขอความช่วยเหลือเพราะอาจเป็นอาการแพ้

### ต้องงดใช้แขนข้างที่ผ่าตัดหรือไม่

ไม่ควรงดขยับแขนทั้งหมด เว้นแต่ทีมรักษาสั่งเป็นกรณีเฉพาะ การเคลื่อนไหวเบาๆ ตามคำแนะนำช่วยลดความตึงและข้อไหล่ติด แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือกิจกรรมที่ดึงแผลจนกว่าศัลยแพทย์จะอนุญาต

### สามารถตรวจด้วยอัลตราซาวนด์แทนการผ่าตัดได้ไหม

อัลตราซาวนด์ช่วยค้นหาต่อมน้ำเหลืองที่ดูผิดปกติและนำทางการเจาะชิ้นเนื้อได้ แต่ไม่สามารถแทนการตรวจต่อมน้ำเหลืองด่านแรกได้ทุกกรณี เพราะต่อมที่ดูปกติในภาพอาจยังต้องตรวจระดับเซลล์ การเลือกวิธีขึ้นกับคำถามทางการแพทย์ที่ต้องการตอบ

### สารติดตามรังสีอันตรายไหม

สารที่ใช้เป็นสารติดตามปริมาณต่ำเพื่อช่วยหาต่อมน้ำเหลือง แหล่งอ้างอิงระบุว่าการได้รับรังสีจากการตรวจนี้อยู่ในระดับต่ำสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ต้องแจ้งแพทย์ก่อน ทีมรักษาจะพิจารณาความจำเป็นและชนิดสารเป็นรายบุคคล

### ตรวจพร้อมผ่าตัดมะเร็งเต้านมได้ไหม

ได้ และมักทำพร้อมการผ่าตัดเอาก้อนหรือ[เต้านมออก](/hdcare/mastectomy/) เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแยกอีกครั้ง แต่บางสถานการณ์อาจทำคนละเวลา ขึ้นกับการรักษาก่อนผ่าตัดและแผนของทีมมะเร็ง

### ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง

ควรถามว่าผลตรวจจะเปลี่ยนการรักษาของคุณอย่างไร จะใช้สารชนิดใด ตรวจต่อมระหว่างผ่าตัดหรือไม่ และหากพบมะเร็งจะทำหัตถการเพิ่มทันทีหรือรอผลฉบับสมบูรณ์ นอกจากนี้ควรถามเรื่องการระงับความรู้สึก การพักฟื้น การกลับไปทำงาน และผู้ติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Sentinel Node Biopsy (SLNB): Procedure and Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9192-sentinel-node-biopsy) — เกี่ยวกับ Sentinel lymph node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [American Cancer Society: Lymph Node Removal: Recovery and Side Effects - Breast Cancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect) — เกี่ยวกับ Sentinel lymph node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Sentinel Lymph Node Biopsy: MedlinePlus Medical Test](https://medlineplus.gov/lab-tests/sentinel-lymph-node-biopsy/) — เกี่ยวกับ Sentinel lymph node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [Mayo Clinic: Sentinel node biopsy](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/sentinel-node-biopsy/about/pac-20385264) — เกี่ยวกับ Sentinel lymph-node biopsy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
