# ส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อรักษา

**ส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อรักษา (Gastroscopy with intervention) คือการสอดกล้องขนาดเล็กผ่านปาก เพื่อตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น พร้อมทำหัตถการ เช่น ห้ามเลือด ตัดก้อนหรือติ่งเนื้อ เอาสิ่งแปลกปลอมออก หรือขยายบริเวณที่ตีบ โดยไม่ต้องเปิดแผลหน้าท้อง การรักษาที่ทำได้และความจำเป็นของหัตถการขึ้นอยู่กับโรค ตำแหน่งรอยโรค สุขภาพโดยรวม และสิ่งที่แพทย์พบระหว่างส่องกล้อง**

## ประเด็นสำคัญ

- การส่องกล้องครั้งเดียวอาจใช้ทั้งตรวจ วินิจฉัย เก็บชิ้นเนื้อ และรักษาความผิดปกติบางอย่าง แพทย์จึงอาจจัดการต้นเหตุของเลือดออกหรือการอุดตันได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับยาช่วยให้ผ่อนคลายหรือหลับระหว่างทำ บางรายต้องดมยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและความซับซ้อนของหัตถการ รวมถึงโรคประจำตัว
- ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบไม่บ่อย แต่เกิดขึ้นได้ เช่น เลือดออก ผนังทางเดินอาหารทะลุ การสำลัก และปัญหาจากยาระงับความรู้สึก ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอาจต้องส่องกล้องซ้ำ รักษาผ่านหลอดเลือด ผ่าตัด ดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต และในกรณีที่พบได้น้อยมากอาจเสียชีวิตได้ ความเสี่ยงขึ้นกับหัตถการ ความเร่งด่วน และสุขภาพของผู้ป่วย การประเมินก่อนทำและการสังเกตอาการหลังทำช่วยลดความเสี่ยงและทำให้รักษาได้เร็ว

## ส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อรักษา คืออะไร

การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นเป็นการใช้ท่อที่โค้งงอได้ ปลายกล้องมีไฟและกล้องวิดีโอ แพทย์สอดผ่านปาก ลงไปตามหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และ[ลำไส้เล็ก](/hdcare/small-bowel-resection/)ส่วนต้น ภาพจากกล้องจะปรากฏบนจอ ทำให้เห็นเยื่อบุทางเดินอาหารโดยตรง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/25126-endoscopy))

คำว่า “เพื่อรักษา” หมายถึงแพทย์ไม่ได้ใช้กล้องเพื่อดูหรือเก็บตัวอย่างเพียงอย่างเดียว ภายในกล้องมีช่องสำหรับสอดเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปทำหัตถการ แพทย์จึงอาจตรวจพบความผิดปกติและรักษาในคราวเดียวกันได้

หัตถการที่อาจทำผ่านกล้อง ได้แก่

- ห้ามเลือดจากแผล กระเพาะอักเสบ เส้นเลือดผิดปกติ หรือรอยโรคอื่น
- ตัดติ่งเนื้อหรือก้อนบางชนิด
- ตัดเยื่อบุหรือชั้นใต้เยื่อบุที่มีรอยโรคออกในผู้ป่วยที่เหมาะสม
- หนีบ ปิด จี้ หรือฉีดสารบริเวณที่มีเลือดออก
- ขยายหลอดอาหารหรือทางออกของกระเพาะที่ตีบ
- นำอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมที่ติดค้างออก
- ใส่อุปกรณ์พยุงบริเวณที่ตีบในบางกรณี
- ใส่สายให้อาหารเข้าสู่กระเพาะในผู้ที่กินทางปากไม่ได้
- เก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อแยกภาวะอักเสบ การเปลี่ยนแปลงก่อนมะเร็ง และมะเร็ง

การเก็บชิ้นเนื้อไม่เท่ากับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์มักเก็บตัวอย่างเมื่อเห็นเยื่อบุผิดปกติ หรือเมื่อต้องการหาสาเหตุของอาการ ผลที่แน่นอนต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อในห้องปฏิบัติการ

การส่องกล้องไม่ใช่การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง จึงไม่มีแผลผ่าตัดที่ผิวหนังสำหรับหัตถการส่วนใหญ่ แต่บริเวณที่ตัด จี้ ขยาย หรือห้ามเลือดยังคงเป็นแผลภายในและอาจเกิดเลือดออกหรือทะลุได้ การเตรียมตัวและข้อจำกัดหลังทำจึงขึ้นกับสิ่งที่แพทย์ทำจริง ไม่ใช่เพียงการสอดกล้องเข้าไปดู

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

แพทย์อาจพิจารณาส่องกล้องพร้อมหัตถการเมื่อมีความผิดปกติที่สามารถเข้าถึงและรักษาผ่านทางเดินอาหารส่วนต้นได้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความเร่งด่วน ลักษณะรอยโรค ผลตรวจอื่น และความพร้อมของทีมรักษา

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการส่องกล้องเพื่อรักษา

- มีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือมีภาวะซีดจากการเสียเลือด โดยแพทย์สงสัยแหล่งเลือดออกอยู่ในหลอดอาหาร กระเพาะ หรือลำไส้เล็กส่วนต้น
- มีอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมติดในหลอดอาหาร
- มีหลอดอาหารตีบ ทำให้กลืนลำบาก และแพทย์เห็นว่าสามารถขยายผ่านกล้องได้
- พบติ่งเนื้อ ก้อน หรือรอยโรคที่อาจตัดออกผ่านกล้อง
- มีรอยโรคระยะต้นบางชนิดซึ่งแพทย์ประเมินว่ายังจำกัดอยู่ในชั้นผนังที่เหมาะกับการตัดผ่านกล้อง
- ต้องใส่สายให้อาหารเข้าสู่กระเพาะ เนื่องจากรับประทานทางปากไม่ได้เป็นเวลานาน
- มีการตีบหรืออุดตันที่อาจบรรเทาได้ด้วยหัตถการผ่านกล้อง
- เคยส่องกล้องตรวจแล้วพบจุดที่ต้องกลับมารักษาเพิ่มเติม

อาการปวดท้อง ท้องอืด แสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องส่องกล้องเพื่อรักษา หลายกรณีใช้การซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจหาเชื้อ หรือทดลองรักษาด้วยยาก่อน การส่องกล้องมีบทบาทมากขึ้นเมื่อมีสัญญาณเตือน อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือพบรอยโรคที่ต้องจัดการโดยตรง

### กรณีที่อาจต้องเลื่อน หลีกเลี่ยง หรือเปลี่ยนวิธีรักษา

การมีเงื่อนไขต่อไปนี้ไม่ได้แปลว่าห้ามทำเสมอไป แต่แพทย์ต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

- ระบบหายใจหรือหัวใจยังไม่คงที่
- มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดที่ยังแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อวางแผนตัดเนื้อเยื่อหรือขยายบริเวณตีบ
- เพิ่งรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม และหัตถการไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน
- สงสัยว่าทางเดินอาหารทะลุ หรือมีภาวะที่ต้องผ่าตัดโดยตรง
- รอยโรคมีขนาด ตำแหน่ง หรือความลึกที่ไม่เหมาะกับการรักษาผ่านกล้อง
- มีความเสี่ยงสูงต่อการสำลัก หรือไม่สามารถปกป้องทางเดินหายใจได้ ซึ่งอาจต้องใช้การดมยาสลบและใส่ท่อช่วยหายใจแทน
- ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ และยังไม่มีผู้มีอำนาจตัดสินใจแทน เว้นแต่เป็นเหตุฉุกเฉิน
- มีประวัติแพ้ยาหรือภาวะแทรกซ้อนจากยาระงับความรู้สึก ซึ่งต้องประเมินและวางแผนเฉพาะราย

ถ้ารอยโรคลุกลามลึก มีโอกาสกระจาย หรือไม่สามารถตัดออกได้อย่างเหมาะสมผ่านกล้อง การผ่าตัดหรือการรักษาร่วมหลายวิธีอาจให้ประโยชน์มากกว่า แพทย์จะใช้ภาพจากกล้อง ผลชิ้นเนื้อ และภาพถ่ายทางรังสีประกอบการตัดสินใจ

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวที่สำคัญที่สุดคือทำให้กระเพาะว่าง ลดความเสี่ยงที่อาหารหรือของเหลวจะไหลย้อนเข้าสู่ปอด และแจ้งข้อมูลยาที่มีผลต่อเลือดออกหรือการดมยา โรงพยาบาลจะกำหนดเวลางดอาหารและน้ำตามเวลานัด ชนิดยาระงับความรู้สึก และสุขภาพของคุณ อย่าใช้กำหนดจากผู้ป่วยคนอื่นแทนคำสั่งของทีมรักษา

### แจ้งแพทย์ให้ครบก่อนวันทำ

ควรแจ้งเรื่องต่อไปนี้ตั้งแต่ก่อนวันนัด ไม่ควรรอจนถึงหน้าห้องส่องกล้อง

- โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคตับ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- การตั้งครรภ์หรือมีโอกาสตั้งครรภ์
- ประวัติแพ้ยา แพ้ยาง หรือแพ้วัสดุทางการแพทย์
- ประวัติดมยาสลบยาก ใส่ท่อช่วยหายใจยาก หรือเคยมีอาการผิดปกติหลังได้รับยาระงับความรู้สึก
- ฟันโยก ฟันปลอม ครอบฟัน หรืออุปกรณ์ในช่องปาก
- เครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ฝังในร่างกาย เพราะหัตถการบางชนิดใช้กระแสไฟฟ้าจี้เนื้อเยื่อ
- เคยผ่าตัดทางเดินอาหาร หรือมีโครงสร้างทางเดินอาหารที่เปลี่ยนไป
- อาการติดเชื้อ มีไข้ ไอมาก หายใจลำบาก หรือสุขภาพเปลี่ยนไปก่อนวันนัด

### ยาที่ต้องทบทวน

นำรายชื่อยาทั้งหมดให้แพทย์ดู รวมถึงยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุด ปรับ หรือเปลี่ยนชั่วคราว ได้แก่

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาบางชนิดที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของกระเพาะ
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจเพิ่มเลือดออกหรือรบกวนยาระงับความรู้สึก

อย่าหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดเอง เพราะบางคนใช้ยาเหล่านี้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือด หรือการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ศัลยแพทย์ แพทย์ส่องกล้อง หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าควรปรับยาเมื่อใด โดยพิจารณาทั้งความเสี่ยงเลือดออกจากหัตถการและความเสี่ยงลิ่มเลือดของคุณ

### การงดอาหารและน้ำ

ปฏิบัติตามเวลาที่โรงพยาบาลแจ้งอย่างเคร่งครัด แม้จะเป็นน้ำใส ลูกอม หมากฝรั่ง นม หรือเครื่องดื่มที่ดูเบาก็ตาม หากเผลอกินหรือดื่ม ให้บอกทีมรักษาตามจริง การเลื่อนหัตถการอาจปลอดภัยกว่าการทำต่อขณะที่มีความเสี่ยงสำลัก

ผู้ที่มีกระเพาะบีบตัวช้า มีการอุดตัน ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาบางชนิด อาจต้องมีแผนงดอาหารต่างจากทั่วไป แพทย์จะเป็นผู้กำหนดตามความเสี่ยง

### สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- ใบนัด ใบส่งตัว และผลตรวจเดิม
- รายชื่อยา ขนาดที่ใช้อยู่ และเวลาที่รับประทานครั้งล่าสุด
- รายงานการส่องกล้อง ภาพถ่าย หรือผลชิ้นเนื้อเดิม
- ข้อมูลการแพ้ยาและโรคประจำตัว
- กล่องสำหรับเก็บฟันปลอมหรืออุปกรณ์ในช่องปาก
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่รัดแน่น

หากจะได้รับยาช่วยให้หลับหรือดมยาสลบ ควรจัดผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้มารับและอยู่ด้วยหลังกลับบ้าน แนวทางจากหน่วยส่องกล้องต่างประเทศระบุว่าฤทธิ์ยาระงับความรู้สึกอาจคงอยู่นานกว่าที่ผู้ป่วยรู้สึก และแนะนำให้มีผู้ดูแลเมื่อกลับบ้านภายในวันเดียวกัน ([NHS](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/ercp-endoscopic-retrograde-cholangio-pancreatography/recovery-after-ercp)) โรงพยาบาลในไทยอาจมีเกณฑ์ต่างกัน จึงควรถามข้อกำหนดล่วงหน้า

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจะแตกต่างตามหัตถการ แต่ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้

### 1. ตรวจยืนยันข้อมูลและแผนรักษา

ทีมรักษาจะยืนยันตัวตน โรคที่สงสัย หัตถการที่วางแผน ประวัติแพ้ยา เวลาที่กินหรือดื่มครั้งสุดท้าย และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด แพทย์จะอธิบายประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกก่อนให้ลงนามยินยอม

ควรถามให้ชัดว่าแพทย์ได้รับอนุญาตให้ทำอะไรได้บ้างหากพบความผิดปกติ เช่น เก็บชิ้นเนื้อ ห้ามเลือด ตัดติ่งเนื้อ หรือขยายบริเวณตีบ เพราะขอบเขตหัตถการมีผลต่อความเสี่ยงและการพักฟื้น

### 2. เตรียมร่างกายและติดเครื่องติดตาม

เจ้าหน้าที่จะเปิดเส้นเลือดสำหรับให้ยา และติดอุปกรณ์ติดตามชีพจร ความดันโลหิต ระดับออกซิเจน และการหายใจ คุณอาจได้รับออกซิเจนผ่านสายเล็กที่จมูก

ผู้ที่มีฟันปลอมชนิดถอดได้มักต้องถอดออก เจ้าหน้าที่อาจพ่นหรือให้ยาชาบริเวณคอเพื่อลดการขย้อน จากนั้นใส่อุปกรณ์กันกัดเพื่อป้องกันฟันและกล้อง

### 3. ให้ยาระงับความรู้สึก

หัตถการที่ไม่ซับซ้อนอาจใช้ยาชาคอร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลายหรือหลับ ผู้ป่วยยังหายใจเองได้ แต่หลายคนจำเหตุการณ์ได้น้อย หัตถการที่ใช้เวลานาน มีความเสี่ยงสำลัก หรือจำเป็นต้องควบคุมการหายใจ อาจใช้การดมยาสลบ

ชนิดของยาระงับความรู้สึกไม่ได้ขึ้นกับความกังวลเพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาความซับซ้อนของงาน โรคหัวใจและปอด น้ำหนักตัว ความเสี่ยงทางเดินหายใจ และประวัติการดมยา

### 4. สอดกล้องและตรวจทางเดินอาหาร

โดยมากผู้ป่วยนอนตะแคงซ้าย แพทย์ค่อย ๆ สอดกล้องผ่านปากและคอเข้าสู่หลอดอาหาร การสอดกล้องไม่ขัดขวางการหายใจโดยตรง แต่อาจรู้สึกแน่นคอหรืออยากขย้อนก่อนยาออกฤทธิ์เต็มที่

แพทย์เติมอากาศหรือก๊าซในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ผนังทางเดินอาหารกางออกและมองเห็นชัด จึงอาจมีอาการเรอ ท้องอืด หรือแน่นท้องชั่วคราวหลังทำ

แพทย์ตรวจหลอดอาหาร กระเพาะ และลำไส้เล็กส่วนต้น บันทึกภาพ และระบุตำแหน่งรอยโรคก่อนเริ่มรักษา กล้องส่องทางเดินอาหารช่วยให้เห็นเยื่อบุโดยตรงและสอดเครื่องมือผ่านช่องภายในกล้องได้ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/25126-endoscopy))

### 5. ทำหัตถการรักษา

วิธีรักษาขึ้นกับสิ่งที่พบ เช่น

- หากมีเลือดออก แพทย์อาจใช้คลิปหนีบ ใช้ความร้อน หรือใช้วิธีอื่นเพื่อให้เลือดหยุด
- หากมีติ่งเนื้อหรือรอยโรคที่เหมาะสม อาจใช้บ่วงหรือเครื่องมือตัดออก
- หากต้องตัดรอยโรคในชั้นเยื่อบุ แพทย์อาจยกชั้นเนื้อเยื่อและตัดอย่างเป็นระบบ
- หากมีหลอดอาหารตีบ อาจใช้บอลลูนหรืออุปกรณ์ขยาย
- หากมีอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมติด อาจใช้คีมหรืออุปกรณ์ครอบแล้วนำออก
- หากจำเป็นต้องให้อาหารระยะยาว อาจสร้างทางสำหรับสายให้อาหารเข้าสู่กระเพาะ
- หากพบรอยโรคที่ยังรักษาไม่ได้ในขณะนั้น อาจเก็บชิ้นเนื้อ ทำเครื่องหมาย หรือหยุดเพื่อวางแผนรักษาวิธีอื่น

แพทย์อาจเปลี่ยนแผนระหว่างทำเพื่อความปลอดภัย เช่น งดตัดก้อนที่ลึกหรือเสี่ยงทะลุ เปลี่ยนไปเก็บชิ้นเนื้อ หรือส่งต่อเพื่อผ่าตัดภายหลัง การหยุดหัตถการไม่ได้หมายความว่าการรักษาล้มเหลว แต่เป็นการหลีกเลี่ยงอันตรายเมื่อพบข้อมูลใหม่

### 6. ถอนกล้องและเฝ้าสังเกตอาการ

หลังตรวจว่าบริเวณรักษาไม่มีเลือดออกผิดปกติ แพทย์จะถอนกล้องออก คุณจะถูกย้ายไปพื้นที่พักฟื้น เจ้าหน้าที่ติดตามชีพจร ความดัน การหายใจ ระดับความรู้สึกตัว อาการปวด และเลือดออก

แพทย์อาจแจ้งผลเบื้องต้นก่อนกลับบ้าน แต่ผู้ที่ได้รับยาช่วยให้หลับอาจจำรายละเอียดได้ไม่ครบ ควรให้ผู้ดูแลฟังคำอธิบายด้วย และขอรายงานการส่องกล้องกลับไปเก็บไว้ ผลชิ้นเนื้อต้องรอการตรวจในห้องปฏิบัติการ จึงไม่ทราบผลทันที

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การส่องกล้องเพื่อรักษาใช้เวลาตั้งแต่ช่วงสั้นสำหรับหัตถการไม่ซับซ้อน ไปจนถึงหลายชั่วโมงสำหรับการตัดรอยโรคขนาดใหญ่หรือการควบคุมเลือดออกที่ยาก แหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุช่วงเวลามาตรฐานสำหรับหัตถการทุกชนิด จึงควรถามแพทย์จากแผนรักษาของคุณโดยตรง

เวลาที่อยู่โรงพยาบาลยาวกว่าเวลาที่กล้องอยู่ในร่างกาย เพราะรวมการลงทะเบียน ประเมินก่อนทำ ให้ยา พักฟื้น และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยที่ทำหัตถการเล็กและฟื้นดีอาจกลับบ้านในวันเดียวกัน ส่วนผู้ที่มีเลือดออกมาก ตัดเนื้อเยื่อบริเวณกว้าง มีโรคร่วม หรือเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนอาจต้องนอนโรงพยาบาล

ชนิดของการระงับความรู้สึกอาจเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

| วิธี | ผู้ป่วยรู้สึกอย่างไร | ใช้เมื่อใด |
|---|---|---|
| ยาชาเฉพาะที่บริเวณคอ | ลดการขย้อน แต่ยังรู้ตัว | การตรวจหรือหัตถการบางชนิดที่สั้น |
| ยาชาคอร่วมกับยาช่วยให้หลับ | ง่วง ผ่อนคลาย และอาจจำได้น้อย | ใช้บ่อยในการส่องกล้องที่ไม่ซับซ้อน |
| ดมยาสลบ | ไม่รู้สึกตัวและมีทีมดูแลทางเดินหายใจ | หัตถการซับซ้อน ใช้เวลานาน หรือมีความเสี่ยงสำลัก |

หากเป็นการส่องกล้องเร่งด่วนเพื่อห้ามเลือด ระยะเวลาและการนอนโรงพยาบาลขึ้นกับความรุนแรงของการเสียเลือด ความดันโลหิต ผลเลือด โรคร่วม และการตอบสนองต่อการรักษา มากกว่าตัวหัตถการเพียงอย่างเดียว

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวมีสองส่วน คือฟื้นจากยาระงับความรู้สึก และฟื้นจากแผลภายในที่เกิดจากหัตถการ ผู้ที่ส่องกล้องตรวจหรือทำหัตถการเล็กอาจกลับไปทำกิจวัตรเบา ๆ ได้เร็วกว่า ผู้ที่ตัดรอยโรค ขยายจุดตีบ หรือห้ามเลือดต้องระวังเลือดออกและการทะลุนานกว่า

### หลังทำทันที

ในห้องพักฟื้น คุณอาจมีอาการง่วง มึน คลื่นไส้ เจ็บคอ เรอ หรือท้องอืด อาการแน่นท้องมักเกิดจากอากาศหรือก๊าซที่ใช้ระหว่างส่องกล้อง ([NHS](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/ercp-endoscopic-retrograde-cholangio-pancreatography/recovery-after-ercp)) เจ้าหน้าที่จะประเมินว่าสามารถกลืนได้ รู้สึกตัวดี และไม่มีสัญญาณเลือดออกหรือปัญหาการหายใจก่อนให้กลับ

อย่ารีบกินหรือดื่มจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต เพราะยาชาคออาจทำให้การกลืนยังไม่กลับเป็นปกติ หลังหัตถการบางชนิดแพทย์อาจให้เริ่มจากน้ำ อาหารเหลว หรืออาหารอ่อน ขณะที่บางกรณีต้องงดอาหารต่อเพื่อเฝ้าระวังหรือให้แผลพัก คำสั่งเรื่องอาหารและการกลับบ้านขึ้นกับชนิดหัตถการและแนวทางของโรงพยาบาลในไทย โดยศัลยแพทย์หรือทีมรักษาจะเป็นผู้แนะนำ

### ช่วงวันแรก

หากได้รับยาช่วยให้หลับหรือดมยาสลบ ควรพักและมีผู้ดูแลตามระยะเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด แนวทางผู้ป่วยจากแหล่งอ้างอิงแนะนำว่าในช่วงแรกหลังได้รับยาไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร ทำกิจกรรมที่ต้องตัดสินใจสำคัญ หรือเซ็นเอกสารทางกฎหมาย เพราะฤทธิ์ยาอาจยังมีผลแม้รู้สึกตื่นแล้ว

อาการเจ็บคอเล็กน้อย เรอ หรือท้องอืดอาจเกิดขึ้นได้ แต่ควรค่อย ๆ ดีขึ้น หากปวดมากขึ้น กลืนไม่ได้ หายใจลำบาก หรือมีเลือดออก ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที

### การกลับไปทำงาน

ผู้ที่ทำงานเบาและได้รับหัตถการไม่ซับซ้อนมักกลับไปทำงานได้เร็ว หลังพ้นข้อจำกัดจากยาระงับความรู้สึกและกินอาหารได้ตามแผน งานที่ใช้แรง ยกของหนัก ขับรถ หรือควบคุมเครื่องจักรอาจต้องหยุดนานกว่า

หลังตัดก้อนขนาดใหญ่ ห้ามเลือด หรือขยายบริเวณตีบ แพทย์อาจจำกัดกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเลือดออกหรือแรงดันที่กระทบแผล ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ควรขอใบคำแนะนำที่ระบุวันกลับทำงานและข้อจำกัดตามหัตถการจริง

### การฟื้นตัวเต็มที่

อาการจากการสอดกล้องมักดีขึ้นก่อนแผลภายในจะหาย การไม่มีอาการปวดไม่ได้หมายความว่าแผลหายสมบูรณ์ จึงควรกินอาหาร ใช้ยา และจำกัดกิจกรรมตามคำแนะนำจนถึงวันติดตามผล

| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| หลังทำทันที | ง่วง เจ็บคอ ท้องอืด | พักในพื้นที่สังเกตอาการ รออนุญาตก่อนกิน |
| วันแรก | อาจยังมึนจากยาและอ่อนเพลีย | มีผู้ดูแล งดขับรถและงานเสี่ยงตามคำสั่ง |
| หลายวันถัดมา | อาการระคายคอและท้องอืดควรลดลง | ทำกิจกรรมตามระดับที่แพทย์อนุญาต |
| ระยะติดตามผล | รอผลชิ้นเนื้อหรือประเมินแผล | นำรายงานส่องกล้องไปพบแพทย์ตามนัด |

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การส่องกล้องเพื่อรักษามีความเสี่ยงมากกว่าการส่องกล้องเพื่อดูอย่างเดียว เพราะมีการตัด จี้ ขยาย หรือใส่อุปกรณ์ ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับชนิดหัตถการ ขนาดและตำแหน่งรอยโรค โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่

### อาการที่พบได้และมักไม่รุนแรง

- เจ็บหรือระคายคอ
- เรอ ท้องอืด หรือแน่นท้อง
- คลื่นไส้จากยา
- ง่วง มึน หรือจำเหตุการณ์ช่วงสั้น ๆ ไม่ได้
- ระคายบริเวณที่ใส่สายน้ำเกลือ
- มีเลือดเล็กน้อยหลังเก็บชิ้นเนื้อหรือทำหัตถการบางชนิด

อาการเหล่านี้ควรค่อย ๆ ดีขึ้น หากรุนแรงขึ้นหรือไม่เป็นไปตามคำแนะนำหลังทำ ต้องติดต่อทีมรักษา

### เลือดออก

เลือดออกอาจเกิดทันทีหรือเกิดภายหลัง โดยเฉพาะหลังตัดรอยโรค ขยายจุดตีบ หรือรักษาบริเวณที่มีเลือดออกอยู่เดิม ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีโรคตับ เกล็ดเลือดต่ำ หรือมีปัญหาการแข็งตัวของเลือดอาจมีความเสี่ยงมากขึ้น

เลือดออกบางกรณีหยุดได้ด้วยการส่องกล้องซ้ำ บางรายอาจต้องให้เลือด รักษาผ่านหลอดเลือด หรือผ่าตัด หากอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำมาก หน้ามืด หรือเป็นลม ไม่ควรรอดูอาการเอง

### ผนังทางเดินอาหารฉีกขาดหรือทะลุ

เครื่องมือ การตัดเนื้อเยื่อ หรือการขยายบริเวณตีบอาจทำให้ผนังหลอดอาหาร กระเพาะ หรือลำไส้เล็กส่วนต้นทะลุได้ หากเกิดขึ้น แพทย์อาจปิดรอยทะลุผ่านกล้อง ให้ยารักษาการติดเชื้อ งดอาหาร หรือผ่าตัด ขึ้นกับขนาด ตำแหน่ง และสภาพของผู้ป่วย

อาการเตือน ได้แก่ ปวดคอ หน้าอก หรือท้องอย่างรุนแรง ท้องแข็ง หายใจลำบาก มีไข้ หรือชีพจรเร็ว

### ปัญหาจากยาระงับความรู้สึก

อาจเกิดความดันต่ำ ออกซิเจนต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือการหายใจช้าลง บทความทบทวนเรื่องภาวะแทรกซ้อนของการส่องกล้องระบุว่าเหตุการณ์เกี่ยวกับหัวใจและปอดเป็นส่วนสำคัญของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่ไม่ได้วางแผนไว้ การประเมินก่อนทำและการติดตามระหว่างให้ยาจึงมีความสำคัญ ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9806027/))

ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด ภาวะอ้วน หรือหยุดหายใจขณะหลับอาจต้องมีแผนเฝ้าระวังเฉพาะราย

### การสำลัก

อาหาร น้ำลาย หรือสิ่งคัดหลั่งอาจไหลเข้าสู่ปอดระหว่างที่การตอบสนองของร่างกายลดลงจากยา ทำให้หายใจลำบากหรือปอดอักเสบได้ การงดอาหารตามคำสั่งและการเลือกวิธีดูแลทางเดินหายใจที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงนี้

### การติดเชื้อ

การติดเชื้อหลังส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่พบเป็นปกติ แต่เกิดได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการทะลุ การใส่อุปกรณ์ หรือมีเนื้อเยื่อเสียหาย หากมีไข้ หนาวสั่น ปวดมากขึ้น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรกลับไปพบแพทย์

### ความเสียหายต่อฟันและช่องปาก

ฟันโยก ครอบฟัน ฟันปลอม และริมฝีปากอาจบาดเจ็บจากอุปกรณ์กันกัดหรือการใส่กล้องได้ ควรแจ้งปัญหาฟันก่อนเริ่มหัตถการ

### รักษาไม่สำเร็จหรือต้องทำซ้ำ

เลือดอาจกลับมาออก จุดตีบอาจกลับมาตีบ หรือรอยโรคอาจไม่สามารถตัดออกหมดอย่างปลอดภัยในการทำครั้งเดียว ผู้ป่วยบางรายจึงต้องส่องกล้องซ้ำ ผ่าตัด หรือรับการรักษาอื่นต่อ ผลลัพธ์ขึ้นกับลักษณะโรค ไม่ควรตีความการทำผ่านกล้องว่าเป็นการรับประกันว่าจะไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน หากอาเจียนเป็นเลือดมาก ถ่ายเป็นเลือดร่วมกับหน้ามืดหรือเป็นลม ปวดหน้าอกหรือท้องรุนแรง ท้องแข็ง หายใจลำบาก ซึม หรือกลืนไม่ได้ ต้องโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอติดต่อหน่วยส่องกล้องก่อน ส่วนอาการไม่รุนแรงให้ติดต่อหน่วยส่องกล้องตามเบอร์ในใบกลับบ้าน

| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอดูเอง |
|---|---|
| อาเจียนเป็นเลือดสดหรือมีเลือดมาก | อาจมีเลือดออกจากตำแหน่งรักษา |
| ถ่ายดำมาก ถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย | อาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร |
| ปวดหน้าอก ปวดท้อง หรือปวดคอรุนแรงขึ้น | อาจเป็นเลือดออก การฉีกขาด หรือทะลุ |
| ท้องแข็ง กดเจ็บมาก หรือปวดจนขยับลำบาก | ต้องประเมินภาวะในช่องท้อง |
| มีไข้หรือหนาวสั่น โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับปวดหน้าอก ปวดท้อง ปวดคอ หายใจลำบาก หรืออ่อนเพลียลงอย่างรวดเร็ว | อาจมีการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อน ให้ติดต่อโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ไข้สูง |
| หายใจลำบาก หอบ ไอมาก หรือริมฝีปากเขียว | อาจเกิดการสำลักหรือปัญหาจากระบบหายใจ |
| อาเจียนต่อเนื่อง กินน้ำไม่ได้ | เสี่ยงขาดน้ำหรือมีการอุดตัน |
| กลืนไม่ได้ น้ำลายไหล หรือรู้สึกว่ามีของติดคอ | อาจมีการบวม ตีบ หรือการอุดตัน |
| ใจสั่น เป็นลม สับสน หรือปลุกไม่ตื่น | อาจเป็นผลจากเสียเลือด ยา หรือระบบหัวใจและปอด |

หลังส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น หากปวดหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น อาเจียนไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำมาก หายใจลำบาก หรือกลืนไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9806027/)) ควรนำรายงานการส่องกล้องและรายชื่อยาติดตัวไปด้วย เพื่อให้ทีมฉุกเฉินทราบว่าทำหัตถการใดและตำแหน่งใด

หากไม่แน่ใจว่าเลือดหรืออาการปวดอยู่ในระดับที่ควรกังวล ให้ใช้เบอร์ติดต่อที่ระบุในใบกลับบ้าน การมีอาการรุนแรง หายใจลำบาก หมดสติ หรือเสียเลือดมากควรไปห้องฉุกเฉิน ไม่ควรรอถึงวันนัด

## ทางเลือกอื่น

การส่องกล้องเพื่อรักษาไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกอาการและทุกโรค ทางเลือกขึ้นกับเป้าหมายว่าแพทย์ต้องการตรวจวินิจฉัย ห้ามเลือด เปิดทางตีบ นำสิ่งแปลกปลอมออก หรือตัดรอยโรค

### การรักษาด้วยยาและการติดตามอาการ

โรคกรดไหลย้อน กระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะหรือแผลลำไส้บางกรณีอาจรักษาด้วยยา การปรับพฤติกรรม และการกำจัดสาเหตุ เช่น ยาที่ระคายกระเพาะหรือการติดเชื้อ การส่องกล้องเพื่อรักษามักสงวนไว้เมื่อมีเลือดออก ตีบ อุดตัน พบก้อน หรือมีเหตุผลอื่นที่ยาจัดการไม่ได้

หากมีเพียงอาการอาหารไม่ย่อยและไม่มีสัญญาณเตือน แพทย์อาจเริ่มจากการตรวจและรักษาโดยไม่ส่องกล้องก่อน อายุ อาการร่วม ประวัติครอบครัว และการตอบสนองต่อยามีผลต่อการเลือกแนวทาง

### การส่องกล้องตรวจอย่างเดียว

บางคนต้องส่องกล้องเพื่อดู เก็บชิ้นเนื้อ และวางแผนก่อน โดยยังไม่ทำหัตถการรักษา เหมาะเมื่อยังไม่ทราบชนิดหรือความลึกของรอยโรค หรือสถานพยาบาลต้องเตรียมเครื่องมือและทีมเฉพาะสำหรับการรักษาครั้งต่อไป

### การตรวจภาพทางรังสี

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการกลืนสารทึบรังสีอาจแสดงการตีบ ก้อน การทะลุ หรือความผิดปกตินอกผนังทางเดินอาหารได้ การตรวจเหล่านี้ไม่สามารถเก็บชิ้นเนื้อหรือห้ามเลือดโดยตรง จึงมักใช้เสริมหรือใช้เมื่อการส่องกล้องไม่เหมาะสม

### การรักษาผ่านหลอดเลือด

เลือดออกบางชนิดที่ส่องกล้องแล้วไม่หยุด หรือเข้าถึงด้วยกล้องได้ยาก อาจรักษาโดยแพทย์รังสีร่วมรักษา ซึ่งสอดสายผ่านหลอดเลือดเพื่ออุดหลอดเลือดที่เป็นต้นเหตุ วิธีนี้หลีกเลี่ยงแผลผ่าตัดใหญ่ แต่มีความเสี่ยงและข้อจำกัดของตนเอง

### การผ่าตัด

การผ่าตัดอาจเหมาะกว่าเมื่อมีรอยทะลุ ก้อนลุกลามลึก เลือดออกที่ควบคุมไม่ได้ การอุดตันรุนแรง หรือรอยโรคไม่สามารถตัดผ่านกล้องได้อย่างปลอดภัย การผ่าตัดอาจทำแบบแผลเล็กหรือเปิดหน้าท้อง ขึ้นกับโรค ตำแหน่ง และความเร่งด่วน

แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มด้วยการส่องกล้องเพราะกระทบเนื้อเยื่อน้อยกว่า แต่หากวิธีนี้มีโอกาสเอารอยโรคออกไม่ครบหรือเสี่ยงสูง การผ่าตัดตั้งแต่แรกอาจเหมาะสมกว่า คำถามสำคัญคือแต่ละวิธีมีเป้าหมายอะไร มีโอกาสต้องทำซ้ำหรือเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดเพียงใด และผลชิ้นเนื้อจะเปลี่ยนแผนอย่างไร

## สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และว่าหัตถการนั้นอยู่ในขอบเขตบริการของโรงพยาบาลหรือไม่ ควรตรวจสอบก่อนวันนัด โดยเฉพาะหัตถการที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะหรือต้องส่งต่อไปศูนย์ที่มีความพร้อม

### ประกันสังคม

โดยทั่วไป ผู้ประกันตนต้องเริ่มจากสถานพยาบาลตามสิทธิ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็นต้องส่องกล้องหรือทำหัตถการ สถานพยาบาลจะนัดทำหรือส่งต่อไปยังหน่วยที่มีศักยภาพ

ควรถามว่า

- ต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
- หัตถการและอุปกรณ์ที่แพทย์วางแผนอยู่ในระบบส่งต่อหรือไม่
- หากเป็นเหตุฉุกเฉินควรไปที่ใด
- ต้องนำผลตรวจหรือเอกสารใดไปในวันทำ

### บัตรทอง

ผู้ใช้สิทธิบัตรทองมักเข้ารับการประเมินที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการตามระบบ หากมีข้อบ่งชี้ แพทย์จะส่งต่อไปโรงพยาบาลที่มีหน่วยส่องกล้องและทีมรักษาที่เหมาะสม

กรณีอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำร่วมกับหน้ามืด หรือมีสิ่งแปลกปลอมติดจนกลืนไม่ได้ อาจเป็นภาวะฉุกเฉิน ควรไปห้องฉุกเฉินเพื่อประเมิน ไม่ควรรอขั้นตอนนัดหมายตามปกติ

### ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ สาเหตุของโรค ระยะเวลารอคอย เงื่อนไขโรคที่เป็นมาก่อน และว่าเป็นผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน การอนุมัติส่องกล้องตรวจไม่ได้หมายความว่าจะครอบคลุมอุปกรณ์หรือหัตถการรักษาทุกชนิดโดยอัตโนมัติ

ก่อนวันทำควรถามบริษัทประกันและโรงพยาบาลว่า

- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- คุ้มครองเฉพาะการส่องกล้อง หรือรวมการตัดรอยโรค ห้ามเลือด และเก็บชิ้นเนื้อด้วย
- ค่าตรวจชิ้นเนื้อและอุปกรณ์เฉพาะอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
- หากแพทย์พบสิ่งที่ต้องรักษาเพิ่มระหว่างทำ ต้องขออนุมัติอย่างไร
- หากต้องนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัดต่อ ต้องใช้เอกสารใด

### เอกสารที่ควรเตรียม

เตรียมบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิ ใบส่งตัว ใบนัด รายงานการส่องกล้องเดิม ผลตรวจเลือด ผลภาพถ่ายทางรังสี และหนังสืออนุมัติจากประกันถ้ามี การตรวจสอบสิทธิก่อนวันทำช่วยลดความล่าช้า แต่การอนุมัติสุดท้ายยังขึ้นกับเงื่อนไขของผู้ให้สิทธิและข้อบ่งชี้ที่แพทย์บันทึก

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อรักษาเจ็บไหม

ส่วนใหญ่ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำมากนัก เพราะมักได้รับยาชาคอร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลายหรือหลับ แต่ความรู้สึกขึ้นกับชนิดหัตถการและวิธีระงับความรู้สึก คุณอาจรู้สึกแน่นคอ อยากขย้อน หรือท้องอืดช่วงสั้น ๆ หลังทำ

ถ้ากังวลมาก ให้บอกทีมรักษาก่อนเริ่ม แพทย์จะประเมินว่าวิธีระงับความรู้สึกแบบใดเหมาะสมและปลอดภัย ไม่ควรรับประกันว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน

### ส่องกล้องแล้วต้องนอนโรงพยาบาลไหม

หัตถการขนาดเล็กและไม่มีภาวะแทรกซ้อนอาจกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ส่วนการห้ามเลือด ตัดรอยโรคขนาดใหญ่ หรือผู้ที่มีโรคร่วมอาจต้องนอนสังเกตอาการ ระยะเวลาขึ้นกับสิ่งที่แพทย์ทำ ผลหลังหัตถการ และชนิดยาระงับความรู้สึก

ควรเตรียมผู้ดูแลและของใช้ที่จำเป็นเผื่อไว้ แม้แผนเดิมจะให้กลับบ้าน เพราะแพทย์อาจเปลี่ยนแผนหากพบความผิดปกติหรือจำเป็นต้องเฝ้าระวัง

### ก่อนส่องกล้องต้องงดน้ำและอาหารนานเท่าไร

ต้องงดตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนดเฉพาะราย เพราะขึ้นกับเวลานัด ชนิดอาหาร การบีบตัวของกระเพาะ โรคประจำตัว และวิธีระงับความรู้สึก อย่าใช้ระยะเวลาจากอินเทอร์เน็ตแทนคำสั่งของทีมรักษา

หากเผลอกินหรือดื่ม ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและบอกชนิดกับเวลาตามจริง เพื่อให้ประเมินความเสี่ยงสำลักและตัดสินใจว่าจะทำต่อหรือเลื่อน

### ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือไม่

บางคนต้องปรับหรือหยุดชั่วคราว แต่ห้ามตัดสินใจเอง แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงเลือดออกของหัตถการเทียบกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือด หรือหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แล้วกำหนดเวลาเฉพาะบุคคล

นำชื่อยาและเวลาที่ใช้ครั้งล่าสุดไปแจ้งทีมรักษา หากมีแพทย์หลายคนดูแล ควรให้ทีมที่ทำหัตถการประสานกับแพทย์ผู้สั่งยาเดิม

### ส่องกล้องครั้งเดียวตรวจและรักษาได้เลยหรือไม่

ทำได้ในหลายกรณี เพราะกล้องมีช่องสำหรับสอดเครื่องมือไปเก็บชิ้นเนื้อ ห้ามเลือด ตัดเนื้อเยื่อ หรือขยายจุดตีบ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/25126-endoscopy)) อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจทำเพียงการตรวจและเก็บชิ้นเนื้อ หากรอยโรคไม่เหมาะกับการรักษาทันที ต้องรอผลตรวจ หรือต้องเตรียมทีมและอุปกรณ์เพิ่มเติม

ก่อนลงนามยินยอม ควรถามว่าหากพบความผิดปกติ แพทย์สามารถทำหัตถการใดได้ทันที และกรณีใดต้องนัดใหม่หรือผ่าตัด

### หลังส่องกล้องกินอาหารได้เมื่อไร

กินได้เมื่อการกลืนกลับเป็นปกติและทีมรักษาอนุญาต แต่ชนิดอาหารขึ้นกับหัตถการที่ทำ บางคนเริ่มจากน้ำหรืออาหารอ่อน ขณะที่ผู้ที่มีแผลภายในขนาดใหญ่หรือมีความเสี่ยงอาจต้องงดอาหารต่อ คำสั่งเรื่องอาหารและการกลับบ้านขึ้นกับชนิดหัตถการและแนวทางของโรงพยาบาลในไทย โดยศัลยแพทย์หรือทีมรักษาจะเป็นผู้แนะนำ

ให้ยึดใบคำแนะนำหลังทำเป็นหลัก หากกินแล้วไอ สำลัก ปวดมาก อาเจียน หรือกลืนไม่ได้ ให้หยุดและติดต่อโรงพยาบาล

### หลังทำขับรถกลับเองได้ไหม

ถ้าได้รับยาช่วยให้หลับหรือดมยาสลบ ไม่ควรขับรถกลับเอง และควรมีผู้ใหญ่มารับตามข้อกำหนดของโรงพยาบาล ฤทธิ์ยาอาจกระทบการตอบสนองและการตัดสินใจ แม้คุณรู้สึกตื่นดีแล้ว

ถ้าใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ข้อจำกัดอาจต่างออกไป แต่ควรให้ทีมรักษาเป็นผู้ยืนยันก่อนออกจากโรงพยาบาล

### ผลชิ้นเนื้อออกทันทีหรือไม่

ผลชิ้นเนื้อไม่ออกทันที เพราะต้องผ่านกระบวนการเตรียมและตรวจโดยแพทย์พยาธิวิทยา ระยะเวลาขึ้นกับห้องปฏิบัติการ ชนิดตัวอย่าง และว่าต้องย้อมหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

ก่อนกลับควรถามว่าจะรับผลทางใด นัดวันไหน และต้องพบแพทย์คนใด อย่าตีความจากภาพส่องกล้องเพียงอย่างเดียว เพราะการวินิจฉัยบางโรคต้องอาศัยผลชิ้นเนื้อยืนยัน

### ถ้าตัดติ่งเนื้อแล้วถือว่ารักษาจบหรือไม่

ยังสรุปไม่ได้จนกว่าจะทราบผลชิ้นเนื้อ ขนาด ความลึก ขอบเขตการตัด และความเสี่ยงของรอยโรค บางคนต้องส่องกล้องติดตาม ตัดเพิ่ม ผ่าตัด หรือรับการรักษาอื่น

คำถามที่ควรถามวันฟังผลคือ ตัดออกครบตามที่เห็นหรือไม่ ขอบชิ้นเนื้อเป็นอย่างไร และต้องติดตามด้วยวิธีใด

### เลือดออกหลังส่องกล้องเป็นเรื่องปกติหรือไม่

เลือดปริมาณเล็กน้อยอาจพบได้หลังเก็บชิ้นเนื้อหรือทำหัตถการบางชนิด แต่เลือดสดจำนวนมาก อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำมาก หน้ามืด หรือเป็นลมไม่ใช่อาการที่ควรรอดู ให้ไปโรงพยาบาลทันที

เลือดออกอาจเกิดช้าหลังกลับบ้านได้ จึงควรเก็บรายงานการส่องกล้องและเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว

### ถ้าส่องกล้องรักษาไม่ได้ ต้องทำอย่างไรต่อ

แพทย์อาจนัดส่องกล้องด้วยเทคนิคอื่น ส่งรักษาผ่านหลอดเลือด หรือแนะนำการผ่าตัด ขึ้นกับเหตุผลที่ทำไม่สำเร็จ เช่น มองไม่เห็นจุดเลือดออก รอยโรคลึก ตำแหน่งเข้าถึงยาก หรือความเสี่ยงทะลุสูง

การเปลี่ยนวิธีไม่ได้แปลว่าการส่องกล้องครั้งแรกไม่มีประโยชน์ เพราะข้อมูลจากภาพและชิ้นเนื้ออาจช่วยเลือกวิธีรักษาต่อไปได้แม่นยำขึ้น

### ผู้สูงอายุส่องกล้องเพื่อรักษาได้ไหม

ผู้สูงอายุทำได้หากประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง แต่ต้องประเมินโรคหัวใจ ปอด ไต ภาวะเปราะบาง ยาที่ใช้ และความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึกอย่างละเอียด อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้าม

ทีมรักษาอาจปรับระดับยา ใช้การติดตามที่เข้มขึ้น หรือให้นอนสังเกตอาการตามสุขภาพและความซับซ้อนของหัตถการ

### ส่องกล้องเพื่อรักษาแทนการผ่าตัดได้ทุกกรณีไหม

แทนไม่ได้ทุกกรณี เพราะรอยโรคบางชนิดลึก ใหญ่ ลุกลาม หรืออยู่ในตำแหน่งที่รักษาผ่านกล้องไม่ปลอดภัย การผ่าตัดอาจเหมาะกว่าเมื่อจำเป็นต้องนำผนังทางเดินอาหารหรืออวัยวะข้างเคียงออก หรือเมื่อเกิดการทะลุและเลือดออกที่ควบคุมไม่ได้

แพทย์จะพิจารณาภาพส่องกล้อง ผลชิ้นเนื้อ ภาพถ่ายทางรังสี และสุขภาพโดยรวมก่อนแนะนำวิธีที่เหมาะสม.

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Endoscopy: Procedure, Types, What To Expect](https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/25126-endoscopy) — เกี่ยวกับ Gastroscopy with intervention — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [NHS: Recovery after an ERCP | Guy's and St Thomas' NHS Foundation Trust](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/ercp-endoscopic-retrograde-cholangio-pancreatography/recovery-after-ercp) — เกี่ยวกับ Gastroscopy with intervention — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of diagnostic upper Gastrointestinal endoscopy - PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9806027/) — เกี่ยวกับ Gastroscopy with intervention — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
