# ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

**ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก (Hip replacement) คือการนำกระดูกและกระดูกอ่อนส่วนที่เสียหายออก แล้วใส่ข้อสะโพกเทียมเพื่อช่วยลดปวดและทำให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น มักพิจารณาเมื่อข้อสะโพกเสียหายจนรบกวนการเดินหรือชีวิตประจำวัน และการรักษาโดยไม่ผ่าตัดช่วยได้ไม่เพียงพอแล้ว**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับอาการปวดสะโพกทุกคน โดยทั่วไปจะลองยา กายภาพบำบัด การควบคุมน้ำหนัก หรืออุปกรณ์ช่วยเดินก่อน หากวิธีเหล่านี้ไม่ช่วยและภาพถ่ายยืนยันว่าข้อเสียหายมาก จึงค่อยพิจารณาผ่าตัด
- ระหว่างผ่าตัด ศัลยแพทย์จะเปลี่ยนเบ้าสะโพกและส่วนหัวของกระดูกต้นขาที่เสียหายเป็นข้อเทียม การผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ระยะจริงขึ้นกับความซับซ้อน เทคนิค และสุขภาพของผู้ป่วย
- การฟื้นตัวต้องอาศัยการลุกเดินและกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง หลายคนฟื้นการใช้งานได้มากในช่วงประมาณ 6-12 สัปดาห์ แต่อาการและกำลังกล้ามเนื้ออาจพัฒนาต่อได้ในปีแรก

## ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก คืออะไร

ข้อสะโพกเป็นข้อต่อแบบลูกบอลกับเบ้า ส่วนหัวกลมของกระดูกต้นขาอยู่ภายในเบ้ากระดูกเชิงกราน ผิวข้อปกติมีกระดูกอ่อนช่วยให้กระดูกเคลื่อนไหวผ่านกันได้อย่างราบรื่น เมื่อกระดูกอ่อนหรือกระดูกใต้ผิวข้อเสียหาย การเคลื่อนไหวอาจทำให้ปวด ข้อติด และเดินลำบาก

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเป็นการตัดส่วนของข้อที่เสียหายออก แล้วทดแทนด้วยชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เป็นเบ้าข้อ หัวข้อ และแกนที่ยึดกับกระดูกต้นขา วัสดุอาจเป็นโลหะ เซรามิก หรือพลาสติกทางการแพทย์ชนิดแข็ง การเลือกวัสดุ วิธีวางข้อ และการยึดข้อเทียมกับกระดูกขึ้นกับอายุ คุณภาพกระดูก กิจกรรมที่ทำ และดุลยพินิจของศัลยแพทย์ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/hip-replacement/about/pac-20385042)

จุดมุ่งหมายหลักคือช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความสามารถในการใช้ข้อ ไม่ได้ทำให้ข้อเทียมเหมือนข้อธรรมชาติทุกประการ หลังฟื้นตัว ผู้ป่วยจำนวนมากกลับไปเดิน ขึ้นบันได และทำกิจกรรมแรงกระแทกต่ำได้ดีขึ้น แต่กิจกรรมที่กระแทกข้อซ้ำๆ เช่น วิ่งหรือกระโดด อาจไม่เหมาะกับบางคน

การผ่าตัดมี 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่

| ชนิดการผ่าตัด | ส่วนที่เปลี่ยน | มักใช้เมื่อ |
|---|---|---|
| เปลี่ยนข้อสะโพกทั้งหมด | เปลี่ยนทั้งเบ้าสะโพกและหัวกระดูกต้นขา | ข้อเสื่อมหรือข้อถูกทำลายทั้งสองด้านของข้อต่อ |
| เปลี่ยนข้อสะโพกบางส่วน | เปลี่ยนเฉพาะหัวกระดูกต้นขา | มักใช้กับกระดูกสะโพกหักบางชนิด หรือข้อบ่งชี้เฉพาะ |

การเปลี่ยนข้อทั้งหมดเป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยกว่า ส่วนการเปลี่ยนบางส่วนไม่ได้เหมาะกับข้อเสื่อมทุกคน ศัลยแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งความเสียหาย ภาพเอกซเรย์ สภาพกระดูก และเป้าหมายการเคลื่อนไหว

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาผ่าตัดมักมีทั้งอาการที่กระทบชีวิตประจำวัน ความเสียหายของข้อจากการตรวจหรือภาพถ่าย และเคยรักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้ว แพทย์จะไม่ตัดสินจากภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว เพราะบางคนมีข้อเสื่อมในภาพมากแต่อาการยังน้อย ขณะที่บางคนมีอาการรุนแรงและใช้งานข้อไม่ได้

### ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัด

- ปวดสะโพกต่อเนื่องจนเดิน ขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือใส่รองเท้าลำบาก
- ปวดขณะพักหรือรบกวนการนอน แม้ได้รับการรักษาแล้ว
- ข้อสะโพกฝืดหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลงอย่างชัดเจน
- ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน แต่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ยาก
- มีข้อสะโพกเสื่อมจากการใช้งาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือภาวะหัวกระดูกต้นขาขาดเลือด
- กระดูกสะโพกหักบางชนิด ซึ่งแพทย์เห็นว่าการเปลี่ยนข้อเหมาะกว่าการยึดกระดูก
- การใช้ยา กายภาพบำบัด การปรับกิจกรรม หรืออุปกรณ์ช่วยเดินไม่ช่วยเพียงพอ

ข้อเสื่อมเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว โรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกันและภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกไม่เพียงพอก็ทำลายข้อได้ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/hip-replacement/about/pac-20385042)

### ใครอาจต้องชะลอหรือไม่เหมาะกับการผ่าตัดในขณะนั้น

- มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง ฟัน ทางเดินปัสสาวะ หรือส่วนอื่นของร่างกายที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคประจำตัวที่ยังไม่คงที่ ทำให้ความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึกสูง
- ระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตยังควบคุมได้ไม่เหมาะสม
- มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือโรคทางระบบประสาทที่อาจทำให้ข้อเทียมไม่มั่นคง ต้องประเมินเป็นรายคน
- ไม่สามารถเข้าร่วมกายภาพบำบัดหรือปฏิบัติตามข้อควรระวังหลังผ่าตัดได้ และยังไม่มีผู้ดูแลช่วยเหลือ
- อาการปวดไม่ได้มาจากข้อสะโพก เช่น มาจากเส้นประสาทหรือกระดูกสันหลังเป็นหลัก การเปลี่ยนข้ออาจไม่แก้สาเหตุ
- อาการยังควบคุมได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด และยังทำกิจวัตรได้ในระดับที่ยอมรับได้

อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวตัดสิน แพทย์จะดูสุขภาพโดยรวม ความแข็งแรงของกระดูก ความรุนแรงของอาการ และความสามารถในการฟื้นฟูร่วมกัน หากคุณกังวลเรื่องความจำเป็นของการผ่าตัด คำถามสำคัญคืออาการมาจากข้อสะโพกจริงหรือไม่ และมีทางเลือกใดที่ยังไม่ได้ลองอย่างเหมาะสม

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าการผ่าตัดเหมาะสม ลดความเสี่ยง และทำให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีแนวทางต่างกัน จึงควรยึดคำสั่งของทีมผ่าตัดเป็นหลัก

### การประเมินก่อนผ่าตัด

ศัลยแพทย์จะถามอาการ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การผ่าตัดเดิม และยาหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่ จากนั้นตรวจช่วงการเคลื่อนไหว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยาวขา และรูปแบบการเดิน มักมีภาพเอกซเรย์เพื่อวางแผนขนาดและตำแหน่งข้อเทียม อาจตรวจเลือดหรือการตรวจอื่นตามอายุและโรคประจำตัว [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17102-hip-replacement)

ควรแจ้งทีมรักษาหากมีแผล ผื่น การติดเชื้อ ไข้ ไอผิดปกติ ปัญหาฟัน หรือเพิ่งป่วยก่อนวันผ่าตัด เพราะบางภาวะอาจทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย

### ยาที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ

นำรายชื่อยา ขนาดที่ใช้ และเวลาที่รับประทาน รวมถึงยาที่ซื้อเอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม บางรายการอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบบางชนิด
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มเลือดออก
- ยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน

อย่าหยุดยาเหล่านี้เอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจทำให้เกิดเลือดออกหรือลิ่มเลือดได้ ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ผู้ดูแลโรคเดิมจะกำหนดว่าควรใช้ต่อ ปรับ หรือหยุดเมื่อใด

### การงดอาหารและน้ำ

ทีมโรงพยาบาลจะแจ้งเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามชนิดยาระงับความรู้สึกและเวลาผ่าตัด คำสั่งอาจต่างกันระหว่างผู้ป่วย อย่าคาดเดาเวลาเอง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่ควรปกปิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก

### เตรียมร่างกายและบ้าน

หากสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน การหยุดก่อนผ่าตัดช่วยลดปัญหาแผลและการฟื้นตัว ควรขอแผนช่วยเลิกจากทีมรักษา ไม่ต้องออกกำลังหนักก่อนผ่าตัด แต่การรักษากำลังแขน ขา และลำตัวตามที่นักกายภาพแนะนำอาจช่วยให้ใช้เครื่องช่วยเดินได้ง่ายขึ้น

ก่อนกลับบ้าน ควรจัดสภาพแวดล้อมเพื่อลดการหกล้ม ได้แก่

- เก็บพรม สายไฟ และของกีดขวางทางเดิน
- วางของใช้ประจำไว้ในระดับที่หยิบง่าย ไม่ต้องก้มต่ำหรือเอื้อมสูง
- เตรียมเก้าอี้ที่มั่นคงและมีที่วางแขน
- จัดพื้นที่อาบน้ำและเข้าห้องน้ำให้ปลอดภัย
- วางโทรศัพท์ ยา และน้ำดื่มไว้ใกล้จุดพัก
- เตรียมผู้ดูแลสำหรับการเดินทาง อาหาร และงานบ้านช่วงแรก

แนวทางจัดบ้านอาจต่างกันตามวิธีผ่าตัดและข้อจำกัดการเคลื่อนไหว นักกายภาพจะสอนท่าลุก นั่ง นอน และใช้ห้องน้ำที่เหมาะกับคุณ

### ของที่ควรนำไปโรงพยาบาล

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายเดิม หากโรงพยาบาลขอ
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและรองเท้าหุ้มส้นพื้นไม่ลื่น
- อุปกรณ์ช่วยเดินเดิม หากทีมรักษาแนะนำให้นำมา
- ชื่อและเบอร์ติดต่อผู้ดูแล

ไม่ควรนำเครื่องประดับหรือของมีค่าที่ไม่จำเป็นไปโรงพยาบาล

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันตามตำแหน่งแผล เทคนิคของศัลยแพทย์ สภาพกระดูก และชนิดข้อเทียม แต่ลำดับหลักมักเป็นดังนี้

1. **ยืนยันตัวและข้างที่จะผ่าตัด**  
   ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา เอกสารยินยอม และตำแหน่งผ่าตัดซ้ำก่อนเริ่ม

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   อาจใช้การฉีดยาชาบริเวณหลังให้ช่วงล่างชา หรือใช้ยาสลบ การฉีดยาชาอาจใช้ร่วมกับยาที่ช่วยให้ผ่อนคลายและง่วง วิสัญญีแพทย์จะเลือกตามสุขภาพ ความเสี่ยง และลักษณะการผ่าตัด [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/hip-replacement/about/pac-20385042)

3. **จัดท่าและเปิดแผล**  
   ศัลยแพทย์จัดท่านอนให้เข้าถึงข้อสะโพก แล้วเปิดแผลผ่านชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อตามแนวทางที่วางแผนไว้ ขนาดและตำแหน่งแผลขึ้นกับเทคนิค ไม่ได้เป็นตัวบอกผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว

4. **นำส่วนข้อที่เสียหายออก**  
   หัวกระดูกต้นขาที่เสียหายถูกตัดออก กระดูกอ่อนและกระดูกบริเวณเบ้าที่เสียหายถูกแต่งออก โดยพยายามเก็บกระดูกที่แข็งแรงไว้

5. **ใส่เบ้าข้อเทียม**  
   ศัลยแพทย์วางชิ้นส่วนเบ้าในกระดูกเชิงกราน และใส่ผิวรองรับภายในเบ้า

6. **ใส่แกนและหัวข้อเทียม**  
   ช่องในกระดูกต้นขาถูกเตรียมให้รับแกนข้อเทียม จากนั้นใส่หัวข้อที่พอดีกับเบ้า ชิ้นส่วนอาจยึดด้วยซีเมนต์กระดูกหรือออกแบบให้กระดูกยึดเกาะเอง ขึ้นกับคุณภาพกระดูกและแผนผ่าตัด

7. **ทดสอบความมั่นคง**  
   ศัลยแพทย์ตรวจช่วงการเคลื่อนไหว ความตึงของเนื้อเยื่อ ความมั่นคง และความยาวขา เพื่อปรับขนาดหรือตำแหน่งให้เหมาะสม

8. **ปิดแผลและเฝ้าระวังหลังผ่าตัด**  
   เมื่อห้ามเลือดแล้ว ทีมผ่าตัดปิดเนื้อเยื่อและผิวหนัง จากนั้นย้ายไปห้องพักฟื้นเพื่อติดตามการหายใจ ความดัน ชีพจร ความรู้สึกตัว อาการปวด และการไหลเวียนเลือดที่ขา

เมื่ออาการคงที่ ทีมรักษาจะเริ่มให้ลุกนั่ง ยืน หรือเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยตามความเหมาะสม การขยับเร็วช่วยฟื้นกำลังและเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงลิ่มเลือด แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ช่วยในครั้งแรก

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวการผ่าตัดโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ **1-2 ชั่วโมง** ตามข้อมูลอ้างอิงสากล ระยะจริงขึ้นกับชนิดการผ่าตัด ความผิดรูปของข้อ การผ่าตัดเดิม คุณภาพกระดูก และเหตุการณ์ที่พบระหว่างผ่าตัด [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17102-hip-replacement)

เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดอาจนานกว่าตัวการผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก จัดท่า และดูแลหลังปิดแผล หลังจากนั้นยังต้องพักในห้องพักฟื้นจนการหายใจ ความดัน และความรู้สึกตัวอยู่ในระดับปลอดภัย

บางคนอาจกลับบ้านได้เร็วเมื่อเดิน เข้าห้องน้ำ รับประทานอาหาร และควบคุมอาการปวดได้ ขณะที่บางคนต้องพักโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังหรือทำกายภาพต่อ การปฏิบัติในประเทศไทยต่างกันตามโรงพยาบาล สุขภาพผู้ป่วย ผู้ดูแลที่บ้าน และแนวทางของศัลยแพทย์ จึงไม่ควรใช้ระยะนอนโรงพยาบาลของผู้อื่นเป็นเกณฑ์ตัดสินของตนเอง

ก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน ทีมรักษามักพิจารณาว่าแผลและสัญญาณชีพคงที่ คุณลุกและเดินได้ตามเป้าหมาย ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินได้ รับประทานยาได้ และมีแผนดูแลต่อเนื่องที่ปลอดภัย

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวไม่ได้จบในวันที่เดินได้ การหายของแผล การกลับมาของกำลังกล้ามเนื้อ และการปรับตัวต่อข้อเทียมเกิดขึ้นคนละช่วง ผู้ป่วยจำนวนมากฟื้นการใช้งานได้มากในประมาณ **6-12 สัปดาห์** แต่บางคนต้องใช้เวลาหลายเดือน โดยเฉพาะเมื่ออายุมาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีโรคร่วม หรือเคยเดินได้น้อยก่อนผ่าตัด ข้อมูลอ้างอิงระบุว่าการพัฒนายังดำเนินต่อได้ในปีแรก [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17102-hip-replacement), [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/hip-replacement/about/pac-20385042)

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
|---|---|---|
| วันแรกถึงช่วงต้นหลังผ่าตัด | เริ่มลุก นั่ง ยืน และเดินโดยมีผู้ช่วย | ควบคุมปวด ป้องกันหกล้ม ฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน |
| 1-2 สัปดาห์แรก | แผลยังตึง บวมและช้ำได้ เหนื่อยง่าย | ดูแลแผล ทำแบบฝึก และเดินระยะสั้นตามแผน |
| ประมาณ 3-6 สัปดาห์ | การเดินและกิจวัตรมักคล่องขึ้น | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ไม่รีบเลิกอุปกรณ์ช่วยเดิน |
| ประมาณ 6-12 สัปดาห์ | หลายคนกลับไปทำกิจกรรมประจำได้มากขึ้น | ประเมินกำลัง การทรงตัว งาน และการขับรถ |
| หลังจากนั้นหลายเดือน | กล้ามเนื้อและความทนทานยังพัฒนาต่อ | รักษาน้ำหนักและทำกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ |

ตารางนี้เป็นกรอบกว้าง ไม่ใช่กำหนดนัดส่วนบุคคล ระยะพักฟื้นขึ้นกับเทคนิค ข้างที่ผ่าตัด สุขภาพเดิม และข้อกำหนดของศัลยแพทย์

### การเดินและกายภาพบำบัด

ทีมรักษามักให้เริ่มเคลื่อนไหวเร็วเมื่ออาการคงที่ นักกายภาพจะสอนการใช้เครื่องช่วยเดิน การลงน้ำหนัก การขึ้นลงบันได และท่าบริหารกล้ามเนื้อ การลงน้ำหนักได้มากเพียงใดขึ้นกับความมั่นคงของข้อ คุณภาพกระดูก และวิธียึดข้อเทียม จึงต้องทำตามคำสั่งเฉพาะของทีมผ่าตัด

ไม่ควรหยุดใช้อุปกรณ์ช่วยเดินเพียงเพราะปวดน้อยลง หากยังเดินกะเผลกหรือทรงตัวไม่ดี การรีบเดินโดยไม่มีอุปกรณ์อาจเพิ่มโอกาสหกล้มและทำให้รูปแบบการเดินผิดปกติ

### การกลับไปทำงาน

งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืน เดิน ขึ้นบันได ขับรถนาน หรือยกของหนัก โดยทั่วไปอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ขึ้นกับลักษณะงาน การเดินทาง และการฟื้นตัวจริง แพทย์จะประเมินจากแผล กำลังกล้ามเนื้อ การเดิน และความจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด

### การขับรถ

ควรรอจนควบคุมขาได้ดี เหยียบเบรกฉุกเฉินได้ นั่งเข้าออกจากรถอย่างปลอดภัย และไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ระยะเวลายังขึ้นกับว่าผ่าตัดข้างใดและรถใช้เกียร์ชนิดใด อย่าตัดสินจากจำนวนวันอย่างเดียว ให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อนกลับไปขับรถ

### ท่านอนและข้อจำกัดการเคลื่อนไหว

ข้อห้ามเรื่องการงอสะโพก ไขว้ขา หรือบิดขาอาจต่างกันตามแนวเปิดแผลและความมั่นคงของข้อ ไม่ควรนำคำแนะนำของผู้ป่วยรายอื่นมาใช้แทนคำสั่งของตนเอง หากไม่แน่ใจเรื่องท่านอน เก้าอี้ ห้องน้ำ หรือการก้มเก็บของ ให้ขอให้นักกายภาพสาธิตก่อนกลับบ้าน

### กิจกรรมระยะยาว

เมื่อฟื้นตัวแล้ว กิจกรรมแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน มักเหมาะกว่ากิจกรรมที่วิ่ง กระโดด หรือปะทะ การเลือกกิจกรรมต้องคำนึงถึงประสบการณ์เดิม สุขภาพหัวใจและกระดูก รวมถึงความมั่นคงของข้อเทียม

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่ไม่มีการผ่าตัดใดปราศจากความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ น้ำหนัก สุขภาพกระดูก ประวัติลิ่มเลือด และความซับซ้อนของการผ่าตัด

### ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด

การผ่าตัดใหญ่และการเคลื่อนไหวน้อยลงเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา หากลิ่มเลือดหลุดไปปอดอาจทำให้หายใจลำบากและเป็นอันตราย ทีมรักษาอาจใช้การลุกเดินเร็ว ถุงหรืออุปกรณ์บีบรัดขา และยาป้องกันลิ่มเลือดตามความเสี่ยงของแต่ละคน [NHS](https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/hip-replacement/complications-of-a-hip-replacement/)

ห้ามปรับหรือหยุดยาป้องกันลิ่มเลือดเอง หากมีเลือดออกผิดปกติให้ติดต่อทีมรักษาเพื่อขอคำแนะนำ

### การติดเชื้อ

การติดเชื้ออาจเกิดเฉพาะแผลหรืออยู่ลึกถึงรอบข้อเทียม การติดเชื้อตื้นอาจรักษาด้วยยาและการดูแลแผล ส่วนการติดเชื้อลึกอาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติม

ควรรักษาแผลให้สะอาดตามคำสั่ง และแจ้งแพทย์หากมีแผลหรือการติดเชื้อส่วนอื่นก่อนผ่าตัด หลังมีข้อเทียม หากแพทย์หรือทันตแพทย์วางแผนหัตถการอื่น ให้แจ้งว่ามีข้อสะโพกเทียมเพื่อให้ประเมินการดูแลที่เหมาะสม

### ข้อสะโพกเทียมเคลื่อนหรือหลุด

หัวข้อเทียมอาจเคลื่อนออกจากเบ้า โดยเฉพาะช่วงที่เนื้อเยื่อรอบข้อยังฟื้นไม่เต็มที่ บางท่าหรือการหกล้มเพิ่มความเสี่ยง หากข้อหลุดอาจปวดมาก ขาผิดรูป หรือขยับไม่ได้ ต้องเข้ารับการรักษา และบางรายอาจต้องผ่าตัดหากเกิดซ้ำ

### กระดูกแตกรอบข้อเทียม

กระดูกอาจแตกระหว่างใส่ข้อเทียมหรือภายหลังจากการหกล้ม รอยแตกขนาดเล็กบางชนิดอาจเฝ้าดูได้ แต่รอยแตกที่ทำให้ข้อไม่มั่นคงอาจต้องยึดกระดูกหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

### ความยาวขาไม่เท่ากัน

ศัลยแพทย์พยายามรักษาความยาวขาและความมั่นคงของข้อพร้อมกัน หลังผ่าตัดบางคนอาจรู้สึกว่าขายาวไม่เท่ากันจากกล้ามเนื้อตึงหรือแนวเชิงกราน ความแตกต่างเล็กน้อยอาจดีขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อฟื้น แต่บางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือรับการประเมินเพิ่มเติม

### เส้นประสาทหรือหลอดเลือดบาดเจ็บ

เส้นประสาทหรือหลอดเลือดรอบสะโพกอาจได้รับบาดเจ็บ ทำให้ชา อ่อนแรง ปวด หรือมีปัญหาการไหลเวียน แม้ไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะหากอาการเกิดใหม่หรือรุนแรงขึ้น

### ข้อเทียมหลวม สึก หรือจำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ

ข้อเทียมไม่ได้คงอยู่ตลอดไปทุกคน อาจสึก หลวม หรือติดเชื้อเมื่อเวลาผ่านไป ความเสี่ยงสัมพันธ์กับอายุ ระดับกิจกรรม น้ำหนัก การหกล้ม และตำแหน่งของข้อ หากเกิดปัญหาอาจปวด บวม หรือเดินแย่ลง และอาจต้องผ่าตัดแก้ไข

ข้อเทียมสมัยใหม่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนาน แต่ไม่ควรถือว่ามีอายุใช้งานแน่นอนสำหรับทุกคน การติดตามตามนัดช่วยให้แพทย์ประเมินอาการและภาพถ่ายเมื่อจำเป็น

### ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัด

ยังมีความเสี่ยงจากเลือดออกหรืออาจต้องให้เลือด ปฏิกิริยาต่อยาหรือยาระงับความรู้สึก กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง ปัญหาการหายใจ และในกรณีที่พบได้น้อยอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต รวมถึงแผลหายช้าและการหกล้มหลังผ่าตัด ความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกันตามสุขภาพและความซับซ้อนของการผ่าตัด การประเมินก่อนผ่าตัดและควบคุมโรคประจำตัวช่วยให้ทีมรักษาวางแผนลดความเสี่ยงได้เหมาะสมขึ้น

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

อาการบวม ช้ำ ตึง หรือปวดระดับหนึ่งพบได้หลังผ่าตัด แต่ควรติดต่อทีมผ่าตัดโดยเร็วหากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น

| อาการ | สิ่งที่อาจต้องตรวจ |
|---|---|
| แผลแดง ร้อน บวม หรือปวดมากขึ้น | การติดเชื้อหรือปัญหาแผล |
| มีหนอง ของเหลว หรือเลือดออกจากแผลต่อเนื่อง | แผลติดเชื้อหรือแผลแยก |
| มีไข้ รู้สึกร้อนหนาว หรือสั่น | การติดเชื้อ |
| น่องหรือต้นขาบวมข้างเดียว ปวดตึงหรือกดเจ็บ | ลิ่มเลือดที่ขา |
| ปวดสะโพกรุนแรงทันที ขาผิดรูป หรือขยับไม่ได้ | ข้อเคลื่อน กระดูกแตก หรือปัญหาข้อเทียม |
| ชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้น ปลายเท้าเย็นหรือสีเปลี่ยน | ปัญหาเส้นประสาทหรือการไหลเวียน |
| หกล้ม แม้ยังพอเดินได้ | กระดูกแตกรอบข้อหรือข้อเทียมเคลื่อน |

หากมี **หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือหมดสติ** ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นลิ่มเลือดที่ปอดหรือภาวะฉุกเฉินอื่น [NHS](https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/hip-replacement/complications-of-a-hip-replacement/)

อย่าขับรถไปเองหากอาการรุนแรง ให้ผู้ดูแลพาไปหรือใช้บริการฉุกเฉิน และนำรายชื่อยาที่ใช้อยู่ไปด้วย

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกหากอาการยังควบคุมได้และข้อยังใช้งานได้พอสมควร ทางเลือกขึ้นกับสาเหตุของอาการ ระดับความเสียหาย อายุ และเป้าหมายของผู้ป่วย

### การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

- **ปรับกิจกรรม:** ลดกิจกรรมที่กระแทกข้อหรือกระตุ้นอาการ แต่ยังคงเคลื่อนไหวในระดับที่รับได้
- **กายภาพบำบัด:** เน้นกำลังกล้ามเนื้อรอบสะโพก การทรงตัว ช่วงการเคลื่อนไหว และวิธีเดินที่ลดแรงต่อข้อ
- **ควบคุมน้ำหนัก:** หากมีน้ำหนักเกิน การลดแรงที่ลงบนข้ออาจช่วยให้เดินและทำกิจกรรมได้ง่ายขึ้น
- **อุปกรณ์ช่วยเดิน:** ไม้เท้าหรือเครื่องช่วยเดินช่วยลดแรงลงข้อและเพิ่มความมั่นคง ต้องปรับความสูงและใช้ให้ถูกข้าง
- **ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ:** แพทย์เลือกตามโรคประจำตัว ความเสี่ยงต่อไต กระเพาะอาหาร หัวใจ และยาที่ใช้อยู่
- **การฉีดยาเข้าข้อ:** อาจช่วยควบคุมอาการในบางคน แต่ผลและความเหมาะสมต่างกัน ควรหารือเรื่องช่วงเวลาก่อนการผ่าตัดหากกำลังวางแผนผ่าตัด
- **รักษาโรคต้นเหตุ:** ผู้ที่มีโรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกันอาจต้องปรับการรักษาโรคเพื่อควบคุมการอักเสบ

การรักษาเหล่านี้ช่วยควบคุมอาการ แต่ไม่สามารถสร้างกระดูกอ่อนที่เสียหายรุนแรงให้กลับเป็นปกติ หากปวดมากขึ้น เดินได้น้อยลง หรือคุณภาพชีวิตลดลงแม้รักษาเต็มที่แล้ว การผ่าตัดจึงอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17102-hip-replacement)

### ทางเลือกการผ่าตัดอื่น

การยึดกระดูก การแต่งแนวกระดูก หรือการผ่าตัดเก็บข้อเดิมอาจเหมาะกับโรคหรือกระดูกหักบางแบบ โดยเฉพาะเมื่อผิวข้อยังรักษาไว้ได้ ส่วนการเปลี่ยนข้อบางส่วนมักใช้ในข้อบ่งชี้เฉพาะ ไม่ใช่ทางลัดสำหรับข้อเสื่อมทุกกรณี

หากแพทย์เสนอหลายวิธี ควรถามว่าแต่ละวิธีแก้ส่วนใดของข้อ มีข้อจำกัดเรื่องการลงน้ำหนักอย่างไร และหากวิธีนั้นไม่ได้ผลจะกระทบการผ่าตัดในอนาคตหรือไม่

## สิทธิการรักษา

ความครอบคลุมขึ้นกับสาเหตุที่ต้องผ่าตัด โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และรายการอุปกรณ์ที่แต่ละสิทธิรองรับ ควรตรวจสอบก่อนกำหนดวันผ่าตัด เพราะการอนุมัติและขั้นตอนเอกสารอาจไม่เหมือนกัน

### ประกันสังคม

โดยทั่วไปต้องเข้ารับการประเมินที่สถานพยาบาลตามสิทธิหรือดำเนินการตามระบบส่งต่อ แพทย์เป็นผู้พิจารณาข้อบ่งชี้และความจำเป็นทางการแพทย์ ควรถามโรงพยาบาลว่า

- ต้องมีใบส่งตัวหรือเอกสารใด
- ข้อเทียมและอุปกรณ์ที่วางแผนใช้รวมอยู่ในสิทธิหรือไม่
- การตรวจ กายภาพบำบัด และนัดติดตามดำเนินการที่ใด
- หากเป็นภาวะฉุกเฉิน เช่น กระดูกสะโพกหัก ต้องใช้ขั้นตอนใด

### บัตรทอง

ควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือตามระบบส่งต่อ เว้นแต่เป็นเหตุฉุกเฉิน การได้รับการผ่าตัดขึ้นกับการประเมินข้อบ่งชี้และศักยภาพของหน่วยบริการ ควรตรวจสอบว่าต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลใด และการติดตามหลังผ่าตัดหรือกายภาพบำบัดอยู่ในแผนบริการอย่างไร

### ประกันสุขภาพเอกชน

ควรให้โรงพยาบาลยื่นขออนุมัติก่อนผ่าตัด และตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ ได้แก่

- ระยะรอคอยและโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน
- วงเงินหรือข้อจำกัดสำหรับข้อเทียมและอุปกรณ์
- เงื่อนไขการนอนโรงพยาบาลและกายภาพบำบัด
- เอกสารที่ต้องใช้ เช่น รายงานแพทย์ ภาพเอกซเรย์ และแผนการรักษา
- เงื่อนไขกรณีผ่าตัดจากอุบัติเหตุเทียบกับโรคข้อเสื่อม

คำว่า “คุ้มครองการผ่าตัด” ไม่ได้แปลว่าครอบคลุมทุกรายการ ควรขอเอกสารยืนยันจากผู้รับประกันและโรงพยาบาลก่อนเข้ารักษา โดยเฉพาะรายการข้อเทียม อุปกรณ์ และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกจำเป็นเมื่อไร

มักพิจารณาเมื่ออาการปวดและข้อฝืดรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก และการรักษาโดยไม่ผ่าตัดช่วยได้ไม่เพียงพอแล้ว ศัลยแพทย์จะดูอาการ การตรวจร่างกาย ภาพเอกซเรย์ สุขภาพโดยรวม และเป้าหมายของคุณร่วมกัน ไม่ได้ตัดสินจากอายุหรือภาพถ่ายอย่างเดียว

### ผ่าตัดแล้วจะเดินได้เหมือนเดิมหรือไม่

หลายคนเดินและทำกิจวัตรได้ดีขึ้นหลังฟื้นตัว แต่ไม่สามารถรับรองว่าจะเหมือนก่อนข้อเสียหายทุกคน ผลขึ้นกับกำลังกล้ามเนื้อ การเดินก่อนผ่าตัด โรคประจำตัว การฟื้นฟู และภาวะแทรกซ้อน กายภาพบำบัดและการป้องกันหกล้มมีบทบาทสำคัญต่อการกลับมาเดิน

### หลังผ่าตัดจะเริ่มเดินเมื่อไร

มักเริ่มลุกยืนหรือเดินไม่นานหลังอาการคงที่ โดยมีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ช่วย การเริ่มจริงอาจเป็นวันผ่าตัดหรือช่วงถัดไป ขึ้นกับยาระงับความรู้สึก ความดัน อาการปวด กำลังขา และคำสั่งเรื่องการลงน้ำหนัก

### ต้องทำกายภาพบำบัดนานแค่ไหน

โดยทั่วไปต้องทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับกำลังและการเคลื่อนไหวก่อนผ่าตัด ความก้าวหน้าหลังผ่าตัด และเป้าหมายการใช้ชีวิต บางคนทำแบบฝึกที่บ้านร่วมกับการนัดนักกายภาพ ส่วนบางคนต้องติดตามใกล้ชิดกว่านั้น

### ข้อสะโพกเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน

ข้อเทียมสมัยใหม่ออกแบบให้ใช้งานได้นานหลายปี แต่ไม่มีอายุใช้งานที่แน่นอนสำหรับทุกคน การสึกและหลวมขึ้นกับอายุ น้ำหนัก ระดับกิจกรรม การหกล้ม ตำแหน่งข้อ และสภาพกระดูก NHS ระบุว่าข้อสมัยใหม่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานอย่างน้อยประมาณ 15 ปี แต่บางข้ออยู่ได้นานกว่านั้นและบางข้ออาจต้องแก้ไขเร็วกว่านั้น [NHS](https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/hip-replacement/complications-of-a-hip-replacement/)

### หลังผ่าตัดขาจะยาวไม่เท่ากันหรือไม่

อาจรู้สึกหรือมีความยาวขาต่างกันได้ แต่ศัลยแพทย์จะพยายามลดความแตกต่างพร้อมรักษาความมั่นคงของข้อ ความรู้สึกไม่เท่ากันช่วงแรกอาจมาจากกล้ามเนื้อและแนวเชิงกราน หากยังรู้สึกชัดหลังฟื้นตัว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนใช้อุปกรณ์เสริมรองเท้าเอง

### การฉีดยาชาที่หลังกับการดมยาสลบ แบบใดดีกว่า

ไม่มีแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกขึ้นกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ลักษณะการผ่าตัด และความเห็นร่วมกันของวิสัญญีแพทย์กับผู้ป่วย การฉีดยาชาที่หลังทำให้ช่วงล่างชาและอาจให้ยาช่วยผ่อนคลายร่วมด้วย ส่วนยาสลบทำให้หลับระหว่างผ่าตัด

### หลังผ่าตัดนอนตะแคงได้เมื่อไร

ต้องยึดคำแนะนำของศัลยแพทย์ เพราะขึ้นกับข้างที่ผ่าตัด แนวเปิดแผล ความมั่นคงของข้อ และการหายของเนื้อเยื่อ บางคนต้องใช้หมอนช่วยจัดขาหรือหลีกเลี่ยงการนอนทับแผลในช่วงแรก อย่าใช้กำหนดเวลาของผู้ป่วยรายอื่นแทนคำสั่งของคุณ

### จะกลับไปขับรถได้เมื่อไร

กลับไปขับได้เมื่อควบคุมขาและเบรกฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย เข้าออกรถได้ และไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ระยะเวลาแตกต่างตามข้างที่ผ่าตัด ชนิดรถ และการฟื้นตัว ควรให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อนเริ่มขับอีกครั้ง

### หลังผ่าตัดขึ้นลงบันไดได้หรือไม่

ทำได้เมื่อกำลังและการทรงตัวเพียงพอ โดยนักกายภาพจะสอนลำดับการก้าวและการใช้ราวหรืออุปกรณ์ช่วย ก่อนกลับบ้านควรแจ้งทีมรักษาว่าบ้านมีบันไดกี่ขั้นและมีราวหรือไม่ เพื่อให้ฝึกในสถานการณ์ใกล้เคียงจริง

### หลังผ่าตัดมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร

ควรรอให้แผลและอาการปวดอยู่ในระดับที่เคลื่อนไหวได้ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงท่าที่งอ บิด หรือกางสะโพกเกินข้อจำกัดของวิธีผ่าตัด กำหนดเวลาต่างกันในแต่ละคน จึงควรถามศัลยแพทย์หรือนักกายภาพอย่างตรงไปตรงมาก่อนกลับไปทำกิจกรรม

### ข้อสะโพกเทียมทำให้ผ่านเครื่องตรวจโลหะได้หรือไม่

ข้อเทียมอาจทำให้เครื่องตรวจโลหะส่งสัญญาณได้ แต่ไม่ได้เกิดกับทุกเครื่อง หากต้องเดินทาง ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจเพิ่มเติมและแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีข้อเทียม เอกสารจากโรงพยาบาลอาจช่วยอธิบายได้ แต่ไม่ได้ทดแทนขั้นตอนรักษาความปลอดภัย

### ถ้าปวดสะโพกหลังผ่าตัดหลายปีควรทำอย่างไร

ควรกลับไปประเมิน ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นข้อเสื่อมตามอายุ อาการอาจมาจากข้อเทียมหลวม สึก การติดเชื้อ กระดูกแตกรอบข้อ กล้ามเนื้อ หรือกระดูกสันหลัง แพทย์จะตรวจและพิจารณาภาพถ่ายหรือการตรวจอื่นตามอาการ

### ควรเลือกชนิดข้อเทียมอย่างไร

ควรเลือกจากอายุ คุณภาพกระดูก ระดับกิจกรรม ลักษณะข้อ และประสบการณ์ของทีมผ่าตัด มากกว่าตัดสินจากวัสดุเพียงอย่างเดียว ถามศัลยแพทย์ว่าข้อที่แนะนำยึดกับกระดูกอย่างไร เหมาะกับคุณเพราะเหตุใด และมีข้อจำกัดด้านกิจกรรมอะไรบ้าง

### หากยังไม่พร้อมผ่าตัด สามารถรอดูอาการได้หรือไม่

รอได้ในหลายกรณีหากอาการยังควบคุมได้และไม่มีภาวะที่ต้องรักษาเร่งด่วน ระหว่างรอควรรักษากำลังกล้ามเนื้อ ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินอย่างถูกต้อง และติดตามอาการ หากปวดมากขึ้น เดินได้น้อยลง หกล้มบ่อย หรือช่วยเหลือตัวเองลำบาก ควรกลับไปทบทวนทางเลือกกับศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Hip Replacement Surgery: What It Is & Recovery Time](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17102-hip-replacement) — เกี่ยวกับ Hip replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [NHS: Complications of a hip replacement](https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/hip-replacement/complications-of-a-hip-replacement/) — เกี่ยวกับ Hip replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Mayo Clinic: Hip replacement](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/hip-replacement/about/pac-20385042) — เกี่ยวกับ Hip replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
