# ส่องกล้องโพรงมดลูก

**ส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy) คือการสอดกล้องขนาดเล็กผ่านช่องคลอดและปากมดลูก เพื่อดูความผิดปกติภายในโพรงมดลูกโดยไม่มีแผลผ่าที่หน้าท้อง แพทย์อาจใช้เพื่อตรวจหาสาเหตุของเลือดออกผิดปกติ หรือรักษาติ่งเนื้อ เนื้องอกบางชนิด และพังผืดในคราวเดียวกัน**

## ประเด็นสำคัญ

- การส่องกล้องมีทั้งแบบตรวจวินิจฉัยและแบบผ่าตัดรักษา สิ่งที่ต้องทำจริงขึ้นอยู่กับอาการ ผลอัลตราซาวนด์ ตำแหน่งและขนาดของความผิดปกติ
- กล้องเข้าไปทางช่องคลอดและปากมดลูก จึงไม่มีแผลหน้าท้อง แต่ยังอาจมีอาการปวดเกร็ง เลือดออก การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อย เช่น ผนังมดลูกทะลุ
- หลายกรณีกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ต้องทราบก่อนว่าจะใช้ยาชา ยาระงับความรู้สึก หรือยาสลบ และควรมีผู้พากลับหากได้รับยาที่ทำให้ง่วง

## ส่องกล้องโพรงมดลูก คืออะไร

การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกเป็นหัตถการที่ช่วยให้สูตินรีแพทย์มองเห็นด้านในของปากมดลูกและโพรงมดลูกโดยตรง กล้องเป็นท่อขนาดเล็ก มีแสงและระบบส่งภาพ แพทย์สอดกล้องผ่านช่องคลอดแล้วผ่านปากมดลูก จึงไม่จำเป็นต้องเปิดแผลที่หน้าท้อง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/10142-hysteroscopy))

ระหว่างตรวจ แพทย์จะใช้ของเหลวช่วยขยายโพรงมดลูกให้ผนังด้านหน้าและด้านหลังแยกออกจากกัน ภาพภายในจึงชัดขึ้น หากเป็นการตรวจอย่างเดียว แพทย์จะสำรวจรูปร่างของโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก และบริเวณปากท่อนำไข่ หากพบรอยโรค อาจเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อส่งตรวจ หรือวางแผนรักษาในภายหลัง

การส่องกล้องแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะหลัก

| รูปแบบ | ทำเพื่ออะไร | สิ่งที่อาจทำร่วมกัน |
|---|---|---|
| แบบตรวจวินิจฉัย | หาสาเหตุของเลือดออกผิดปกติ ตรวจความผิดปกติของโพรงมดลูก หรือยืนยันผลจากการตรวจอื่น | เก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูกหากมีข้อบ่งชี้ |
| แบบผ่าตัดรักษา | รักษารอยโรคที่อยู่ภายในโพรงมดลูก | ตัดติ่งเนื้อ เนื้องอกที่ยื่นเข้ามาในโพรงมดลูก ตัดพังผืด หรือนำสิ่งแปลกปลอมออก |

แพทย์อาจตรวจและรักษาในครั้งเดียว หากทราบตำแหน่งของรอยโรค เครื่องมือพร้อม และประเมินแล้วว่าสามารถทำได้อย่างเหมาะสม แต่บางคนต้องแยกเป็นคนละครั้ง เช่น ตรวจเพื่อยืนยันชนิดและขอบเขตก่อน แล้วจึงนัดผ่าตัดเมื่อมีแผนเรื่องการระงับความรู้สึกและอุปกรณ์ชัดเจน

ข้อดีสำคัญคือแพทย์มองเห็นรอยโรคโดยตรง ต่างจากการ[ขูดมดลูก](/hdcare/dilation-and-curettage-d-c/)ซึ่งไม่ได้เห็นทุกตำแหน่งภายในโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม การส่องกล้องไม่ได้ตรวจอวัยวะภายนอกโพรงมดลูก เช่น ผิวด้านนอกของมดลูก รังไข่ หรืออุ้งเชิงกรานทั้งหมด หากสงสัยโรคบริเวณเหล่านั้นอาจต้องใช้อัลตราซาวนด์ การตรวจภาพอื่น หรือการส่องกล้องทางหน้าท้องแทน

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การมีเลือดออกผิดปกติไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องส่องกล้อง แพทย์จะพิจารณาจากอายุ อาการ ประวัติการตั้งครรภ์ ผลตรวจภายใน อัลตราซาวนด์ และความเสี่ยงของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน

### ผู้ที่อาจได้ประโยชน์จากการตรวจ

แพทย์อาจเสนอการส่องกล้องในกรณีต่อไปนี้

- ประจำเดือนมากผิดปกติ นานผิดปกติ หรือมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน
- มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน
- อัลตราซาวนด์พบติ่งเนื้อ ก้อน หรือเยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ
- สงสัย[เนื้องอกมดลูก](/hdcare/fibroid-removal-myomectomy/)ชนิดที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก
- ต้องการหรือตัดพังผืดในโพรงมดลูก ซึ่งอาจสัมพันธ์กับประจำเดือนที่ลดลงหรือปัญหาการเจริญพันธุ์
- ต้องการประเมินผนังกั้นภายในโพรงมดลูกซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด
- มีภาวะแท้งซ้ำหรือปัญหาการมีบุตร และแพทย์สงสัยความผิดปกติของโพรงมดลูก
- ต้องค้นหาหรือนำห่วงคุมกำเนิดที่มองไม่เห็นสายหรืออยู่ผิดตำแหน่งออก
- สงสัยว่ามีชิ้นส่วนเนื้อเยื่อจากการตั้งครรภ์หรือรกค้าง โดยต้องประเมินร่วมกับอาการและผลตรวจอื่น ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/10142-hysteroscopy))

ในคนที่มีบุตรยาก การส่องกล้องไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสาเหตุ เพราะภาวะมีบุตรยากอาจเกี่ยวกับการตกไข่ คุณภาพอสุจิ ท่อนำไข่ หรือปัจจัยอื่น แพทย์จะเลือกทำเมื่อข้อมูลบ่งชี้ว่าการเห็นภายในโพรงมดลูกน่าจะเปลี่ยนแผนรักษา

### ผู้ที่ควรเลื่อนหรือไม่ควรทำในขณะนั้น

โดยทั่วไปจะไม่ทำหากทราบหรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นเฉพาะที่ทีมรักษาประเมินแล้ว การสอดเครื่องมือและขยายโพรงมดลูกอาจรบกวนการตั้งครรภ์ จึงมักมีการซักประวัติรอบเดือนและอาจตรวจการตั้งครรภ์ก่อนทำ

ภาวะต่อไปนี้อาจทำให้ต้องเลื่อนหรือต้องประเมินเพิ่มเติม

- มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรือการติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ที่ยังไม่ได้รักษา
- มีไข้ ตกขาวผิดปกติ หรือปวดท้องน้อยที่สงสัยการติดเชื้อ
- มีเลือดออกมากจนมองเห็นภายในโพรงมดลูกได้ไม่ชัด หรือมีภาวะเสียเลือดที่ต้องรักษาก่อน
- มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคประจำตัวที่ทำให้การระงับความรู้สึกมีความเสี่ยงสูง โดยยังไม่ได้ประเมิน
- มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและยังไม่ได้วางแผนปรับยา
- ปากมดลูกตีบมาก หรือมีลักษณะทางกายวิภาคที่ทำให้ใส่กล้องได้ยาก

ผู้ที่สงสัยมะเร็งไม่ได้แปลว่าห้ามส่องกล้องเสมอไป การตรวจอาจช่วยเก็บเนื้อเยื่อเพื่อวินิจฉัย แต่แพทย์ต้องเลือกวิธีเก็บตัวอย่างและแผนรักษาตามตำแหน่งของโรค หากมีผลชิ้นเนื้อหรือภาพตรวจเดิม ควรนำมาให้แพทย์พิจารณาก่อน

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวต่างกันระหว่างการตรวจสั้นๆ โดยไม่ใช้ยาสลบ กับการตัดก้อนหรือพังผืดที่ต้องใช้ห้องผ่าตัด คุณควรถามให้ชัดว่าครั้งนี้เป็นการตรวจอย่างเดียว มีโอกาสรักษาร่วมด้วยหรือไม่ และจะใช้การระงับความรู้สึกแบบใด

### การตรวจและข้อมูลที่แพทย์ต้องทราบ

ก่อนทำ แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกายหรืออุ้งเชิงกรานตามความจำเป็น และอาจตรวจการตั้งครรภ์ ตรวจเลือด หรือทบทวนผลอัลตราซาวนด์ การตรวจที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับอาการ โรคประจำตัว และขอบเขตของหัตถการ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/10142-hysteroscopy))

แจ้งทีมรักษาหากคุณมีเรื่องต่อไปนี้

- มีโอกาสตั้งครรภ์ ประจำเดือนขาด หรือจำวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุดไม่ได้
- แพ้ยา แพ้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือเคยมีปัญหาจากยาสลบ
- มีโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะเลือดออกง่าย
- เคยผ่าตัดปากมดลูกหรือมดลูก เคยมีปากมดลูกตีบ หรือเคยส่องกล้องไม่สำเร็จ
- มีไข้ ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ แสบช่องคลอด หรือปวดท้องน้อยก่อนถึงวันนัด

หากมีประจำเดือนสม่ำเสมอ แพทย์อาจนัดช่วงหลังประจำเดือนหยุดไม่นาน เพราะเยื่อบุยังไม่หนาและมองเห็นโพรงมดลูกได้ชัดกว่า หากรอบเดือนไม่สม่ำเสมอหรือหมดประจำเดือนแล้ว แพทย์จะกำหนดเวลาให้เหมาะกับเหตุผลที่ตรวจ

### อาหาร น้ำ และยา

คุณอาจไม่ต้องงดอาหารหากเป็นการตรวจแบบไม่ใช้ยาสลบ แต่หากใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ โรงพยาบาลจะกำหนดเวลางดอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นรายบุคคล ให้ยึดคำสั่งจากทีมวิสัญญี ไม่ควรคาดเดาเวลาเอง

แจ้งยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ รวมถึง

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน
- ยาฮอร์โมน
- ยาแก้ปวดบางชนิด
- วิตามิน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ แต่ไม่ควรหยุดเอง เพราะความเสี่ยงจากการหยุดยาอาจมากกว่าความเสี่ยงเลือดออก แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาโดยดูจากชนิดยา เหตุผลที่ใช้ และขอบเขตของหัตถการ

### สิ่งที่ควรเตรียมไป

- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา และเอกสารอนุมัติจากประกัน หากมี
- รายชื่อยาและอาหารเสริมที่ใช้ หรือภาพถ่ายฉลากยา
- ผลอัลตราซาวนด์ ผลตรวจเลือด ผลชิ้นเนื้อ และประวัติการรักษาที่เกี่ยวข้อง
- ผ้าอนามัยสำหรับเลือดหรือของเหลวที่อาจออกหลังทำ
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่รัดหน้าท้อง
- ผู้ติดตามเพื่อพากลับ หากได้รับยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก

ก่อนลงนามยินยอม ควรถามว่าแพทย์ตั้งใจตรวจอย่างเดียวหรืออาจตัดรอยโรคด้วย หากพบความผิดปกติที่ไม่ได้คาดไว้จะทำทันทีหรือหยุดเพื่อปรึกษาคุณก่อน และเนื้อเยื่อที่นำออกจะส่งตรวจทางพยาธิวิทยาหรือไม่

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันตามชนิดของกล้อง ขนาดของเครื่องมือ และสิ่งที่ต้องรักษา แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

1. **ยืนยันข้อมูลและแผนการรักษา**  
   ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา โอกาสตั้งครรภ์ ยาที่ใช้อยู่ และหัตถการที่จะทำ คุณควรใช้ช่วงนี้ยืนยันว่าต้องการตรวจอะไร และอนุญาตให้ทำการรักษาร่วมได้เพียงใด

2. **เปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมร่างกาย**  
   คุณจะถ่ายปัสสาวะและเปลี่ยนเป็นชุดของสถานพยาบาล หากต้องให้ยาทางหลอดเลือด ทีมรักษาจะเปิดเส้นให้น้ำเกลือและติดอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพ

3. **ให้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึกตามแผน**  
   การตรวจบางแบบทำได้โดยไม่ใช้ยาสลบ อาจใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาแก้ปวด ส่วนการตัดติ่งเนื้อ เนื้องอก หรือพังผืดอาจต้องใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ การเลือกขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน สุขภาพของคุณ และระบบของสถานพยาบาล ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/10142-hysteroscopy))

4. **จัดท่าและทำความสะอาด**  
   โดยทั่วไปจะอยู่ในท่าคล้ายการตรวจภายใน แพทย์ทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดและอาจใช้เครื่องมือช่วยเปิดช่องคลอด ทั้งนี้กล้องบางชนิดสามารถสอดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเปิดช่องคลอด

5. **ผ่านกล้องเข้าไปในโพรงมดลูก**  
   แพทย์สอดกล้องผ่านช่องคลอดและปากมดลูก ปากมดลูกอาจต้องขยายเล็กน้อยหากกล้องหรือเครื่องมือมีขนาดใหญ่ ขั้นตอนนี้อาจทำให้รู้สึกปวดเกร็งคล้ายปวดประจำเดือนหากยังรู้สึกตัว

6. **ขยายโพรงมดลูกและตรวจภาพ**  
   ของเหลวจะถูกปล่อยเข้าไปเพื่อแยกผนังโพรง[มดลูกออก](/hdcare/hysterectomy/)จากกัน แพทย์ตรวจรูปร่างโพรงมดลูก เยื่อบุ ติ่งเนื้อ ก้อน พังผืด และบริเวณที่ท่อนำไข่เปิดเข้าสู่มดลูก พร้อมควบคุมปริมาณของเหลวที่เข้าและออก

7. **เก็บตัวอย่างหรือตัดรอยโรคหากจำเป็น**  
   เครื่องมือขนาดเล็กสามารถผ่านช่องของกล้องเพื่อเก็บเนื้อเยื่อ ตัดติ่งเนื้อ ตัดเนื้องอกที่อยู่ในโพรงมดลูก แยกพังผืด หรือนำห่วงคุมกำเนิดออก การตรวจและรักษาอาจทำในครั้งเดียวเพื่อลดการทำซ้ำ หากประเมินแล้วเหมาะสม

8. **นำเครื่องมือออกและเฝ้าดูอาการ**  
   เมื่อเสร็จ แพทย์นำกล้องออกและตรวจเลือดออก คุณจะถูกย้ายไปพักฟื้นเพื่อติดตามความดัน ชีพจร อาการปวด คลื่นไส้ และเลือดออก ก่อนพิจารณาให้กลับบ้านหรือรับไว้ดูอาการ

ชิ้นเนื้อที่นำออกอาจต้องส่งตรวจ ผลจากภาพกล้องสามารถอธิบายได้หลังทำ แต่ผลพยาธิวิทยาต้องรอการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ ระยะเวลารอผลขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละสถานพยาบาล

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การส่องกล้องแบบตรวจอย่างเดียวมักใช้เวลาสั้นกว่าการผ่าตัดรักษา ส่วนการตัดติ่งเนื้อ เนื้องอก หรือพังผืดอาจใช้เวลานานขึ้นตามจำนวน ขนาด ตำแหน่ง ความยากในการผ่านปากมดลูก และการควบคุมเลือดออก

เวลาที่อยู่ในสถานพยาบาลยาวกว่าช่วงที่กล้องอยู่ในมดลูก เพราะรวมการลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก และพักฟื้น หากใช้ยาสลบ คุณอาจต้องอยู่สังเกตอาการจนตื่นดี เดินได้ และไม่มีภาวะผิดปกติที่ต้องรักษาต่อ

วิธีระงับความรู้สึกที่อาจใช้ ได้แก่

- ไม่ใช้ยาสลบ สำหรับการตรวจที่คาดว่าจะสั้นและใช้กล้องขนาดเล็ก
- ยาชาเฉพาะที่บริเวณปากมดลูก
- ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือด ซึ่งทำให้ง่วงและลดความกังวล
- ยาสลบ สำหรับการผ่าตัดที่ซับซ้อนหรือเมื่อวิธีอื่นไม่เหมาะ

หลายคนกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่บางคนอาจต้องนอนโรงพยาบาล หากผ่าตัดซับซ้อน มีเลือดออกมาก มีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง หรือเกิดเหตุที่ต้องติดตามต่อ แพทย์จะบอกระยะเวลาที่คาดไว้หลังเห็นขอบเขตของงานจริง

## พักฟื้นนานแค่ไหน

หลังส่องกล้องแบบตรวจหรือทำหัตถการขนาดเล็ก หลายคนกลับไปทำกิจวัตรเบาๆ ได้เร็ว แต่การฟื้นตัวจะนานขึ้นหากมีการตัดก้อนหลายตำแหน่ง ตัดเนื้องอกลึก แยกพังผืด หรือได้รับยาสลบ

| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบ | การดูแลทั่วไป |
|---|---|---|
| วันทำหัตถการ | ปวดเกร็ง คลื่นไส้ มึนงง หรือมีเลือดออกเล็กน้อย | พัก มีผู้พากลับหากได้รับยาที่ทำให้ง่วง และใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง |
| ช่วงวันแรกๆ | ปวดคล้ายประจำเดือน เลือดหรือของเหลวออกเล็กน้อย อ่อนเพลีย | ใช้ผ้าอนามัย สังเกตปริมาณเลือด และหลีกเลี่ยงงานหนัก |
| ช่วงถัดมา | อาการควรค่อยๆ ลดลง | กลับไปทำงานเบาได้เมื่อไม่มึนงง ปวดไม่มาก และไม่มีเลือดออกผิดปกติ |
| ระยะติดตามผล | รอผลชิ้นเนื้อหรือประเมินอาการ | ไปตามนัดเพื่อฟังผลและวางแผนรักษาต่อ |

หากเป็นงานนั่งโต๊ะและการตรวจไม่ซับซ้อน คุณอาจกลับทำงานได้เมื่อรู้สึกพร้อม ส่วนงานที่ต้องยกของหนัก ยืนนาน หรือออกแรงมากอาจต้องพักนานกว่า กำหนดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสิ่งที่แพทย์ทำและอาการหลังผ่าตัด

ควรใช้ผ้าอนามัยแทนสิ่งที่สอดเข้าไปในช่องคลอดระหว่างที่ยังมีเลือดออก การกลับไปมีเพศสัมพันธ์ ว่ายน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่สอดในช่องคลอด ควรรอจนถึงเวลาที่ทีมผ่าตัดแนะนำ เพราะขอบเขตของแผลภายในแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หากได้รับยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก อาจยังง่วง การตัดสินใจและการทรงตัวอาจไม่เป็นปกติในช่วงแรก ไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร ดื่มแอลกอฮอล์ หรือทำเอกสารสำคัญจนกว่าจะพ้นข้อจำกัดที่ทีมวิสัญญีกำหนด

ประจำเดือนรอบถัดไปอาจมาไม่ตรงเดิมหรือมีปริมาณต่างจากเดิมชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดเนื้อเยื่อภายในมดลูก แต่เลือดที่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดรุนแรง หรือมีไข้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพักฟื้นตามปกติ

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การส่องกล้องแบบตรวจมักมีขอบเขตน้อยกว่าการผ่าตัดรักษา แต่ไม่มีหัตถการใดปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้เมื่อจำเป็นต้องขยายปากมดลูก ตัดเนื้องอกที่ลึก ใช้เวลานาน หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง

### อาการที่พบได้หลังทำ

- ปวดเกร็งคล้ายประจำเดือน
- เลือดออกหรือมีของเหลวทางช่องคลอดเล็กน้อย
- มึนงง คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียจากยาระงับความรู้สึก
- ระคายเคืองบริเวณช่องคลอดหรือปากมดลูก

อาการเหล่านี้ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากรุนแรงขึ้นหรือไม่เป็นไปตามที่แพทย์อธิบาย ควรติดต่อสถานพยาบาล

### ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องทราบ

**เลือดออกมาก**  
อาจเกิดจากบริเวณที่ตัดเนื้อเยื่อหรือการบาดเจ็บของปากมดลูกและมดลูก ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของรอยโรค รวมถึงยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

**การติดเชื้อ**  
อาจเกิดที่เยื่อบุโพรงมดลูกหรืออุ้งเชิงกราน สัญญาณเตือน ได้แก่ ไข้ ปวดท้องน้อยมากขึ้น หรือตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ

**ปากมดลูกบาดเจ็บหรือผนังมดลูกทะลุ**  
เครื่องมืออาจทำให้เกิดรอยฉีกหรือผ่านผนังมดลูก โดยเฉพาะเมื่อปากมดลูกตีบหรือผ่าตัดรอยโรคที่อยู่ลึก หากเกิดขึ้น แพทย์อาจหยุดหัตถการ เฝ้าสังเกต ตรวจเพิ่มเติม หรือผ่าตัดซ่อมแซมตามความรุนแรง

**การบาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียง**  
หากผนังมดลูกทะลุ เครื่องมือหรือพลังงานที่ใช้ตัดอาจกระทบลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือหลอดเลือด ภาวะนี้พบไม่บ่อยแต่ต้องรักษาเร่งด่วน

**การดูดซึมของเหลวที่ใช้ขยายโพรงมดลูกมากเกินไป**  
ของเหลวอาจเข้าสู่กระแสเลือด โดยความเสี่ยงสัมพันธ์กับแรงดัน ชนิดของการผ่าตัด ระยะเวลาที่ทำ และหลอดเลือดที่ถูกเปิดระหว่างตัดเนื้อเยื่อ ทีมผ่าตัดจึงต้องติดตามปริมาณของเหลวเข้าและออกอย่างใกล้ชิด ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4925151/)) หากดูดซึมมากอาจเกิดความผิดปกติของเกลือแร่ น้ำเกิน หรืออาการทางหัวใจ ปอด และระบบประสาท

**ภาวะแทรกซ้อนจากยาระงับความรู้สึก**  
อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน แพ้ยา ปัญหาการหายใจ หรือผลต่อหัวใจและความดัน ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสุขภาพเดิม ชนิดยา และระยะเวลาของหัตถการ

**พังผืดภายในโพรงมดลูก**  
การผ่าตัดภายในมดลูกอาจทำให้เกิดแผลเป็นหรือพังผืด โดยเฉพาะเมื่อรักษาบริเวณกว้าง หากกังวลเรื่องการมีบุตร ควรถามแพทย์ว่าหัตถการจะกระทบเยื่อบุโพรงมดลูกหรือไม่ และต้องติดตามโพรงมดลูกภายหลังอย่างไร

ก่อนทำ แพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหัตถการของคุณโดยเฉพาะ ไม่ใช่เฉพาะความเสี่ยงทั่วไป เช่น การตัดติ่งเนื้อขนาดเล็กมีขอบเขตต่างจากการตัดเนื้องอกหลายก้อนที่ฝังลึกในผนังมดลูก

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉิน หากมีอาการต่อไปนี้หลังกลับบ้าน

- เลือดออกมากขึ้นอย่างชัดเจน เลือดไหลต่อเนื่อง หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก
- หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ซีด หรืออ่อนแรงมาก
- ปวดท้องน้อยรุนแรง ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือยาแก้ปวดที่ได้รับไม่ช่วย
- มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยลงอย่างรวดเร็ว
- ตกขาวหรือของเหลวจากช่องคลอดมีกลิ่นผิดปกติ
- ท้องบวมมาก กดเจ็บ หรืออาเจียนต่อเนื่อง
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน ปวดศีรษะรุนแรง หรือมองเห็นผิดปกติ
- ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะน้อยผิดปกติ หรือมีอาการที่ทีมผ่าตัดระบุให้เฝ้าระวัง

หากไม่แน่ใจว่าเลือดออกมากเพียงใด ให้ดูแนวโน้มร่วมกับอาการอื่น เลือดที่เพิ่มขึ้นพร้อมหน้ามืด ใจสั่น หรือปวดรุนแรงควรได้รับการประเมินทันที ไม่ต้องรอถึงวันนัด

## ทางเลือกอื่น

ทางเลือกขึ้นอยู่กับว่าต้องการ “ตรวจหาสาเหตุ” หรือ “รักษารอยโรค” การส่องกล้องไม่จำเป็นสำหรับเลือดออกผิดปกติทุกกรณี และบางคนควรเริ่มจากการตรวจหรือการรักษาที่ไม่ผ่าตัดก่อน

### การตรวจที่ไม่ต้องส่องกล้อง

- **อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด** ช่วยดูความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก ก้อน และรูปร่างของมดลูก แต่รายละเอียดของรอยโรคภายในโพรงมดลูกอาจไม่ชัดเท่าการเห็นโดยตรง
- **อัลตราซาวนด์ที่เติมของเหลวในโพรงมดลูก** ช่วยทำให้ติ่งเนื้อหรือก้อนที่ยื่นในโพรงมดลูกเห็นชัดขึ้น แต่ยังไม่สามารถตัดรอยโรคได้ในครั้งเดียว
- **การเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูก** เหมาะเมื่อต้องการตรวจเซลล์หรือเนื้อเยื่อ แต่ตัวอย่างอาจไม่ได้มาจากรอยโรคเฉพาะจุด
- **การตรวจภาพอื่น** อาจใช้เมื่อสงสัยความผิดปกติของผนังมดลูก รังไข่ หรืออวัยวะนอกโพรงมดลูก

หากอาการไม่มาก ผลตรวจไม่พบรอยโรคที่ต้องรีบรักษา และความเสี่ยงของโรคร้ายแรงต่ำ แพทย์อาจเสนอการติดตามอาการหรือทำอัลตราซาวนด์ซ้ำแทน

### การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

เลือดออกผิดปกติบางชนิดรักษาด้วยยาได้ เช่น การรักษาที่เกี่ยวกับฮอร์โมนหรือยาที่ช่วยลดเลือดออก การเลือกยาขึ้นอยู่กับสาเหตุ อายุ โรคประจำตัว ความเสี่ยงลิ่มเลือด และแผนการตั้งครรภ์ ยาอาจช่วยควบคุมอาการ แต่ไม่ได้นำติ่งเนื้อหรือก้อนเชิงโครงสร้างออก

หากมีติ่งเนื้อหรือเนื้องอกขนาดเล็กที่ไม่ทำให้เกิดอาการ แพทย์อาจเสนอการติดตามแทนการผ่าตัด โดยพิจารณาร่วมกับอายุ ลักษณะจากภาพตรวจ เลือดออก และความเสี่ยงของความผิดปกติของเซลล์

### การผ่าตัดวิธีอื่น

- การขูดมดลูกอาจใช้เก็บเนื้อเยื่อหรือรักษาในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้เห็นรอยโรคโดยตรงตลอดเวลา
- การส่องกล้องทางหน้าท้องเหมาะกับโรคที่อยู่นอกโพรงมดลูก หรือเมื่อต้องรักษาความผิดปกติที่ไม่สามารถเข้าถึงจากภายในโพรงมดลูก
- การผ่าตัดมดลูกด้วยวิธีอื่นอาจจำเป็นสำหรับก้อนขนาดใหญ่ อยู่ลึกในผนัง หรือมีจำนวนมาก
- การตัดมดลูกเป็นการผ่าตัดใหญ่กว่า อาจพิจารณาเมื่อมีโรครุนแรง อาการมาก การรักษาอื่นไม่เหมาะ หรือผู้ป่วยไม่ต้องการตั้งครรภ์ในอนาคต

การเลือกทางเลือกควรคำนึงถึงความต้องการมีบุตรด้วย การผ่าตัดบางชนิดมุ่งรักษาโพรงมดลูกและความสามารถในการตั้งครรภ์ ขณะที่บางวิธีทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ควรบอกเป้าหมายนี้กับแพทย์ก่อนตัดสินใจ

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัด เพราะการตรวจเพื่อวินิจฉัย การผ่าตัดรักษา และการตรวจชิ้นเนื้ออาจใช้กระบวนการอนุมัติต่างกัน

### สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ระบุในระบบ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น อาจส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีสูตินรีแพทย์และอุปกรณ์เหมาะสม

ควรถามว่า

- ต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
- โรงพยาบาลตามสิทธิทำการตรวจและผ่าตัดรักษาได้หรือไม่
- ต้องนัดประเมินกับสูตินรีแพทย์ก่อนหรือไม่
- การตรวจชิ้นเนื้อและการติดตามผลอยู่ในแผนเดียวกันหรือไม่

กรณีฉุกเฉิน เช่น เลือดออกมาก หน้ามืด หรือสงสัยภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ควรไปสถานพยาบาลที่เข้าถึงได้โดยไม่รอขั้นตอนนัดหมายตามปกติ

### สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ การตรวจมักต้องผ่านการประเมินและส่งต่อภายในเครือข่าย หากโรงพยาบาลต้นสังกัดไม่มีอุปกรณ์หรือผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลจะพิจารณากระบวนการส่งต่อ

ก่อนทำ ควรถามว่าเอกสารใดต้องใช้ ต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ และการนัดฟังผลชิ้นเนื้อทำที่ใด หากเข้ารับบริการนอกเครือข่ายโดยไม่มีการส่งต่อ อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสิทธิ ยกเว้นสถานการณ์ฉุกเฉินตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

### ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ ข้อบ่งชี้ ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้นโรคเดิม และการพิจารณาว่าเป็นผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน บริษัทอาจขอรายงานแพทย์ ผลอัลตราซาวนด์ หรือแผนการผ่าตัดก่อนอนุมัติ

ควรตรวจสอบให้ชัดว่าแผนครอบคลุมส่วนใดบ้าง เช่น

- ค่าตรวจและประเมินก่อนผ่าตัด
- การใช้ห้องผ่าตัดและการระงับความรู้สึก
- การตัดรอยโรคเพิ่มเติมหากพบระหว่างส่องกล้อง
- การตรวจทางพยาธิวิทยา
- การนอนโรงพยาบาลหากกลับบ้านในวันเดียวไม่ได้
- การรักษาภาวะแทรกซ้อนและการติดตามผล

ขอให้สถานพยาบาลระบุชื่อหัตถการและสิ่งที่อาจทำร่วมกันในเอกสารอนุมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนระหว่างการส่องกล้องเพื่อตรวจ กับการส่องกล้องเพื่อผ่าตัดรักษา

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ส่องกล้องโพรงมดลูกเจ็บไหม

อาจรู้สึกปวดเกร็งคล้ายปวดประจำเดือน แต่ระดับความเจ็บต่างกันตามขนาดกล้อง การขยายปากมดลูก และสิ่งที่แพทย์ต้องทำ การตรวจสั้นๆ อาจทำโดยไม่ใช้ยาสลบ ส่วนการตัดก้อนหรือพังผืดอาจใช้ยาชา ยาระงับความรู้สึก หรือยาสลบ

### ต้องวางยาสลบทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็นทุกคน เพราะการตรวจด้วยกล้องขนาดเล็กบางกรณีทำได้โดยไม่วางยาสลบ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับขอบเขตหัตถการ ความกังวลและความทนต่อความเจ็บ สุขภาพโดยรวม รวมถึงแนวทางของสถานพยาบาล

### ส่องกล้องกับขูดมดลูกเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน เพราะการส่องกล้องทำให้แพทย์มองเห็นภายในโพรงมดลูกโดยตรง ส่วนการขูดมดลูกเป็นการนำเนื้อเยื่อออกโดยไม่ได้เห็นทุกบริเวณตลอดเวลา บางกรณีอาจทำทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ตัวอย่างหรือรักษาอย่างเหมาะสม

### มีประจำเดือนอยู่ส่องกล้องได้ไหม

บางกรณีอาจทำได้ แต่เลือดอาจบดบังภาพและทำให้ตรวจได้ไม่ชัด หากไม่เร่งด่วน แพทย์มักเลือกช่วงที่เหมาะกับรอบเดือน ส่วนผู้ที่รอบเดือนไม่สม่ำเสมอหรือมีเลือดออกต่อเนื่องจะได้รับการนัดตามเหตุผลของการตรวจและความเร่งด่วน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/10142-hysteroscopy))

### ส่องกล้องแล้วกลับบ้านได้เลยหรือไม่

หลายคนกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังสัญญาณชีพคงที่และไม่มีอาการผิดปกติ แต่ผู้ที่ผ่าตัดซับซ้อน มีโรคประจำตัว หรือมีภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอาจต้องนอนโรงพยาบาล หากได้รับยาที่ทำให้ง่วงควรมีผู้พากลับ

### หลังส่องกล้องเลือดออกกี่วัน

เลือดหรือของเหลวเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นในช่วงพักฟื้น แต่ไม่มีระยะเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับว่าตรวจอย่างเดียวหรือมีการตัดเนื้อเยื่อ เลือดควรมีแนวโน้มลดลง หากเพิ่มขึ้น มีลิ่มเลือดมาก หน้ามืด หรือปวดรุนแรง ให้กลับไปพบแพทย์ทันที

### หลังทำกลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาอาจกลับไปทำได้เมื่อไม่มึนงง ปวดไม่มาก และเลือดออกไม่ผิดปกติ ส่วนงานยกของหนักหรือออกแรงควรรอตามคำแนะนำของแพทย์ ระยะพักขึ้นอยู่กับขอบเขตการผ่าตัดและชนิดของยาระงับความรู้สึก

### ส่องกล้องช่วยรักษาติ่งเนื้อหรือเนื้องอกได้หรือไม่

ช่วยตัดติ่งเนื้อและเนื้องอกบางชนิดที่ยื่นเข้ามาในโพรงมดลูกได้ แต่ไม่เหมาะกับก้อนทุกตำแหน่ง ขนาด ความลึกในผนังมดลูก และจำนวนก้อนเป็นตัวกำหนดว่าสามารถตัดผ่านกล้องได้หรือควรใช้วิธีอื่น

### ผลตรวจทราบทันทีไหม

แพทย์มักอธิบายสิ่งที่เห็นจากกล้องได้หลังทำ แต่หากเก็บชิ้นเนื้อจะต้องรอผลทางพยาธิวิทยา ระยะเวลาขึ้นอยู่กับระบบห้องปฏิบัติการและชนิดของตัวอย่าง ควรถามวันนัดฟังผลก่อนกลับบ้าน

### ส่องกล้องมีผลต่อการตั้งครรภ์ในอนาคตไหม

ผลต่อการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับโรคเดิมและสิ่งที่ผ่าตัด ไม่ใช่เพียงการใส่กล้อง การตัดพังผืด ติ่งเนื้อ หรือความผิดปกติบางอย่างอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษาภาวะมีบุตรยาก แต่การผ่าตัดภายในมดลูกก็มีความเสี่ยงต่อแผลเป็น จึงควรแจ้งแพทย์หากวางแผนมีบุตร

### ส่องกล้องตรวจมะเร็งได้หรือไม่

การส่องกล้องช่วยให้เห็นรอยโรคและเก็บชิ้นเนื้อจากตำแหน่งที่สงสัยได้ แต่ภาพจากกล้องอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าเป็นมะเร็ง การวินิจฉัยต้องอาศัยผลพยาธิวิทยาและข้อมูลทางคลินิกอื่นร่วมกัน

### ถ้าพบรอยโรค แพทย์จะตัดออกทันทีหรือไม่

ไม่เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับความยินยอมที่ให้ไว้ อุปกรณ์ การระงับความรู้สึก และความปลอดภัยของการตัดในครั้งนั้น ก่อนทำควรถามให้ชัดว่าหากพบติ่งเนื้อหรือก้อน แพทย์มีแผนรักษาทันทีหรือจะนัดผ่าตัดอีกครั้ง

### ต้องมีคนมารับหลังทำหรือไม่

ควรมีคนมารับหากได้รับยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก เพราะอาจยังง่วง มึนงง และตัดสินใจได้ไม่เต็มที่ แม้เป็นการตรวจโดยไม่ใช้ยาสลบ การมีผู้ติดตามก็มีประโยชน์หากเกิดอาการปวดหรือหน้ามืดหลังทำ

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Hysteroscopy: Purpose, Procedure, Risks & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/10142-hysteroscopy) — เกี่ยวกับ Hysteroscopy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of Hysteroscopic Surgery - PMC - NIH](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4925151/) — เกี่ยวกับ Hysteroscopy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
