# ผ่าตัดมะเร็งศีรษะและคอ

**ผ่าตัดมะเร็งศีรษะและคอ (Head-and-neck cancer surgery) คือการนำก้อนมะเร็งออกพร้อมขอบเนื้อเยื่อรอบก้อน และอาจรวมถึงต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะข้างเคียงที่โรคลุกลามถึง การผ่าตัดเหมาะกับมะเร็งบางตำแหน่งและบางระยะ โดยทีมรักษาจะชั่งประโยชน์ในการควบคุมโรคกับผลต่อการพูด การกลืน การหายใจ และรูปลักษณ์ก่อนแนะนำให้คุณตัดสินใจ**

## ประเด็นสำคัญ

- มะเร็งศีรษะและคอครอบคลุมหลายตำแหน่ง เช่น ช่องปาก ลิ้น คอหอย กล่องเสียง โพรงจมูก ไซนัส และต่อมน้ำลาย จึงไม่มีการผ่าตัดแบบเดียวที่ใช้กับทุกคน
- การผ่าตัดอาจมีตั้งแต่ตัดก้อนขนาดเล็กผ่านทางปาก ไปจนถึงการตัดก้อนร่วมกับเลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอและสร้างเนื้อเยื่อทดแทน แผนขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด ระยะโรค และสุขภาพโดยรวม
- ก่อนตัดสินใจ คุณควรรู้ให้ชัดว่าจะตัดอะไรออก ผลต่อการพูด กลืน และหายใจเป็นอย่างไร ต้องสร้างเนื้อเยื่อใหม่หรือไม่ และมีทางเลือกรังสีรักษาหรือยารักษามะเร็งแทนได้หรือไม่

## ผ่าตัดมะเร็งศีรษะและคอ คืออะไร

คำว่า “มะเร็งศีรษะและคอ” ไม่ได้หมายถึงมะเร็งสมอง แต่เป็นกลุ่มมะเร็งที่เกิดในโครงสร้างบริเวณใบหน้า ช่องปาก ลำคอ และคอ เช่น

- ริมฝีปาก เหงือก กระพุ้งแก้ม พื้นปาก และเพดานปาก
- ลิ้นและโคนลิ้น
- คอหอยและทอนซิล
- กล่องเสียง
- โพรงจมูกและไซนัส
- ต่อมน้ำลาย
- ต่อมน้ำเหลืองที่คอซึ่งมีมะเร็งแพร่กระจายมา

เป้าหมายหลักของการผ่าตัดคือเอามะเร็งออกให้เพียงพอ พร้อมเก็บขอบเนื้อเยื่อรอบก้อนไปตรวจว่ามีเซลล์มะเร็งหลงเหลือหรือไม่ วิธีนี้เรียกว่า “การตัดก้อนพร้อมขอบเนื้อเยื่อ” หากสงสัยว่ามะเร็งกระจายไปต่อมน้ำเหลือง อาจต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอร่วมด้วย แหล่งอ้างอิงระบุว่าชนิดการผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด ชนิดของเซลล์ และการกระจายของโรค ([Cedars-Sinai](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/head-and-neck-cancer-surgery))

เนื้อเยื่อที่ตัดออกจะส่งตรวจทางพยาธิวิทยา แพทย์พยาธิวิทยาจะประเมินชนิดของเซลล์มะเร็ง ขอบการตัด ลักษณะการลุกลาม และต่อมน้ำเหลือง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยกำหนดระยะโรคหลังผ่าตัดและพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้รังสีรักษา ยารักษามะเร็ง หรือทั้งสองอย่างต่อหรือไม่

การผ่าตัดอาจมีหลายรูปแบบ ได้แก่

- **ตัดก้อนเฉพาะที่:** นำก้อนและขอบเนื้อเยื่อออก เหมาะกับก้อนที่สามารถเข้าถึงและตัดออกได้
- **ผ่าตัดผ่านทางปาก:** ใช้เครื่องมือ กล้อง หรือเลเซอร์เข้าทางปากในก้อนบางตำแหน่ง จึงอาจไม่ต้องมีแผลภายนอกขนาดใหญ่
- **ตัดอวัยวะบางส่วนหรือทั้งหมด:** เช่น ตัดลิ้น ขากรรไกร คอหอย หรือกล่องเสียงบางส่วนหรือทั้งหมด เมื่อจำเป็นต่อการนำโรคออก
- **เลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอ:** นำกลุ่มต่อมน้ำเหลืองด้านเดียวหรือทั้งสองด้านออก เพื่อตรวจและรักษาการกระจายของมะเร็ง
- **ผ่าตัดสร้างเนื้อเยื่อทดแทน:** ใช้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก หรือเนื้อเยื่อพร้อมหลอดเลือดจากบริเวณอื่นมาซ่อมส่วนที่ตัดออก การสร้างใหม่ช่วยรองรับการกลืน การพูด การหายใจ และรูปทรงของใบหน้าหรือคอ ([บทความทบทวนใน PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6201028/))

คำว่า “ผ่าตัดได้” ไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป มะเร็งบางชนิดตอบสนองต่อรังสีรักษาหรือการใช้ยาร่วมกับรังสีได้ดี ขณะที่บางกรณีต้องใช้หลายวิธีต่อเนื่องกัน แผนที่เหมาะสมจึงควรผ่านการประเมินร่วมกันของศัลยแพทย์ แพทย์รังสีรักษา แพทย์มะเร็งวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟู

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด

แพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อประเมินว่าเอาก้อนออกได้ในขอบเขตที่เหมาะสม และประโยชน์ต่อการควบคุมโรคมากกว่าผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะ ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่

- มะเร็งช่องปากที่สามารถตัดก้อนออกได้
- มะเร็งกล่องเสียง คอหอย ต่อมน้ำลาย โพรงจมูก หรือไซนัสบางชนิดและบางระยะ
- มะเร็งที่สงสัยหรือยืนยันว่ากระจายไปต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
- มะเร็งที่ยังเหลืออยู่หรือกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษาวิธีอื่น และยังสามารถผ่าตัดได้
- ก้อนที่ก่อปัญหาเลือดออก อุดกั้นทางเดินหายใจ หรือรบกวนการกลืน ซึ่งการผ่าตัดอาจช่วยควบคุมอาการในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว

การตัดสินใจไม่ได้ดูเพียงขนาดก้อน แพทย์ต้องพิจารณาภาพถ่ายรังสี ผลชิ้นเนื้อ ตำแหน่งของหลอดเลือดและเส้นประสาท การแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ภาวะโภชนาการ โรคประจำตัว และความสามารถในการฟื้นฟูหลังผ่าตัดด้วย

### ผู้ที่อาจไม่เหมาะ หรือควรใช้วิธีอื่นก่อน

การผ่าตัดอาจไม่ใช่ทางเลือกแรกเมื่อ

- ก้อนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถตัดออกได้โดยมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- โรคแพร่กระจายกว้างหรือไปอวัยวะอื่นจนการผ่าตัดเฉพาะที่ไม่น่าช่วยควบคุมโรคได้เพียงพอ
- การตัดก้อนจะสูญเสียการทำงานสำคัญมาก ขณะที่รังสีรักษาหรือการใช้ยาร่วมกับรังสีมีโอกาสควบคุมโรคโดยรักษาอวัยวะไว้ได้ดีกว่า
- ผู้ป่วยมีโรคหัวใจ ปอด หรือภาวะสุขภาพอื่นที่ทำให้การดมยาสลบหรือการผ่าตัดใหญ่มีความเสี่ยงสูงเกินไป
- ภาวะโภชนาการหรือการติดเชื้อยังไม่พร้อมและควรแก้ไขก่อน
- เป็นรอยโรคก่อนมะเร็งหรือก้อนที่ยังไม่มีผลยืนยันเพียงพอให้กำหนดการผ่าตัดใหญ่

อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้าม แพทย์จะดูความแข็งแรง การทำกิจวัตร โรคร่วม และเป้าหมายการรักษาเป็นหลัก หากคุณมีความเสี่ยงสูง ทีมรักษาอาจปรับขอบเขตการผ่าตัด เลือกวิธีที่กระทบน้อยลง หรือเสนอการรักษาแบบไม่ผ่าตัด

ก่อนยินยอม ควรถามให้ชัดว่าการผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อควบคุมมะเร็ง บรรเทาอาการ หรือเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดระยะโรค รวมถึงจะมีผลต่อเสียง การกลืน การหายใจ ใบหน้า และการใช้ไหล่อย่างไร

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวขึ้นกับตำแหน่งและขนาดของการผ่าตัด หากเป็นการผ่าตัดใหญ่ คุณอาจต้องพบผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาก่อนวันผ่าตัด เพื่อวางแผนทั้งการเอาก้อนออกและการใช้ชีวิตหลังผ่าตัด

### การตรวจและวางแผน

โดยทั่วไปทีมรักษาอาจทบทวนหรือสั่งตรวจดังต่อไปนี้ตามความจำเป็น

- ผลชิ้นเนื้อและผลตรวจพยาธิวิทยา
- ภาพถ่ายรังสีเพื่อดูขอบเขตก้อน ต่อมน้ำเหลือง และการแพร่กระจาย
- ตรวจเลือด การทำงานของไต ตับ และการแข็งตัวของเลือด
- ประเมินหัวใจและปอดตามอายุ โรคประจำตัว และขนาดการผ่าตัด
- ตรวจช่องปากและฟัน โดยเฉพาะเมื่ออาจต้องรับรังสีบริเวณศีรษะและคอภายหลัง
- ประเมินการพูด เสียง และการกลืน เพื่อมีข้อมูลก่อนผ่าตัดและวางแผนฟื้นฟู
- ประเมินโภชนาการ หากน้ำหนักลด กินได้น้อย หรือกลืนลำบาก
- ตรวจหลอดเลือดหรือเนื้อเยื่อบริเวณที่จะนำมาใช้สร้างทดแทน หากวางแผนผ่าตัดซ่อมสร้าง

หากการผ่าตัดอาจเปลี่ยนเสียงหรือทำให้ต้องมีรูเปิดที่คอ ทีมรักษาควรอธิบายอุปกรณ์และวิธีสื่อสารหลังผ่าตัดล่วงหน้า คุณอาจได้พบผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการกลืนก่อนวันผ่าตัด ไม่ควรรอจนตื่นจากยาสลบจึงทราบว่าจะพูดหรือรับประทานอาหารอย่างไร

### ยา อาหารเสริม บุหรี่ และแอลกอฮอล์

แจ้งรายการยาทุกชนิด รวมถึงยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับ เช่น

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาบางชนิดที่มีผลต่อความดันหรือการดมยาสลบ
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มเลือดออกหรือรบกวนยาอื่น

อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าใช้ยาตัวใดต่อ หยุดเมื่อใด และกลับมาใช้เมื่อใดตามความเสี่ยงเลือดออกและโรคประจำตัวของคุณ แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ทบทวนยา สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมดก่อนการผ่าตัด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/neck-dissection), [Cedars-Sinai](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/head-and-neck-cancer-surgery))

หากสูบบุหรี่ ควรบอกทีมรักษาตามจริง การสูบบุหรี่สัมพันธ์กับปัญหาแผล การหายใจ และการไหลเวียนเลือดของเนื้อเยื่อที่ใช้สร้างใหม่ ทีมรักษาจะช่วยวางแผนหยุดโดยไม่รบกวนการรักษามะเร็ง ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำ โดยเฉพาะหากดื่มเป็นประจำ เพราะการหยุดทันทีในผู้ที่พึ่งพาแอลกอฮอล์อาจต้องมีการดูแลเฉพาะ

### การงดอาหารและสิ่งที่ควรเตรียม

โรงพยาบาลจะกำหนดเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามชนิดการผ่าตัดและยาระงับความรู้สึก ให้ทำตามคำสั่งที่ได้รับโดยตรง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษา ไม่ควรปกปิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงที่อาหารหรือของเหลวไหลเข้าปอดขณะดมยาสลบ

สิ่งที่ควรนำไป ได้แก่

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายการยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายรังสีที่โรงพยาบาลขอ
- อุปกรณ์ประจำตัว เช่น แว่นตา เครื่องช่วยฟัง หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่ต้องดึงผ่านศีรษะ หากทีมรักษาอนุญาต
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ดูแลหลัก

ควรวางแผนผู้ดูแลและการเดินทางกลับบ้านล่วงหน้า การผ่าตัดใหญ่อาจทำให้คุณยังดูแลแผล สายให้อาหาร ท่อระบาย หรือกิจวัตรทั้งหมดเองไม่ได้ในช่วงแรก

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจริงแตกต่างกันมาก แต่ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้

### 1. ยืนยันแผนและให้ยาระงับความรู้สึก

ทีมผ่าตัดจะยืนยันตัวตน ตำแหน่งผ่าตัด ข้างที่จะผ่าตัด และขอบเขตที่ยินยอม วิสัญญีแพทย์ทบทวนโรคประจำตัวและแผนจัดการทางเดินหายใจ การผ่าตัดส่วนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ใช้การดมยาสลบ พร้อมท่อช่วยหายใจ

ในบางกรณีที่ทางเดินหายใจตีบหรือคาดว่าจะบวมมาก ทีมอาจต้องวางแผนเปิดหลอดลมคอ การเปิดหลอดลมคอคือการทำรูบริเวณด้านหน้าคอให้ลมหายใจผ่านเข้าสู่หลอดลมโดยตรง อาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นกับตำแหน่งและขอบเขตการผ่าตัด

### 2. เข้าถึงและนำก้อนออก

ศัลยแพทย์อาจเข้าถึงก้อนผ่านทางปาก แผลที่ใบหน้า หรือแผลที่คอ วิธีที่เลือกขึ้นกับตำแหน่งและขนาดก้อน เป้าหมายคือเอาก้อนออกพร้อมขอบเนื้อเยื่อที่เหมาะสม โดยพยายามรักษาโครงสร้างสำคัญเท่าที่ไม่กระทบต่อการควบคุมโรค

เนื้อเยื่อบางส่วนอาจถูกส่งตรวจระหว่างผ่าตัดเพื่อช่วยประเมินขอบการตัด แต่ผลตรวจฉบับสมบูรณ์ต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อหลังผ่าตัด หากพบว่าก้อนติดหรือกินโครงสร้างมากกว่าที่คาด แผนจริงอาจเปลี่ยนภายในขอบเขตที่ได้อธิบายและยินยอมไว้

### 3. เลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอเมื่อจำเป็น

หากมีความเสี่ยงหรือหลักฐานว่ามะเร็งเข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง ศัลยแพทย์อาจเลาะต่อมน้ำเหลืองด้านเดียวหรือทั้งสองด้าน ชนิดของการเลาะมีตั้งแต่เลือกนำออกเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยง ไปจนถึงนำออกหลายกลุ่มพร้อมเนื้อเยื่อข้างเคียง

หากไม่จำเป็นต้องตัด โครงสร้างสำคัญ เช่น เส้นประสาทที่ช่วยยกไหล่ กล้ามเนื้อคอ และหลอดเลือดดำหลักจะได้รับการสงวนไว้ แต่หากมะเร็งลุกลามเข้าโครงสร้างเหล่านี้ อาจต้องตัดบางส่วนออกเพื่อควบคุมโรค แหล่งอ้างอิงอธิบายว่าขอบเขตการเลาะต่อมน้ำเหลืองมีหลายระดับตามตำแหน่งและการกระจายของมะเร็ง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/neck-dissection))

### 4. สร้างเนื้อเยื่อทดแทน

เมื่อมีช่องว่างขนาดใหญ่หรือสูญเสียกระดูก ผิวหนัง หรือลิ้น ทีมอาจใช้เนื้อเยื่อจากแขน ขา หน้าอก หลัง หรือบริเวณอื่นมาสร้างทดแทน เนื้อเยื่อบางชนิดถูกย้ายพร้อมหลอดเลือด แล้วต่อหลอดเลือดด้วยเทคนิคจุลศัลยกรรม

เป้าหมายไม่ได้มีเพียงปิดแผล แต่รวมถึงแยกช่องปากออกจากคอ ป้องกันน้ำลายรั่ว ช่วยให้กลืนหรือพูดได้ และรองรับรูปทรงของใบหน้า การซ่อมสร้างอาจต้องใช้ศัลยแพทย์มากกว่าหนึ่งทีมและทำให้การผ่าตัดนานขึ้น ([บทความทบทวนใน PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6201028/))

### 5. ใส่ท่อและปิดแผล

ศัลยแพทย์อาจใส่ท่อระบายเลือดหรือของเหลวบริเวณคอ ใส่สายให้อาหารผ่านจมูกหรือหน้าท้อง และคงท่อเปิดหลอดลมคอไว้ตามแผน จากนั้นปิดแผลด้วยไหมหรือวัสดุเย็บแผล

หลังผ่าตัด คุณจะถูกเฝ้าระวังในห้องพักฟื้น หอผู้ป่วย หรือหอผู้ป่วยวิกฤตตามขนาดการผ่าตัดและความเสี่ยง หากมีเนื้อเยื่อสร้างใหม่ ทีมจะตรวจสี อุณหภูมิ และการไหลเวียนเลือดของเนื้อเยื่ออย่างใกล้ชิดในช่วงแรก

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับมะเร็งศีรษะและคอทุกชนิด การตัดก้อนขนาดเล็กผ่านทางปากอาจสั้นกว่าการตัดก้อนร่วมกับเลาะต่อมน้ำเหลืองและสร้างเนื้อเยื่อทดแทนอย่างมาก

สำหรับการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอแบบกว้าง แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุช่วงประมาณ **2-4 ชั่วโมง** และอาจนานขึ้นหากทำร่วมกับการตัดต่อมไทรอยด์หรือการผ่าตัดอื่น ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/neck-dissection)) ตัวเลขนี้ใช้กับการเลาะคอบางชนิด ไม่ควรนำไปคาดการณ์เวลาของการผ่าตัดมะเร็งศีรษะและคอทั้งหมด

หากต้องตัดก้อนหลายตำแหน่ง ต่อหลอดเลือด หรือสร้างขากรรไกรและเนื้อเยื่อใหม่ การผ่าตัดอาจกินเวลาหลายชั่วโมงกว่านั้น ศัลยแพทย์จะให้ช่วงเวลาที่เหมาะกับแผนของคุณหลังดูภาพถ่ายรังสีและกำหนดขอบเขตการซ่อมสร้าง

การผ่าตัดใหญ่โดยทั่วไปใช้การดมยาสลบ ส่วนการตัดรอยโรคขนาดเล็กบางชนิดอาจใช้วิธีระงับความรู้สึกแบบอื่นตามตำแหน่งและสุขภาพผู้ป่วย

ผู้ที่ผ่าตัดขนาดเล็กบางรายอาจกลับบ้านได้เร็ว แต่หากมีการเลาะคอ สร้างเนื้อเยื่อใหม่ ใส่สายให้อาหาร หรือเปิดหลอดลมคอ มักต้องพักในโรงพยาบาลเพื่อดูทางเดินหายใจ เลือดออก การไหลเวียนของเนื้อเยื่อ และการเริ่มให้อาหาร ระยะพักขึ้นกับการผ่าตัดและระบบดูแลของโรงพยาบาลในประเทศไทย จึงควรถามทีมรักษาว่าคาดว่าจะอยู่โรงพยาบาลเป็นช่วงเท่าใดและต้องมีผู้ดูแลเมื่อกลับบ้านหรือไม่

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวมีสองส่วน คือแผลและความแข็งแรงของร่างกาย กับการฟื้นหน้าที่การพูด กลืน หายใจ และเคลื่อนไหวคอหรือไหล่ ส่วนหลังอาจใช้เวลานานกว่าแผลภายนอก และบางการเปลี่ยนแปลงอาจต้องใช้อุปกรณ์หรือการฝึกระยะยาว

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักพบ | เป้าหมายสำคัญ |
|---|---|---|
| หลังผ่าตัดระยะแรก | ปวด บวม มีท่อระบาย สายให้อาหาร หรือท่อเปิดหลอดลมคอ | เฝ้าระวังทางเดินหายใจ เลือดออก และการไหลเวียนของเนื้อเยื่อ |
| ระหว่างพักโรงพยาบาล | เริ่มขยับตัว ฝึกหายใจ ประเมินแผลและการกลืน | ลดภาวะแทรกซ้อนและวางแผนกลับบ้าน |
| ช่วงแรกที่บ้าน | อ่อนเพลีย คอตึง เสียงหรือการกลืนยังเปลี่ยน | ดูแลแผล รับสารอาหาร และทำกายภาพตามแผน |
| ระยะฟื้นฟู | ฝึกพูด กลืน เคลื่อนไหวคอและไหล่ | กลับไปทำกิจวัตรและเตรียมการรักษาต่อเนื่อง |
| ระยะยาว | ติดตามผลชิ้นเนื้อ แผล โภชนาการ และการกลับเป็นซ้ำ | ปรับการฟื้นฟูและตรวจติดตามตามความเสี่ยง |

### ช่วงแรกหลังผ่าตัด

คุณอาจมีอาการบวม ช้ำ เจ็บ ตึงคอ หรือชาบริเวณแผล อาการปวดควรได้รับการควบคุมเพื่อให้ไอ หายใจลึก และขยับตัวได้ หากพูดไม่ได้ชั่วคราวเพราะท่อช่วยหายใจหรือท่อเปิดหลอดลมคอ ทีมควรจัดวิธีสื่อสาร เช่น กระดานเขียนหรืออุปกรณ์สื่อสาร

ยังไม่ควรรับประทานทางปากจนกว่าทีมรักษาจะเห็นว่าแผลและการกลืนพร้อม บางคนเริ่มอาหารทางปากได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ผู้ที่ผ่าตัดช่องปากหรือคอหอยอาจต้องรับอาหารทางสายชั่วคราว ระยะเวลาขึ้นกับตำแหน่งแผล การซ่อมสร้าง และผลประเมินการกลืน

### การกลับไปทำงานและกิจกรรม

งานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานยกของ ใช้แรง พูดต่อเนื่อง หรือทำงานในสภาพที่มีฝุ่นและควัน การผ่าตัดใหญ่ต้องพักและฟื้นฟูนานกว่าการตัดก้อนขนาดเล็ก แทนที่จะยึดจำนวนวันเดียว ควรขอช่วงเวลาจากศัลยแพทย์โดยระบุลักษณะงานจริงของคุณ

แหล่งอ้างอิงหนึ่งแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักอย่างน้อยประมาณ **6 สัปดาห์** หลังการผ่าตัดมะเร็งศีรษะและคอบางชนิด แต่ระยะนี้มาจากแนวทางของต่างประเทศและไม่เหมาะกับทุกการผ่าตัด ([Cedars-Sinai](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/head-and-neck-cancer-surgery)) ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผล ท่อระบาย เนื้อเยื่อสร้างใหม่ และความแข็งแรงของคุณก่อนอนุญาตให้ยกของ ออกกำลังกาย หรือขับรถ

### การฟื้นฟูการพูดและการกลืน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการกลืนอาจช่วยฝึกการออกเสียง การควบคุมอาหาร และท่ากลืนที่ลดความเสี่ยงสำลัก หากตัดกล่องเสียงทั้งหมด การหายใจจะผ่านรูเปิดที่คออย่างถาวร และต้องเรียนรู้วิธีสื่อสารแบบใหม่ หากตัดเพียงบางส่วน เสียงอาจแหบหรือเปลี่ยน แต่รูปแบบและระดับการฟื้นตัวขึ้นกับเนื้อเยื่อที่เหลือและการฟื้นฟู

นักกำหนดอาหารช่วยเลือกเนื้ออาหารและเพิ่มสารอาหารโดยไม่ให้ปริมาณมากเกินไป นักกายภาพบำบัดช่วยเรื่องคอและไหล่ โดยเฉพาะหลังเลาะต่อมน้ำเหลือง ซึ่งอาจทำให้ไหล่ตก อ่อนแรง หรือยกแขนลำบาก

### การรักษาต่อหลังผ่าตัด

ผลพยาธิวิทยาจะช่วยกำหนดว่าต้องรับรังสีรักษาหรือยาร่วมด้วยหรือไม่ ปัจจัยสำคัญอาจรวมถึงขอบการตัด ต่อมน้ำเหลือง จำนวนตำแหน่งที่พบโรค และลักษณะการลุกลามบางชนิด การต้องรักษาต่อไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดล้มเหลว แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคุมเซลล์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหรือภาพถ่ายรังสี

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

ความเสี่ยงเฉพาะของคุณขึ้นกับตำแหน่งก้อน ขอบเขตการตัด การเลาะต่อมน้ำเหลือง การสร้างเนื้อเยื่อใหม่ การเคยฉายรังสี และโรคประจำตัว ทีมรักษาควรอธิบายทั้งภาวะแทรกซ้อนทั่วไปและผลกระทบเฉพาะอวัยวะก่อนลงนามยินยอม

### ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดใหญ่

- เลือดออกหรือมีเลือดคั่งใต้แผล
- แผลติดเชื้อ ปอดติดเชื้อ หรือการติดเชื้อบริเวณสายต่างๆ
- ปฏิกิริยาต่อยาระงับความรู้สึก
- ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำหรือปอด
- แผลแยกหรือแผลหายช้า
- ปวด ชา หรือบวมบริเวณผ่าตัด
- ภาวะขาดสารอาหารและน้ำหนักลด

เลือดคั่งบริเวณคอมีความสำคัญเพราะอาจกดทางเดินหายใจ หากคอบวมเร็ว แน่นคอ หรือหายใจลำบาก ต้องให้ทีมรักษาประเมินทันที

แม้พบไม่บ่อย แต่อาจเกิดเลือดออกจากหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินและอาจมีเลือดออกเล็กน้อยเป็นสัญญาณเตือนก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เคยฉายรังสี มีแผลติดเชื้อ น้ำลายรั่ว หรือเนื้องอกกัดหลอดเลือด

### ผลต่อการหายใจ พูด และกลืน

การบวมในช่องปากหรือลำคออาจทำให้หายใจลำบาก ผู้ป่วยบางรายจึงต้องมีท่อเปิดหลอดลมคอชั่วคราว ผลระยะยาวอาจรวมถึงเสียงเปลี่ยน พูดไม่ชัด กลืนลำบาก สำลัก หรือทางเดินหายใจตีบ ขึ้นกับอวัยวะที่ตัดและการเกิดพังผืด ([Cedars-Sinai](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/head-and-neck-cancer-surgery))

การกลืนลำบากอาจเพิ่มความเสี่ยงอาหารหรือน้ำเข้าสู่ปอด การประเมินการกลืนและปรับลักษณะอาหารจึงเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงเรื่องความสะดวกในการรับประทาน

### เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัส

การผ่าตัดอาจกระทบเส้นประสาทที่ควบคุมใบหน้า ลิ้น เสียง ไหล่ หรือความรู้สึกบริเวณหูและคอ ผลที่อาจเกิด ได้แก่

- ชาหรือความรู้สึกเปลี่ยนรอบแผล หู ใบหน้า หรือคอ
- มุมปากอ่อนแรง ใบหน้าไม่สมมาตร
- ลิ้นเคลื่อนไหวลดลงหรือพูดไม่ชัด
- เสียงแหบ เสียงเบา หรือระดับเสียงเปลี่ยน
- ไหล่ตก ยกแขนลำบาก ปวดหรือตึงไหล่
- การรับกลิ่นและรสเปลี่ยนไป

อาการบางอย่างดีขึ้นเมื่ออาการบวมลดลงหรือเส้นประสาทฟื้นตัว แต่อาจมีบางส่วนคงอยู่ แหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับการเลาะคอระบุว่าการบาดเจ็บของเส้นประสาทอาจทำให้ชา กลืนหรือพูดลำบาก ใบหน้าหรือไหล่อ่อนแรง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/neck-dissection))

### น้ำเหลืองรั่วและบวมจากน้ำเหลือง

การเลาะต่อมน้ำเหลืองส่วนล่างของคออาจทำให้ท่อน้ำเหลืองบาดเจ็บและมีของเหลวลักษณะคล้ายน้ำนมออกทางท่อระบาย เรียกว่าน้ำเหลืองชนิดไคล์รั่ว แหล่งอ้างอิงหนึ่งรายงานช่วงประมาณ **1-3 ใน 100 คน** หลังการเลาะคอบางชนิด โดยเฉพาะบริเวณคอด้านซ้ายส่วนล่าง แต่ตัวเลขนี้มาจากศูนย์รักษาต่างประเทศและใช้คาดการณ์รายบุคคลไม่ได้ ([The Royal Marsden](https://www.royalmarsden.nhs.uk/information-gps/gp-resources/gp-update/head-and-neck-cancer-managing-complications-surgery))

หลังนำต่อมน้ำเหลืองออก อาจเกิดภาวะบวมน้ำเหลืองที่ใบหน้าหรือคอ ทำให้ตึง หนัก หรือเคลื่อนไหวลำบาก การนวดเฉพาะทาง การออกกำลัง และการดูแลผิวหนังอาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเมื่อทีมประเมินว่าเหมาะสม

### ปัญหาของแผลและเนื้อเยื่อสร้างใหม่

น้ำลายอาจรั่วจากช่องปากหรือคอหอยสู่แผลคอ ทำให้เกิดรูเชื่อม แผลติดเชื้อ หรือแผลหายช้า ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้ที่เคยฉายรังสี สูบบุหรี่ มีโภชนาการไม่ดี หรือมีโรคที่รบกวนการหายของแผล

เนื้อเยื่อที่นำมาสร้างใหม่อาจมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หากตรวจพบเร็ว ทีมอาจต้องผ่าตัดสำรวจและแก้ไขหลอดเลือด ความล้มเหลวบางส่วนหรือทั้งหมดของเนื้อเยื่อสร้างใหม่อาจทำให้ต้องดูแลแผลหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

### การเปลี่ยนแปลงด้านรูปลักษณ์และจิตใจ

รูปร่างใบหน้า แนวกราม ลำคอ หรือรอยแผลอาจเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กระทบภาพลักษณ์ การเข้าสังคม การกิน และการสื่อสารได้ ความกังวลก่อนผ่าตัดเป็นเรื่องที่พบได้ คุณควรขอดูภาพวาดตำแหน่งแผล ถามว่าต้องตัดกระดูกหรือผิวหนังส่วนใด และมีแผนซ่อมสร้างอย่างไร การสนับสนุนด้านจิตใจและการฟื้นฟูเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอจนเกิดปัญหา

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก หายใจมีเสียง แน่นคอ หรือรูเปิดที่คออุดตัน
- หากท่อเปิดหลอดลมคอหลุด เลื่อน อุดตัน หรือหายใจผ่านท่อไม่ได้ ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที โดยเฉพาะหากเป็นท่อที่เพิ่งใส่ใหม่ มีหายใจลำบาก เสียงหายใจผิดปกติ หรือริมฝีปากเขียว อย่ารอการติดต่อกลับและอย่าพยายามใส่ท่อกลับเอง เว้นแต่ทีมรักษาได้ฝึกและให้แผนเฉพาะไว้แล้ว
- คอบวมเร็ว แผลตึงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีเลือดออกไม่หยุด
- มีเลือดสดออกจากปาก คอ แผลผ่าตัด รูเปิดที่คอ หรือไอ/อาเจียนเป็นเลือด แม้มีเพียงเล็กน้อย ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที โดยเฉพาะหากเคยฉายรังสี มีแผลติดเชื้อหรือน้ำลายรั่ว; หากเลือดออกมากให้โทร 1669 และอย่าขับรถไปเอง
- หมดสติ สับสนมาก เจ็บหน้าอก หรืออ่อนแรงเฉียบพลัน

ติดต่อทีมผ่าตัดโดยเร็วเมื่อพบว่า

- แผลแดง ร้อน บวม ปวดมากขึ้น หรือมีหนองและกลิ่นผิดปกติ
- มีไข้ร่วมกับอาการแผลหรืออาการทางระบบหายใจ
- ของเหลวในท่อระบายเพิ่มขึ้นทันที เปลี่ยนเป็นเลือดสด หรือมีลักษณะขาวขุ่นคล้ายน้ำนม
- สายให้อาหารหรือท่อระบายเลื่อนหรือหลุด
- กลืนแย่ลง สำลักบ่อย ไอทุกครั้งที่ดื่ม หรือหอบหลังรับประทาน
- ปัสสาวะน้อยลงมาก รับน้ำไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ
- ขาหรือแขนข้างหนึ่งบวม แดง และเจ็บ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับลิ่มเลือด
- เนื้อเยื่อที่ใช้สร้างใหม่เปลี่ยนสี เย็นลง บวมมาก หรือมีเลือดออกผิดปกติ

อย่ารอวันนัดหากอาการกำลังแย่ลง ก่อนกลับบ้านควรมีหมายเลขติดต่อทั้งในและนอกเวลาทำการ พร้อมคำแนะนำเฉพาะสำหรับแผล ท่อ และสายที่คุณมี

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับมะเร็งศีรษะและคอทุกชนิด ทางเลือกขึ้นกับตำแหน่ง ชนิดเซลล์ ระยะโรค เป้าหมายการรักษา และผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะ

### รังสีรักษา

รังสีรักษาอาจใช้เป็นการรักษาหลักในมะเร็งบางตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อมีเป้าหมายรักษาอวัยวะหรือเมื่อการผ่าตัดจะกระทบหน้าที่มาก นอกจากนี้ยังอาจใช้หลังผ่าตัดหากผลชิ้นเนื้อชี้ว่ามีความเสี่ยงเหลือโรคระดับจุลทรรศน์

รังสีรักษามีผลข้างเคียงของตนเอง เช่น เจ็บช่องปาก กลืนลำบาก ปากแห้ง ผิวหนังอักเสบ พังผืด และปัญหาทางทันตกรรม จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ “เบากว่า” สำหรับทุกคน แต่เป็นวิธีที่ต้องเปรียบเทียบผลต่อการควบคุมโรคและคุณภาพชีวิตกับการผ่าตัด

### ยารักษามะเร็งร่วมกับรังสี

ยาเคมีบำบัดหรือยาประเภทอื่นอาจใช้ร่วมกับรังสีในมะเร็งบางชนิดและบางระยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา วิธีนี้อาจหลีกเลี่ยงการตัดอวัยวะบางส่วนได้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่มีความเสี่ยงต่อการกลืน โภชนาการ ไต เลือด และการติดเชื้อ ซึ่งต้องประเมินเป็นรายบุคคล

### ยารักษาทั่วร่างกาย

หากโรคแพร่กระจาย กลับเป็นซ้ำ หรือไม่สามารถใช้การรักษาเฉพาะที่ได้ แพทย์อาจพิจารณาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัดตามชนิดเซลล์ ผลตรวจตัวบ่งชี้ และสุขภาพของผู้ป่วย เป้าหมายอาจเป็นการควบคุมโรค ลดอาการ หรือยืดช่วงเวลาที่โรคสงบ ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับยาทุกชนิด

### การเฝ้าติดตามหรือรักษาประคับประคอง

รอยโรคบางอย่างอาจต้องตรวจเพิ่มก่อนเลือกการรักษา แต่เมื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งที่ควรรักษา การเฝ้าดูโดยไม่ทำอะไรไม่ใช่ทางเลือกมาตรฐานในหลายกรณี หากผู้ป่วยไม่พร้อมรับการรักษาที่มุ่งควบคุมโรค หรือความเสี่ยงสูงกว่าประโยชน์ การดูแลประคับประคองช่วยควบคุมปวด เลือดออก กลิ่น แผล การหายใจ การกลืน และความกังวลได้ และสามารถเริ่มควบคู่กับการรักษามะเร็ง

ก่อนตัดสินใจ ควรขอให้ทีมสหสาขาเปรียบเทียบทางเลือกอย่างน้อยในประเด็นต่อไปนี้

- เป้าหมายและโอกาสควบคุมโรค
- ผลต่อเสียง การกลืน การหายใจ และรูปลักษณ์
- ความจำเป็นต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน
- ระยะฟื้นฟูและความช่วยเหลือที่บ้าน
- ผลกระทบหากเลือกไม่ผ่าตัดหรือเลื่อนการรักษา

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมจริงขึ้นกับการวินิจฉัย โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ รายการรักษาที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น และเงื่อนไขที่ใช้ในวันที่รับบริการ ควรตรวจสอบก่อนเริ่มรักษา โดยเฉพาะเมื่อการผ่าตัดอาจเกี่ยวข้องกับหลายทีม การสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และการฟื้นฟูต่อเนื่อง

### สิทธิประกันสังคม

เริ่มติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิของคุณ หากโรงพยาบาลไม่มีทีม เครื่องมือ หรือศักยภาพสำหรับการผ่าตัดที่วางแผนไว้ อาจต้องเข้าสู่กระบวนการส่งต่อ ควรถามว่าใบส่งต่อครอบคลุมการตรวจ การผ่าตัด พยาธิวิทยา การสร้างเนื้อเยื่อ และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงต้องต่ออายุเอกสารช่วงใด

### สิทธิบัตรทอง

ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือช่องทางที่ระบบกำหนดเพื่อขอประเมินและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพด้านมะเร็งศีรษะและคอ กรณีฉุกเฉิน เช่น ทางเดินหายใจอุดกั้นหรือเลือดออกมาก ควรไปห้องฉุกเฉินก่อน ไม่ควรรอเอกสารตามนัดปกติ

ถามหน่วยบริการให้ชัดเรื่องขั้นตอนส่งต่อ การใช้สิทธินอกพื้นที่ และสถานที่รับการฟื้นฟูด้านการพูด กลืน โภชนาการ และกายภาพหลังผ่าตัด

### ประกันสุขภาพเอกชน

ขอให้บริษัทประกันตรวจสอบความคุ้มครองเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนผ่าตัด หากสถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน ประเด็นที่ควรถาม ได้แก่

- มะเร็งหรืออาการที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายโรคที่เป็นมาก่อนหรือมีระยะรอคอยหรือไม่
- ต้องขออนุมัติก่อนนอนโรงพยาบาลหรือก่อนผ่าตัดหรือไม่
- คุ้มครองการเลาะต่อมน้ำเหลืองและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่หรือไม่
- คุ้มครองการตรวจพยาธิวิทยา ห้องผู้ป่วยวิกฤต อุปกรณ์ และการทำหัตถการเพิ่มเติมหรือไม่
- การฟื้นฟูการพูด การกลืน โภชนาการ และกายภาพอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
- หากต้องรับรังสีรักษาหรือยาหลังผ่าตัด ต้องยื่นอนุมัติแยกหรือไม่

หากใช้หลายสิทธิร่วมกัน ให้สอบถามโรงพยาบาลว่าเอกสารใดต้องยื่นกับหน่วยงานใด และการส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลมีผลต่อความคุ้มครองอย่างไร

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดมะเร็งศีรษะและคอจำเป็นสำหรับทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะมะเร็งบางตำแหน่งและบางระยะเหมาะกับรังสีรักษา การใช้ยาร่วมกับรังสี หรือยารักษาทั่วร่างกายมากกว่า ทีมสหสาขาจะเปรียบเทียบการควบคุมโรคกับผลต่อการพูด กลืน หายใจ และรูปลักษณ์ก่อนเสนอแผน

### ผ่าตัดแล้วต้องฉายรังสีหรือให้ยาอีกหรือไม่

บางคนต้องรับการรักษาต่อ โดยพิจารณาจากผลพยาธิวิทยา เช่น ขอบการตัด ต่อมน้ำเหลือง และลักษณะการลุกลามของเซลล์ ก่อนผ่าตัดควรถามว่ามีโอกาสต้องรักษาหลายวิธีหรือไม่ เพื่อวางแผนโภชนาการ งาน และผู้ดูแลล่วงหน้า

### หลังผ่าตัดจะพูดได้หรือไม่

หลายคนยังพูดได้ แต่อาจมีเสียงแหบ เสียงเบา หรือพูดไม่ชัด ขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณเนื้อเยื่อที่ตัด หากต้องตัดกล่องเสียงทั้งหมดจะต้องใช้วิธีสื่อสารแบบใหม่ ทีมด้านการพูดควรอธิบายตัวเลือกและเริ่มวางแผนก่อนผ่าตัด

### หลังผ่าตัดจะกินอาหารทางปากได้หรือไม่

ผู้ป่วยจำนวนมากกลับมากินทางปากได้ในระดับหนึ่ง แต่ช่วงเริ่มต้นและลักษณะอาหารต่างกันตามแผลและความปลอดภัยในการกลืน บางคนต้องใช้สายให้อาหารชั่วคราวหรือระยะยาว และควรผ่านการประเมินก่อนเริ่มน้ำหรืออาหารเพื่อป้องกันการสำลัก

### ต้องเจาะคอหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนต้องเจาะคอ การเปิดหลอดลมคอใช้เมื่อจำเป็นต้องดูแลทางเดินหายใจจากอาการบวม ตำแหน่งก้อน หรือชนิดการผ่าตัด อาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร ศัลยแพทย์ควรบอกความเป็นไปได้และวิธีดูแลก่อนขอความยินยอม

### แผลผ่าตัดจะอยู่ตรงไหน

แผลอาจอยู่ในช่องปาก ใต้คาง ด้านข้างคอ หรือบริเวณใบหน้า ขึ้นกับตำแหน่งก้อนและการเลาะต่อมน้ำเหลือง หากต้องนำเนื้อเยื่อมาสร้างใหม่ จะมีแผลอีกตำแหน่งหนึ่ง ควรขอให้ศัลยแพทย์วาดแนวแผลและอธิบายสิ่งที่จะตัดออกก่อนวันผ่าตัด

### ต้องตัดต่อมน้ำเหลืองที่คอทุกคนหรือไม่

ไม่ต้องตัดทุกคน การเลาะต่อมน้ำเหลืองพิจารณาจากตำแหน่งก้อน ระยะโรค ภาพถ่ายรังสี ผลตรวจ และโอกาสที่มะเร็งจะแพร่เข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง บางครั้งต้องนำออกแม้คลำไม่พบก้อน หากตำแหน่งมะเร็งมีความเสี่ยงสูง

### ผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดบอกอะไร

ผลชิ้นเนื้อบอกชนิดและลักษณะของมะเร็ง ขอบการตัด การลุกลาม และการพบเซลล์มะเร็งในต่อมน้ำเหลือง ข้อมูลนี้ใช้กำหนดระยะโรคหลังผ่าตัดและตัดสินใจว่าจะติดตามอย่างเดียวหรือเพิ่มรังสีและยา

### ถ้าขอบการตัดพบเซลล์มะเร็งต้องทำอย่างไร

ทีมรักษาจะพิจารณาผ่าตัดเพิ่ม รังสีรักษา หรือการรักษาร่วมตามตำแหน่งและความเป็นไปได้ในการตัดซ้ำ คำตอบไม่เหมือนกันทุกคน เพราะต้องดูว่าขอบใดมีปัญหา อยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญเพียงใด และเคยรับการรักษาอะไรมาก่อน

### พักฟื้นกี่วันจึงกลับไปทำงานได้

งานเบากลับได้เร็วกว่างานใช้แรงหรือพูดมาก แต่ไม่มีช่วงเดียวที่ใช้กับทุกการผ่าตัด การมีแผลสร้างใหม่ สายให้อาหาร ท่อเปิดหลอดลมคอ หรือการรักษาต่อจะทำให้ใช้เวลานานขึ้น ให้บอกลักษณะงานจริงแก่ศัลยแพทย์เพื่อขอช่วงพักที่เหมาะสม

### อาการชา คอตึง หรือไหล่อ่อนแรงจะดีขึ้นหรือไม่

อาการบางส่วนดีขึ้นเมื่อบวมลดลงและผ่านการทำกายภาพ แต่บางรายอาจมีอาการคงอยู่หากเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อถูกกระทบ การเริ่มฝึกคอและไหล่ตามเวลาที่ทีมรักษาอนุญาตช่วยลดข้อยึดและฟื้นการใช้งานได้

### ขอความเห็นที่สองก่อนผ่าตัดได้หรือไม่

ขอได้ โดยเฉพาะเมื่อการผ่าตัดอาจเปลี่ยนการพูด การกลืน การหายใจ หรือรูปลักษณ์อย่างมาก การขอความเห็นที่สองไม่ควรทำให้การรักษาล่าช้าโดยไม่จำเป็น จึงควรถามแพทย์ว่ามีกรอบเวลาตัดสินใจเท่าใดและเตรียมผลชิ้นเนื้อกับภาพถ่ายรังสีให้ครบ

### หากเคยฉายรังสีมาก่อนยังผ่าตัดได้หรือไม่

บางคนยังผ่าตัดได้ แต่เนื้อเยื่อที่เคยรับรังสีอาจมีเลือดมาเลี้ยงและการหายของแผลลดลง ทำให้แผนซ่อมสร้างและความเสี่ยงต่างจากการผ่าตัดครั้งแรก ศัลยแพทย์จะทบทวนตำแหน่งและขอบเขตรังสีเดิมก่อนวางแผน

### ถ้าไม่ผ่าตัดตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น

ผลของการไม่ผ่าตัดขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และระยะของมะเร็ง บางกรณีสามารถเลือกวิธีรักษาอื่นได้ แต่บางกรณีโรคอาจโตจนผ่าตัดยากขึ้นหรือกระทบการหายใจและการกลืน ควรถามทีมรักษาตรงๆ ว่ามีทางเลือกใดบ้างและการเลื่อนแต่ละช่วงส่งผลต่อแผนอย่างไร

### ก่อนเซ็นยินยอมควรถามศัลยแพทย์เรื่องใดบ้าง

ควรถามว่าจะตัดอะไรออก มีโอกาสเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดหรือไม่ ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองหรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่หรือไม่ และคาดว่าจะพูด กลืน และหายใจอย่างไรหลังผ่าตัด ขอให้ทีมอธิบายความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับคุณ ทางเลือกที่ไม่ผ่าตัด ระยะฟื้นฟู และความเป็นไปได้ที่จะต้องรับรังสีหรือยาต่อด้วย

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Review of surgical resection and reconstruction in head and neck ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6201028/) — เกี่ยวกับ Head and neck cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [Cleveland Clinic: Neck Dissection: Types, Procedure & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/neck-dissection) — เกี่ยวกับ Head and neck cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [cedars-sinai.org: Head and Neck Cancer: Surgery - Cedars-Sinai](https://www.cedars-sinai.org/health-topics/head-and-neck-cancer-surgery) — เกี่ยวกับ Head and neck cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [NHS: Head and neck cancer: managing complications of surgery | The Royal…](https://www.royalmarsden.nhs.uk/information-gps/gp-resources/gp-update/head-and-neck-cancer-managing-complications-surgery) — เกี่ยวกับ Head-and-neck cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
