# ผ่าตัดอกบุ๋ม

**ผ่าตัดอกบุ๋ม (Pectus excavatum correction) คือการยกกระดูกหน้าอกที่ยุบลงให้มาอยู่ในตำแหน่งเหมาะสม โดยอาจสอดแท่งโลหะผ่านแผลเล็กหรือแก้ไขกระดูกอ่อนผ่านแผลผ่าตัดเปิด การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออกบุ๋มมากจนกระทบการหายใจ การออกกำลังกาย หัวใจ หรือคุณภาพชีวิต ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนที่มีหน้าอกยุบ**

## ประเด็นสำคัญ

- อกบุ๋มเล็กน้อยและไม่มีอาการมักไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของหน้าอก การทำงานของหัวใจและปอด รวมถึงผลกระทบต่อชีวิต ไม่ได้ดูจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
- วิธีผ่าตัดหลักมีทั้งการผ่าตัดแผลเล็กแบบสอดแท่งโลหะใต้กระดูกหน้าอก และการผ่าตัดเปิดเพื่อปรับกระดูกอ่อนหรือกระดูกหน้าอก วิธีที่เหมาะขึ้นกับอายุ ความแข็งของทรวงอก รูปร่างอกบุ๋ม และประสบการณ์ของทีมผ่าตัด
- ช่วงแรกหลังผ่าตัดมักเจ็บหน้าอกและต้องจำกัดการบิดตัว ยกของ หรือออกแรง การกลับไปเรียน ทำงาน และเล่นกีฬาต้องค่อยเป็นค่อยไปตามแผนของศัลยแพทย์

## ผ่าตัดอกบุ๋ม คืออะไร

ภาวะอกบุ๋มคือความผิดรูปของผนังทรวงอกด้านหน้า กระดูกหน้าอกหรือกระดูกสันอกยุบเข้าไปด้านใน และซี่โครงอาจดูไม่เท่ากัน ภาวะนี้มักมีมาตั้งแต่กำเนิด แต่อาจเห็นชัดขึ้นเมื่อร่างกายเติบโตเร็วในช่วงวัยรุ่น บางคนมีร่องยุบเฉพาะตรงกลาง ขณะที่บางคนยุบไปด้านใดด้านหนึ่งหรือกินพื้นที่กว้าง

การผ่าตัดมีเป้าหมายยกกระดูกหน้าอกออกจากหัวใจและปอด พร้อมปรับรูปร่างผนังทรวงอก วิธีหลักแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

| วิธีผ่าตัด | ทำอย่างไร | มักพิจารณาเมื่อ |
|---|---|---|
| วิธีแผลเล็ก | เปิดแผลด้านข้างหน้าอก สอดกล้องและแท่งโลหะโค้งใต้กระดูกหน้าอก แล้วพลิกหรือจัดแท่งเพื่อดันหน้าอกขึ้น | ทรวงอกยังยืดหยุ่น รูปร่างเหมาะกับการดันจากด้านใน |
| วิธีผ่าตัดเปิด | เปิดแผลด้านหน้า ตัดหรือปรับกระดูกอ่อนที่ผิดรูป และอาจจัดตำแหน่งกระดูกหน้าอก พร้อมใช้อุปกรณ์พยุงชั่วคราว | ทรวงอกแข็ง รูปร่างซับซ้อน ไม่สมมาตรมาก หรือไม่เหมาะกับวิธีแผลเล็ก |

วิธีแผลเล็กมักเรียกว่าการผ่าตัดแบบนัสส์ ส่วนวิธีเปิดมักเรียกว่าการผ่าตัดแบบราวิทช์ ชื่อเหล่านี้หมายถึงแนวทางการผ่าตัด ไม่ได้บอกว่าวิธีหนึ่งเหมาะกับทุกคนมากกว่าอีกวิธี

การมีหน้าอกยุบไม่ได้แปลว่าหัวใจหรือปอดผิดปกติเสมอไป หลายคนไม่มีอาการและใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ในรายที่ยุบมาก กระดูกหน้าอกอาจเบียดหรือดันหัวใจ ทำให้พื้นที่ภายในทรวงอกเปลี่ยนไป ผู้ป่วยบางคนจึงเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือออกกำลังกายได้ไม่เท่าเดิม การตรวจร่างกายและผลตรวจจึงสำคัญกว่าการประเมินจากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การตัดสินใจผ่าตัดไม่ควรอาศัยเพียงความลึกของร่องอก แพทย์จะดูอาการ รูปร่างทรวงอก อายุ การเจริญเติบโต โรคร่วม และผลตรวจหัวใจกับปอดประกอบกัน

### ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด

การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อร่วมกัน เช่น

- อกบุ๋มชัดเจนและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเมื่อเติบโต
- เหนื่อยง่ายผิดจากเดิม หรือออกกำลังกายได้น้อยลง
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกที่แพทย์ประเมินว่าอาจเกี่ยวข้องกับอกบุ๋ม
- ใจสั่น หรือมีหลักฐานว่ากระดูกหน้าอกกำลังกดหรือเบียดหัวใจ
- ผลตรวจสมรรถภาพปอดหรือการประเมินขณะออกกำลังกายพบข้อจำกัด
- ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการตรวจอื่นแสดงว่าผนังทรวงอกยุบมาก
- รูปร่างทรวงอกส่งผลต่อสภาพจิตใจ การเข้าสังคม หรือคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง หลังได้พูดคุยถึงประโยชน์และข้อจำกัดของการผ่าตัดแล้ว

เด็กโตและวัยรุ่นเป็นช่วงที่มักได้รับการประเมิน เพราะผนังทรวงอกยังมีความยืดหยุ่นและผู้ป่วยสามารถมีส่วนร่วมกับการพักฟื้นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ก็อาจผ่าตัดได้ การวางแผนอาจต่างออกไปเพราะทรวงอกแข็งขึ้นและอาจมีโรคร่วมมากกว่า แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่าการเลือกช่วงอายุและวิธีรักษาแตกต่างกันตามผู้ป่วยและทีมผ่าตัด จึงไม่ควรใช้อายุเพียงตัวเลขเดียวตัดสินว่าเร็วหรือช้าเกินไป ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure))

### ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดหรือควรเลื่อนก่อน

- อกบุ๋มเล็กน้อย ไม่มีอาการ และการตรวจหัวใจกับปอดไม่พบผลกระทบสำคัญ
- ยังไม่ได้ลองแนวทางไม่ผ่าตัด ทั้งที่รูปร่างทรวงอกยังยืดหยุ่นและแพทย์เห็นว่าน่าจะเหมาะ
- มีการติดเชื้อ มีไข้ หรือเจ็บป่วยเฉียบพลันใกล้วันผ่าตัด
- โรคหัวใจ ปอด หรือโรคประจำตัวยังควบคุมไม่ดี ทำให้ความเสี่ยงจากการดมยาสลบสูง
- มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แต่ยังไม่ได้วางแผนปรับยา
- ยังไม่พร้อมทำตามข้อจำกัดหลังผ่าตัด เช่น การหลีกเลี่ยงกิจกรรมปะทะหรือการมาตรวจติดตาม
- คาดหวังว่าการผ่าตัดจะทำให้หน้าอกสมมาตรหรือไม่มีรอยแผลอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นผลที่รับประกันไม่ได้

หากเหตุผลหลักคือความกังวลเรื่องรูปร่าง แพทย์ยังควรรับฟังอย่างจริงจัง เพราะผลกระทบต่อความมั่นใจอาจมีมาก แต่ต้องชั่งกับความเจ็บ การพักฟื้น รอยแผล และความเสี่ยงของการผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยเด็กควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจตามวัย ไม่ใช่ตัดสินจากความต้องการของครอบครัวเพียงฝ่ายเดียว

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด ศัลยแพทย์ต้องทราบว่าหน้าอกยุบลึกเพียงใด กดหัวใจหรือปอดหรือไม่ และร่างกายพร้อมรับการดมยาสลบหรือไม่ การตรวจที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน แต่อาจประกอบด้วย

- ตรวจร่างกายและประเมินความสมมาตรของทรวงอก
- ภาพถ่ายรังสี เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอ็มอาร์ไอ เพื่อดูรูปร่างและวัดช่องว่างภายในทรวงอก
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาจตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ
- ตรวจสมรรถภาพปอด โดยเฉพาะผู้ที่เหนื่อยง่ายหรือมีโรคทางเดินหายใจ
- ตรวจเลือดตามความเหมาะสมก่อนการผ่าตัดใหญ่
- ประเมินโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อวางแผนดมยาสลบและควบคุมอาการปวด

แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าการประเมินหัวใจ ปอด และภาพทรวงอกเป็นส่วนที่อาจใช้ก่อนผ่าตัด แต่ชุดตรวจจริงต้องเลือกตามอาการ อายุ และแนวทางของสถานพยาบาล ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure))

### แจ้งยาและข้อมูลสุขภาพทั้งหมด

นำรายชื่อยาประจำ ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมไปให้ทีมรักษาดู โดยเฉพาะ

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาแก้ปวดบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- ยารักษาโรคหัวใจ โรคปอด หรือความดันโลหิต

อย่าหยุดหรือปรับยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าตัวใดต้องหยุด ปรับ หรือรับประทานต่อ และจะให้เวลาที่เหมาะกับคุณ การหยุดยาละลายลิ่มเลือดเองอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด ส่วนการกินต่อโดยไม่มีแผนอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้ยาง แพ้เทปหรือวัสดุปิดแผล รวมถึงประวัติแพ้หรือมีปฏิกิริยาต่อโลหะ เครื่องประดับ นิกเกิล โครเมียม หรือวัสดุฝังในร่างกาย ประวัติเลือดออกง่าย การดมยาสลบที่เคยมีปัญหา รวมถึงโรคประจำตัวและอุปกรณ์ที่ฝังอยู่ในร่างกาย เพื่อให้ทีมผ่าตัดพิจารณาชนิดอุปกรณ์หรือการประเมินเพิ่มเติมตามความเหมาะสม หากสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ควรบอกตามจริง เพราะมีผลต่อปอด แผล และการฟื้นตัว

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

การผ่าตัดนี้ใช้ยาสลบ จึงต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง เวลางดอาหารแข็ง นม และน้ำใสอาจไม่เหมือนกัน อย่าใช้คำแนะนำจากผู้ป่วยรายอื่นแทนเอกสารของวิสัญญีแพทย์ หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษา ไม่ควรปิดบัง เพราะอาจเกิดการสำลักระหว่างดมยาสลบได้

### เตรียมของและวางแผนหลังกลับบ้าน

ควรเตรียมเอกสารประจำตัว สิทธิการรักษา รายชื่อยา ผลตรวจเดิม และเสื้อผ้าที่ใส่ได้ง่าย ไม่รัดหน้าอก ผู้ป่วยควรมีญาติหรือผู้ดูแลรับฟังคำแนะนำ เพราะช่วงแรกอาจปวด ง่วง หรือจำรายละเอียดได้ไม่ครบ

ที่บ้านควรจัดของใช้ให้อยู่ระดับหยิบง่าย ลดความจำเป็นในการเอื้อม บิดตัว หรือยกของ เตรียมพื้นที่นอนที่ลุกได้สะดวก และวางแผนหยุดเรียนหรือหยุดงานตามลักษณะกิจกรรม ศัลยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดข้อจำกัดเฉพาะหลังทราบวิธีผ่าตัดและความมั่นคงของอุปกรณ์

หากมีไข้ ไอมาก หอบ แผลผิวหนังอักเสบ หรืออาการเจ็บป่วยก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งโรงพยาบาล การเลื่อนผ่าตัดในบางกรณีช่วยลดความเสี่ยงจากยาสลบและการติดเชื้อ

## ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนจริงแตกต่างกันตามวิธีที่เลือก แต่ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ทีมรักษาจะติดอุปกรณ์เฝ้าระวังการเต้นของหัวใจ ความดัน ออกซิเจน และการหายใจตลอดการผ่าตัด

### วิธีแผลเล็กแบบสอดแท่งโลหะ

โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

1. ศัลยแพทย์วัดและดัดแท่งโลหะให้เหมาะกับรูปทรงทรวงอก
2. เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณด้านข้างหน้าอกทั้งสองด้าน
3. สอดกล้องเข้าไปในช่องอกเพื่อให้มองเห็นหัวใจ ปอด และแนวทางผ่านของอุปกรณ์
4. สร้างทางผ่านใต้กระดูกหน้าอกอย่างระมัดระวัง
5. สอดแท่งโลหะโค้งผ่านใต้กระดูกหน้าอก แล้วหมุนหรือจัดตำแหน่งเพื่อดันส่วนที่ยุบขึ้น
6. หากแท่งเดียวไม่พอ อาจใช้มากกว่าหนึ่งแท่งตามความยาว ความลึก และความแข็งของทรวงอก
7. ยึดแท่งกับผนังทรวงอกเพื่อลดโอกาสเคลื่อน และตรวจดูตำแหน่งก่อนปิดแผล

แท่งโลหะจะอยู่ในร่างกายระหว่างที่ทรวงอกปรับรูป แล้วจึงผ่าตัดนำออกภายหลัง แหล่งอ้างอิงให้ช่วงเวลาคงแท่งแตกต่างกัน โดยมักอยู่หลายปี ขึ้นกับวิธีที่ใช้ อายุ การเติบโต และการประเมินของศัลยแพทย์ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure))

### วิธีผ่าตัดเปิด

การผ่าตัดเปิดอาจประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

1. เปิดแผลบริเวณด้านหน้าทรวงอก
2. แยกกล้ามเนื้อและเข้าถึงกระดูกอ่อนที่ผิดรูป
3. ตัดหรือปรับกระดูกอ่อนบางส่วน โดยพยายามเก็บเยื่อหุ้มที่ช่วยให้กระดูกอ่อนงอกกลับ
4. ปรับตำแหน่งกระดูกหน้าอก และอาจตัดกระดูกอย่างควบคุมเพื่อให้ยกขึ้นได้
5. ใส่อุปกรณ์พยุงชั่วคราวหากจำเป็น
6. ตรวจการห้ามเลือด ใส่สายระบายเมื่อมีข้อบ่งชี้ แล้วปิดแผลเป็นชั้น

วิธีเปิดมีรายละเอียดหลายแบบ การเลือกไม่ได้หมายความว่าอาการ “หนักกว่า” เสมอไป แต่อาจเหมาะกว่าเมื่อหน้าอกไม่สมมาตร ทรวงอกแข็ง เคยผ่าตัดมาก่อน หรือโครงสร้างไม่เหมาะกับการดันด้วยแท่งจากด้านใน

### การควบคุมอาการปวด

การขยับกระดูกหน้าอกทำให้ช่วงแรกเจ็บได้มาก ทีมรักษาจึงมักใช้การระงับปวดหลายวิธีร่วมกัน เช่น ยาทางหลอดเลือด ยารับประทาน การระงับเส้นประสาท หรือเทคนิคควบคุมปวดเฉพาะบริเวณ วิธีที่ใช้ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว แนวทางของวิสัญญีแพทย์ และทรัพยากรของโรงพยาบาล

อย่าเพิ่มยา ลดยา หรือใช้ยาแก้ปวดของคนอื่นเอง หากปวดยังมากจนหายใจลึก เดิน หรือนอนไม่ได้ ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินสาเหตุและปรับแผนอย่างปลอดภัย

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดอาจใช้เวลาประมาณ **1-4 ชั่วโมง** ตามข้อมูลอ้างอิงต่างประเทศ โดยขึ้นกับวิธีผ่าตัด จำนวนแท่งโลหะ ความซับซ้อนของหน้าอก การเคยผ่าตัดมาก่อน และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure)) เวลานี้ไม่รวมการเตรียมดมยาสลบและการเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น

การผ่าตัดทั้งแบบแผลเล็กและแบบเปิดใช้การดมยาสลบ ผู้ป่วยจะมีท่อช่วยหายใจระหว่างการผ่าตัด หลังผ่าตัดต้องพักในห้องฟื้นจนการหายใจ ความดัน อาการปวด และระดับความรู้สึกตัวคงที่

โดยทั่วไปเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ควรวางแผนกลับบ้านในวันเดียว ระยะนอนโรงพยาบาลในแหล่งข้อมูลต่างประเทศมีตั้งแต่การพักข้ามคืนไปจนถึงหลายวัน สะท้อนว่าการดูแลแตกต่างกันมากตามวิธีระงับปวด เทคนิคผ่าตัด และระบบของแต่ละโรงพยาบาล ในประเทศไทย ทีมผ่าตัดจะกำหนดระยะที่เหมาะจากอาการปวด การเดิน การกินอาหาร การหายใจ และภาวะแทรกซ้อนของแต่ละคน

ก่อนกลับบ้าน ผู้ป่วยควรลุกเดินได้อย่างปลอดภัย รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ ควบคุมปวดด้วยแผนยาที่ใช้ที่บ้านได้ และไม่มีปัญหาเฉียบพลันที่ต้องติดตามในโรงพยาบาล

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นมีหลายระยะ ไม่ใช่ว่าแผลภายนอกปิดแล้วจะออกแรงได้เต็มที่ กระดูกและผนังทรวงอกต้องใช้เวลาปรับตัว โดยเฉพาะเมื่อมีแท่งโลหะอยู่ภายใน

| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
|---|---|---|
| วันแรกๆ | เจ็บหรือตึงหน้าอก หายใจลึกหรือเปลี่ยนท่าได้ลำบาก | ควบคุมปวด ฝึกหายใจ ลุกนั่งและเดินตามคำแนะนำ |
| สัปดาห์แรกๆ | เดินได้มากขึ้น แต่ยังอ่อนเพลียและไม่คล่องเวลาเอื้อมหรือบิดตัว | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ดูแลแผล หลีกเลี่ยงยกของและการกระแทก |
| หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | กลับไปเรียนหรืองานเบาได้ก่อนกิจกรรมหนัก | เพิ่มการออกกำลังตามการตรวจติดตาม ไม่เร่งเล่นกีฬาปะทะ |
| ระยะยาว | ทรวงอกค่อยๆ คงรูป และอาจต้องมีการผ่าตัดนำอุปกรณ์ออก | มาตรวจตามนัด และแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการหรือเริ่มกีฬาที่เสี่ยงกระแทก |

วันแรกหลังผ่าตัด ทีมรักษามักให้เริ่มนั่ง หายใจลึก และลุกเดินระยะสั้นเมื่อปลอดภัย การเคลื่อนไหวช่วยให้ปอดขยาย ลดเสมหะ และลดผลเสียจากการนอนนาน แต่ต้องทำตามวิธีลุกและเปลี่ยนท่าที่ทีมกายภาพหรือทีมผ่าตัดสอน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure))

ช่วงแรกอาจถูกจำกัดการก้ม บิด เอี้ยว ดัน ดึง หรือยกของ เพราะแรงเหล่านี้อาจเพิ่มอาการปวดและกระทบตำแหน่งของแท่ง ผู้ป่วยที่ใช้วิธีแผลเล็กควรระวังการกระแทกหน้าอกและกิจกรรมปะทะเป็นพิเศษ ระยะห้ามแต่ละกิจกรรมต่างกันตามความมั่นคงของแท่งและแนวทางของศัลยแพทย์

การกลับไปเรียนหรืองานเบามักทำได้ก่อนการกลับไปทำงานใช้แรง แต่ไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ผู้ที่ยังต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง ไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร การสะพายกระเป๋าหนัก งานยกของ งานก่อสร้าง และกีฬาปะทะต้องรอจนศัลยแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย

แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าการฟื้นเต็มที่หลังวิธีแผลเล็กอาจใช้เวลาประมาณ **6 เดือน** แต่ช่วงดังกล่าวเป็นข้อมูลจากระบบต่างประเทศและไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานตลอดเวลา ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure)) การฟื้นของคุณขึ้นกับอายุ วิธีผ่าตัด ระดับความเจ็บ ความแข็งแรงก่อนผ่าตัด และว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่

อาการตึง ชา หรือความรู้สึกผิวหนังเปลี่ยนรอบแผลอาจค่อยๆ ดีขึ้น รอยแผลจะเปลี่ยนสีและนุ่มลงตามเวลา แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะจางหรือเรียบสนิท หากแผลนูน คัน หรือดึงรั้ง ควรให้ศัลยแพทย์ประเมินแทนการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้เองทันที

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดอกบุ๋มอยู่ใกล้หัวใจ ปอด และหลอดเลือด จึงต้องทำโดยทีมที่มีประสบการณ์กับการผ่าตัดผนังทรวงอก ความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน และแตกต่างระหว่างวิธีแผลเล็กกับวิธีเปิด

### ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดและยาสลบ

- เลือดออกหรือจำเป็นต้องให้เลือด
- แผลติดเชื้อหรือติดเชื้อบริเวณอุปกรณ์
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือเคลื่อนไปปอด
- ปฏิกิริยาต่อยาหรือภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบ
- ปอดแฟบ เสมหะคั่ง หรือปอดอักเสบจากการหายใจตื้น
- แผลเป็นนูน ชา หรือเจ็บเรื้อรังบริเวณแผล

### ความเสี่ยงเฉพาะของการแก้ไขอกบุ๋ม

- ลมหรือเลือดคั่งในช่องอก ซึ่งอาจต้องใส่สายระบาย
- ของเหลวสะสมรอบปอดหรือบริเวณแผล
- แท่งโลหะเคลื่อน หมุน หัก หรือกดเนื้อเยื่อ
- เจ็บจากแท่งหรือรู้สึกถึงอุปกรณ์ใต้ผิวหนัง
- การบาดเจ็บต่อหัวใจ ปอด กะบังลม หรือหลอดเลือด ซึ่งพบไม่บ่อยแต่รุนแรงได้
- ทรวงอกยังไม่สมมาตรหรือยกได้ไม่เท่าที่คาด
- หน้าอกยุบกลับบางส่วนหลังเอาอุปกรณ์ออก
- ต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อปรับตำแหน่ง แก้ภาวะแทรกซ้อน หรือนำอุปกรณ์ออกก่อนกำหนด
- อาการเหนื่อยหรือเจ็บหน้าอกไม่ดีขึ้น หากสาเหตุไม่ได้มาจากอกบุ๋มเพียงอย่างเดียว

งานวิจัยแบบกลุ่มผู้ป่วยหนึ่งฉบับรายงานภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดวิธีแผลเล็ก แต่ตัวเลขจากศูนย์เดียวไม่ควรใช้ทำนายความเสี่ยงของผู้ป่วยไทยโดยตรง เพราะนิยามภาวะแทรกซ้อน อายุผู้ป่วย เทคนิค และประสบการณ์ของศูนย์แตกต่างกัน ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7265919/)) การขอให้ศัลยแพทย์อธิบายความเสี่ยงของทีมที่รักษาและความเสี่ยงเฉพาะของคุณจึงมีประโยชน์กว่าการยึดตัวเลขจากต่างประเทศ

ก่อนเซ็นยินยอม คุณควรทราบว่าจะใช้วิธีใด มีโอกาสเปลี่ยนวิธีระหว่างผ่าตัดหรือไม่ อุปกรณ์จะอยู่ในร่างกายนานเพียงใด และหากแท่งเคลื่อนหรือเกิดเลือดออก ทีมรักษามีแผนอย่างไร

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือติดต่อทีมผ่าตัดทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบากขึ้น หอบเร็ว พูดไม่เป็นประโยค หรือริมฝีปากเขียว
- เจ็บหน้าอกรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน หรือเจ็บต่างจากอาการเดิม
- ใจสั่นมาก หน้ามืด เป็นลม หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดปกติ
- มีไข้ตามเกณฑ์ที่ระบุในเอกสารจำหน่าย ไข้ต่อเนื่อง หรือหนาวสั่น แม้แผลภายนอกดูปกติ ให้ติดต่อทีมผ่าตัดทันที หากมีหอบ เจ็บหน้าอก ซึม หรืออาการทรุดเร็วร่วมด้วย ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
- เลือดออกจากแผลไม่หยุด หรือหน้าอกบวมเพิ่มเร็ว
- ได้ยินหรือรู้สึกว่าแท่งเคลื่อน มีเสียงผิดปกติในหน้าอก หรือรูปร่างหน้าอกเปลี่ยนฉับพลัน
- เจ็บหลังถูกกระแทก ล้ม หรือประสบอุบัติเหตุ แม้แผลภายนอกดูปกติ
- ไอเป็นเลือด หรือหายใจแล้วเจ็บแปลบมากขึ้น
- หากขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ ให้ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินทันที หากมีหอบ เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือเป็นลมร่วมด้วย ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
- ง่วงซึมผิดปกติ ปลุกยาก สับสน หรือหายใจช้าหลังใช้ยาแก้ปวด
- อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือปัสสาวะน้อยลงมาก

หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงหรือไม่ ให้บอกว่าเพิ่งผ่าตัดแก้ไขอกบุ๋มและมีอุปกรณ์ในทรวงอก ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมฉุกเฉินเลือกการตรวจได้เหมาะสม อย่ารอถึงวันนัดเมื่อมีอาการหายใจลำบาก เป็นลม หรือเจ็บหน้าอกรุนแรง

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับอกบุ๋มทุกระดับ ผู้ที่ไม่มีอาการหรือยุบไม่มากอาจเลือกติดตามอาการ โดยประเมินซ้ำเมื่อร่างกายเติบโตหรือเมื่อเริ่มมีข้อจำกัดในการออกกำลังกาย

### การติดตามโดยไม่ผ่าตัด

เหมาะกับผู้ที่อาการน้อยและไม่มีหลักฐานว่าหัวใจหรือปอดถูกกระทบ แพทย์อาจติดตามรูปทรงทรวงอก อาการเหนื่อย ความสามารถในการออกกำลังกาย และการเปลี่ยนแปลงในช่วงโตเร็ว หากอาการคงที่ก็อาจไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม

### การออกกำลังกายและกายภาพบำบัด

การฝึกท่าทาง กล้ามเนื้อหลัง ไหล่ และการหายใจช่วยให้ยืนตรงขึ้น ลดไหล่ห่อ และเพิ่มความแข็งแรงได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะยกกระดูกหน้าอกที่ยุบมากให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติ วิธีนี้เหมาะกับการดูแลอาการและสมรรถภาพ ไม่ควรใช้แทนการประเมินเมื่อมีอาการหัวใจหรือปอด

### อุปกรณ์สุญญากาศยกผนังทรวงอก

อุปกรณ์ลักษณะถ้วยวางเหนือส่วนที่ยุบและสร้างแรงดูดเพื่อค่อยๆ ยกผนังทรวงอก อาจเหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่หน้าอกยังยืดหยุ่นและยุบไม่ซับซ้อน ต้องใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแล เพราะอาจทำให้ช้ำ เจ็บ หรือระคายผิว ผลลัพธ์ขึ้นกับอายุ ความยืดหยุ่น รูปแบบอกบุ๋ม และความสม่ำเสมอในการใช้

### ทางเลือกการผ่าตัดอีกวิธี

หากจำเป็นต้องผ่าตัด แต่ไม่เหมาะกับวิธีแผลเล็ก อาจพิจารณาวิธีเปิด หรือในทางกลับกัน ผู้ที่เคยผ่าตัดแล้วอกยุบซ้ำอาจต้องวางแผนเฉพาะราย การเลือกวิธีควรดูโครงสร้างทรวงอกจากภาพตรวจ ไม่ใช่เลือกเพราะแผลเล็กกว่าเพียงอย่างเดียว

หากความกังวลหลักเป็นเรื่องรูปลักษณ์และส่งผลต่อชีวิตมาก การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยให้แยกความต้องการของตนเองออกจากแรงกดดันภายนอกได้ การรับการช่วยเหลือด้านจิตใจไม่ได้หมายความว่าอาการเป็นเรื่องเล็ก และไม่ตัดสิทธิการประเมินผ่าตัด

## สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับว่าการผ่าตัดมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือมุ่งแก้ไขรูปลักษณ์เป็นหลัก รวมถึงสถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเอกสารผลตรวจ ควรสอบถามหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลก่อนนัดผ่าตัด เพราะการอนุมัติไม่เหมือนกันทุกกรณี

### สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบ เพื่อรับการตรวจและใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ทรวงอกหรือศัลยแพทย์เด็ก หากแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้ เช่น กระทบการหายใจ หัวใจ หรือการทำงาน อาจเข้าสู่กระบวนการรักษาตามสิทธิได้

ให้ถามว่าโรงพยาบาลปลายทางรับส่งต่อสำหรับการผ่าตัดชนิดนี้หรือไม่ การตรวจใดต้องทำก่อนส่งตัว และการผ่าตัดนำแท่งออกในอนาคตรวมอยู่ในแผนส่งต่ออย่างไร

### สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อเมื่อสถานพยาบาลเดิมไม่มีทีมที่ทำหัตถการนี้ การอนุมัติอาจพิจารณาจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และความจำเป็นของการรักษา

ควรถามให้ชัดว่าผลตรวจจากที่อื่นใช้ประกอบได้หรือไม่ ต้องขอใบส่งตัวก่อนตรวจเฉพาะทางหรือไม่ และการติดตามระยะยาวกับการนำอุปกรณ์ออกต้องดำเนินการผ่านโรงพยาบาลใด

### สวัสดิการข้าราชการและสิทธิอื่น

ขั้นตอนอาจต่างกันตามต้นสังกัดและโรงพยาบาล ควรตรวจสอบเรื่องการส่งต่อ อุปกรณ์ที่ใช้ การอนุมัติก่อนผ่าตัด และการรักษาต่อเนื่องหลังผ่าตัด โดยเฉพาะกรณีต้องใส่อุปกรณ์ไว้หลายปี

### ประกันสุขภาพเอกชน

บริษัทประกันมักขอประวัติว่าเป็นภาวะที่มีมาตั้งแต่กำเนิดหรือมีอยู่ก่อนเริ่มกรมธรรม์หรือไม่ มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อะไร และเป็นการรักษาเพื่อการทำงานของร่างกายหรือเพื่อรูปลักษณ์ ควรขอให้โรงพยาบาลจัดเอกสารวินิจฉัย แผนผ่าตัด ผลตรวจ และเหตุผลทางการแพทย์เพื่อยื่นพิจารณาก่อน

ถามบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า

- กรมธรรม์คุ้มครองภาวะความผิดรูปแต่กำเนิดหรือไม่
- ต้องอนุมัติก่อนเข้ารักษาหรือไม่
- อุปกรณ์ที่ฝังในร่างกายอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
- การผ่าตัดนำอุปกรณ์ออกในภายหลังพิจารณาอย่างไร
- การรักษาภาวะแทรกซ้อนและการตรวจติดตามอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด

หากต้องสำรองจ่ายเอง ควรถามโรงพยาบาลว่ารายการรักษาครอบคลุมการประเมินก่อนผ่าตัด อุปกรณ์ การนอนโรงพยาบาล การควบคุมปวด การติดตาม และการนำอุปกรณ์ออกหรือไม่ โดยไม่ควรอาศัยคำอธิบายทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### อกบุ๋มทุกคนต้องผ่าตัดหรือไม่

ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน หากอกบุ๋มไม่มาก ไม่มีอาการ และหัวใจกับปอดไม่ได้รับผลกระทบ แพทย์อาจแนะนำเพียงติดตามอาการ ออกกำลังกาย และดูการเปลี่ยนแปลงในช่วงเติบโต

### จะรู้ได้อย่างไรว่าอกบุ๋มกระทบหัวใจหรือปอด

แพทย์ประเมินจากอาการร่วมกับการตรวจหัวใจ ปอด และภาพทรวงอก ไม่สามารถตัดสินจากความลึกที่มองเห็นภายนอกอย่างเดียว ผู้ที่เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือออกกำลังกายลดลงอาจต้องตรวจเพิ่มเติม

### ผ่าตัดแบบแผลเล็กดีกว่าแบบเปิดเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป วิธีแผลเล็กมีแผลด้านข้างขนาดเล็กกว่า แต่ต้องใส่แท่งโลหะไว้ภายในและมีความเสี่ยงเรื่องแท่งเคลื่อน ส่วนวิธีเปิดอาจเหมาะกว่าในหน้าอกที่แข็ง ไม่สมมาตร หรือมีโครงสร้างซับซ้อน

### ผ่าตัดอกบุ๋มเจ็บมากไหม

ช่วงแรกมักเจ็บและตึงหน้าอกอย่างชัดเจน เพราะกระดูกหน้าอกถูกยกและผนังทรวงอกต้องปรับตำแหน่ง ทีมรักษาจะวางแผนระงับปวดหลายวิธีร่วมกันเพื่อให้คุณหายใจลึก ลุกเดิน และพักผ่อนได้

### ต้องใส่แท่งโลหะไว้นานเท่าไร

มักต้องใส่ไว้หลายปี แต่ระยะจริงขึ้นกับอายุ การเติบโต เทคนิคผ่าตัด ความมั่นคงของทรวงอก และดุลยพินิจของศัลยแพทย์ แหล่งอ้างอิงต่างประเทศให้ช่วงเวลาไม่ตรงกัน จึงควรถามทีมที่ผ่าตัดว่ามีแผนนำออกเมื่อใด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure))

### แท่งโลหะจะดังที่เครื่องตรวจสนามบินหรือไม่

อาจมีผลต่อเครื่องตรวจโลหะบางระบบ แต่ไม่เกิดขึ้นเหมือนกันทุกครั้ง ควรเก็บเอกสารระบุว่ามีอุปกรณ์ฝังในทรวงอก และแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนผ่านจุดตรวจเมื่อได้รับคำถาม

### มีแท่งโลหะแล้วตรวจเอ็มอาร์ไอได้ไหม

อย่านัดตรวจโดยไม่แจ้งชนิดอุปกรณ์ก่อน อุปกรณ์บางชนิดอาจตรวจได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ แต่ต้องยืนยันจากเอกสารการผ่าตัดและหน่วยรังสีวิทยา เพราะวัสดุและข้อกำหนดต่างกัน

### กลับไปเรียนหรือทำงานได้เมื่อไร

งานหรือการเรียนที่ไม่ใช้แรงมักกลับไปได้ก่อนงานยกของและกีฬาปะทะ ระยะเวลาขึ้นกับวิธีผ่าตัด อาการปวด การใช้ยา และการเดินทาง ศัลยแพทย์จะประเมินจากการตรวจติดตาม ไม่ควรกำหนดจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียว

### หลังผ่าตัดนอนตะแคงได้ไหม

ช่วงแรกมักต้องหลีกเลี่ยงท่าที่บิดหรือกดหน้าอก แต่ข้อจำกัดต่างกันตามวิธีผ่าตัดและการยึดแท่ง ให้ใช้ท่าที่ทีมผ่าตัดสอน และถามก่อนเปลี่ยนไปนอนคว่ำหรือตะแคงเป็นเวลานาน

### เล่นกีฬาได้อีกหรือไม่

ส่วนใหญ่สามารถค่อยๆ กลับไปออกกำลังกายได้หลังร่างกายฟื้น แต่กีฬาปะทะ การยกน้ำหนัก และกิจกรรมที่เสี่ยงกระแทกหน้าอกต้องได้รับอนุญาตก่อน ระดับกิจกรรมที่ปลอดภัยขึ้นกับว่าแท่งยังอยู่หรือไม่และทรวงอกมั่นคงเพียงใด

### หน้าอกจะยุบกลับหลังผ่าตัดไหม

มีโอกาสยุบกลับบางส่วนได้ โดยเฉพาะหากนำอุปกรณ์ออกก่อนทรวงอกคงรูป เกิดการเคลื่อนของแท่ง หรือผนังทรวงอกยังเติบโต การมาตรวจตามนัดและทำตามข้อจำกัดช่วยให้แพทย์พบปัญหาเร็ว แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่ยุบซ้ำ

### การผ่าตัดทำให้หายเหนื่อยแน่นอนหรือไม่

ไม่แน่นอน ผู้ที่อาการเกิดจากการเบียดหัวใจหรือข้อจำกัดของทรวงอกอาจดีขึ้น แต่ความเหนื่อยอาจมีสาเหตุอื่น เช่น โรคหอบหืด ภาวะโลหิตจาง หรือสมรรถภาพร่างกายต่ำ จึงต้องประเมินสาเหตุก่อนผ่าตัด

### ผู้ใหญ่ผ่าตัดอกบุ๋มได้ไหม

ผู้ใหญ่สามารถรับการประเมินผ่าตัดได้ แต่ทรวงอกมักแข็งกว่าวัยรุ่น การผ่าตัดและการควบคุมปวดจึงอาจซับซ้อนขึ้น อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้าม แพทย์จะดูโรคร่วม รูปร่างทรวงอก และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

### ถ้าอกบุ๋มมีผลต่อความมั่นใจอย่างเดียว ผ่าตัดได้หรือไม่

อาจได้รับการพิจารณา แต่ต้องชั่งผลกระทบทางจิตใจกับความเสี่ยงของการผ่าตัดใหญ่ รอยแผล ความเจ็บ และการใส่อุปกรณ์ระยะยาว สิทธิการรักษาและประกันอาจมองการผ่าตัดเพื่อรูปลักษณ์ต่างจากการผ่าตัดที่มีผลต่อหัวใจหรือปอด

### ต้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อนำแท่งออกหรือไม่

หากใช้วิธีที่ใส่แท่งหรืออุปกรณ์พยุง มักต้องมีหัตถการนำออกภายหลัง การนำออกใช้ยาสลบและยังมีความเสี่ยงจากการผ่าตัด จึงควรรวมขั้นตอนนี้ไว้ในการวางแผนตั้งแต่ก่อนการผ่าตัดครั้งแรก
 ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure)): https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure: https://medlineplus.gov/ency/article/002949.htm: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7265919/

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Nuss Procedure: Treatment for Pectus Excavatum](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22635-nuss-procedure) — เกี่ยวกับ Pectus excavatum correction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Pectus excavatum repair: MedlinePlus Medical Encyclopedia](https://medlineplus.gov/ency/article/002949.htm) — เกี่ยวกับ Pectus excavatum correction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of the “Nuss Procedure” In Pectus Excavatum - PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7265919/) — เกี่ยวกับ Pectus excavatum correction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
