# ผ่าตัดเต้านมออก

**ผ่าตัดเต้านมออก (Mastectomy) คือการนำเนื้อเต้านมข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างออก มักใช้รักษามะเร็งเต้านม และอาจใช้ลดความเสี่ยงในผู้ที่มีโอกาสเกิดมะเร็งสูงมาก การต้องตัดสินใจเรื่องนี้อาจทำให้กังวล แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่ต้องนำเต้านมออกทั้งหมด เพราะบางรายสามารถผ่าตัดเฉพาะก้อนร่วมกับการฉายรังสีได้**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดมีหลายแบบ ต่างกันที่ปริมาณผิวหนัง หัวนม และต่อมน้ำเหลืองที่นำออก แผนที่เหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งและขนาดของมะเร็ง ผลตรวจชิ้นเนื้อ และแผนฉายรังสีหรือเสริมสร้างเต้านม
- การนำเต้านมออกไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรักษาอย่างอื่น ผู้ป่วยบางรายยังต้องรับยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า หรือฉายรังสี ตามผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัด
- ระยะพักฟื้นขึ้นกับว่าผ่าข้างเดียวหรือสองข้าง มีการเลาะต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ และทำการเสริมสร้างเต้านมพร้อมกันหรือไม่ ช่วงแรกมักมีสายระบายของเหลวและต้องจำกัดการยกของหนัก

## ผ่าตัดเต้านมออก คืออะไร

การผ่าตัดเต้านมออกเป็นการนำเนื้อเต้านมออกทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด เพื่อกำจัดบริเวณที่มีมะเร็งหรือเนื้อเยื่อที่มีความเสี่ยงสูง การผ่าตัดอาจทำเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และอาจทำร่วมกับการตรวจหรือนำต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ออก

คำว่า “ตัดเต้านมออก” ไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดแบบเดียวเสมอไป ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่

| ชนิดการผ่าตัด | สิ่งที่นำออกหรือเก็บไว้ | มักพิจารณาเมื่อ |
|---|---|---|
| ตัดเต้านมออกทั้งหมด | นำเนื้อเต้านม ผิวหนังส่วนใหญ่ หัวนม และลานหัวนมออก | ต้องนำเนื้อเต้านมออกทั้งหมดและไม่ได้วางแผนเก็บผิวหรือหัวนม |
| ตัดเต้านมร่วมกับเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ | นำเต้านมออกและนำต่อมน้ำเหลืองรักแร้หลายต่อมออก | มีข้อบ่งชี้ว่าต้องประเมินหรือควบคุมโรคบริเวณต่อมน้ำเหลือง |
| แบบเก็บผิวหนัง | นำเนื้อเต้านม หัวนม และลานหัวนมออก แต่เก็บผิวหนังส่วนใหญ่ | วางแผนเสริมสร้างเต้านมทันทีและตำแหน่งมะเร็งเอื้อให้เก็บผิวได้ |
| แบบเก็บหัวนม | นำเนื้อเต้านมออก แต่เก็บผิวหนัง หัวนม และลานหัวนม | มะเร็งอยู่ห่างจากหัวนมและผิวหนัง และผลประเมินทางมะเร็งวิทยาเหมาะสม |
| ตัดเต้านมสองข้าง | นำเต้านมทั้งสองข้างออก | เป็นมะเร็งทั้งสองข้าง หรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงมากในกรณีที่คัดเลือกแล้ว |

การเก็บผิวหนังหรือหัวนมไม่ได้เหมาะกับทุกคน หากก้อนอยู่ใกล้ผิวหนัง หัวนม หรือลานหัวนม หรือมีลักษณะของโรคที่เกี่ยวข้องกับบริเวณเหล่านี้ ศัลยแพทย์อาจแนะนำให้นำส่วนนั้นออกด้วย การตัดสินใจต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมมะเร็งก่อนรูปลักษณ์ของเต้านม [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/mastectomy/about/pac-20394670)

ในผู้ป่วยมะเร็ง ศัลยแพทย์อาจ[ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล](/hdcare/sentinel-lymph-node-biopsy/) ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองกลุ่มแรกที่รับน้ำเหลืองจากบริเวณก้อน วิธีนี้ช่วยประเมินว่ามะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ หากมีข้อบ่งชี้มากขึ้น อาจต้องเลาะ[ต่อมน้ำเหลืองรักแร้](/hdcare/axillary-lymph-node-dissection/)ในขอบเขตที่กว้างกว่า การนำต่อมน้ำเหลืองออกมากขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงแขนบวมและข้อไหล่ติด จึงไม่ทำเกินความจำเป็น

หลังนำเนื้อเยื่อออก โรงพยาบาลจะส่งชิ้นเนื้อให้พยาธิแพทย์ตรวจ ผลตรวจช่วยบอกชนิดและขอบเขตของมะเร็ง ระยะห่างระหว่างมะเร็งกับขอบชิ้นเนื้อ สถานะต่อมน้ำเหลือง และลักษณะทางชีวภาพบางอย่าง ข้อมูลเหล่านี้ใช้วางแผนว่าต้องรักษาเพิ่มเติมหรือไม่

การผ่าตัดอาจจบด้วยการเย็บปิดให้ผนังทรวงอกค่อนข้างเรียบ หรือทำการเสริมสร้างเต้านมทันที ผู้ป่วยยังเลือกเสริมสร้างในภายหลัง หรือไม่เสริมสร้างเลยก็ได้ การไม่เสริมสร้างไม่กระทบความตั้งใจในการรักษามะเร็ง และบางคนเลือกใช้อกเทียมภายนอกแทน

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การผ่าตัดนี้มักเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เป็นมะเร็งเต้านมทุกคนต้องตัดเต้านมออกทั้งหมด ศัลยแพทย์จะประเมินภาพถ่ายทางรังสี ผลชิ้นเนื้อ ขนาดเต้านม ตำแหน่งของโรค สุขภาพโดยรวม และความต้องการของผู้ป่วยร่วมกัน

### ผู้ที่อาจได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัด

- มีก้อนมะเร็งขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดของเต้านม ทำให้การตัดเฉพาะก้อนอาจเหลือเนื้อเต้านมน้อยหรือได้ขอบชิ้นเนื้อไม่เพียงพอ
- พบมะเร็งหลายตำแหน่งที่อยู่ห่างกันในเต้านมข้างเดียว
- พบเซลล์มะเร็งที่ขอบชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดเฉพาะก้อน และการผ่าซ้ำเพื่อเก็บเต้านมไม่เหมาะสม
- มะเร็งกลับมาในเต้านมที่เคยผ่าตัดและฉายรังสีแล้ว
- เป็นมะเร็งบางชนิดที่กระจายกว้างในท่อน้ำนม หรือมีลักษณะที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดเฉพาะก้อน
- ไม่สามารถรับการฉายรังสีซึ่งจำเป็นหลังผ่าตัดแบบเก็บเต้านมได้
- มีมะเร็งเต้านมระยะลุกลามเฉพาะที่ โดยอาจต้องรับยาก่อนผ่าตัดเพื่อลดหรือควบคุมโรค
- มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมสูงมากจากยีนก่อโรค ประวัติครอบครัว หรือปัจจัยเฉพาะอื่น และตัดสินใจผ่าตัดลดความเสี่ยงหลังประเมินอย่างรอบด้าน

การผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงมะเร็งได้ทั้งหมด เพราะอาจมีเนื้อเต้านมปริมาณเล็กน้อยหลงเหลืออยู่ การตรวจพบยีนผิดปกติบางชนิดก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องผ่าตัด ทางเลือกอื่นอาจเป็นการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและยาลดความเสี่ยง ขึ้นกับระดับความเสี่ยง อายุ แผนมีบุตร โรคร่วม และความต้องการของแต่ละคน [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/mastectomy/about/pac-20394670)

### ผู้ที่อาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัดทันที

- ยังไม่มีผลชิ้นเนื้อยืนยันหรือยังประเมินขอบเขตของโรคไม่ครบ
- มะเร็งบางระยะควรเริ่มด้วยยาเพื่อควบคุมหรือลดขนาดก้อนก่อน
- มีการติดเชื้อหรือโรคร่วมที่ยังควบคุมไม่ได้ ทำให้ความเสี่ยงจากการดมยาสลบหรือแผลผ่าตัดสูง
- สูบบุหรี่หรือใช้นิโคติน โดยเฉพาะเมื่อวางแผนเสริมสร้างเต้านม เพราะเลือดมาเลี้ยงแผลลดลงและแผลหายช้า
- คาดหวังว่าการตัดเต้านมอีกข้างที่ไม่เป็นมะเร็งจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตแน่นอน ทั้งที่ความเสี่ยงของเต้านมอีกข้างอาจไม่ได้สูง
- สามารถรักษาด้วยการตัดเฉพาะก้อนร่วมกับฉายรังสี และยังไม่ได้รับข้อมูลเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอย่างเพียงพอ

ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน หรืออายุมากไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ แต่ต้องประเมินว่าประโยชน์จากการผ่าตัดมากกว่าความเสี่ยงหรือไม่ บางรายอาจต้องปรับแผนดมยาสลบ เลื่อนการเสริมสร้าง หรือรักษาโรคร่วมให้คงที่ก่อน

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด คุณควรทราบว่าจะนำเนื้อส่วนใดออก จะตรวจต่อมน้ำเหลืองแบบใด และจะเสริมสร้างเต้านมทันทีหรือไม่ ควรถามด้วยว่ามีโอกาสต้องฉายรังสีหลังผ่าตัดหรือไม่ เพราะการฉายรังสีอาจมีผลต่อชนิดและช่วงเวลาของการเสริมสร้างเต้านม

### การตรวจและวางแผน

ทีมรักษาจะทบทวนผลตรวจชิ้นเนื้อ ภาพถ่ายเต้านม และผลตรวจระยะโรคตามความจำเป็น อาจมีการตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ภาพถ่ายทรวงอก หรือการประเมินอื่นตามอายุ โรคร่วม และแนวทางของสถานพยาบาล

หากสนใจเสริมสร้างเต้านม ควรพบศัลยแพทย์ที่ดูแลด้านการเสริมสร้างก่อนวันผ่าตัด เพื่อเปรียบเทียบการใช้วัสดุเทียมกับการใช้เนื้อเยื่อของตนเอง รวมถึงการทำทันทีหรือทำภายหลัง การเสริมสร้างอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งขั้นตอน และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการผ่าตัดมะเร็งเพียงอย่างเดียว

### อาหารและยา

โรงพยาบาลจะกำหนดเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาผ่าตัดและแผนดมยาสลบ ให้ทำตามคำสั่งที่ได้รับโดยตรง เพราะอาหารในกระเพาะอาจไหลย้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจระหว่างดมยาสลบได้ หากไม่แน่ใจว่าน้ำเปล่าหรือยาประจำตัวชนิดใดรับได้ ให้สอบถามทีมผ่าตัดก่อนวันนัด

แจ้งยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน ยาควบคุมน้ำหนัก วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามเหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และโรคประจำตัว [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/mastectomy/about/pac-20394670)

หากสูบบุหรี่หรือใช้นิโคติน ควรแจ้งทีมรักษาอย่างตรงไปตรงมา การหยุดใช้ช่วยลดปัญหาแผลหายช้า เนื้อเยื่อขาดเลือด และการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่จะเสริมสร้างเต้านม ทีมผ่าตัดจะให้กรอบเวลาที่เหมาะกับแผนของคุณ

### สิ่งที่ควรเตรียม

- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา และเอกสารนัดหมาย
- รายชื่อยา ขนาดยาที่ใช้อยู่ และข้อมูลการแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายที่โรงพยาบาลขอให้นำมา
- เสื้อแบบติดกระดุมหรือรูดซิปด้านหน้า ซึ่งใส่ง่ายโดยไม่ต้องยกแขนสูง
- กระเป๋าใบเล็กหรืออุปกรณ์ที่ทีมรักษาแนะนำสำหรับรองรับขวดระบาย
- ผู้ดูแลที่พากลับบ้านและช่วยงานในช่วงแรก
- แผนจัดการงานบ้าน การดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ และการเดินทางมาติดตามผล

ควรแจ้งทีมรักษาหากก่อนวันผ่าตัดมีไข้ ไอมาก หายใจลำบาก มีแผลหรือผื่นบริเวณทรวงอก หรือควบคุมน้ำตาลไม่ได้ แพทย์จะพิจารณาว่ายังผ่าตัดได้ตามกำหนดหรือควรเลื่อนเพื่อความปลอดภัย

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดต่างกันตามชนิดการผ่าตัด แต่ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้

1. **ยืนยันแผนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาตรวจสอบตัวตน ข้างที่จะผ่าตัด การแพ้ยา และเอกสารยินยอม ศัลยแพทย์อาจทำเครื่องหมายบนผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อวางแผนเก็บผิวหรือเสริมสร้างเต้านม

2. **เตรียมเส้นเลือดและให้ยาระงับความรู้สึก**  
   การผ่าตัดส่วนใหญ่ใช้การดมยาสลบ คุณจะหลับระหว่างผ่าตัดและมีอุปกรณ์ช่วยหายใจ วิสัญญีแพทย์ติดตามชีพจร ความดัน ออกซิเจน และการตอบสนองตลอดการผ่าตัด

3. **ค้นหาต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลเมื่อมีข้อบ่งชี้**  
   ทีมรักษาอาจใช้สารติดตามหรือสีเพื่อค้นหาต่อมน้ำเหลืองกลุ่มแรกที่รับน้ำเหลืองจากมะเร็ง วิธีและช่วงเวลาการให้สารขึ้นกับระบบของสถานพยาบาล จากนั้นศัลยแพทย์นำต่อมที่ตรวจพบออกส่งตรวจ

4. **เปิดแผลและนำเนื้อเต้านมออก**  
   ศัลยแพทย์แยกเนื้อเต้านมออกจากผิวหนังและกล้ามเนื้อหน้าอก ขอบเขตผิวหนัง หัวนม และลานหัวนมที่นำออกขึ้นกับชนิดการผ่าตัดและตำแหน่งของโรค กล้ามเนื้อหน้าอกมักไม่ได้ถูกนำออกในการผ่าตัดสมัยใหม่ เว้นแต่โรคลุกลามเกี่ยวข้องกับบริเวณนั้น

5. **จัดการต่อมน้ำเหลืองรักแร้**  
   หากมีข้อบ่งชี้ ศัลยแพทย์จะนำต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลหรือเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ การผ่าตัดส่วนนี้ต้องระวังเส้นเลือด เส้นประสาท และทางเดินน้ำเหลือง เพื่อลดผลกระทบต่อแขน

6. **เสริมสร้างเต้านมหรือปิดผนังทรวงอก**  
   หากวางแผนเสริมสร้างทันที ขั้นตอนนี้จะดำเนินต่อในการผ่าตัดเดียวกัน อาจใช้วัสดุเทียม อุปกรณ์ขยายเนื้อเยื่อ หรือเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นของร่างกาย หากไม่เสริมสร้าง ศัลยแพทย์จะจัดผิวหนังและปิดแผลให้เรียบตามแผนที่ตกลงกัน

7. **ใส่สายระบายและปิดแผล**  
   มักใส่สายอ่อนหนึ่งเส้นหรือมากกว่าเพื่อระบายเลือดและน้ำเหลือง ลดการคั่งใต้แผล สายต่อกับภาชนะเก็บภายนอกร่างกาย จากนั้นเย็บปิดและปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม [Breastcancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/mastectomy/what-to-expect)

8. **พักฟื้นหลังยาสลบ**  
   หลังผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะติดตามการหายใจ ความดัน ชีพจร อาการปวด คลื่นไส้ และเลือดออก เมื่ออาการคงที่จึงย้ายเข้าห้องพักหรือพิจารณากลับบ้านตามแผน

ชิ้นเนื้อเต้านมและต่อมน้ำเหลืองจะถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ผลฉบับสมบูรณ์ไม่ได้ออกทันทีในห้องผ่าตัดเสมอไป แพทย์จะนัดอธิบายผลและวางแผนการรักษาขั้นต่อไป

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดเต้านมออกโดยไม่เสริมสร้างมักใช้เวลาประมาณ **1–3 ชั่วโมง** ตามข้อมูลอ้างอิงสากล ระยะเวลาจริงขึ้นกับการผ่าข้างเดียวหรือสองข้าง การตรวจต่อมน้ำเหลือง ประวัติผ่าตัดเดิม และความซับซ้อนของโรค หากเสริมสร้างเต้านมพร้อมกัน การผ่าตัดอาจใช้เวลาประมาณ **3–8 ชั่วโมง** โดยการใช้เนื้อเยื่อของตนเองมักใช้เวลานานกว่าการใช้วัสดุเทียม [Breastcancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/mastectomy/what-to-expect)

ตัวเลขนี้เป็นเวลาผ่าตัดโดยประมาณ ไม่รวมเวลาลงทะเบียน เตรียมตัว ดมยาสลบ และพักฟื้นหลังยาสลบ คุณจึงอาจอยู่ในบริเวณผ่าตัดนานกว่าระยะเวลาของตัวการผ่าตัด

การผ่าตัดส่วนใหญ่ใช้การดมยาสลบ หากไม่มีการเสริมสร้างหรือภาวะแทรกซ้อน บางคนอาจกลับบ้านได้ในวันเดียวหรือพักอย่างน้อยหนึ่งคืน ผู้ที่ผ่าตัดสองข้าง เลาะต่อมน้ำเหลืองกว้าง เสริมสร้างด้วยเนื้อเยื่อของตนเอง หรือมีโรคร่วม อาจต้องพักโรงพยาบาลนานขึ้น แนวทางการรับไว้รักษาแตกต่างกันระหว่างสถานพยาบาลในไทย ศัลยแพทย์จะบอกแผนตามการผ่าตัดและอาการหลังฟื้นจากยาสลบ

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวมีหลายด้าน แผลอาจดีขึ้นก่อนที่แรงแขน ความยืดหยุ่นของไหล่ ความรู้สึกบริเวณหน้าอก และพลังงานโดยรวมจะกลับมาใกล้เดิม ผู้ที่เสริมสร้างเต้านมพร้อมกันมักใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักพบและสิ่งที่ทำได้ |
|---|---|
| วันแรกถึงหลายวันแรก | ปวดตึง ชา บวมเล็กน้อย และอ่อนเพลีย อาจมีสายระบาย ต้องเดินระยะสั้นและขยับแขนตามคำแนะนำ |
| ประมาณ 1–2 สัปดาห์ | แผลเริ่มแห้งขึ้น ยังหลีกเลี่ยงการยกของหนัก หลายคนยังมีสายระบายหรือเพิ่งถอดสาย |
| ประมาณ 2–6 สัปดาห์ | งานเบาหรือการทำงานโต๊ะอาจเริ่มได้เมื่ออาการเอื้อ การขับรถต้องรอจนขยับแขนได้ดีและไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง |
| ประมาณ 4–8 สัปดาห์หรือมากกว่า | กิจกรรมทั่วไปค่อย ๆ เพิ่มได้ ผู้ที่เสริมสร้างหรือเลาะต่อมน้ำเหลืองมากอาจต้องใช้เวลานานกว่านี้ |
| หลายเดือน | อาการชา ตึง หรือความรู้สึกเปลี่ยนแปลงอาจค่อย ๆ ดีขึ้น บางบริเวณอาจชาถาวร |

ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นกรอบทั่วไปจากแนวทางสากล ไม่ใช่กำหนดสำหรับทุกคน ระยะจริงขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การเสริมสร้าง การหายของแผล โรคประจำตัว และลักษณะงานของคุณ

### การดูแลช่วงแรก

สายระบายจะอยู่จนปริมาณของเหลวลดลงตามเกณฑ์ของทีมผ่าตัด คุณหรือผู้ดูแลอาจต้องบันทึกปริมาณและลักษณะของของเหลว โรงพยาบาลจะสอนวิธีจับสายและดูแลภาชนะเฉพาะราย อย่าดึง ตัด หรือถอดสายเอง

ควรขยับมือ ข้อมือ ข้อศอก และไหล่ตามท่าที่ทีมรักษาแนะนำ การไม่ขยับเลยอาจทำให้ข้อไหล่ติด แต่การยืดแรงหรือยกแขนเกินคำสั่งเร็วเกินไปอาจรบกวนแผล ผู้ที่เลาะต่อมน้ำเหลืองหรือเสริมสร้างด้วยเนื้อเยื่อต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดเฉพาะของการผ่าตัดนั้น

การกลับไปทำงานเบามักอยู่ในช่วง **2–6 สัปดาห์** แต่ผู้ที่ทำงานใช้แรง ยกของ ดัน ดึง หรือยกแขนเหนือศีรษะอาจต้องรอนานกว่า ผู้ที่ผ่าตัดร่วมกับการเสริมสร้างอาจต้องพักหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ศัลยแพทย์จะอนุญาตตามสภาพแผล การเคลื่อนไหว และชนิดงาน ไม่ใช่ดูจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียว

ความเหนื่อยล้าอาจมาจากการผ่าตัด การนอนหลับไม่ดี ความเครียด หรือการรักษามะเร็งอื่น ควรเพิ่มกิจกรรมทีละน้อย การเดินสั้น ๆ หลายครั้งมักเหมาะกว่าการออกแรงหนักครั้งเดียว

นอกจากการฟื้นตัวทางกาย ความรู้สึกสูญเสีย กังวลเรื่องภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ หรือการกลับเป็นซ้ำของโรคพบได้ การเลือกเสริมสร้าง ไม่เสริมสร้าง หรือใช้อกเทียมภายนอกเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล หากความกังวลรบกวนการนอน การกิน หรือการใช้ชีวิต ควรบอกทีมรักษาเพื่อรับความช่วยเหลือที่เหมาะสม

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกคน ระดับความเสี่ยงขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด สุขภาพ การสูบบุหรี่ เบาหวาน น้ำหนักตัว การเลาะต่อมน้ำเหลือง และการเสริมสร้างเต้านม

### ภาวะแทรกซ้อนระยะแรก

- **เลือดออกหรือเลือดคั่งใต้แผล** อาจทำให้หน้าอกบวมตึง เจ็บมากขึ้น หรือมีเลือดออกทางสายระบาย บางรายต้องกลับเข้าห้องผ่าตัดเพื่อห้ามเลือด
- **น้ำเหลืองคั่ง** เป็นถุงของเหลวใสใต้แผลหรือรักแร้ อาจเกิดหลังถอดสายระบาย และบางครั้งต้องใช้เข็มดูดออก
- **แผลติดเชื้อ** อาจมีแผลแดง ร้อน ปวดเพิ่ม มีหนอง หรือมีไข้ ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้สูบบุหรี่ เบาหวาน หรือมีการเสริมสร้าง
- **แผลแยกหรือผิวหนังขาดเลือด** ขอบแผลหรือผิวหนังที่เก็บไว้อาจหายช้าหรือเสียหาย โดยเฉพาะหลังการผ่าตัดแบบเก็บผิวหรือหัวนม
- **ปฏิกิริยาจากยาสลบ** เช่น คลื่นไส้ ปัญหาการหายใจ หรือภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลจะประเมินก่อนผ่าตัด
- **ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ** อาจเกิดที่ขาและเคลื่อนไปปอด ความเสี่ยงเพิ่มเมื่อผ่าตัดนาน เคลื่อนไหวน้อย หรือมีปัจจัยเสี่ยงเดิม

### ผลกระทบระยะกลางและระยะยาว

- **ชา เสียว หรือความรู้สึกเปลี่ยนบริเวณหน้าอกและรักแร้** เกิดจากเส้นประสาทผิวหนังถูกตัดหรือรบกวน บางส่วนอาจดีขึ้น แต่ความรู้สึกอาจไม่กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด
- **ปวดเรื้อรังหลังผ่าตัด** อาจรู้สึกแสบร้อน แทง ตึง หรือไวต่อการสัมผัส แม้แผลภายนอกหายแล้ว
- **ข้อไหล่ตึงและแขนอ่อนแรง** พบได้หลังการผ่าตัดรักแร้ การบริหารหรือกายภาพบำบัดช่วยฟื้นการเคลื่อนไหว
- **แขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง** เกิดเมื่อทางเดินน้ำเหลืองถูกรบกวน พบได้มากขึ้นเมื่อเลาะต่อมน้ำเหลืองหลายต่อมหรือฉายรังสีบริเวณรักแร้ อาจเกิดหลังผ่าตัดไม่นานหรือหลายปีต่อมา
- **พังผืดและแผลเป็นแข็ง** อาจทำให้ตึงหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก
- **รูปร่างทรวงอกเปลี่ยนและผลต่อภาพลักษณ์** การเสริมสร้างช่วยสร้างรูปทรงได้ แต่ไม่คืนความรู้สึกหรือรูปลักษณ์เดิมทั้งหมด
- **ภาวะแทรกซ้อนจากการเสริมสร้าง** เช่น แผลหายช้า การติดเชื้อ เนื้อเยื่อที่ย้ายมาขาดเลือด หรือจำเป็นต้องผ่าตัดเพิ่มเติม ความเสี่ยงต่างกันตามวิธี [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/mastectomy/about/pac-20394670)

การผ่าตัดลดปริมาณเนื้อเยื่อที่อาจมีมะเร็ง แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่กลับเป็นซ้ำ มะเร็งอาจกลับบริเวณผนังทรวงอก ต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นได้ จึงยังต้องติดตามและรับการรักษาเพิ่มเติมตามผลพยาธิวิทยา

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือหมดสติ
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บน่องอย่างชัดเจน
- แผลหรือหน้าอกบวมเร็ว ตึงมาก ปวดเพิ่มขึ้นทันที หรือมีเลือดสดออกมาก
- มีไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ
- ขอบแผลแยก ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีคล้ำมาก หรือมีตุ่มพองบริเวณแผล
- สายระบายหลุด ขาด อุดตัน หรือของเหลวเปลี่ยนลักษณะอย่างรวดเร็ว
- แขนหรือมือบวมมากขึ้นทันที สีเปลี่ยน เย็น ชา หรือขยับลำบาก
- ปวดรุนแรงแม้ใช้ยาตามแผนแล้ว หรืออาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้
- มีผื่นทั่วตัว หน้าหรือคอบวม เสียงเปลี่ยน หรือสงสัยแพ้ยา
- หลังเสริมสร้างเต้านมพบว่าผิวหนังหรือเนื้อเยื่อเปลี่ยนสี เย็นลง หรือบวมผิดปกติ

หากอาการไม่รุนแรงแต่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่ารอถึงวันนัด ควรติดต่อหน่วยผ่าตัดตามช่องทางที่โรงพยาบาลให้ไว้

## ทางเลือกอื่น

การตัดเต้านมออกไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับ[มะเร็งเต้านม](/hdcare/breast-cancer-surgery/)ทุกกรณี ทางเลือกต้องพิจารณาตามระยะและลักษณะของโรค ไม่ควรเลือกจากขนาดแผลหรือความกลัวการกลับเป็นซ้ำเพียงอย่างเดียว

### ผ่าตัดเฉพาะก้อนร่วมกับฉายรังสี

การผ่าตัดแบบเก็บเต้านมนำก้อนและเนื้อปกติรอบก้อนออกบางส่วน โดยมักตามด้วยการฉายรังสี เหมาะกับผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ก้อนสามารถนำออกโดยได้ขอบชิ้นเนื้อเหมาะสมและยังคงรูปทรงเต้านมได้

ข้อดีคือเก็บเนื้อเต้านมส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ต้องพิจารณาภาระการฉายรังสี โอกาสต้องผ่าซ้ำหากขอบชิ้นเนื้อยังพบมะเร็ง และผลด้านรูปร่าง การตัดเต้านมทั้งหมดอาจลดโอกาสกลับเป็นซ้ำเฉพาะที่ในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตมากกว่าการผ่าตัดแบบเก็บเต้านมสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะกับทั้งสองวิธี

### การให้ยาก่อนผ่าตัด

มะเร็งบางชนิดอาจรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือยาต้านฮอร์โมนก่อน เพื่อควบคุมโรคหรือลดขนาดก้อน การตอบสนองอาจทำให้เปลี่ยนขอบเขตการผ่าตัดได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับแนวทางนี้ แพทย์มะเร็งวิทยาจะพิจารณาจากชนิดและตัวรับของมะเร็ง

### การเฝ้าระวังสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง

ผู้ที่ยังไม่เป็นมะเร็งแต่มีความเสี่ยงสูงอาจเลือกติดตามด้วยการตรวจร่างกายและภาพถ่ายเต้านมที่ถี่ขึ้น บางรายอาจใช้ยาลดความเสี่ยงแทนการผ่าตัด การตัดเต้านมเพื่อลดความเสี่ยงควรพิจารณาหลังได้รับคำปรึกษาด้านพันธุกรรมและเข้าใจว่าความเสี่ยงไม่ลดลงเป็นศูนย์

### ทางเลือกด้านรูปร่างหลังผ่าตัด

หากต้องตัดเต้านมออก คุณอาจเลือกเสริมสร้างทันที เสริมสร้างภายหลัง ปิดแผลให้ผนังทรวงอกเรียบ หรือใช้อกเทียมภายนอก ไม่มีทางเลือกใดเหมาะกับทุกคน การฉายรังสี สุขภาพ การสูบบุหรี่ รูปร่างเดิม และจำนวนครั้งของการผ่าตัดที่ยอมรับได้ ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ และขั้นตอนส่งต่อ ควรตรวจสอบก่อนผ่าตัดว่าแผนครอบคลุมการตัดเต้านม การตรวจต่อมน้ำเหลือง การตรวจพยาธิวิทยา และการเสริมสร้างเต้านมหรือไม่ เพราะแต่ละส่วนอาจมีเงื่อนไขต่างกัน

### สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการตรวจและส่งต่อไปยังหน่วยที่มีศัลยแพทย์และทีมรักษามะเร็งเต้านม กรณีมะเร็งที่มีข้อบ่งชี้ การรักษาหลักมักอยู่ภายใต้ระบบสิทธิ แต่ต้องดำเนินตามเส้นทางส่งต่อ

ควรถามว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจชิ้นเนื้อ ภาพถ่ายก่อนผ่าตัด การตรวจต่อมน้ำเหลือง การตรวจชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด และการรักษาต่อเนื่องที่ใด หากต้องการเสริมสร้างเต้านม ให้ถามแยกว่ากรณีของคุณเข้าเกณฑ์ใดและต้องรับการประเมินจากหน่วยใด

### สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลที่เลือกไว้ตามสิทธิ หากสถานพยาบาลไม่มีศักยภาพผ่าตัดหรือรักษามะเร็งครบด้าน แพทย์จะพิจารณาส่งต่อภายในเครือข่ายตามระบบ

ก่อนนัดผ่าตัด ควรยืนยันสถานะสิทธิ ใบส่งตัว การตรวจที่ต้องทำ และสถานที่รับการรักษาเพิ่มเติม การไปโรงพยาบาลนอกเครือข่ายโดยไม่มีขั้นตอนส่งต่ออาจทำให้การใช้สิทธิมีปัญหา ยกเว้นกรณีฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

### สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

การรักษามะเร็งและการผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้อาจใช้สิทธิได้ในสถานพยาบาลที่เข้าร่วม แต่รายการบางอย่าง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างหรือวัสดุ อาจมีเงื่อนไข ควรถามหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลให้ชัดเจนก่อนลงนามรับการรักษา

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจกรมธรรม์เรื่องระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงินห้องผ่าตัด การตรวจพยาธิวิทยา การรักษามะเร็ง และเงื่อนไขการอนุมัติก่อนรักษา หากผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงโดยยังไม่พบมะเร็ง ความคุ้มครองอาจต่างจากการผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็ง

ขอให้โรงพยาบาลระบุแผนผ่าตัดทั้งหมดในการขออนุมัติ รวมถึงการผ่าข้างเดียวหรือสองข้าง การตรวจต่อมน้ำเหลือง และการเสริมสร้างพร้อมกัน อย่าตีความว่าการอนุมัติผ่าตัดมะเร็งหมายถึงอนุมัติทุกขั้นตอนโดยอัตโนมัติ

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดเต้านมออกแล้วต้องให้เคมีบำบัดหรือไม่

**ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องให้เคมีบำบัดหลังผ่าตัด** การตัดสินใจขึ้นกับขนาดและชนิดของมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง ตัวรับฮอร์โมน ลักษณะทางชีวภาพ ผลชิ้นเนื้อ และสุขภาพโดยรวม บางรายใช้ยาต้านฮอร์โมนหรือยามุ่งเป้าแทนหรือร่วมกัน

### ผ่าตัดแล้วต้องฉายรังสีอีกหรือไม่

**บางคนยังต้องฉายรังสีแม้นำเต้านมออกแล้ว** แพทย์พิจารณาจากขนาดและขอบเขตของโรค ขอบชิ้นเนื้อ การเกี่ยวข้องของผิวหนังหรือผนังทรวงอก และผลต่อมน้ำเหลือง แผนอาจชัดเจนขึ้นเมื่อผลพยาธิวิทยาฉบับสมบูรณ์ออก

### จำเป็นต้องตัดเต้านมทั้งสองข้างหรือไม่

**ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตัดทั้งสองข้างเมื่อมะเร็งอยู่เพียงข้างเดียว** การตัดอีกข้างอาจพิจารณาในผู้มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงมาก เป็นมะเร็งทั้งสองข้าง หรือมีเหตุเฉพาะราย ควรเปรียบเทียบประโยชน์กับความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้น

### สามารถเก็บหัวนมไว้ได้หรือไม่

**เก็บหัวนมได้ในผู้ป่วยบางรายที่ตำแหน่งและขอบเขตของมะเร็งเหมาะสม** หากก้อนอยู่ใกล้หัวนม ลานหัวนม หรือผิวหนัง หรือมีความเสี่ยงว่าเซลล์มะเร็งเกี่ยวข้องกับบริเวณนั้น ศัลยแพทย์อาจแนะนำให้นำออก

### หลังผ่าตัดจะยังมีความรู้สึกที่หน้าอกหรือไม่

**ความรู้สึกบริเวณหน้าอกมักลดลงหรือชา เพราะเส้นประสาทผิวหนังถูกตัดระหว่างนำเนื้อเต้านมออก** บางส่วนอาจกลับมาในช่วงหลายเดือน แต่บางบริเวณอาจชาถาวร การเสริมสร้างเต้านมสร้างรูปทรง ไม่ได้รับประกันว่าจะคืนความรู้สึกเดิม

### ต้องใส่สายระบายนานเท่าไร

**สายระบายมักอยู่ตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับปริมาณของเหลวและชนิดการผ่าตัด** ทีมผ่าตัดจะถอดเมื่อปริมาณและลักษณะของของเหลวเข้าเกณฑ์ ไม่ควรถอดเองหรือใช้จำนวนวันของผู้อื่นเป็นเกณฑ์

### กลับไปทำงานได้เมื่อไร

**งานเบามักกลับได้ในช่วงประมาณ 2–6 สัปดาห์ หากแผลและการเคลื่อนไหวฟื้นดี** งานที่ต้องยกของ ดัน ดึง หรือใช้แขนเหนือศีรษะมักต้องรอนานกว่า และการเสริมสร้างเต้านมอาจทำให้ระยะพักฟื้นยาวขึ้น

### หลังผ่าตัดยกแขนได้หรือไม่

**ควรเริ่มขยับแขนอย่างเหมาะสม แต่ไม่ควรฝืนยกหรือออกแรงเกินคำแนะนำของทีมผ่าตัด** ท่าบริหารขึ้นกับการเลาะต่อมน้ำเหลือง ตำแหน่งแผล และชนิดการเสริมสร้าง หากไหล่ตึงหรือขยับลดลง อาจต้องรับกายภาพบำบัด

### แขนบวมหลังผ่าตัดเกิดจากอะไร

**แขนบวมอาจเกิดจากการระบายน้ำเหลืองลดลงหลังนำต่อมน้ำเหลืองรักแร้ออกหรือฉายรังสี** หากบวมเฉียบพลัน แดง ร้อน เจ็บ หรือหายใจลำบาก ต้องพบแพทย์ทันที หากบวมค่อยเป็นควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินและเริ่มดูแลเร็ว

### ผ่าตัดแล้วมะเร็งจะไม่กลับมาอีกใช่หรือไม่

**การผ่าตัดช่วยควบคุมโรคบริเวณเต้านม แต่ไม่รับประกันว่ามะเร็งจะไม่กลับมา** ความเสี่ยงขึ้นกับระยะ ชนิดทางชีวภาพ ต่อมน้ำเหลือง และการรักษาที่ได้รับ จึงต้องติดตามและรับยาหรือฉายรังสีเมื่อมีข้อบ่งชี้

### ต้องเสริมสร้างเต้านมทันทีหรือไม่

**ไม่จำเป็นต้องเสริมสร้างทันที และคุณเลือกไม่เสริมสร้างได้** บางคนเหมาะกับการทำพร้อมการตัดเต้านม บางคนควรรอหลังฉายรังสีหรือให้การรักษาอื่น และบางคนเลือกปิดแผลให้เรียบหรือใช้อกเทียมภายนอก

### ผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดบอกอะไร

**ผลชิ้นเนื้อบอกชนิดและขอบเขตของมะเร็ง ขอบชิ้นเนื้อ และการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่ตรวจพบ** ข้อมูลนี้ช่วยกำหนดระยะโรคและวางแผนยา ฉายรังสี หรือการติดตามต่อไป ควรนัดฟังผลกับทีมรักษาแทนการแปลผลด้วยตนเอง

### มีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์มีผลต่อการผ่าตัดหรือไม่

**การมีประจำเดือนไม่ได้ห้ามการผ่าตัดโดยอัตโนมัติ แต่การตั้งครรภ์มีผลต่อการเลือกช่วงเวลา ยา และการฉายรังสี** หากตั้งครรภ์ สงสัยตั้งครรภ์ หรือวางแผนมีบุตร ต้องแจ้งศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ก่อนผ่าตัด

### ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

**ควรถามว่ามีทางเลือกเก็บเต้านมหรือไม่ ต้องนำต่อมน้ำเหลืองออกแบบใด และคาดว่าจะต้องรักษาอะไรต่อหลังผ่าตัด** ถามเพิ่มเรื่องการเก็บหัวนม การเสริมสร้าง ระยะพักโรงพยาบาล สายระบาย ข้อจำกัดการใช้แขน ผลต่อความรู้สึก และสิ่งที่จะเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด เพื่อให้ความยินยอมบนข้อมูลที่ครบถ้วน.

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Mastectomy: What It Is, Surgery & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/21221-mastectomy) — เกี่ยวกับ Mastectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [American Cancer Society: Mastectomy Surgery & Recovery: What To Expect](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/mastectomy/what-to-expect) — เกี่ยวกับ Mastectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Mayo Clinic: Mastectomy](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/mastectomy/about/pac-20394670) — เกี่ยวกับ Mastectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
