# ผ่าตัดมะเร็งตับ

**ผ่าตัดมะเร็งตับ (Liver-cancer surgery) คือการนำก้อนมะเร็งพร้อมเนื้อตับบางส่วนออก หรือในผู้ป่วยบางรายอาจนำตับเดิมออกแล้วปลูกถ่ายตับ การผ่าตัดเหมาะกับมะเร็งที่ยังควบคุมอยู่ในตับและมีตับส่วนที่เหลือทำงานเพียงพอ แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยมะเร็งตับทุกคนที่สามารถหรือจำเป็นต้องผ่าตัด**

## ประเด็นสำคัญ

- วิธีที่ใช้บ่อยคือการตัดตับบางส่วน ส่วนการปลูกถ่ายตับพิจารณาในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฉพาะ โดยดูจำนวนและตำแหน่งก้อน การลุกลามเข้าสู่หลอดเลือด การกระจายนอกตับ ภาวะตับแข็ง และสุขภาพโดยรวม
- การตัดสินใจไม่ได้ดูเพียงขนาดก้อน แพทย์ต้องประเมินด้วยว่าหลังผ่าตัดจะเหลือเนื้อตับที่ทำงานได้เพียงพอหรือไม่ เพราะตับที่แข็งหรือเสียหน้าที่อาจทนต่อการตัดได้น้อยกว่าตับที่แข็งแรง
- เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสำคัญ เช่น เลือดออก การติดเชื้อ น้ำดีรั่ว ตับทำงานล้มเหลว และลิ่มเลือด การผ่าตัดตับและการปลูกถ่ายตับมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการเสียชีวิต ความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกันตามสภาพตับ ขอบเขตการผ่าตัด โรคร่วม และศักยภาพของศูนย์รักษา ควรถามทีมผ่าตัดถึงความเสี่ยงเฉพาะราย

## ผ่าตัดมะเร็งตับ คืออะไร

การผ่าตัดรักษามะเร็งตับมีเป้าหมายเพื่อนำเนื้อเยื่อมะเร็งออกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยยังเหลือตับที่ทำงานเพียงพอต่อร่างกาย วิธีหลักแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ การตัดตับบางส่วนและการปลูกถ่ายตับ

### การตัดตับบางส่วน

การตัดตับบางส่วนคือการนำก้อนมะเร็ง เนื้อตับรอบก้อน และบางครั้งอาจรวมถึงโครงสร้างใกล้เคียงออก ปริมาณตับที่ต้องตัดขึ้นอยู่กับตำแหน่ง จำนวนและขนาดของก้อน ตลอดจนความสัมพันธ์กับหลอดเลือดและท่อน้ำดี

แพทย์อาจเรียกการผ่าตัดตามส่วนที่นำออก เช่น ตัดเป็นส่วนย่อย ตัดตามกลีบตับ หรือตัดตับด้านซ้ายหรือขวา ชื่อการผ่าตัดไม่ได้บอกความยากทั้งหมด เพราะก้อนขนาดไม่ใหญ่อาจอยู่ชิดหลอดเลือดสำคัญและต้องวางแผนอย่างละเอียด

ตับสามารถเพิ่มปริมาตรภายหลังการตัดได้หากเนื้อตับส่วนที่เหลือมีสุขภาพดี แต่ความสามารถนี้ลดลงเมื่อมีตับแข็งหรือโรคตับเรื้อรัง ดังนั้นแพทย์จึงต้องประเมินทั้งปริมาตรและการทำงานของตับที่จะเหลือ ไม่ได้อาศัยความสามารถในการฟื้นตัวของตับเพียงอย่างเดียว ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22930-hepatectomy-liver-resection))

### การปลูกถ่ายตับ

การปลูกถ่ายตับคือการนำตับเดิมออกและใส่ตับจากผู้บริจาคเข้าไปแทน อาจพิจารณาเมื่อมะเร็งยังจำกัดอยู่ในตับแต่ตับเดิมเสียหายมาก หรือเมื่อการตัดเฉพาะก้อนไม่สามารถเหลือตับที่ทำงานเพียงพอได้

วิธีนี้มีเกณฑ์คัดเลือกเฉพาะ ต้องประเมินลักษณะมะเร็ง สุขภาพโดยรวม ความเหมาะสมในการรับอวัยวะ และความพร้อมของอวัยวะบริจาค หลังผ่าตัดต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันและติดตามต่อเนื่อง เพราะมีความเสี่ยงต่อการปฏิเสธอวัยวะและการติดเชื้อ

### ผ่าตัดเปิดหรือผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก

การตัดตับอาจทำผ่านแผลเปิดหน้าท้อง หรือผ่านแผลขนาดเล็กโดยใช้กล้องและเครื่องมือยาว การผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กอาจช่วยลดขนาดบาดแผลและทำให้ฟื้นตัวช่วงต้นง่ายขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทุกตำแหน่งหรือทุกขนาดของก้อนที่ทำได้

ก้อนที่ซับซ้อน อยู่ใกล้หลอดเลือดใหญ่ หรือต้องตัดตับปริมาณมากอาจเหมาะกับการผ่าตัดเปิดมากกว่า ศัลยแพทย์เลือกวิธีจากความปลอดภัยและความสามารถในการนำก้อนออก ไม่ได้เลือกจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ป่วยที่กำลังชั่งใจควรรู้ก่อนว่า “พบก้อนมะเร็งในตับ” ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน และการผ่าตัดไม่ได้เหมาะเฉพาะกับก้อนขนาดเล็กเท่านั้น การตัดสินใจต้องอาศัยภาพถ่ายรังสี การทำงานของตับ ระยะโรค และสุขภาพโดยรวมร่วมกัน

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการตัดตับบางส่วน

แพทย์อาจพิจารณาการตัดตับเมื่อมีลักษณะต่อไปนี้

- ก้อนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถนำออกได้ โดยไม่ทำลายหลอดเลือดหรือท่อน้ำดีสำคัญจนเกินไป
- มะเร็งยังไม่กระจายไปอวัยวะอื่น หรือในมะเร็งจากอวัยวะอื่นที่กระจายมาตับ ทีมรักษาประเมินว่าสามารถควบคุมโรคทั้งหมดได้
- ตับส่วนที่จะเหลือมีปริมาตรและสมรรถนะเพียงพอ
- ภาวะตับแข็งและความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลไม่รุนแรงจนทำให้ความเสี่ยงสูงเกินประโยชน์
- หัวใจ ปอด ไต และสุขภาพโดยรวมรองรับการผ่าตัดใหญ่และการดมยาสลบได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าการพิจารณาขึ้นอยู่กับว่าก้อนผ่าตัดออกได้หรือไม่ มีโรคนอกตับหรือไม่ และผู้ป่วยมีสุขภาพพอรับการผ่าตัดหรือไม่ แพทย์มักใช้ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ร่วมกับการตรวจเลือดประเมินตับ ([Healthline](https://www.healthline.com/health/cancer/surgery-for-liver-cancer))

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการปลูกถ่ายตับ

การปลูกถ่ายตับพิจารณาเป็นหลักในผู้ป่วยมะเร็งตับชนิด hepatocellular carcinoma ที่เข้าเกณฑ์ของศูนย์ปลูกถ่ายและไม่มีข้อห้าม มะเร็งท่อน้ำดีบางชนิดอาจพิจารณาได้เฉพาะภายใต้เกณฑ์และแผนรักษาเฉพาะของศูนย์ ส่วนมะเร็งจากอวัยวะอื่นที่กระจายมาตับโดยทั่วไปไม่ใช้การปลูกถ่าย ยกเว้นกรณีคัดเลือกเฉพาะอย่างยิ่งในบางโครงการ ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินโดยทีมสหสาขาวิชาชีพของศูนย์ปลูกถ่าย การเข้าเกณฑ์ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าตัดได้ทันที เพราะยังขึ้นกับการประเมินร่างกายอย่างละเอียดและอวัยวะบริจาคที่เหมาะสม

### สถานการณ์ที่มักไม่เหมาะกับการผ่าตัด

การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบ หากพบว่า

- มะเร็งกระจายออกนอกตับอย่างกว้างขวาง
- ก้อนลุกลามเข้าสู่หลอดเลือดสำคัญหรืออยู่ในตำแหน่งที่นำออกอย่างปลอดภัยไม่ได้
- มีก้อนหลายบริเวณจนไม่สามารถเหลือตับที่ทำงานเพียงพอ
- ตับแข็งหรือการทำงานของตับแย่มากจนเสี่ยงตับล้มเหลวหลังตัด
- มีโรคหัวใจ ปอด ไต หรือภาวะอื่นที่ทำให้ความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงเกินประโยชน์
- มีการติดเชื้อหรือภาวะเฉียบพลันที่ต้องรักษาให้คงที่ก่อน

การ “ผ่าตัดไม่ได้ในตอนนี้” ไม่ได้แปลว่าไม่มีการรักษา ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการรักษาเพื่อลดหรือควบคุมก้อนก่อน แล้วจึงประเมินการผ่าตัดใหม่ ส่วนบางรายเหมาะกับการทำลายก้อน การรักษาผ่านหลอดเลือด รังสีรักษา หรือยารักษามะเร็งมากกว่า

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมผ่าตัดมะเร็งตับเน้น 3 เรื่อง คือ ยืนยันขอบเขตโรค ประเมินว่าตับส่วนที่เหลือเพียงพอ และลดความเสี่ยงจากโรคร่วม การตรวจจริงของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน

### การตรวจที่อาจต้องทำ

ทีมรักษาอาจพิจารณา

- ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของตับ เพื่อดูจำนวนก้อน ตำแหน่ง หลอดเลือด และท่อน้ำดี
- ภาพตรวจส่วนอื่นของร่างกายตามชนิดมะเร็ง เพื่อค้นหาการกระจาย
- ตรวจเลือดดูการทำงานของตับ ไต การแข็งตัวของเลือด และจำนวนเม็ดเลือด
- ประเมินไวรัสตับอักเสบ โรคตับแข็ง และภาวะความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลตามความจำเป็น
- ประเมินหัวใจ ปอด โภชนาการ และความพร้อมต่อการดมยาสลบ
- คำนวณปริมาตรตับที่จะเหลือจากภาพถ่ายรังสีในรายที่ต้องตัดตับมาก

ในบางกรณี ทีมรักษาอาจเสนอการรักษาก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดมะเร็ง หรือทำหัตถการกับหลอดเลือดเพื่อกระตุ้นให้ตับส่วนที่จะเหลือมีขนาดเพิ่มขึ้น การตัดสินใจขึ้นกับโครงสร้างตับและแผนการผ่าตัดของแต่ละคน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22930-hepatectomy-liver-resection))

### ยาและอาหารเสริม

แจ้งทีมผ่าตัดเกี่ยวกับยาทุกชนิด รวมถึง

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาความดัน ยาหัวใจ และยารักษาโรคตับ
- ยาแก้ปวดหรือยาที่ซื้อรับประทานเอง
- วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม

ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของตับและไต รวมถึงความเสี่ยงเลือดออกหรือเกิดลิ่มเลือด แหล่งอ้างอิงเน้นให้แจ้งยาที่ใช้ทั้งหมด เพราะบางรายการอาจต้องปรับก่อนการผ่าตัด

### การงดน้ำและอาหาร

โรงพยาบาลจะแจ้งเวลางดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มแต่ละชนิดก่อนดมยาสลบ ให้ยึดคำสั่งที่ได้รับโดยตรง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนดควรบอกทีมรักษาตามจริง เพราะอาจมีผลต่อความปลอดภัยระหว่างดมยาสลบ

### การเตรียมร่างกายและชีวิตประจำวัน

หากยังสูบบุหรี่ ควรแจ้งแพทย์และพยายามหยุด เพราะการสูบบุหรี่เพิ่มปัญหาทางปอดและกระทบการสมานแผล งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำ โดยเฉพาะเมื่อมีโรคตับ

ผู้ที่น้ำหนักลด รับประทานได้น้อย หรือมีกล้ามเนื้อน้อย ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินโภชนาการ ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาใช้เอง โดยเฉพาะสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนประกอบ เพราะอาจมีผลต่อตับหรือการแข็งตัวของเลือด

### สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิรักษา
- รายชื่อยา ขนาดที่ใช้อยู่ และเวลาที่รับประทานครั้งล่าสุด
- ผลตรวจหรือแผ่นภาพรังสีจากสถานพยาบาลอื่น
- รายการประวัติแพ้ยาและโรคประจำตัว
- อุปกรณ์ที่ใช้อยู่ เช่น เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ หากโรงพยาบาลแนะนำให้นำมา
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ดูแล

ควรวางแผนผู้ดูแลหลังกลับบ้าน การเดินทางไปติดตามผล และหน้าที่ในบ้านไว้ล่วงหน้า เพราะช่วงแรกอาจยังยกของ ขับรถ หรือทำงานเต็มเวลาไม่ได้

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดแตกต่างกันตามชนิดการผ่าตัด แต่ลำดับโดยทั่วไปเป็นดังนี้

### 1. รับเข้ารักษาและยืนยันแผน

ทีมรักษาจะยืนยันตัวผู้ป่วย ตำแหน่งการผ่าตัด ผลตรวจล่าสุด ยาที่ใช้ และการงดอาหาร คุณจะได้ทบทวนแผนกับศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ รวมถึงโอกาสที่แผนอาจเปลี่ยนจากการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กเป็นแผลเปิด หากพบว่าปลอดภัยกว่า

### 2. ดมยาสลบและติดตามสัญญาณชีพ

การผ่าตัดตับทำภายใต้การดมยาสลบ ผู้ป่วยจะหลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด ทีมวิสัญญีติดตามชีพจร ความดัน การหายใจ ระดับออกซิเจน และการเสียเลือดอย่างใกล้ชิด อาจใส่สายเข้าหลอดเลือดเพิ่มเติมตามขนาดของการผ่าตัด ([cedars-sinai.org](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/liver-cancer-surgery))

### 3. เข้าถึงตับ

หากเป็นผ่าตัดเปิด ศัลยแพทย์จะเปิดแผลหน้าท้องเพื่อมองเห็นตับและโครงสร้างใกล้เคียงโดยตรง หากเป็นการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก จะใส่กล้องและเครื่องมือผ่านหลายแผล ก่อนเริ่มตัด ศัลยแพทย์อาจตรวจช่องท้องและตับอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าโรคยังผ่าตัดได้ตามแผน

### 4. ประเมินก้อนและแนวตัด

ทีมผ่าตัดระบุตำแหน่งก้อน หลอดเลือด และท่อน้ำดี อาจใช้อัลตราซาวนด์ระหว่างผ่าตัดเพื่อช่วยกำหนดแนวตัด จากนั้นควบคุมหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องเพื่อลดการเสียเลือด

### 5. ตัดตับส่วนที่มีก้อนออก

ศัลยแพทย์แบ่งเนื้อตับตามแนวที่วางแผน ปิดหลอดเลือดและท่อน้ำดีขนาดเล็ก พร้อมควบคุมเลือดออก ชิ้นเนื้อที่นำออกจะส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันชนิดมะเร็งและประเมินขอบเนื้อเยื่อ

หากเป็นการปลูกถ่าย ทีมผ่าตัดจะนำตับเดิมออก เชื่อมต่อหลอดเลือดและท่อน้ำดีของตับที่ได้รับบริจาค แล้วประเมินการไหลเวียนเลือดและการทำงานเบื้องต้น

### 6. ตรวจเลือดออกและน้ำดีรั่ว

ก่อนปิดแผล ทีมผ่าตัดตรวจพื้นผิวตับ ห้ามเลือด และดูจุดที่อาจมีน้ำดีรั่ว บางรายอาจใส่สายระบายบริเวณผ่าตัด แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกคน

### 7. เฝ้าระวังหลังผ่าตัด

หลังเสร็จ ผู้ป่วยจะย้ายไปห้องพักฟื้น ห้องผู้ป่วย หรือหอผู้ป่วยที่ติดตามใกล้ชิดตามความซับซ้อนของการผ่าตัด ทีมรักษาจะตรวจการหายใจ ความดัน ปริมาณปัสสาวะ เลือดออก การทำงานของตับ และระดับความรู้สึกตัว

ช่วงแรกอาจมีสายให้น้ำเกลือ สายสวนปัสสาวะ สายระบาย หรืออุปกรณ์ช่วยระงับปวด เมื่ออาการคงที่ ทีมรักษาจะส่งเสริมให้หายใจลึก ไออย่างถูกวิธี ลุกนั่งและเดินโดยเร็วเท่าที่ปลอดภัย เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดมะเร็งตับใช้เวลาหลายชั่วโมง โดยช่วงเวลาจริงขึ้นกับปริมาณตับที่ตัด ตำแหน่งก้อน ความใกล้ชิดกับหลอดเลือด วิธีผ่าตัด พังผืดจากการรักษาเดิม และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด การปลูกถ่ายตับมักซับซ้อนและใช้เวลานานกว่าการตัดตับบางส่วน

เวลาที่ญาติรอจะยาวกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมดมยาสลบ จัดท่า ใส่อุปกรณ์ติดตาม ปลุกหลังผ่าตัด และเคลื่อนย้ายไปห้องพักฟื้น หากผ่าตัดนานกว่าที่คาดไม่ได้หมายความว่าเกิดปัญหาเสมอไป ทีมผ่าตัดอาจใช้เวลาเพิ่มเพื่อควบคุมเลือดออกหรือปรับแนวตัดให้ปลอดภัย

การผ่าตัดตับเป็นการผ่าตัดใหญ่และโดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่หัตถการที่กลับบ้านในวันเดียว ระยะนอนโรงพยาบาลขึ้นกับขนาดการผ่าตัด การฟื้นตัวของตับ การควบคุมความปวด การรับประทานอาหาร การเดิน และภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะประเมินเป็นรายวันแทนการกำหนดวันกลับบ้านตายตัว

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวหลังผ่าตัดมะเร็งตับมักกินเวลาหลายสัปดาห์ และการกลับมามีพลังเท่าเดิมอาจนานกว่าการหายของแผลภายนอก ระยะจริงขึ้นกับว่าตัดตับมากเพียงใด เป็นแผลเปิดหรือแผลขนาดเล็ก มีตับแข็งหรือไม่ อายุ โภชนาการ โรคร่วม และเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือไม่

### ช่วงแรกในโรงพยาบาล

ทีมรักษาจะเน้นควบคุมความปวด ป้องกันปอดแฟบและลิ่มเลือด ติดตามเลือดออก และตรวจการทำงานของตับ คุณอาจยังเพลีย คลื่นไส้ ท้องอืด หรืออยากอาหารลดลงในระยะแรก

เมื่อปลอดภัย ทีมรักษาจะช่วยให้เริ่มนั่ง ลุกเดิน และเพิ่มอาหารทีละขั้น การเคลื่อนไหวไม่ได้หมายความว่าต้องฝืนจนเจ็บมาก แต่การนอนนิ่งตลอดเวลาเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาปอด กล้ามเนื้ออ่อนแรง และลิ่มเลือด

ก่อนกลับบ้าน โดยทั่วไปต้องควบคุมอาการปวดได้ รับประทานหรือดื่มได้เพียงพอ เดินได้ในระดับที่ปลอดภัย ไม่มีสัญญาณเลือดออกหรือการติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังในโรงพยาบาล และผลตรวจตับอยู่ในแนวทางที่ทีมรักษายอมรับได้

### ช่วงสัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน

อาการเหนื่อยง่ายและต้องพักระหว่างวันพบได้บ่อย แผลอาจตึงหรือชารอบแนวผ่า ความอยากอาหารอาจยังไม่กลับมาเต็มที่ ควรรับประทานตามแผนโภชนาการที่ได้รับ และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

เดินระยะสั้นหลายครั้งตามกำลังมักเหมาะกว่าการออกแรงหนักครั้งเดียว ควรเพิ่มกิจกรรมทีละน้อย หากเดินแล้วเวียนศีรษะ หายใจไม่ทัน เจ็บหน้าอก หรืออ่อนแรงผิดปกติ ให้หยุดและขอคำแนะนำจากทีมรักษา

### การกลับไปทำงานและขับรถ

งานนั่งโต๊ะอาจกลับไปทำได้ก่อนงานที่ต้องยกของ ขับรถนาน ยืนทั้งวัน หรือใช้แรงมาก แต่ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่ผ่าตัดแผลเปิดหรือตัดตับปริมาณมากมักต้องพักนานกว่าผู้ที่ผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก

อย่าขับรถขณะยังใช้ยาที่ทำให้ง่วง ยังหมุนตัวหรือเบรกฉุกเฉินไม่ได้ หรือแพทย์ยังไม่อนุญาต ควรถามศัลยแพทย์โดยตรงว่าเมื่อใดจึงกลับไปทำงาน ยกของ ออกกำลังกาย และขับรถได้ โดยให้แพทย์พิจารณาจากแผล ผลเลือด และขอบเขตการผ่าตัดจริง

### การติดตามผล

ทีมรักษาจะนัดตรวจแผล ทบทวนผลพยาธิวิทยา และตรวจการทำงานของตับ ผลชิ้นเนื้อช่วยบอกชนิดมะเร็ง ลักษณะของก้อน และขอบเนื้อเยื่อ ซึ่งใช้วางแผนว่าต้องติดตามอย่างเดียวหรือควรมีการรักษาเพิ่มเติม

การผ่าตัดนำโรคที่มองเห็นออกได้ แต่ยังต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะมะเร็งอาจกลับมาในตับส่วนที่เหลือหรือบริเวณอื่นได้ ความถี่และชนิดของการตรวจติดตามขึ้นกับชนิดมะเร็ง ผลชิ้นเนื้อ สภาพตับ และการรักษาที่ได้รับ

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดตับมีความซับซ้อนเพราะตับมีหลอดเลือดจำนวนมากและมีบทบาทต่อการแข็งตัวของเลือด ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามปริมาณตับที่ตัด สภาพตับ ตำแหน่งก้อน ระยะเวลาผ่าตัด การเสียเลือด และโรคร่วม ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8487470/))

### เลือดออก

เลือดออกอาจเกิดระหว่างหรือหลังผ่าตัด ตับมีเลือดไหลผ่านมาก และโรคตับอาจทำให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับเลือด หัตถการเพื่อหยุดเลือด หรือผ่าตัดซ้ำ

### น้ำดีรั่ว

ท่อน้ำดีขนาดเล็กบนพื้นผิวที่ตัดอาจรั่ว ทำให้มีน้ำดีสะสมในช่องท้อง อาการอาจเป็นปวดท้อง ไข้ ท้องอืด หรือมีน้ำดีออกทางสายระบาย การรักษาขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของรอยรั่ว ตั้งแต่เฝ้าดู ใส่สายระบาย ไปจนถึงหัตถการเพิ่มเติม

### ตับทำงานล้มเหลวหลังผ่าตัด

หากตับส่วนที่เหลือน้อยหรือทำงานไม่เพียงพอ อาจเกิดตัวเหลือง การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ท้องมาน สับสน ไตทำงานลดลง หรืออวัยวะอื่นล้มเหลว ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่มีตับแข็งหรือโรคตับเดิม จึงต้องประเมินตับส่วนที่จะเหลืออย่างรอบคอบก่อนผ่าตัด

### การติดเชื้อ

อาจติดเชื้อที่แผล ในช่องท้อง ปอด ทางเดินปัสสาวะ หรือกระแสเลือด ความเสี่ยงและการรักษาขึ้นกับตำแหน่งและความรุนแรง ผู้รับการปลูกถ่ายตับมีความเสี่ยงเพิ่มจากยากดภูมิคุ้มกัน

### ลิ่มเลือด

การผ่าตัดใหญ่ มะเร็ง และการเคลื่อนไหวน้อยเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด ทีมรักษาอาจใช้การเคลื่อนไหวเร็ว อุปกรณ์รัดขา หรือยาป้องกันตามความเสี่ยงของแต่ละคน โดยต้องชั่งกับความเสี่ยงเลือดออก

### ปัญหาปอดและหัวใจ

อาจเกิดปอดแฟบ ปอดอักเสบ หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือปัญหาหัวใจอื่น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ หรือผู้มีโรคหัวใจและปอดเดิม การประเมินก่อนผ่ัดและการฝึกหายใจหลังผ่าตัดช่วยให้ทีมรักษาจัดการความเสี่ยงได้เหมาะสม

### ไตทำงานลดลง

การเสียเลือด ความดันต่ำ การติดเชื้อ หรือโรคเดิมอาจกระทบไต ทีมรักษาจะติดตามปริมาณปัสสาวะและผลเลือด พร้อมปรับสารน้ำและการรักษาตามอาการ

### ภาวะแทรกซ้อนจากการปลูกถ่าย

นอกจากความเสี่ยงของการผ่าตัดใหญ่แล้ว ยังมีโอกาสเกิดการปฏิเสธตับใหม่ ปัญหาหลอดเลือดหรือท่อน้ำดี และผลจากยากดภูมิคุ้มกัน ผู้รับการปลูกถ่ายต้องตรวจเลือดและติดตามอย่างต่อเนื่อง

### มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ

แม้นำก้อนที่ตรวจพบออกแล้ว มะเร็งอาจกลับมาในตับส่วนที่เหลือหรือบริเวณอื่นได้ การกลับเป็นซ้ำไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดผิดพลาดเสมอไป แต่อาจเกิดจากเซลล์มะเร็งขนาดเล็กที่ตรวจไม่พบก่อนผ่าตัด หรือจากโรคตับเดิมที่เพิ่มโอกาสเกิดก้อนใหม่

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปสถานพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบประเมิน |
|---|---|
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ | อาจเกี่ยวข้องกับลิ่มเลือด ปอด หรือหัวใจ |
| เลือดออกจากแผลมาก อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ | อาจมีเลือดออกที่ต้องรักษาเร่งด่วน |
| ไข้ร่วมกับหนาวสั่น ซึมลง หรืออ่อนแรงรวดเร็ว | อาจเป็นการติดเชื้อรุนแรง |
| ปวดท้องมากขึ้น ท้องบวมตึง หรือปวดที่ไม่ดีขึ้นด้วยยาที่ได้รับ | อาจมีเลือด น้ำดี การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนในช่องท้อง |
| ตาเหลืองหรือตัวเหลืองมากขึ้น สับสน ง่วงผิดปกติ | อาจสะท้อนว่าตับทำงานลดลง |
| แผลแดง บวม ร้อน มีหนอง หรือแผลแยก | อาจเป็นแผลติดเชื้อหรือแผลสมานผิดปกติ |
| ปัสสาวะน้อยลงมาก เวียนศีรษะ หรือดื่มไม่ได้ | อาจมีภาวะขาดน้ำ เลือดออก หรือไตทำงานลดลง |
| ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือปวดน่อง | อาจเป็นลิ่มเลือดที่ขา |
| มีน้ำสีเขียวเหลืองหรือเลือดออกจากสายระบายเพิ่มขึ้นชัดเจน | อาจมีน้ำดีรั่วหรือเลือดออก |
| อาเจียนซ้ำ รับประทานและดื่มไม่ได้ | เสี่ยงขาดน้ำและอาจมีปัญหาในช่องท้อง |

ไม่ต้องรอถึงวันนัดหากอาการรุนแรงหรือแย่ลงรวดเร็ว ให้นำใบสรุปการรักษาและรายชื่อยาติดตัวไปด้วยถ้าทำได้

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกเดียว และบางครั้งไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะที่สุด ทีมสหสาขาวิชาชีพอาจพิจารณาวิธีอื่นตามชนิดมะเร็ง ขนาดและจำนวนก้อน การทำงานของตับ และโรคนอกตับ

### การทำลายก้อนเฉพาะที่

แพทย์อาจใช้เข็มหรืออุปกรณ์สร้างความร้อนหรือพลังงานเพื่อทำลายก้อน วิธีนี้อาจเหมาะกับก้อนบางขนาดและบางตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้ที่รับการผ่าตัดใหญ่ไม่ไหว แต่ก้อนที่อยู่ใกล้หลอดเลือด ท่อน้ำดี หรืออวัยวะสำคัญอาจไม่เหมาะ

### การรักษาผ่านหลอดเลือด

แพทย์ใส่สายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อน เพื่ออุดหลอดเลือด ส่งยา หรือส่งสารกัมมันตรังสีเฉพาะบริเวณ วิธีที่เหมาะขึ้นกับลักษณะหลอดเลือด การทำงานของตับ และการกระจายของโรค

### รังสีรักษา

รังสีรักษาอาจใช้ควบคุมก้อนในผู้ป่วยบางราย ลดอาการ หรือใช้ร่วมกับวิธีอื่น เทคนิคและบริเวณที่ฉายต้องวางแผนให้ลดผลกระทบต่อตับส่วนที่ยังทำงาน

### ยารักษามะเร็ง

อาจใช้ยาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย เช่น ยามุ่งเป้า ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือยาเคมีบำบัดตามชนิดมะเร็ง ยาอาจใช้ก่อนผ่าตัด หลังผ่าตัด หรือเมื่อไม่สามารถใช้การรักษาเฉพาะที่ได้ การเลือกยาต้องพิจารณาการทำงานของตับและโรคร่วม

### การรักษาก่อนประเมินผ่าตัดอีกครั้ง

ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มด้วยการรักษาเพื่อลดหรือควบคุมก้อน แล้วตรวจใหม่ว่าสามารถผ่าตัดได้หรือไม่ แหล่งอ้างอิงระบุว่ารังสีรักษา การรักษาผ่านหลอดเลือด หรือยารักษามะเร็งอาจใช้ก่อนผ่าตัดในบางกรณี ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22930-hepatectomy-liver-resection))

### การดูแลประคับประคอง

หากโรคไม่เหมาะกับการผ่าตัด การดูแลประคับประคองช่วยควบคุมความปวด คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องมาน อ่อนเพลีย และความกังวล สามารถทำร่วมกับการรักษามะเร็งได้ ไม่จำเป็นต้องรอจนหยุดการรักษาหลัก

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ ชนิดของการผ่าตัด และรายการรักษาที่ได้รับอนุมัติ ควรให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิก่อนนัดผ่าตัด เพราะการวางแผนตัดตับและการปลูกถ่ายตับอาจใช้กระบวนการอนุมัติไม่เหมือนกัน

### ประกันสังคม

เริ่มสอบถามจากสถานพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีทีม เครื่องมือ หรือบริการที่จำเป็น แพทย์อาจพิจารณาส่งต่อไปยังหน่วยที่มีศักยภาพ ควรถามว่าใบส่งตัวครอบคลุมการตรวจ ภาพรังสี การผ่าตัด พยาธิวิทยา และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่

### บัตรทอง

ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลตามระบบส่งต่อ การผ่าตัดมะเร็งที่มีข้อบ่งชี้อาจดำเนินการผ่านเครือข่ายที่รับผิดชอบ แต่การเข้าถึงหน่วยผ่าตัดเฉพาะทางมักต้องมีใบส่งต่อและผลประเมิน ควรตรวจสอบเอกสารและเส้นทางส่งต่อก่อนวันนัด

### สวัสดิการข้าราชการ

ตรวจสอบกับโรงพยาบาลต้นสังกัดและหน่วยสิทธิว่าใช้การเบิกตรงได้หรือไม่ ต้องมีหนังสือส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวกับการปลูกถ่ายหรืออุปกรณ์เฉพาะ

### ประกันสุขภาพเอกชน

ติดต่อบริษัทประกันก่อนเข้ารักษาและขอให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ควรถามเรื่องระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงินห้องผ่าตัด ห้องพัก การดูแลวิกฤต พยาธิวิทยา ยารักษามะเร็ง และภาวะแทรกซ้อน หากต้องปลูกถ่ายตับ ควรถามแยกว่ากรมธรรม์ครอบคลุมส่วนใดและต้องขออนุมัติอย่างไร

เอกสารที่มักช่วยให้ตรวจสิทธิได้เร็วขึ้น ได้แก่ รายงานแพทย์ ผลชิ้นเนื้อ รายงานภาพรังสี แผนการผ่าตัด และใบส่งตัว ควรเก็บสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้กับตนเอง

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดมะเร็งตับแล้วตับจะเหลือพอหรือไม่

แพทย์จะวางแผนให้เหลือตับที่มีปริมาตรและการทำงานเพียงพอก่อนจึงเสนอการผ่าตัด โดยประเมินจากภาพรังสี ผลเลือด ภาวะตับแข็ง และขอบเขตที่ต้องตัด ตับที่แข็งแรงเพิ่มปริมาตรภายหลังได้ แต่ตับที่มีโรคเรื้อรังอาจฟื้นตัวได้น้อยกว่า ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22930-hepatectomy-liver-resection))

### การผ่าตัดทำให้มะเร็งหายแน่นอนหรือไม่

ไม่สามารถรับประกันได้ว่ามะเร็งจะไม่กลับมา แม้ศัลยแพทย์นำก้อนที่มองเห็นออกทั้งหมดแล้ว เพราะอาจมีเซลล์ขนาดเล็กที่ตรวจไม่พบหรือเกิดก้อนใหม่จากโรคตับเดิม คุณจึงยังต้องติดตามภาพรังสีและผลเลือดตามแผน

### ผ่าตัดเปิดกับผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก แบบไหนดีกว่า

วิธีที่ดีกว่าคือวิธีที่นำก้อนออกได้อย่างเหมาะสมและเหลือตับอย่างปลอดภัย การผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กอาจช่วยให้ฟื้นตัวช่วงต้นง่ายขึ้นในรายที่เหมาะสม แต่ก้อนซับซ้อนหรืออยู่ใกล้หลอดเลือดใหญ่อาจต้องผ่าตัดเปิด

### ถ้ามีตับแข็งยังผ่าตัดได้หรือไม่

ผู้ที่มีตับแข็งบางรายยังผ่าตัดได้ แต่ต้องประเมินความรุนแรงของตับแข็งและตับส่วนที่จะเหลืออย่างละเอียด หากตับทำงานไม่เพียงพอ การตัดตับอาจเสี่ยงเกินไป และแพทย์อาจพิจารณาการปลูกถ่ายหรือวิธีไม่ผ่าตัดแทน

### จำเป็นต้องตัดตับทั้งหมดหรือไม่

ผู้ป่วยส่วนที่เข้าเกณฑ์ผ่าตัดมักได้รับการพิจารณาตัดเฉพาะส่วนที่มีก้อน ไม่ใช่ตัดทั้งหมด การนำตับทั้งหมดออกทำในกระบวนการปลูกถ่าย ซึ่งมีเกณฑ์เฉพาะและต้องมีตับบริจาคที่เหมาะสม

### ต้องให้เลือดระหว่างผ่าตัดหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนต้องได้รับเลือด แต่การผ่าตัดตับมีโอกาสเสียเลือดเพราะตับมีหลอดเลือดจำนวนมาก ความจำเป็นขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด ภาวะเลือดก่อนผ่า เทคนิคที่ใช้ และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผ่าตัด

### หลังผ่าตัดกินอาหารได้ตามปกติเมื่อใด

ทีมรักษาจะเริ่มน้ำและอาหารเมื่อระบบทางเดินอาหารและอาการโดยรวมพร้อม จากนั้นเพิ่มตามที่รับได้ ผู้ที่คลื่นไส้ ท้องอืด หรือตัดอวัยวะอื่นร่วมด้วยอาจเริ่มได้ช้ากว่า อย่าฝืนอาหารเสริมหรือสมุนไพรโดยไม่แจ้งทีมรักษา

### หลังผ่าตัดดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

ควรงดแอลกอฮอล์จนกว่าแพทย์ผู้ดูแลจะประเมินตับและอนุญาต โดยเฉพาะผู้ที่มีตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ หรือยังต้องใช้ยา แอลกอฮอล์อาจเพิ่มภาระต่อตับส่วนที่กำลังฟื้นตัว

### ต้องรักษาด้วยยาเคมีบำบัดหรือวิธีอื่นหลังผ่าตัดหรือไม่

บางคนต้องรักษาเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่ทุกคน การตัดสินใจขึ้นกับชนิดมะเร็ง ผลพยาธิวิทยา ขอบเนื้อเยื่อ ระยะโรค และความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำ ทีมรักษาจะทบทวนผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดก่อนเสนอแผนต่อไป

### ถ้าผ่าตัดไม่ได้ ยังมีทางรักษาหรือไม่

ยังมีทางเลือก เช่น การทำลายก้อน การรักษาผ่านหลอดเลือด รังสีรักษา ยารักษามะเร็ง หรือการรักษาเพื่อลดก้อนแล้วประเมินผ่าตัดใหม่ วิธีที่เหมาะขึ้นกับตำแหน่งก้อน การทำงานของตับ และการกระจายของโรค

### มะเร็งตับกลับมาเป็นซ้ำแล้วผ่าตัดอีกได้หรือไม่

ผู้ป่วยบางรายอาจผ่าตัดซ้ำได้ หากตำแหน่งก้อนและตับส่วนที่เหลือเอื้ออำนวย แต่บางรายเหมาะกับการทำลายก้อน การรักษาผ่านหลอดเลือด หรือยาแทน แพทย์ต้องประเมินภาพรังสีและสมรรถนะตับใหม่ทุกครั้ง

### ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าการผ่าตัดมีเป้าหมายอะไร ต้องตัดตับส่วนใด จะเหลือตับเท่าใด เหตุใดจึงเลือกแผลเปิดหรือแผลขนาดเล็ก และมีทางเลือกใดหากไม่ผ่าตัด นอกจากนี้ควรถามความเสี่ยงเฉพาะของคุณ ระยะนอนโรงพยาบาลโดยประมาณ แผนติดตาม และสิ่งที่อาจทำให้ต้องเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัด

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Hepatectomy (Liver Resection) Surgery: Procedure & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22930-hepatectomy-liver-resection) — เกี่ยวกับ Liver cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [Healthline: Surgery for Liver Cancer: Partial Hepatectomy and More](https://www.healthline.com/health/cancer/surgery-for-liver-cancer) — เกี่ยวกับ Liver cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Risk factors associated with postoperative complications after liver…](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8487470/) — เกี่ยวกับ Liver cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [cedars-sinai.org: Liver Cancer: Surgery - Cedars-Sinai](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/liver-cancer-surgery) — เกี่ยวกับ Liver cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
