# รักษาต่อมลูกหมากด้วยไอน้ำ

**รักษาต่อมลูกหมากด้วยไอน้ำ (Rezum therapy) คือการสอดเครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะเพื่อส่งไอน้ำเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่โตและกดทางเดินปัสสาวะ โดยไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก วิธีนี้ใช้รักษาอาการปัสสาวะผิดปกติจากต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ใช่มะเร็ง แต่ไม่ได้เหมาะกับต่อมลูกหมากทุกขนาดหรือทุกสาเหตุของอาการปัสสาวะติดขัด**

## ประเด็นสำคัญ

- วิธีนี้เป็นหัตถการผ่านท่อปัสสาวะ ไม่ต้องกรีดผิวหนัง เนื้อเยื่อที่ได้รับไอน้ำจะค่อยๆ ยุบลง จึงไม่ได้ทำให้ปัสสาวะคล่องขึ้นทันที และอาการอาจแย่ลงชั่วคราวในช่วงแรก
- หลังทำมักต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้หลายวัน ระยะเวลาขึ้นกับอาการบวม ความสามารถในการปัสสาวะ และแผนของแพทย์ผู้รักษา
- การปรับพฤติกรรมหรือยาอาจเพียงพอสำหรับผู้ที่อาการไม่มาก ส่วนผู้ที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่ มีภาวะแทรกซ้อน หรือสงสัยมะเร็ง อาจต้องตรวจและเลือกการรักษาแบบอื่น

## รักษาต่อมลูกหมากด้วยไอน้ำ คืออะไร

[ต่อมลูกหมาก](/hdcare/prostatectomy/)เป็นต่อมที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะ เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมนี้อาจโตขึ้นโดยไม่ใช่มะเร็ง เรียกว่า “ต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้าย” การโตอาจบีบท่อปัสสาวะจนเกิดอาการ เช่น

- ปัสสาวะเริ่มยากหรือต้องรอนาน
- สายปัสสาวะอ่อนหรือขาดเป็นช่วง
- ต้องเบ่งปัสสาวะ
- รู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด
- ปัสสาวะบ่อยหรือปวดปัสสาวะเร่งด่วน
- ตื่นมาปัสสาวะกลางคืนหลายครั้ง
- ปัสสาวะไม่ออกและต้องใส่สายสวน

อาการเหล่านี้เรียกรวมว่าอาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง แต่ไม่ได้แปลว่าเกิดจากต่อมลูกหมากโตเสมอไป การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว ความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะตีบ โรคทางระบบประสาท และมะเร็งต่อมลูกหมากก็ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจึงต้องหาสาเหตุก่อนเสนอหัตถการ

ระหว่างการรักษา แพทย์สอดอุปกรณ์ขนาดเล็กเข้าทางปลายอวัยวะเพศและผ่านท่อปัสสาวะไปยังบริเวณต่อมลูกหมาก เข็มขนาดเล็กที่ปลายอุปกรณ์จะส่งไอน้ำเข้าเนื้อเยื่อเป้าหมาย ความร้อนจากไอน้ำทำให้เซลล์บริเวณนั้นตายอย่างควบคุม จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ กำจัดเนื้อเยื่อดังกล่าว ทำให้ช่องทางเดินปัสสาวะเปิดกว้างขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนต่อมา [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/rezum)

วิธีนี้ไม่มีแผลกรีดภายนอกและไม่ต้องเย็บแผล แต่ยังเป็นหัตถการที่รบกวนเนื้อเยื่อภายใน จึงอาจมีอาการบวม ปวดแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออกชั่วคราวได้ ไม่ควรมองว่าเป็นการรักษาที่ไม่มีความเสี่ยง

เป้าหมายคือบรรเทาอาการและช่วยให้ปัสสาวะไหลดีขึ้น ไม่ใช่รับประกันว่าอาการทุกอย่างจะหายไปทั้งหมด บางคนยังต้องใช้ยาต่อ บางคนอาจมีอาการกลับมา และบางคนอาจต้องรับการรักษาซ้ำหรือเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นในอนาคต

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ทำ

การรักษานี้มักนำมาพิจารณาเมื่อยืนยันแล้วว่าอาการเกิดจากต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้าย และอาการรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น นอนหลับไม่พอเพราะต้องลุกมาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะช้ามาก หรือมีความรู้สึกปัสสาวะไม่หมด

แพทย์อาจเสนอวิธีนี้ในกรณีต่อไปนี้

- ปรับพฤติกรรมและใช้ยาแล้วอาการยังรบกวนมาก
- เกิดผลข้างเคียงจากยา หรือมีเหตุให้ใช้ยาบางชนิดไม่ได้
- ไม่ต้องการใช้ยาระยะยาวและเข้าใจข้อดีข้อจำกัดของหัตถการ
- ต้องการวิธีผ่านท่อปัสสาวะที่ไม่มีแผลผิวหนัง
- ลักษณะและขนาดของต่อมลูกหมากเหมาะกับตำแหน่งที่อุปกรณ์เข้าถึงได้
- ต้องการพิจารณาวิธีที่อาจมีผลต่อการหลั่งน้ำอสุจิน้อยกว่าการผ่าตัดต่อมลูกหมากบางแบบ โดยเข้าใจว่ายังมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงการหลั่งหรือสมรรถภาพทางเพศได้

การตัดสินใจไม่ได้ดูจากอายุหรือขนาดต่อมลูกหมากเพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาความรุนแรงของอาการ ปริมาณปัสสาวะค้าง รูปร่างของต่อมลูกหมาก โรคร่วม ยาที่ใช้ ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก และเป้าหมายของผู้ป่วยร่วมกัน

### ผู้ที่อาจไม่เหมาะหรือควรประเมินเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาจไม่แนะนำวิธีนี้ในผู้ที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก โดยยกเกณฑ์มากกว่า 80 กรัมไว้เป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ที่ใช้จริงขึ้นกับอุปกรณ์ เทคนิค ประสบการณ์ของแพทย์ และการประเมินโครงสร้างต่อมลูกหมากในแต่ละแห่ง [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/rezum)

แพทย์อาจชะลอหรือเลือกวิธีอื่นเมื่อมีภาวะต่อไปนี้

- สงสัยหรือยังไม่ได้ประเมินมะเร็งต่อมลูกหมาก
- มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ยังไม่ได้รักษา
- มีเลือดออกในปัสสาวะโดยยังไม่ทราบสาเหตุ
- ท่อปัสสาวะตีบจนสอดอุปกรณ์ไม่ได้หรือทำได้ยาก
- มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือความผิดปกติอื่นที่ควรรักษาพร้อมกัน
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวอ่อนมากจนการเปิดทางเดินปัสสาวะอาจไม่ช่วยเพียงพอ
- ต่อมลูกหมากมีขนาดหรือรูปร่างที่ไม่เหมาะกับเทคนิค
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดและไม่สามารถปรับยาได้อย่างปลอดภัย
- มีโรคร่วมที่ทำให้ความเสี่ยงของหัตถการสูงกว่าประโยชน์ที่คาดหวัง
- ผู้ที่ใส่หูรูดปัสสาวะเทียม (artificial urinary sphincter) ไม่ควรรับการรักษาด้วย Rezūm ตามข้อห้ามของอุปกรณ์ ส่วนอุปกรณ์ฝังชนิดอื่นหรือประวัติผ่าตัดทางเดินปัสสาวะต้องให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะตรวจชนิดและตำแหน่งก่อนพิจารณา พร้อมตรวจสอบกับคู่มืออุปกรณ์รุ่นที่ใช้ในประเทศไทย

ผู้ที่มีอาการไม่มากและยังไม่กระทบคุณภาพชีวิตมักไม่จำเป็นต้องรีบทำหัตถการ สามารถติดตามอาการ ปรับพฤติกรรม หรือใช้ยาก่อนได้ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาเร่งด่วน

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนกำหนดวันทำ แพทย์ต้องยืนยันว่าอาการน่าจะมาจากการอุดกั้นของต่อมลูกหมากจริง การประเมินอาจประกอบด้วยการซักอาการ ตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดตามความจำเป็น วัดแรงและปริมาณการไหลของปัสสาวะ ตรวจปริมาณปัสสาวะค้าง และตรวจขนาดหรือรูปร่างต่อมลูกหมากด้วยอัลตราซาวนด์ บางคนอาจต้องส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะหรือตรวจเพิ่มเติมตามความเสี่ยง

### แจ้งยาและโรคประจำตัวทั้งหมด

นำรายชื่อยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมดไปให้ทีมรักษาดู โดยเฉพาะ

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาที่มีผลต่อความดันโลหิต
- ยาที่ใช้รักษาอาการต่อมลูกหมากโต
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ แต่ห้ามหยุดเอง แพทย์ผู้ทำหัตถการหรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของไต และความเสี่ยงต่อเลือดออกหรือลิ่มเลือดของแต่ละคน การหยุดยาผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออก โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น

แจ้งแพทย์ด้วยหากเคยแพ้ยา แพ้ยาชา มีปัญหาจากการดมยาสลบ มีภาวะเลือดออกง่าย ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือเคยติดเชื้อดื้อยา

### การงดน้ำและอาหาร

การงดน้ำและอาหารขึ้นกับว่าจะใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาระงับความรู้สึก หรือยาสลบ หากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ บางสถานพยาบาลอาจอนุญาตให้รับประทานอาหารเบาๆ ได้ แต่ถ้ามียาระงับความรู้สึกอาจต้องงดตามเวลาที่ทีมรักษากำหนด

ให้ทำตามคำสั่งจากสถานพยาบาลโดยตรง ไม่ควรใช้คำแนะนำของผู้ป่วยรายอื่น เพราะวิธีระงับความรู้สึกและเวลานัดอาจไม่เหมือนกัน หากเผลอรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในช่วงที่ต้องงด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มหัตถการ

### สิ่งที่ควรเตรียมไป

- บัตรประชาชนและเอกสารสิทธิการรักษา
- ผลตรวจและรายงานการรักษาเดิม
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่รัดแน่น
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับ หากทีมรักษาแนะนำหรือมีการให้ยาที่ทำให้ง่วง
- แผนการเดินทางกลับที่ไม่ต้องขับรถเอง หากได้รับยาระงับความรู้สึก

สอบถามล่วงหน้าว่ามีโอกาสกลับบ้านพร้อมสายสวนหรือไม่ หากมี ควรให้ผู้ดูแลรับฟังวิธีดูแลสายสวน วิธีจัดวางถุงปัสสาวะ และวันนัดถอดสายสวนจากทีมรักษา

## ขั้นตอนการผ่าตัด

แม้จะเรียกกันทั่วไปว่าเป็นการผ่าตัด แต่เป็นหัตถการแบบแผลเล็กผ่านท่อปัสสาวะ ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้

1. **ตรวจยืนยันความพร้อม**  
   ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ ผลตรวจ และยืนยันว่าไม่มีอาการติดเชื้อหรือเหตุที่ควรเลื่อนทำ

2. **เตรียมการระงับความรู้สึก**  
   ผู้ป่วยอาจได้รับยาชาเฉพาะที่บริเวณท่อปัสสาวะและต่อมลูกหมาก หรือได้รับยาระงับความรู้สึกเพิ่มเติม ขึ้นกับแนวทางของสถานพยาบาล สุขภาพ และความกังวลของผู้ป่วย วิธีนี้มักไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ แต่บางกรณีอาจใช้วิธีอื่นตามดุลยพินิจของทีมรักษา [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/rezum)

3. **จัดท่าบนเตียงทำหัตถการ**  
   ผู้ป่วยนอนหงายและวางขาในตำแหน่งที่แพทย์เข้าถึงท่อปัสสาวะได้ บริเวณดังกล่าวจะได้รับการทำความสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ

4. **สอดอุปกรณ์ผ่านท่อปัสสาวะ**  
   แพทย์สอดท่อขนาดเล็กผ่านปลายอวัยวะเพศเข้าไปในท่อปัสสาวะ ไม่มีการกรีดผิวหนัง แต่อาจรู้สึกกด แน่น หรือปวดแสบได้แม้ได้รับยาชาแล้ว

5. **ประเมินตำแหน่งเนื้อเยื่อที่อุดกั้น**  
   แพทย์ดูตำแหน่งต่อมลูกหมากที่ยื่นเข้ามากดท่อปัสสาวะ เพื่อกำหนดจุดที่จะให้ไอน้ำ จำนวนจุดไม่เท่ากันในแต่ละคน เพราะขึ้นกับความยาว รูปร่าง และปริมาณเนื้อเยื่อที่อุดกั้น

6. **ส่งไอน้ำเข้าเนื้อเยื่อเป้าหมาย**  
   เข็มขนาดเล็กยื่นออกจากปลายอุปกรณ์และปล่อยไอน้ำเข้าไปในเนื้อเยื่อ ความร้อนทำให้เซลล์เป้าหมายเสียสภาพ ขณะทำผู้ป่วยอาจรู้สึกอุ่น ปวดเกร็ง หรือปวดปัสสาวะ ทีมรักษาจะติดตามความรู้สึกและปรับการบรรเทาปวดตามความเหมาะสม

7. **นำอุปกรณ์ออกและประเมินการปัสสาวะ**  
   เมื่อรักษาครบตำแหน่ง แพทย์นำอุปกรณ์ออก ตรวจเลือดออกและประเมินว่าควรใส่สายสวนปัสสาวะหรือไม่

8. **ใส่สายสวนเมื่อจำเป็น**  
   หลังทำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากมักบวม ทำให้ทางเดินปัสสาวะแคบลงชั่วคราว ผู้ป่วยจำนวนมากจึงกลับบ้านพร้อมสายสวนและถุงรองรับปัสสาวะ โดยนัดกลับมาถอดเมื่ออาการบวมลดลง

หลังทำ ทีมรักษาจะสังเกตอาการ ตรวจปริมาณและสีของปัสสาวะ รวมถึงประเมินความปวด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือผลจากยาระงับความรู้สึก หากอาการคงที่มักกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่แนวทางในประเทศไทยอาจต่างกันตามสถานพยาบาลและสุขภาพของผู้ป่วย

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวหัตถการมักใช้เวลาประมาณ 20-45 นาที ขึ้นกับขนาดและรูปร่างของต่อมลูกหมาก จำนวนตำแหน่งที่รักษา การใส่สายสวน และเทคนิคของแพทย์ แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุเวลาประมาณ 30 นาที แต่เวลาจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/rezum)

เวลาที่อยู่ในสถานพยาบาลจะนานกว่าตัวหัตถการ เพราะรวมการลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึก พักสังเกตอาการ และสอนดูแลสายสวน แหล่งอ้างอิงจากต่างประเทศแนะนำให้เผื่อเวลานัดโดยรวมประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ไม่ควรใช้ช่วงเวลานี้เป็นข้อกำหนดของทุกแห่ง [Stanford Health Care](https://stanfordhealthcare.org/medical-treatments/r/rezum/risk-factors.html)

วิธีระงับความรู้สึกอาจเป็นยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาแก้ปวดหรือยาที่ช่วยให้ผ่อนคลาย บางคนอาจต้องใช้ยาระงับความรู้สึกในระดับลึกขึ้น การเลือกวิธีขึ้นกับความทนต่อความเจ็บปวด โรคร่วม ความซับซ้อน และระบบของสถานพยาบาล

โดยทั่วไปเป็นหัตถการแบบกลับบ้านได้ในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีเลือดออก ปัสสาวะไม่ระบายผ่านสายสวน มีอาการจากยา หรือมีโรคร่วมที่ต้องเฝ้าระวัง อาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักรักษาตัวตามความเหมาะสม

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ส่วนใหญ่กลับไปทำกิจวัตรเบาๆ ได้ภายในไม่กี่วัน แต่ช่วงพักฟื้นขึ้นกับอาการบวม การมีสายสวน ลักษณะงาน และสุขภาพโดยรวม การปัสสาวะมักไม่ได้ดีขึ้นทันที เพราะร่างกายต้องใช้เวลาค่อยๆ กำจัดเนื้อเยื่อที่ได้รับการรักษา

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่อาจพบและการใช้ชีวิต |
|---|---|
| วันแรกถึงหลายวันแรก | อาจปวดแสบ ปัสสาวะถี่ ปวดปัสสาวะเร่งด่วน มีเลือดปนเล็กน้อย หรือกลับบ้านพร้อมสายสวน ควรพักและทำตามคำแนะนำเรื่องกิจกรรม |
| ประมาณ 1-2 สัปดาห์ | อาการถี่หรือแสบยังเกิดได้ และบางคนรู้สึกว่าอาการอุดกั้นแย่ลงชั่วคราวจากการบวม งานเบาอาจกลับไปทำได้เมื่อไม่มีไข้ ปวดมาก หรือปัญหาจากสายสวน |
| หลายสัปดาห์แรก | อาการอาจเริ่มดีขึ้นทีละน้อย แต่ไม่เท่ากันทุกคน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด |
| ราว 1-3 เดือน | หลายคนจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น เพราะเนื้อเยื่อค่อยๆ ยุบ ผลเต็มที่อาจใช้เวลาถึงประมาณ 3 เดือนตามแหล่งอ้างอิง [Stanford Health Care](https://stanfordhealthcare.org/medical-treatments/r/rezum/risk-factors.html) |

### การกลับไปทำงาน

งานนั่งโต๊ะหรืองานเบาอาจกลับไปทำได้ภายในไม่กี่วัน หากควบคุมอาการปวดได้ ไม่มีเลือดออกมาก และจัดการสายสวนได้ งานที่ต้องยกของหนัก วิ่ง ปั่นจักรยาน ขับรถเป็นเวลานาน หรือใช้แรงมากมักต้องรอนานกว่า แพทย์จะกำหนดตามการฟื้นตัวและลักษณะงาน

หากยังมีสายสวน การทำงานอาจไม่สะดวกและมีความเสี่ยงที่สายจะถูกดึงหรือพับงอ ควรหารือเรื่องวันกลับไปทำงานก่อนออกจากสถานพยาบาล

### การออกกำลังกายและเพศสัมพันธ์

แหล่งอ้างอิงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการวิ่ง ยกของหนัก ปั่นจักรยาน และกิจกรรมหนักในช่วงหลายสัปดาห์แรก รวมถึงงดกิจกรรมทางเพศในช่วงแรกเพื่อให้บริเวณที่รักษาฟื้นตัว [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/rezum) ระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนขึ้นกับเลือดออก อาการปวด การมีสายสวน และคำแนะนำของแพทย์

อย่าเร่งกลับไปทำกิจกรรมเพียงเพราะไม่มีแผลภายนอก เนื้อเยื่อภายในยังบวมและกำลังฟื้นตัว หากกิจกรรมทำให้เลือดออกหรือปวดมากขึ้น ให้หยุดและติดต่อทีมรักษา

### อาการอาจแย่ลงก่อนดีขึ้น

ในช่วงหลายสัปดาห์แรก การอักเสบและบวมอาจทำให้ปัสสาวะถี่ แสบ ปวดเร่งด่วน หรือไหลอ่อนลง อาการลักษณะนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัว แต่ต้องแยกจากการติดเชื้อ สายสวนอุดตัน หรือปัสสาวะคั่ง หากอาการรุนแรงขึ้น มีไข้ หรือปัสสาวะไม่ออก ควรได้รับการประเมินทันที

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

อาการข้างเคียงส่วนใหญ่มักเกิดในช่วงแรกและค่อยๆ ลดลง แต่ไม่มีหัตถการใดปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับขนาดต่อมลูกหมาก โรคร่วม การใช้ยาที่มีผลต่อเลือดออก การมีสายสวน และความผิดปกติเดิมของทางเดินปัสสาวะ

### อาการที่พบได้หลังทำ

- ปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ
- ปัสสาวะบ่อยหรือปวดปัสสาวะเร่งด่วน
- ปัสสาวะลำบากขึ้นชั่วคราวจากอาการบวม
- เลือดปนในปัสสาวะ
- เลือดปนในน้ำอสุจิ
- ปวดบริเวณท่อปัสสาวะ อุ้งเชิงกราน หรือฝีเย็บ
- ปวดเกร็งกระเพาะปัสสาวะจากสายสวน
- ปัสสาวะรั่วรอบสายสวน

แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาการปัสสาวะถี่ เร่งด่วน หรือแสบเล็กน้อยอาจดำเนินอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาจริงขึ้นกับการบวม การติดเชื้อ และการตอบสนองของแต่ละคน [Stanford Health Care](https://stanfordhealthcare.org/medical-treatments/r/rezum/risk-factors.html)

### ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาเพิ่มเติม

- ปัสสาวะไม่ออกหลังถอดสายสวนและต้องใส่สายสวนใหม่
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก หรือกระแสเลือด
- เลือดออกมากหรือลิ่มเลือดอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
- สายสวนอุดตัน หลุด หรือระบายปัสสาวะไม่ได้
- ท่อปัสสาวะตีบจากพังผืด
- คอกระเพาะปัสสาวะตีบ
- เนื้อเยื่อที่ตายหลุดออกมาและอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
- นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
- อาการปัสสาวะไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- ต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

มีรายงานผู้ป่วยเฉพาะรายเกี่ยวกับเนื้อเยื่อตายหลุดค้างร่วมกับการติดเชื้อหลังรักษา ซึ่งต้องนำเนื้อเยื่อออกด้วยการส่องกล้อง รายงานดังกล่าวแสดงว่าภาวะแทรกซ้อนรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้ แม้จะไม่ใช่อาการตามปกติหลังทำ [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10450385/)

### ผลต่อการหลั่งและสมรรถภาพทางเพศ

วิธีนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการรบกวนโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งเมื่อเทียบกับการผ่าตัดต่อมลูกหมากบางชนิด แต่ไม่อาจรับประกันว่าจะไม่มีผลต่อเรื่องเพศ ความเสี่ยงที่เป็นไปได้ ได้แก่

- ปวดหรือไม่สบายขณะหลั่ง
- มีเลือดปนในน้ำอสุจิชั่วคราว
- ปริมาณน้ำอสุจิเปลี่ยนไป
- น้ำอสุจิออกน้อยหรือไม่ออก
- การแข็งตัวหรือความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง

หากการมีบุตร การหลั่ง หรือสมรรถภาพทางเพศเป็นเรื่องสำคัญ ควรบอกแพทย์ก่อนเลือกวิธีรักษา เพื่อเปรียบเทียบกับยาและการผ่าตัดแบบอื่นอย่างตรงไปตรงมา

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

- ปัสสาวะไม่ออก หรือถุงปัสสาวะไม่มีปัสสาวะไหลทั้งที่รู้สึกปวดแน่นท้องน้อย
- มีไข้ หนาวสั่น ซึม หรือรู้สึกป่วยลงอย่างรวดเร็ว
- ปวดท้องน้อย อุ้งเชิงกราน หรืออวัยวะเพศรุนแรงขึ้น
- ปัสสาวะเป็นเลือดมาก สีแดงเข้มต่อเนื่อง หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก
- เลือดออกจากท่อปัสสาวะไม่หยุด
- สายสวนหลุด ถูกดึงออก พับงอ หรือมีปัสสาวะรั่วรอบสายมากร่วมกับปวดแน่น
- ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นผิดปกติ และมีไข้หรืออาการปวดร่วมด้วย
- เวียนศีรษะมาก เป็นลม หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือมีอาการแพ้ยา
- ลูกอัณฑะบวม แดง หรือปวดมาก
- อาการปัสสาวะแย่ลงต่อเนื่องแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น

หากไม่แน่ใจว่าอาการเกิดจากการฟื้นตัวตามปกติหรือเป็นภาวะแทรกซ้อน ให้ติดต่อทีมที่ทำหัตถการ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ ปัสสาวะไม่ออก หรือเลือดออกมาก เพราะอาการเหล่านี้ไม่ควรรอถึงวันนัดตามปกติ

## ทางเลือกอื่น

การรักษาด้วยไอน้ำไม่ใช่คำตอบเดียว และผู้ที่อาการไม่มากอาจยังไม่ต้องทำหัตถการ ทางเลือกควรพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ ขนาดและรูปร่างต่อมลูกหมาก ภาวะแทรกซ้อน ความต้องการรักษาการหลั่ง และโรคร่วม

### เฝ้าระวังและปรับพฤติกรรม

เหมาะกับผู้ที่อาการเล็กน้อยและยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน แนวทางทั่วไปอาจรวมถึง

- ลดการดื่มน้ำมากก่อนนอนหรือก่อนเดินทาง
- ลดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน หากทำให้ปัสสาวะถี่หรือเร่งด่วน
- ไม่กลั้นปัสสาวะนาน
- ลองปัสสาวะซ้ำหลังครั้งแรกเพื่อช่วยลดปัสสาวะค้าง
- ทบทวนยาที่อาจทำให้ปัสสาวะลำบากกับแพทย์
- ป้องกันท้องผูกและรักษาการเคลื่อนไหวร่างกายตามสมควร

การปรับพฤติกรรมไม่ได้ทำให้ต่อมลูกหมากเล็กลงเสมอไป แต่ช่วยลดอาการในบางคน ต้องติดตามหากอาการเปลี่ยนหรือมีปัสสาวะค้างมากขึ้น

### ยารักษาต่อมลูกหมากโต

ยาบางกลุ่มช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณต่อมลูกหมากและคอกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไหลสะดวกขึ้น ยาอีกกลุ่มช่วยลดขนาดต่อมลูกหมากเมื่อใช้ต่อเนื่อง และบางกรณีอาจใช้ยาร่วมกัน

ยาอาจเหมาะเมื่ออาการยังควบคุมได้และยังไม่มีข้อบ่งชี้เร่งด่วนในการผ่าตัด ข้อจำกัดคืออาจต้องใช้ต่อเนื่อง มีผลข้างเคียง และไม่ได้ช่วยทุกคน แพทย์จะเลือกตามความดันโลหิต ขนาดต่อมลูกหมาก อาการทางเพศ และยาชนิดอื่นที่ใช้อยู่

### หัตถการหรือการผ่าตัดแบบอื่น

| ทางเลือก | ลักษณะโดยย่อ | อาจพิจารณาเมื่อ |
|---|---|---|
| ผ่าตัดตัดเนื้อต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ | ใช้เครื่องมือตัดเนื้อเยื่อที่อุดกั้นออก | ต้องการเปิดทางเดินปัสสาวะชัดเจน หรือไม่เหมาะกับวิธีไอน้ำ |
| ผ่าตัดด้วยพลังงานเลเซอร์ | ตัดหรือเลาะเนื้อต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ | ต่อมลูกหมากมีขนาดหรือลักษณะที่เหมาะกับเทคนิค |
| กรีดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ | กรีดเพื่อเปิดช่องทางโดยเอาเนื้อออกน้อย | ต่อมลูกหมากไม่ใหญ่มากและโครงสร้างเหมาะสม |
| อุปกรณ์ถ่างหรือยกเนื้อต่อมลูกหมาก | เปิดช่องท่อปัสสาวะโดยไม่ตัดเนื้อจำนวนมาก | ต้องการพิจารณาวิธีแผลเล็กและกายวิภาคเหมาะสม |
| การผ่าตัดเอาเนื้อต่อมลูกหมากออก | นำส่วนที่อุดกั้นออกด้วยวิธีส่องกล้องหรือผ่าตัด | ต่อมลูกหมากใหญ่มากหรือมีภาวะร่วมที่ควรรักษาพร้อมกัน |
| ใส่สายสวนเป็นระยะหรือระยะยาว | ช่วยระบายปัสสาวะ แต่ไม่ได้ลดขนาดต่อมลูกหมาก | ยังทำหัตถการไม่ได้หรือความเสี่ยงผ่าตัดสูง |

แต่ละวิธีมีความแตกต่างเรื่องการดมยาสลบ เลือดออก ระยะใส่สายสวน ระยะพักฟื้น โอกาสรักษาซ้ำ และผลต่อการหลั่ง ไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกควรอาศัยผลตรวจและสิ่งที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญ

หากมีปัสสาวะคั่งซ้ำ ไตทำงานแย่ลงจากการอุดกั้น ติดเชื้อซ้ำ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือเลือดออกจากต่อมลูกหมาก ภาวะเหล่านี้อาจทำให้แพทย์แนะนำการรักษาที่แก้การอุดกั้นได้มากกว่าการเฝ้าระวังหรือใช้ยาเพียงอย่างเดียว

## สิทธิการรักษา

การครอบคลุมค่าตรวจและหัตถการขึ้นกับสิทธิ โรงพยาบาลตามสิทธิ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และรายการรักษาที่กองทุนหรือกรมธรรม์อนุมัติ การที่แพทย์เห็นว่าวิธีนี้ทำได้ ไม่ได้แปลว่าสิทธิทุกประเภทจะครอบคลุมวิธีเฉพาะนี้

### ประกันสังคม

เริ่มสอบถามจากโรงพยาบาลตามสิทธิว่ามีบริการนี้หรือไม่ และต้องให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินก่อนหรือไม่ หากโรงพยาบาลไม่มีเทคนิคดังกล่าว อาจพิจารณาวิธีมาตรฐานอื่นหรือการส่งต่อตามเงื่อนไขของระบบ

คำถามที่ควรถามคือ

- หัตถการนี้อยู่ในสิทธิหรือเป็นรายการที่ต้องขออนุมัติหรือไม่
- ต้องมีข้อบ่งชี้หรือผลตรวจใดประกอบ
- หากไม่มีบริการ มีแนวทางส่งต่อหรือทางเลือกใด
- ค่าตรวจ อุปกรณ์ สายสวน และการติดตามหลังทำรวมอยู่ในสิทธิหรือไม่

### บัตรทอง

ติดต่อหน่วยบริการประจำเพื่อรับการประเมินและส่งต่อตามระบบ การรักษาต่อมลูกหมากโตที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจอยู่ในขอบเขตบริการ แต่การเข้าถึงเทคนิคไอน้ำขึ้นกับความพร้อมและหลักเกณฑ์ของหน่วยบริการ ไม่ควรนัดทำนอกระบบก่อนตรวจสอบสิทธิ เพราะอาจเบิกย้อนหลังไม่ได้

### ประกันสุขภาพเอกชน

บริษัทประกันอาจพิจารณาว่าเป็นการรักษาที่จำเป็นทางการแพทย์ เป็นหัตถการผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน และมีระยะรอคอยหรือข้อยกเว้นโรคเดิมหรือไม่ ควรขอเอกสารประเมินจากแพทย์และยื่นขออนุมัติก่อนทำ

ตรวจสอบให้ชัดว่าแผนครอบคลุม

- ค่าตรวจและการประเมินก่อนทำ
- ค่าอุปกรณ์เฉพาะของหัตถการ
- ค่ายาชาหรือวิสัญญี
- ค่าสายสวนและการถอดสายสวน
- การรักษาภาวะแทรกซ้อน
- การติดตามหลังทำ
- การนอนโรงพยาบาลหากต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม

หากต้องชำระเอง ควรถามสถานพยาบาลว่ารายการที่แจ้งรวมค่าตรวจ ยาระงับความรู้สึก อุปกรณ์ สายสวน การติดตาม และการจัดการกรณีต้องนอนสังเกตอาการหรือไม่

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### รักษาต่อมลูกหมากด้วยไอน้ำเจ็บไหม

ระหว่างทำมักได้รับยาชาหรือยาระงับความรู้สึกเพื่อลดความเจ็บ แต่ยังอาจรู้สึกกด แน่น ร้อน หรือปวดปัสสาวะได้ หลังทำอาการแสบขณะปัสสาวะและปวดเกร็งจากสายสวนพบได้ในช่วงแรก หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือยาแก้ปวดที่แพทย์ให้ควบคุมไม่ได้ ควรติดต่อทีมรักษา

### ต้องดมยาสลบหรือไม่

ส่วนใหญ่อาจทำได้โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาแก้ปวดหรือยาช่วยผ่อนคลาย จึงไม่จำเป็นต้องดมยาสลบทุกคน วิธีที่ใช้จริงขึ้นกับสุขภาพ ความกังวล ความซับซ้อน และแนวทางของสถานพยาบาล

### ต้องใส่สายสวนปัสสาวะกี่วัน

มักต้องใส่สายสวนไว้หลายวันจนกว่าอาการบวมจะลดลง แต่ระยะเวลาไม่เท่ากันในแต่ละคน แพทย์กำหนดจากขนาดต่อมลูกหมาก ปริมาณปัสสาวะค้าง การปัสสาวะก่อนทำ และอาการหลังทำ บางคนอาจต้องใส่นานขึ้นหรือใส่ใหม่หากถอดแล้วปัสสาวะไม่ออก

### หลังทำจะปัสสาวะดีขึ้นทันทีไหม

มักไม่ดีขึ้นทันที เพราะต่อมลูกหมากจะบวมในช่วงแรกและร่างกายต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการกำจัดเนื้อเยื่อ อาการอาจแย่ลงชั่วคราวก่อนเริ่มดีขึ้น และผลที่ชัดขึ้นอาจใช้เวลาราว 1-3 เดือนตามการตอบสนองของแต่ละคน

### ต่อมลูกหมากจะกลับมาโตอีกไหม

อาการสามารถกลับมาได้ เพราะหัตถการลดเนื้อเยื่อส่วนที่อุดกั้นแต่ไม่ได้หยุดการเปลี่ยนแปลงของต่อมลูกหมากตลอดชีวิต บางคนอาจกลับมาใช้ยา ต้องทำซ้ำ หรือเปลี่ยนเป็นการรักษาแบบอื่น การติดตามอาการและปริมาณปัสสาวะค้างจึงยังสำคัญ

### วิธีนี้รักษามะเร็งต่อมลูกหมากได้ไหม

ไม่ได้ วิธีนี้ใช้บรรเทาการอุดกั้นจากต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้ายและไม่ใช่การรักษามะเร็ง หากผลตรวจหรืออาการทำให้สงสัยมะเร็ง แพทย์ต้องประเมินเพิ่มเติมและวางแผนรักษาอีกแบบหนึ่ง

### หลังทำยังต้องกินยาต่อมลูกหมากหรือไม่

บางคนยังต้องใช้ยาต่อในช่วงแรกหรือระยะยาว ขึ้นกับอาการและการตอบสนอง อย่าหยุดยาเองหลังทำ แพทย์จะเป็นผู้กำหนดว่าจะลดหรือหยุดยาเมื่อใดจากอาการ การไหลของปัสสาวะ และปริมาณปัสสาวะค้าง

### รักษาด้วยไอน้ำมีผลต่อการแข็งตัวหรือการหลั่งไหม

มีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แม้วิธีนี้จะมุ่งลดผลกระทบต่อการทำงานทางเพศเมื่อเทียบกับการผ่าตัดบางชนิด อาจเกิดปวดขณะหลั่ง เลือดปนในน้ำอสุจิ ปริมาณน้ำอสุจิลดลง หรือการแข็งตัวเปลี่ยนไป จึงควรหารือก่อนทำหากเรื่องเพศหรือการมีบุตรเป็นสิ่งสำคัญ

### หลังทำขับรถกลับเองได้ไหม

ไม่ควรขับรถเองหากได้รับยาที่ทำให้ง่วง เวียนศีรษะ หรือการตอบสนองช้าลง แม้ใช้ยาชาเฉพาะที่ก็ควรถามทีมรักษาล่วงหน้า เพราะการมีสายสวนและอาการไม่สบายอาจทำให้ขับรถไม่ปลอดภัย

### เมื่อไรกลับไปทำงานได้

งานเบามักกลับไปทำได้ภายในไม่กี่วันเมื่ออาการคงที่ แต่งานใช้แรงหรือยกของหนักอาจต้องรอหลายสัปดาห์ ระยะจริงขึ้นกับเลือดออก ความปวด การมีสายสวน และลักษณะงาน แพทย์ควรกำหนดให้เป็นรายบุคคล

### ปัสสาวะเป็นเลือดหลังทำปกติไหม

เลือดปนเล็กน้อยอาจพบได้ในช่วงพักฟื้นและอาจเกิดเป็นๆ หายๆ แต่หากปัสสาวะเป็นสีแดงเข้มต่อเนื่อง มีลิ่มเลือดมาก ปัสสาวะไม่ออก เวียนศีรษะ หรือเลือดออกเพิ่มขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์ทันที

### ถ้าต่อมลูกหมากใหญ่มากยังทำได้ไหม

อาจไม่เหมาะในผู้ที่ต่อมลูกหมากใหญ่มากหรือมีรูปร่างที่อุปกรณ์เข้าถึงได้ไม่ดี แพทย์ต้องประเมินขนาดและโครงสร้างก่อน และอาจแนะนำการผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะ เลเซอร์ หรือวิธีนำเนื้อเยื่อออกที่เหมาะกับต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มากกว่า

### วิธีนี้เหมาะกับทุกคนที่ปัสสาวะบ่อยหรือไม่

ไม่เหมาะกับทุกคน เพราะปัสสาวะบ่อยอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เบาหวาน การติดเชื้อ นิ่ว ยาบางชนิด หรือโรคทางระบบประสาท หากอาการไม่ได้เกิดจากการอุดกั้นของต่อมลูกหมาก การลดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากอาจไม่ช่วยตามที่คาดหวัง

### ต้องติดตามหลังทำหรือไม่

ต้องติดตามเพื่อตรวจการปัสสาวะ ถอดหรือประเมินสายสวน เฝ้าระวังการติดเชื้อ และดูว่าอาการดีขึ้นตามลำดับหรือไม่ หากอาการยังรบกวนหลังผ่านช่วงฟื้นตัว แพทย์อาจตรวจแรงปัสสาวะ ปัสสาวะค้าง หรือหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Rezūm Water Vapor Therapy: Procedure & Results](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/rezum) — เกี่ยวกับ Rezum therapy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [Stanford Health Care: Risks](https://stanfordhealthcare.org/medical-treatments/r/rezum/risk-factors.html) — เกี่ยวกับ Rezum therapy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Emphysematous sloughed floating ball after prostate water ... - PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10450385/) — เกี่ยวกับ Rezum therapy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
