# ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

**ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker implantation) คือการฝังอุปกรณ์ขนาดเล็กเพื่อส่งสัญญาณไฟฟ้าช่วยให้หัวใจเต้นในจังหวะที่เหมาะสม โดยมักใช้เมื่อหัวใจเต้นช้าหรือระบบนำไฟฟ้าของหัวใจทำงานผิดปกติจนเกิดอาการ เช่น หน้ามืด เป็นลม เหนื่อยง่าย หรือเสี่ยงต่อการสูบฉีดเลือดไม่เพียงพอ การตัดสินใจไม่ได้ดูจากชีพจรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และสาเหตุของจังหวะหัวใจผิดปกติร่วมกัน**

## ประเด็นสำคัญ

- เครื่องกระตุ้นหัวใจไม่ได้ทำให้หัวใจเต้นตลอดเวลาในผู้ป่วยทุกคน อุปกรณ์สามารถตรวจจับจังหวะหัวใจและส่งสัญญาณเมื่อหัวใจเต้นช้าเกินไปตามค่าที่แพทย์ตั้งไว้
- วิธีมาตรฐานมักใส่สายจากหลอดเลือดดำไปยังหัวใจ แล้ววางตัวเครื่องใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกส่วนบน ส่วนเครื่องชนิดไร้สายจะใส่ผ่านสายสวนจากหลอดเลือดบริเวณขาหนีบในผู้ป่วยที่เหมาะสม
- หลังทำ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องระวังแผล การยกของหนัก และการเคลื่อนไหวแขนด้านที่ฝังเครื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด พร้อมเข้าตรวจเครื่องเป็นระยะ เพราะอาจเกิดการติดเชื้อ สายเลื่อน เลือดออก ลิ่มเลือด หรืออุปกรณ์ทำงานผิดปกติได้ [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after)

## ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ คืออะไร

การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นหัตถการที่ช่วยควบคุมอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ เครื่องจะติดตามสัญญาณไฟฟ้าภายในหัวใจ และส่งกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กเมื่อพบว่าหัวใจเต้นช้าหรือมีรูปแบบที่ต้องกระตุ้นตามโปรแกรมที่ตั้งไว้

หัวใจปกติมีระบบไฟฟ้าของตัวเอง สัญญาณเริ่มจากกลุ่มเซลล์ที่ทำหน้าที่กำหนดจังหวะ แล้วเดินทางผ่านห้องหัวใจเพื่อสั่งให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัว หากจุดกำเนิดสัญญาณทำงานช้าลง หรือสัญญาณเดินทางผ่านหัวใจไม่ได้ตามปกติ ชีพจรอาจช้ามากหรือหยุดเป็นช่วงๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะอื่นไม่เพียงพอ

เครื่องแบบมีสายประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่

1. **ตัวกำเนิดสัญญาณ** เป็นกล่องโลหะขนาดเล็ก ภายในมีแบตเตอรี่และวงจรควบคุม แพทย์มักวางไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกส่วนบนใกล้กระดูกไหปลาร้า
2. **สายกระตุ้นหัวใจ** เป็นสายอ่อนที่เดินผ่านหลอดเลือดดำเข้าไปยังห้องหัวใจ ทำหน้าที่ตรวจจับจังหวะและส่งสัญญาณจากเครื่องไปยังหัวใจ

จำนวนสายและตำแหน่งขึ้นอยู่กับความผิดปกติของผู้ป่วย เครื่องบางชนิดกระตุ้นห้องหัวใจห้องเดียว บางชนิดทำงานร่วมกันระหว่างห้องบนและห้องล่าง และบางชนิดช่วยประสานการบีบตัวของหัวใจห้องล่างในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวบางราย [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

อีกทางเลือกหนึ่งคือเครื่องชนิดไร้สาย ซึ่งรวมแบตเตอรี่และวงจรไว้ในอุปกรณ์ชิ้นเดียวภายในหัวใจ โดยใส่ผ่านสายสวนจากหลอดเลือด มักใช้กับผู้ป่วยที่ต้องการการกระตุ้นในรูปแบบเฉพาะ ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และอาจไม่ทดแทนเครื่องแบบมีสายเมื่อจำเป็นต้องกระตุ้นหัวใจหลายห้อง [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11366987/)

อุปกรณ์นี้แตกต่างจากเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจแบบฝัง แม้อุปกรณ์บางระบบอาจมีความสามารถหลายอย่างร่วมกัน เครื่องกระตุ้นหัวใจเน้นป้องกันหัวใจเต้นช้า ส่วนเครื่องช็อกไฟฟ้าใช้ตรวจจับและรักษาจังหวะหัวใจเร็วรุนแรง แพทย์จะเลือกตามชนิดของความผิดปกติ ไม่ใช่ตามความรุนแรงของอาการเพียงอย่างเดียว

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ใส่เครื่อง

การใส่เครื่องมักพิจารณาเมื่อมีหลักฐานว่าหัวใจเต้นช้าหรือระบบนำไฟฟ้าผิดปกติ และความผิดปกตินั้นทำให้เกิดอาการหรือมีความเสี่ยงสำคัญ ตัวอย่างสถานการณ์ที่อาจพบ ได้แก่

- หัวใจเต้นช้าร่วมกับหน้ามืด เป็นลม เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สับสน หรือออกแรงได้น้อยลง
- จุดกำเนิดจังหวะตามธรรมชาติของหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้ชีพจรช้าหรือหยุดเป็นช่วง
- สัญญาณไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนลงไปยังห้องล่างถูกขัดขวาง
- จังหวะหัวใจสลับระหว่างเร็วและช้า และการรักษาจังหวะเร็วอาจทำให้ชีพจรช้าลงมาก
- จำเป็นต้องใช้ยาบางชนิดเพื่อรักษาโรคหัวใจ แต่ยานั้นอาจทำให้หัวใจเต้นช้า และไม่มีทางเลือกที่เหมาะกว่า
- ภาวะหัวใจล้มเหลวบางรูปแบบที่การบีบตัวของหัวใจห้องล่างไม่ประสานกัน ซึ่งอาจเหมาะกับเครื่องที่ช่วยกระตุ้นหลายตำแหน่ง
- หัวใจเต้นช้าหรือระบบนำไฟฟ้าผิดปกติหลังการรักษาโรคหัวใจบางชนิด และแพทย์เห็นว่าไม่น่าฟื้นกลับเอง

อาการเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าจำเป็นต้องใส่เครื่อง เพราะหน้ามืด เหนื่อย หรือหมดสติอาจเกิดจากสาเหตุอื่น แพทย์อาจตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ใช้เครื่องบันทึกจังหวะแบบพกพา ตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ หรือทดสอบขณะออกกำลัง เพื่อเชื่อมโยงอาการกับจังหวะหัวใจ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

### เมื่อยังไม่ควรรีบใส่เครื่อง

การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบแรก หากหัวใจเต้นช้ามีสาเหตุที่แก้กลับได้ เช่น ผลจากยาบางชนิด ความผิดปกติของเกลือแร่ ภาวะไทรอยด์ โรคติดเชื้อบางอย่าง หรือปัญหาชั่วคราวหลังเจ็บป่วย แพทย์จะรักษาสาเหตุหรือปรับยาก่อน หากทำได้อย่างปลอดภัย

ผู้ที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือบริเวณที่จะฝังเครื่อง มักต้องควบคุมการติดเชื้อก่อน เพราะเชื้อสามารถเกาะที่ตัวเครื่องหรือสายและรักษาได้ยาก หากมีเหตุฉุกเฉิน แพทย์อาจใช้การกระตุ้นหัวใจชั่วคราวระหว่างรอการรักษาที่เหมาะสม

ผู้ที่หัวใจเต้นช้าแต่ไม่มีอาการและไม่มีลักษณะเสี่ยง ไม่ได้จำเป็นต้องใส่เครื่องทุกคน เช่นเดียวกับผู้ที่มีอาการหมดสติแต่ยังไม่พบความสัมพันธ์กับหัวใจเต้นช้า การติดตามเพิ่มเติมอาจให้คำตอบที่ชัดเจนกว่า

แพทย์ต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงเป็นรายคน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหลายอย่าง ภาวะเลือดออกง่าย การติดเชื้อ หรือสุขภาพโดยรวมที่ทำให้การทำหัตถการไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการรักษา คุณควรทราบด้วยว่าเครื่องช่วยแก้ปัญหาจังหวะหัวใจบางชนิด แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุทั้งหมดของอาการเหนื่อย หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ทีมรักษาจะทบทวนว่าจังหวะหัวใจแบบใดเป็นเหตุให้ต้องใส่เครื่อง และเลือกชนิดอุปกรณ์ให้เหมาะสม การประเมินอาจรวมถึงคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การบันทึกจังหวะหัวใจต่อเนื่อง อัลตราซาวนด์หัวใจ หรือการตรวจอื่นตามอาการ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

### แจ้งข้อมูลสำคัญให้ทีมรักษา

แจ้งแพทย์หากคุณมีเรื่องต่อไปนี้

- เคยแพ้ยา สารทึบรังสี พลาสเตอร์ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือวัสดุทางการแพทย์
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน หรือยาที่มีผลต่อชีพจร
- ใช้วิตามิน สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- เคยมีเลือดออกผิดปกติ ลิ่มเลือด หรือโรคหลอดเลือด
- มีไข้ ไอ แผลติดเชื้อ ฟันอักเสบ หรือกำลังใช้ยารักษาการติดเชื้อ
- มีโรคไต โรคปอด ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือเคยผ่าตัดบริเวณหน้าอก
- ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ เพราะขั้นตอนอาจใช้ภาพเอกซเรย์ช่วยนำสาย
- มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ฝังอยู่แล้ว

ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและยารักษาเบาหวานอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ แต่ไม่ควรหยุดเอง แพทย์ผู้ฝังเครื่องและทีมรักษา โดยประสานกับแพทย์ผู้สั่งยาเดิม และวิสัญญีแพทย์หากมีส่วนร่วม จะกำหนดว่าควรหยุดหรือปรับยาเมื่อใด โดยพิจารณาชนิดยา เหตุผลที่ใช้ ผลตรวจเลือด และความเสี่ยงของลิ่มเลือดเทียบกับความเสี่ยงเลือดออก ห้ามหยุดยาเอง

### การงดอาหารและน้ำ

โรงพยาบาลจะแจ้งเวลาเริ่มงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาทำหัตถการและแผนระงับความรู้สึก ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยตรง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษา ไม่ควรปิดบัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงขณะให้ยาระงับความรู้สึก

### สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และหนังสือส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยาทั้งหมด รวมถึงขนาดและเวลาที่รับประทานตามฉลาก
- ผลตรวจเดิมและประวัติการรักษาโรคหัวใจ
- รายละเอียดการแพ้ยาและโรคประจำตัว
- เสื้อที่สวมและถอดง่าย ไม่รัดบริเวณหน้าอก
- ผู้ดูแลหรือผู้ที่สามารถพากลับบ้าน เพราะหลังได้รับยาระงับประสาทไม่ควรขับรถเอง

ก่อนเข้าห้องทำหัตถการ ทีมรักษาอาจตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดสัญญาณชีพ เปิดเส้นให้น้ำเกลือ และทำความสะอาดผิวหนัง คุณจะได้พูดคุยเรื่องชนิดเครื่อง ตำแหน่งฝัง ประโยชน์ ความเสี่ยง และความเป็นไปได้ที่แผนจะเปลี่ยนตามสิ่งที่พบระหว่างทำ

## ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นภาพรวมของเครื่องชนิดมีสาย ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป รายละเอียดจริงแตกต่างกันตามจำนวนสาย โครงสร้างหลอดเลือด โรคหัวใจเดิม และแนวทางของโรงพยาบาล

1. **เตรียมและเฝ้าติดตามหัวใจ**  
   ทีมรักษาจะติดอุปกรณ์ติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความดัน ออกซิเจน และการหายใจ พร้อมเปิดเส้นเลือดสำหรับให้ยา

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   โดยทั่วไปใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและให้ยาระงับประสาทเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย ผู้ป่วยจำนวนมากยังหายใจได้เองและอาจรู้สึกตัวบางส่วน การใช้ยาสลบขึ้นอยู่กับชนิดหัตถการ สภาพผู้ป่วย และดุลยพินิจของทีมรักษา [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

3. **เปิดทางเข้าหลอดเลือดดำ**  
   แพทย์เข้าถึงหลอดเลือดดำบริเวณใกล้กระดูกไหปลาร้า แล้วใส่สายกระตุ้นเข้าไป โดยใช้ภาพเอกซเรย์ช่วยดูตำแหน่งขณะนำสายไปยังหัวใจ

4. **วางสายภายในหัวใจ**  
   ปลายสายจะถูกวางในห้องหัวใจที่ต้องการ แพทย์ทดสอบว่าสายตรวจจับสัญญาณได้ดีและกระตุ้นหัวใจได้ด้วยพลังงานที่เหมาะสม หากตำแหน่งยังไม่ดี อาจขยับสายก่อนยึดไว้

5. **สร้างช่องใต้ผิวหนัง**  
   แพทย์ทำแผลขนาดพอเหมาะและสร้างช่องใต้ผิวหนังหรือชั้นเนื้อเยื่อบริเวณหน้าอกส่วนบน เพื่อวางตัวกำเนิดสัญญาณ ตำแหน่งอาจปรับตามรูปร่าง ประวัติผ่าตัด หรือการใช้งานแขน

6. **ต่อสายเข้ากับตัวเครื่อง**  
   สายที่อยู่ในหัวใจจะเชื่อมกับตัวกำเนิดสัญญาณ จากนั้นจึงตรวจการทำงานและตั้งโปรแกรมเริ่มต้นให้เหมาะกับจังหวะหัวใจ

7. **ปิดแผลและเฝ้าสังเกตอาการ**  
   แพทย์ปิดแผลและปิดด้วยวัสดุป้องกันแผล หลังทำ ทีมรักษาจะติดตามชีพจร ความดัน อาการเจ็บ และภาวะเลือดออก

หลังฝังเครื่องอาจมีการตรวจภาพทรวงอกเพื่อดูตำแหน่งสายและตรวจภาวะลมรั่วรอบปอด รวมถึงตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและตรวจการตั้งค่าของเครื่องก่อนกลับบ้าน [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after)

สำหรับเครื่องชนิดไร้สาย แพทย์จะสอดสายสวนผ่านหลอดเลือด ซึ่งมักเข้าทางขาหนีบ แล้วนำอุปกรณ์ไปยึดภายในหัวใจห้องล่าง จึงไม่มีแผลวางตัวเครื่องที่หน้าอกและไม่มีสายจากหน้าอกเข้าสู่หัวใจ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีข้อบ่งใช้และข้อจำกัดต่างจากเครื่องแบบมีสาย

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาฝังเครื่องแตกต่างกันตามชนิดเครื่อง จำนวนสาย โครงสร้างหลอดเลือด และความซับซ้อน ส่วนเวลาเตรียมตัวและเฝ้าสังเกตหลังทำเป็นเวลาเพิ่มเติม จึงควรถามโรงพยาบาลผู้รักษาเรื่องเวลาหัตถการและระยะเวลาพักโรงพยาบาลโดยตรง

การเปลี่ยนเฉพาะตัวกำเนิดสัญญาณเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดอาจทำได้เร็วกว่า หากสายเดิมยังทำงานดี แต่ถ้าต้องเปลี่ยนหรือแก้ไขสาย ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้น

โดยทั่วไปใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาระงับประสาท แต่บางคนอาจต้องใช้การระงับความรู้สึกแบบอื่น การตัดสินใจขึ้นอยู่กับชนิดหัตถการ ความร่วมมือ โรคปอดหรือหัวใจ และการประเมินของวิสัญญีแพทย์

หลังทำอาจเฝ้าดูอาการในโรงพยาบาลหลายชั่วโมงหรือพักค้างคืน เพื่อให้ทีมรักษาตรวจจังหวะหัวใจ แผล ตำแหน่งสาย และการทำงานของเครื่อง [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after) การกลับบ้านในวันเดียวหรือพักรักษาต่อขึ้นอยู่กับสภาพหลังทำ เวลาที่ทำหัตถการ โรคร่วม และแนวทางของโรงพยาบาลในประเทศไทย

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ผู้ป่วยจำนวนมากลุกเดินได้ภายใต้การดูแลหลังทำ และกลับไปทำกิจวัตรเบาๆ ได้ภายในไม่กี่วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม แผลภายนอกอาจดูดีเร็วกว่าการยึดตัวของสายภายในหัวใจ จึงยังต้องจำกัดกิจกรรมบางอย่างตามคำสั่งของแพทย์ [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after)

| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| หลังทำในโรงพยาบาล | เจ็บตึงแผล ง่วงจากยา มีการติดตามจังหวะหัวใจและตรวจเครื่อง | แจ้งทันทีหากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือแผลบวมเร็ว |
| ช่วงวันแรกๆ ที่บ้าน | อาจมีรอยช้ำ ปวดตึง และเคลื่อนไหวแขนไม่สะดวก | รักษาแผลตามคำสั่ง ไม่แกะวัสดุปิดแผล และไม่ขับรถจนได้รับอนุญาต |
| ช่วงแผลกำลังสมาน | เริ่มทำกิจวัตรและงานเบาได้ตามอาการ | หลีกเลี่ยงยกของหนัก ออกแรงมาก หรือยกแขนด้านที่ฝังเครื่องสูงเกินข้อจำกัดที่ทีมรักษากำหนด |
| หลังแพทย์ตรวจติดตาม | ปรับกิจกรรมและกลับไปทำงานได้มากขึ้น | งานใช้แรง งานเหนือศีรษะ และกีฬาปะทะต้องรอการประเมินแผลกับตำแหน่งสาย |
| ระยะยาว | ใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงเดิมในผู้ป่วยส่วนใหญ่ | ตรวจเครื่องตามนัด พกบัตรประจำอุปกรณ์ และแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนตรวจหรือรักษาอื่น |

การกลับไปทำงานขึ้นอยู่กับลักษณะงาน งานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานยกของ งานก่อสร้าง งานที่ใช้แขนเหนือศีรษะ หรือการทำงานใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลังสูง แพทย์จะกำหนดจากตำแหน่งแผล ความมั่นคงของสาย และความผิดปกติของจังหวะหัวใจเดิม

อย่าหยุดขยับไหล่โดยสิ้นเชิงหากทีมรักษาไม่ได้สั่ง เพราะอาจทำให้ข้อไหล่ติด แต่ก็ไม่ควรเหวี่ยงแขน ยกของหนัก หรือออกกำลังหน้าอกเองในระยะแรก คำแนะนำเรื่องขอบเขตการเคลื่อนไหวอาจต่างกันตามวิธีฝังและตำแหน่งสาย จึงควรยึดเอกสารจำหน่ายของโรงพยาบาลเป็นหลัก

ผู้ป่วยจะได้รับบัตรข้อมูลอุปกรณ์ซึ่งระบุชนิดเครื่องและการตั้งค่าที่สำคัญ ควรพกติดตัว และนำไปทุกครั้งที่พบแพทย์หรือทันตแพทย์ [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after)

เครื่องต้องได้รับการตรวจเป็นระยะ บางระบบสามารถส่งข้อมูลจากบ้านได้ ระยะนัดขึ้นอยู่กับชนิดอุปกรณ์ อายุแบตเตอรี่ อาการ และแนวทางของทีมดูแล แบตเตอรี่ของเครื่องโดยทั่วไปอาจใช้งานประมาณ 5-15 ปี แต่ขึ้นอยู่กับความถี่ในการกระตุ้นและการตั้งค่า เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด แพทย์มักวางแผนเปลี่ยนตัวกำเนิดสัญญาณล่วงหน้า ไม่ได้รอให้เครื่องหยุดทำงาน [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ผ่านหัตถการโดยไม่มีปัญหารุนแรง แต่การฝังอุปกรณ์และสายภายในหลอดเลือดยังมีความเสี่ยง ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับอายุ โรคร่วม การใช้ยาที่มีผลต่อเลือดออก ชนิดเครื่อง จำนวนสาย และความซับซ้อนของหลอดเลือด

### เลือดออก รอยช้ำ หรือก้อนเลือดใต้แผล

บริเวณฝังเครื่องอาจช้ำและบวมเล็กน้อยได้ แต่หากบวมเพิ่มเร็ว ตึงมาก มีเลือดซึมไม่หยุด หรือปวดมากขึ้น อาจเป็นก้อนเลือดใต้ผิวหนัง ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

### การติดเชื้อ

การติดเชื้ออาจเกิดเฉพาะที่แผล รอบตัวเครื่อง ตามแนวสาย หรือกระจายเข้าสู่กระแสเลือด อาการที่ควรระวังคือไข้ แผลแดงร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือผิวหนังเหนือเครื่องบางลง การติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อาจต้องใช้การรักษามากกว่ายาทั่วไป และบางกรณีต้องนำเครื่องหรือสายออก [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after)

### สายกระตุ้นเลื่อนหรือทำงานผิดปกติ

สายอาจเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม หัก ฉนวนเสีย หรือเชื่อมต่อผิดปกติ ทำให้ตรวจจับหรือกระตุ้นหัวใจไม่เหมาะสม บางคนอาจไม่มีอาการและพบจากการตรวจเครื่อง ขณะที่บางคนอาจหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น หรือรู้สึกกล้ามเนื้อใกล้หน้าอกหรือกระบังลมกระตุก [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11366987/)

### ลมหรือเลือดรอบปอด

ระหว่างเปิดทางเข้าหลอดเลือดบริเวณหน้าอก อาจเกิดลมรั่วหรือเลือดสะสมในช่องรอบปอด ทำให้เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือออกซิเจนลดลง บางกรณีเพียงติดตามอาการ แต่บางกรณีอาจต้องระบายลมหรือเลือด [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after)

### การบาดเจ็บต่อหัวใจหรือหลอดเลือด

สายอาจทำให้หลอดเลือดหรือผนังหัวใจบาดเจ็บ และอาจมีเลือดสะสมรอบหัวใจ หากเลือดกดการทำงานของหัวใจจะเป็นภาวะฉุกเฉิน ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน แต่เป็นเหตุที่ต้องติดตามความดัน ชีพจร อาการเจ็บหน้าอก และการหายใจหลังทำ [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11366987/)

### ลิ่มเลือดและหลอดเลือดดำตีบ

สายที่อยู่ในหลอดเลือดอาจสัมพันธ์กับการเกิดลิ่มเลือดหรือหลอดเลือดตีบ อาการอาจเป็นแขน คอ หรือใบหน้าด้านนั้นบวม เจ็บ หรือเห็นหลอดเลือดตื้นชัดขึ้น [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11366987/)

### อุปกรณ์ทำงานไม่เหมาะสมหรือเคลื่อนตำแหน่ง

ตัวเครื่องอาจขยับภายในช่องใต้ผิวหนัง สายหรือส่วนเชื่อมต่ออาจมีปัญหา และแบตเตอรี่จะเสื่อมตามอายุการใช้งาน การตรวจเครื่องตามนัดช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดอาการได้หลายกรณี

### จังหวะหัวใจและอาการที่ยังไม่หายทั้งหมด

เครื่องกระตุ้นหัวใจรักษาปัญหาจังหวะช้าบางชนิด แต่ผู้ป่วยยังอาจมีจังหวะหัวใจเร็ว หัวใจล้มเหลว โรคลิ้นหัวใจ หรือโรคอื่นร่วมอยู่ อาการเหนื่อยหรือเวียนศีรษะจึงอาจไม่หายทั้งหมด และอาจต้องรักษาสาเหตุอื่นต่อไป

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อโรงพยาบาลที่ฝังเครื่องหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบากเฉียบพลัน หอบมากขึ้น หรือเจ็บหน้าอก
- เป็นลม เกือบเป็นลม สับสน หรืออ่อนแรงผิดปกติ
- ใจสั่นมาก ชีพจรช้ามาก หรือรู้สึกว่าอาการก่อนใส่เครื่องกลับมา
- แผลบวมเร็ว ตึงมาก เลือดออกไม่หยุด หรือมีรอยช้ำขยายต่อเนื่อง
- มีไข้ หนาวสั่น แผลแดงร้อน ปวดเพิ่ม มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ
- แขน คอ หรือใบหน้าด้านที่ฝังเครื่องบวม เจ็บ หรือเปลี่ยนสี
- สะอึกหรือกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องกระตุกเป็นจังหวะต่อเนื่อง
- ผิวหนังเหนือเครื่องบางลง เปิดออก หรือมองเห็นตัวเครื่องหรือสาย
- ได้รับแรงกระแทกรุนแรงบริเวณเครื่อง
- เครื่องติดตามที่บ้านแจ้งเตือน หรือทีมดูแลติดต่อว่าพบความผิดปกติ

ไข้ที่เกิดในช่วงวันหรือสัปดาห์หลังทำควรได้รับการประเมิน เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อรอบตัวเครื่องหรือสาย [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after) หากอาการรุนแรง ไม่ควรรอถึงวันนัดครั้งต่อไป

## ทางเลือกอื่น

ทางเลือกขึ้นอยู่กับสาเหตุของหัวใจเต้นช้าและความเร่งด่วน ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน

### แก้สาเหตุที่ย้อนกลับได้

หากความผิดปกติเกิดจากยา เกลือแร่ ฮอร์โมน การติดเชื้อ หรือภาวะเจ็บป่วยชั่วคราว การรักษาสาเหตุอาจทำให้จังหวะหัวใจดีขึ้นโดยไม่ต้องฝังเครื่องถาวร การปรับยาต้องทำโดยแพทย์ เพราะการหยุดยาบางชนิดทันทีอาจทำให้โรคเดิมกำเริบ

### เฝ้าติดตามจังหวะหัวใจ

ผู้ที่มีอาการเป็นครั้งคราวแต่ยังไม่พบหลักฐานชัด อาจใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพาหรือแบบติดตามนานขึ้น เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างอาการกับชีพจร การเฝ้าติดตามเหมาะเมื่อผู้ป่วยยังปลอดภัยพอที่จะรอข้อมูล ไม่ใช่เมื่อมีภาวะระบบนำไฟฟ้ารุนแรงซึ่งเสี่ยงต่อการหมดสติหรือหัวใจหยุดเต้น

### เครื่องกระตุ้นหัวใจชั่วคราว

ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเมื่อคาดว่าสาเหตุอาจฟื้นได้ แพทย์อาจใช้การกระตุ้นหัวใจชั่วคราวผ่านแผ่นภายนอกหรือสายที่เข้าสู่หัวใจ วิธีนี้ใช้ประคองระหว่างรักษาสาเหตุหรือรอวางแผน ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับการใช้ระยะยาว

### เครื่องชนิดไร้สาย

อาจเหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่ต้องการการกระตุ้นเฉพาะห้องหัวใจ หรือมีเหตุให้หลีกเลี่ยงช่องฝังเครื่องและสายผ่านหลอดเลือดจากหน้าอก ข้อจำกัดคือไม่ได้ให้การกระตุ้นหลายรูปแบบเหมือนระบบมีสายในผู้ป่วยทุกคน [PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11366987/)

### อุปกรณ์หัวใจชนิดอื่น

หากปัญหาหลักคือจังหวะหัวใจเร็วที่เสี่ยงอันตราย แพทย์อาจพิจารณาอุปกรณ์ที่ตรวจจับและช็อกจังหวะหัวใจ หากมีหัวใจล้มเหลวร่วมกับการบีบตัวไม่ประสานกัน อาจใช้ระบบกระตุ้นหัวใจหลายตำแหน่ง การเลือกอุปกรณ์ต้องอาศัยผลตรวจการทำงานของหัวใจและลักษณะจังหวะผิดปกติ

หากมีข้อบ่งชี้ชัดว่าระบบไฟฟ้าหัวใจล้มเหลวถาวร ยาหรือการปรับพฤติกรรมมักไม่สามารถทดแทนหน้าที่ของเครื่องได้ การขอความเห็นเพิ่มเติมจากแพทย์โรคหัวใจที่ดูแลจังหวะหัวใจทำได้ หากคุณยังไม่แน่ใจเรื่องเหตุผล ชนิดอุปกรณ์ หรือทางเลือก

## สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และชนิดอุปกรณ์ที่จำเป็น ควรตรวจสอบก่อนวันนัด เพราะการอนุมัติและเอกสารของแต่ละระบบอาจต่างกัน

### ประกันสังคม

เริ่มติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็นและโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพทำหัตถการ อาจมีการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม ถามให้ชัดว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการประเมิน การฝังอุปกรณ์ การพักรักษา และการตรวจติดตามเครื่องหรือไม่

### บัตรทอง

ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลตามระบบส่งต่อ ในภาวะฉุกเฉินให้เข้ารับการประเมินที่ห้องฉุกเฉินก่อน ส่วนกรณีวางแผนล่วงหน้า ควรตรวจสอบใบส่งตัว ชนิดอุปกรณ์ที่แพทย์ขอ และสถานพยาบาลปลายทาง

### สิทธิข้าราชการและสิทธิหน่วยงานอื่น

เงื่อนไขอาจขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ ชนิดอุปกรณ์ และระบบเบิกของต้นสังกัด ควรถามหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลว่าต้องมีการอนุมัติล่วงหน้าหรือเอกสารจากแพทย์เฉพาะทางเพิ่มเติมหรือไม่

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจสอบว่าแผนครอบคลุมอุปกรณ์ฝังในร่างกาย ค่าห้องทำหัตถการ การพักรักษา ภาวะแทรกซ้อน และการเปลี่ยนตัวกำเนิดสัญญาณในอนาคตหรือไม่ แจ้งโรคเดิมตามความจริง และขอให้โรงพยาบาลยื่นประเมินความคุ้มครองก่อนทำเมื่อสถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน

ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามโรงพยาบาลว่าใครรับผิดชอบการตรวจเครื่องระยะยาว ต้องกลับที่โรงพยาบาลเดิมหรือไม่ และหากย้ายจังหวัดจะประสานข้อมูลอุปกรณ์อย่างไร

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแล้วหัวใจจะพึ่งเครื่องตลอดหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนจะพึ่งเครื่องตลอดเวลา เพราะเครื่องถูกตั้งให้ตรวจจับและกระตุ้นเฉพาะเมื่อจำเป็น แต่ผู้ป่วยบางรายมีจังหวะพื้นฐานช้ามากจนต้องได้รับการกระตุ้นเกือบตลอด การตรวจเครื่องจะบอกสัดส่วนการทำงานและระดับการพึ่งพาได้

### ระหว่างทำจะรู้สึกตัวหรือเจ็บไหม

ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกตัวบางส่วนแต่ได้รับยาชาและยาระงับประสาท จึงมักรู้สึกตึง กด หรือมีการขยับบริเวณหน้าอกมากกว่าความเจ็บรุนแรง หากไม่สบายควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินและปรับยา

### ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

หลายคนได้รับการเฝ้าสังเกตหลายชั่วโมงหรือพักค้างคืน แต่บางคนต้องอยู่ต่อหากมีโรคร่วม อาการไม่คงที่ หรือพบภาวะแทรกซ้อน [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after) โรงพยาบาลจะตัดสินจากผลตรวจหลังทำและการทำงานของเครื่อง

### ใส่แล้วกลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาอาจกลับได้ภายในไม่กี่วันเมื่ออาการดีและแพทย์อนุญาต แต่งานยกของ ใช้แขนเหนือศีรษะ ขับรถอาชีพ หรือทำงานใกล้สนามแม่เหล็กแรงสูงอาจต้องรอนานกว่า กำหนดจริงขึ้นอยู่กับตำแหน่งสาย การสมานแผล และลักษณะงาน

### ใช้โทรศัพท์มือถือได้ไหม

โดยทั่วไปใช้ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อเหนือเครื่อง และถือโทรศัพท์คนละด้านกับตำแหน่งที่ฝังอุปกรณ์ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689) หากผู้ผลิตอุปกรณ์หรือทีมรักษาให้ข้อกำหนดเฉพาะ ให้ยึดคำแนะนำนั้น

### ผ่านประตูตรวจโลหะที่สนามบินได้หรือไม่

โดยทั่วไปผ่านได้ แต่ตัวเครื่องอาจทำให้สัญญาณเตือนดัง ควรพกบัตรประจำอุปกรณ์ แจ้งเจ้าหน้าที่ และไม่ยืนค้างใกล้เครื่องตรวจนานเกินจำเป็น [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689)

### ตรวจเอ็มอาร์ไอได้ไหม

เครื่องบางรุ่นรองรับการตรวจภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ แต่ไม่ควรสรุปจากหน้าตาหรือวันที่ฝัง ต้องตรวจรุ่นของตัวเครื่องและสายทั้งหมด พร้อมให้ทีมโรคหัวใจตั้งค่าและติดตามตามขั้นตอนของสถานพยาบาล แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนนัดตรวจ

### ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้หรือไม่

เครื่องใช้ทั่วไป เช่น โทรทัศน์และรีโมต มักไม่รบกวนการทำงานของเครื่อง แต่ควรหลีกเลี่ยงการแนบแม่เหล็กแรงสูงหรืออุปกรณ์กำลังสูงกับบริเวณหน้าอก หากทำงานกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หม้อแปลง หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ควรขอให้ทีมดูแลประเมินสถานที่ทำงาน

### ออกกำลังกายได้ไหม

กลับไปออกกำลังกายได้เมื่อแผลและสายมีความมั่นคงตามการประเมินของแพทย์ แต่ในช่วงแรกต้องหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกแรงรุนแรง และการเคลื่อนไหวแขนด้านที่ฝังเครื่องเกินข้อจำกัดที่ได้รับ [NHLBI](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after) กีฬาปะทะอาจกระแทกตัวเครื่อง จึงต้องหารือเป็นรายชนิดกีฬา

### ขับรถได้เมื่อไร

อย่าขับรถกลับเองหลังทำ และกลับไปขับเมื่อแพทย์อนุญาตเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเหตุที่ใส่เครื่อง โดยเฉพาะว่าคุณเคยเป็นลมหรือมีจังหวะหัวใจที่ทำให้หมดสติหรือไม่ รวมถึงกฎสำหรับใบขับขี่แต่ละประเภท

### แบตเตอรี่หมดแล้วต้องผ่าตัดใหม่หรือไม่

ต้องเปลี่ยนตัวกำเนิดสัญญาณเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสายทุกครั้งหากสายเดิมยังทำงานดี แบตเตอรี่มักมีอายุเป็นช่วงหลายปีและตรวจแนวโน้มได้จากการนัดตรวจเครื่อง จึงมีเวลาวางแผนก่อนหมดจริง

### เครื่องจะมองเห็นหรือนูนใต้ผิวหนังไหม

อาจคลำได้หรือเห็นเป็นส่วนนูนบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะผู้ที่มีเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบาง แต่หากผิวหนังแดง บางลง เจ็บมาก เปิดออก หรือเห็นอุปกรณ์ ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นการติดเชื้อหรือการกดผิวหนังจากตัวเครื่อง

### หลังใส่เครื่องยังต้องกินยาหัวใจหรือไม่

ยังอาจต้องใช้ยา เพราะเครื่องแก้ปัญหาจังหวะช้าแต่ไม่ได้รักษาโรคหัวใจทุกชนิด ยาสำหรับความดัน หัวใจล้มเหลว จังหวะหัวใจเร็ว หรือลิ่มเลือดอาจยังจำเป็น ห้ามหยุดหรือปรับยาเองหลังฝังเครื่อง

### หากยังลังเล ควรถามแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ

ถามให้ชัดว่าพบจังหวะผิดปกติชนิดใด อาการสัมพันธ์กับจังหวะนั้นอย่างไร มีสาเหตุที่แก้กลับได้หรือไม่ หากไม่ใส่เครื่องมีความเสี่ยงอะไร เหตุใดจึงเลือกเครื่องชนิดนี้ และใครจะดูแลการตรวจเครื่องระยะยาว คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจจากข้อบ่งชี้ของคุณแทนความกังวลจากชื่อหัตถการเพียงอย่างเดียว

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [nhlbi.nih.gov: After Getting a Pacemaker | NHLBI, NIH](https://www.nhlbi.nih.gov/health/pacemakers/after) — เกี่ยวกับ Pacemaker implantation — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Navigating Complications in Cardiac Pacemakers - PMC - NIH](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11366987/) — เกี่ยวกับ Pacemaker implantation — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Mayo Clinic: Pacemaker](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/pacemaker/about/pac-20384689) — เกี่ยวกับ Pacemaker implantation — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
