# เจาะแก้วหูใส่ท่อ

**เจาะแก้วหูใส่ท่อ (Ear-tube insertion) คือการเปิดรูเล็กๆ ที่เยื่อแก้วหู ดูดของเหลวออกจากหูชั้นกลาง แล้ววางท่อขนาดเล็กเพื่อช่วยระบายของเหลวและปรับความดันในหู มักพิจารณาในเด็กที่มีน้ำค้างหลังแก้วหูนานจนกระทบการได้ยิน หรือมีหูชั้นกลางอักเสบซ้ำ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีน้ำในหูจะต้องผ่าตัด**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดช่วยให้อากาศเข้าสู่หูชั้นกลางและเปิดทางให้ของเหลวไหลออก จึงอาจลดปัญหาการได้ยินจากน้ำค้างในหูและช่วยจัดการการติดเชื้อซ้ำได้ แต่ยังติดเชื้อได้แม้มีท่ออยู่
- เด็กเล็กมักได้รับยาระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกาย ส่วนผู้ใหญ่บางรายอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ การผ่าตัดมักใช้เวลาไม่นานและกลับบ้านได้ในวันเดียว ทั้งนี้ขึ้นกับอายุ สุขภาพ และแนวทางของสถานพยาบาล
- ท่อส่วนมากหลุดออกเองเมื่อเยื่อแก้วหูค่อยๆ ดันออกมา ต้องติดตามจนกว่าท่อจะหลุดและเยื่อแก้วหูปิด หากมีหนองหรือเลือดไหลต่อเนื่อง ปวดมากขึ้น ไข้สูง หรือได้ยินลดลง ควรติดต่อแพทย์ก่อนวันนัด

## เจาะแก้วหูใส่ท่อ คืออะไร

เยื่อแก้วหูเป็นแผ่นเนื้อเยื่อบางที่กั้นช่องหูด้านนอกออกจากหูชั้นกลาง เมื่อมีของเหลวสะสมอยู่หลังเยื่อแก้วหู เสียงจะส่งผ่านได้ไม่ดี ผู้ป่วยจึงอาจได้ยินอู้อี้ รู้สึกแน่นหู หรือมีปัญหาการทรงตัว เด็กเล็กอาจไม่สามารถบอกอาการได้ แต่อาจพูดไม่ชัด ตอบสนองต่อเสียงลดลง เปิดเสียงดัง หรือมีปัญหาด้านการเรียนรู้และพฤติกรรม

ตามปกติ หูชั้นกลางจะระบายของเหลวและปรับความดันผ่านท่อยูสเตเชียน ซึ่งเชื่อมระหว่างหูชั้นกลางกับบริเวณหลังจมูก ท่อนี้ในเด็กเล็กแคบและวางตัวค่อนข้างราบ จึงอุดตันและระบายของเหลวได้ยากกว่าผู้ใหญ่ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/ear-tubes/about/pac-20384667)

การเจาะเยื่อแก้วหูเรียกว่า “ไมริงโกโตมี” ศัลยแพทย์หู คอ จมูกจะทำช่องเปิดขนาดเล็กบนเยื่อแก้วหู แล้วดูดของเหลวที่ค้างอยู่ หากทำเพียงการเจาะโดยไม่วางท่อ ช่องเปิดอาจปิดค่อนข้างเร็ว การใส่ท่อระบายจึงช่วยคงช่องทางให้อากาศเข้าและให้ของเหลวไหลออกระหว่างที่หูชั้นกลางฟื้นตัว

ท่อระบายเป็นทรงกระบอกกลวงขนาดเล็ก วางพาดอยู่ในช่องเปิดของเยื่อแก้วหู มีทั้งชนิดที่ออกแบบให้หลุดเองและชนิดที่อยู่ได้นานกว่า แพทย์จะเลือกตามโรคเดิม ระยะเวลาที่คาดว่าต้องระบายอากาศ และประวัติการใส่ท่อครั้งก่อน ท่อไม่ได้ทำหน้าที่ขยายเสียง และไม่ได้แก้การสูญเสียการได้ยินที่เกิดจากหูชั้นในหรือเส้นประสาทหู

ในเด็ก การผ่าตัดอาจใช้เพื่อจัดการน้ำค้างในหูชั้นกลางที่อยู่นานและกระทบการได้ยิน หรือหูชั้นกลางอักเสบที่เกิดซ้ำ ในผู้ใหญ่พบน้อยกว่า แต่อาจพิจารณาเมื่อท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ มีของเหลวค้าง หรือมีปัญหาจากความดันอากาศเปลี่ยน เช่น ระหว่างการบินหรือการดำน้ำ

ผู้ใหญ่ที่มีน้ำค้างในหูข้างเดียว โดยเฉพาะเป็นต่อเนื่อง ไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีคัดจมูก เลือดกำเดา ก้อนที่คอ ปวดศีรษะ หรือเส้นประสาทสมองผิดปกติ ควรได้รับการตรวจหู คอ จมูกและส่องตรวจโพรงหลังจมูก รวมถึงตรวจเพิ่มเติมหรือเก็บชิ้นเนื้อตามข้อบ่งชี้ เพื่อ排除ก้อนหรือมะเร็งหลังโพรงจมูกก่อนหรือร่วมกับการพิจารณาใส่ท่อ

การใส่ท่อไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีหูอักเสบอีก ผู้ป่วยบางรายยังมีการติดเชื้อและมีน้ำไหลออกทางท่อได้ ข้อดีคือท่อเปิดทางระบาย และในบางสถานการณ์แพทย์สามารถใช้ยาหยอดหูเพื่อให้ยาเข้าสู่บริเวณหูชั้นกลางได้โดยตรง การเลือกว่าจะผ่าตัดหรือเฝ้าดูจึงต้องอาศัยผลตรวจหู ผลตรวจการได้ยิน ความถี่ของการติดเชื้อ และผลกระทบต่อชีวิตประจำวันร่วมกัน

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

แพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อเห็นว่าปัญหาไม่ได้เป็นเพียงอาการชั่วคราว และประโยชน์จากการระบายหูชั้นกลางน่าจะมากกว่าความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึก สถานการณ์ที่มักนำมาพิจารณา ได้แก่

- มีของเหลวค้างหลังเยื่อแก้วหูต่อเนื่อง และผลตรวจพบว่าการได้ยินลดลง
- มีน้ำค้างในหูร่วมกับปัญหาพูดหรือภาษา การเรียนรู้ พฤติกรรม การทรงตัว หรือความรู้สึกไม่สบายหู
- มีหูชั้นกลางอักเสบเกิดซ้ำ โดยแพทย์ตรวจพบของเหลวในหูชั้นกลางร่วมด้วย
- มีการอักเสบเรื้อรังหรือมีของเหลวไหลจากหูที่ต้องการทางระบายและการรักษาเฉพาะ
- ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติหรือมีอาการบาดเจ็บจากความดันในผู้ใหญ่
- มีภาวะหรือพัฒนาการบางอย่างที่ทำให้ผลกระทบจากการได้ยินลดลงน่ากังวลเป็นพิเศษ

เกณฑ์ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนครั้งของการติดเชื้ออย่างเดียว แพทย์ต้องตรวจว่าขณะประเมินยังมีน้ำหลังแก้วหูหรือไม่ รวมถึงดูการได้ยิน อายุ พัฒนาการ และโรคร่วม เด็กสองคนที่ติดเชื้อบ่อยเท่ากันจึงอาจได้รับคำแนะนำต่างกัน

### ใครบ้างที่อาจยังไม่ต้องผ่าตัด

น้ำในหูหลังเป็นหวัดหรือหูอักเสบจำนวนมากหายได้เอง การเฝ้าติดตามจึงมักเหมาะเมื่อเพิ่งเริ่มมีของเหลว การได้ยินยังไม่กระทบอย่างชัดเจน และไม่มีความเสี่ยงด้านภาษา พัฒนาการ หรือโครงสร้างของเยื่อแก้วหู แพทย์อาจนัดตรวจหูและตรวจการได้ยินซ้ำก่อนตัดสินใจ

การผ่าตัดอาจยังไม่เหมาะในกรณีต่อไปนี้

- หูอักเสบเกิดเป็นครั้งคราวและตอบสนองต่อการรักษา
- ไม่มีของเหลวค้างในหูชั้นกลางในวันที่ประเมิน และไม่มีข้อบ่งชี้อื่นที่ชัดเจน
- ของเหลวเพิ่งเกิดและยังไม่มีผลต่อการได้ยินหรือพัฒนาการ
- มีไข้ ไอมาก หอบ หรือการติดเชื้อเฉียบพลันก่อนวันผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้ต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัยของการระงับความรู้สึก
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือเคยมีปฏิกิริยารุนแรงต่อยาระงับความรู้สึก ซึ่งต้องประเมินเพิ่มเติมก่อน

ข้อห้ามไม่ได้เหมือนกันทุกคน โรคหัวใจ โรคปอด หรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ได้เสมอไป แต่อาจต้องวางแผนสถานที่ผ่าตัด การเฝ้าระวัง และยาระงับความรู้สึกให้เหมาะสม ผู้ตัดสินคือศัลยแพทย์ร่วมกับวิสัญญีแพทย์ โดยพิจารณาจากการตรวจจริงและประวัติสุขภาพ

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด แพทย์จะตรวจช่องหูและเยื่อแก้วหู บางรายต้องตรวจการได้ยินและตรวจการทำงานของหูชั้นกลาง ผลเหล่านี้ช่วยยืนยันว่ามีของเหลวอยู่หรือไม่ กระทบการได้ยินเพียงใด และใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบหลังผ่าตัด [MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/003015.htm)

แจ้งทีมรักษาให้ครบเกี่ยวกับข้อมูลต่อไปนี้

- โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และความผิดปกติของเลือด
- ประวัติแพ้ยา แพ้วัสดุทางการแพทย์ หรือแพ้น้ำยาทำความสะอาดผิว
- ปัญหาจากการดมยาหรือยาระงับความรู้สึกในอดีต รวมถึงประวัติของสมาชิกในครอบครัว
- ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมด
- อาการป่วยใหม่ก่อนวันผ่าตัด เช่น ไข้ ไอมีเสมหะ หายใจมีเสียงหวีด อาเจียน หรือท้องเสีย

ยาบางกลุ่มอาจต้องปรับก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด อย่าหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะระบุว่าตัวใดต้องปรับและต้องทำเมื่อใด เพราะคำแนะนำขึ้นกับชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา อายุ และวิธีระงับความรู้สึก

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

หากใช้ยาระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกาย ผู้ป่วยต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่ทีมผ่าตัดกำหนด อาหาร นม น้ำใส และนมแม่อาจมีเวลากำหนดต่างกัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก อย่าใช้คำแนะนำจากการผ่าตัดครั้งก่อนแทนเอกสารของครั้งนี้ หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนเพื่อป้องกันการสำลัก

หากผู้ป่วยต้องกินยาประจำในเช้าวันผ่าตัด ให้ใช้เฉพาะยาที่ทีมรักษายืนยันว่าให้กินได้ และทำตามวิธีที่ได้รับ ไม่ควรให้ลูกอม หมากฝรั่ง หรือเครื่องดื่มโดยคิดว่าไม่ใช่อาหาร เพราะอาจกระทบแผนระงับความรู้สึก

### สิ่งที่ควรนำไป

นำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา รายการยาปัจจุบัน ผลตรวจที่สถานพยาบาลขอ และข้อมูลประวัติแพ้ยา เด็กอาจนำของที่คุ้นเคย เช่น ผ้าห่มหรือตุ๊กตาชิ้นเล็กไปด้วยได้ หากสถานพยาบาลอนุญาต เตรียมเสื้อผ้าที่ใส่ง่ายและหลีกเลี่ยงเครื่องประดับ

ควรมีผู้ใหญ่พากลับบ้านและอยู่ดูแลหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อได้รับยาระงับความรู้สึก ผู้ใหญ่ที่ได้รับยากดประสาทไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรจนกว่าจะพ้นช่วงที่ทีมรักษากำหนด

สำหรับเด็ก ควรอธิบายด้วยคำง่ายๆ ว่าจะไปโรงพยาบาล แพทย์จะช่วยให้หลับระหว่างทำ และผู้ปกครองจะรออยู่ หลีกเลี่ยงการสัญญาว่า “จะไม่เจ็บเลย” อาจบอกแทนว่าอาจรู้สึกแปลกๆ หรือไม่สบายหูเล็กน้อย และทีมรักษาจะช่วยดูแล

## ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนจริงอาจต่างกันตามอายุ จำนวนข้างที่ต้องทำ และการผ่าตัดอื่นที่ทำร่วมกัน โดยทั่วไปเป็นดังนี้

1. **ยืนยันตัวและข้างที่จะผ่าตัด**  
   ทีมรักษาจะทบทวนประวัติ การแพ้ยา เวลาที่กินหรือดื่มครั้งล่าสุด และเอกสารยินยอม แพทย์อาจตรวจหูซ้ำก่อนเข้าห้องผ่าตัด

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   เด็กเล็กมักหลับด้วยยาระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกาย เพื่อให้อยู่นิ่งและไม่รับรู้ระหว่างทำ ผู้ใหญ่บางรายอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ ขึ้นกับความร่วมมือ ลักษณะโรค และสถานที่ทำ [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/15609-ear-tubes-tympanostomy)

3. **ตรวจเยื่อแก้วหูด้วยเครื่องขยายภาพ**  
   ศัลยแพทย์ทำงานผ่านช่องหูตามธรรมชาติ จึงมักไม่มีแผลที่ผิวหนังด้านนอกหรือหลังใบหู เครื่องมือขนาดเล็กและกล้องขยายช่วยให้เห็นเยื่อแก้วหูชัดเจน

4. **เปิดช่องเล็กบนเยื่อแก้วหู**  
   แพทย์ใช้เครื่องมือขนาดเล็กเปิดช่องบนตำแหน่งที่เหมาะสม ขั้นตอนนี้เป็นการเจาะเยื่อแก้วหูเพื่อเข้าสู่หูชั้นกลาง

5. **ดูดของเหลวออก**  
   หากมีน้ำ เมือก หรือหนองอยู่หลังแก้วหู แพทย์จะดูดออกผ่านช่องที่เปิด ลักษณะของของเหลวอาจต่างกันตั้งแต่ใสไปจนถึงข้นเหนียว

6. **วางท่อระบาย**  
   ท่อขนาดเล็กถูกวางในช่องเปิด เพื่อช่วยให้อากาศผ่านเข้าไปและให้ของเหลวที่เกิดขึ้นใหม่ระบายออกได้

7. **ทำอีกข้างหรือทำหัตถการร่วม หากมีข้อบ่งชี้**  
   หากทั้งสองหูมีปัญหา แพทย์อาจทำทั้งสองข้างในการระงับความรู้สึกครั้งเดียว เด็กบางรายอาจได้รับการ[ผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์](/hdcare/adenoidectomy/)ร่วมด้วยเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น ปัญหาอุดกั้นทางเดินหายใจหรือจำเป็นต้องใส่ท่อซ้ำ การผ่าตัดร่วมต้องมีการประเมินและยินยอมแยก ไม่ได้ทำเป็นประจำในผู้ป่วยทุกคน

8. **พักสังเกตอาการ**  
   หลังเสร็จ ผู้ป่วยจะไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาติดตามการหายใจ ชีพจร ความรู้สึกตัว คลื่นไส้ และอาการปวด เมื่อฟื้นดี ดื่มได้ตามเกณฑ์ และไม่มีปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังต่อ จึงกลับบ้านได้

แพทย์อาจให้ยาหยอดหูในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีของเหลวติดเชื้อหรือมีน้ำไหลหลังผ่าตัด ใช้ตามชนิดและระยะเวลาที่ระบุ ไม่ควรนำยาหยอดเดิมมาใช้เอง เพราะยาหยอดบางชนิดไม่เหมาะเมื่อเยื่อแก้วหูมีช่องเปิด

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวการเจาะและใส่ท่อมักใช้เวลาไม่นานเมื่อทำเพียงอย่างเดียว แต่เวลาจริงขึ้นกับจำนวนข้าง ลักษณะของเหลว ความยากในการวางท่อ วิธีระงับความรู้สึก และการผ่าตัดอื่นที่ทำร่วมกัน โรงพยาบาลจะแจ้งเวลาโดยประมาณสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

เวลาที่อยู่สถานพยาบาลนานกว่าตัวผ่าตัด เพราะรวมการลงทะเบียน การเตรียมตัว การให้ยาระงับความรู้สึก และการพักฟื้น โดยทั่วไปเป็นการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียว ผู้ป่วยบางรายอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือรับไว้ดูแล หากอายุน้อยมาก มีโรคประจำตัว มีปัญหาหลังได้รับยา หรือทำการผ่าตัดอื่นร่วม แนวทางในแต่ละสถานพยาบาลของไทยอาจต่างกัน

เด็กส่วนใหญ่มักได้รับยาระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกาย ผู้ใหญ่บางรายอาจใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึกร่วมกัน การเลือกวิธีไม่ได้ขึ้นกับความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาความสามารถในการอยู่นิ่ง ความวิตกกังวล ลักษณะของเยื่อแก้วหู สุขภาพโดยรวม และอุปกรณ์ของสถานพยาบาล

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวจากตัวแผลมักเร็ว เพราะไม่มีแผลภายนอกขนาดใหญ่ สิ่งที่ต้องใช้เวลาฟื้นในวันแรกมักเป็นผลจากยาระงับความรู้สึกมากกว่าบาดแผลในหู อย่างไรก็ตาม ระยะฟื้นจริงขึ้นกับอายุ สุขภาพ ชนิดการระงับความรู้สึก และว่ามีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วยหรือไม่

| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักพบ | การดูแลทั่วไป |
|---|---|---|
| วันผ่าตัด | ง่วง งอแง เวียนศีรษะ หรือคลื่นไส้เล็กน้อย อาจมีน้ำหรือเลือดจางๆ จากหู | พัก อยู่กับผู้ดูแล และทำตามคำแนะนำเรื่องอาหาร ยา และยาหยอดหู |
| วันถัดมา | หลายคนกลับทำกิจวัตรเบาๆ ได้ หากไม่มีไข้ ปวดมาก หรือเวียนศีรษะ | หลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงหกล้มจนกว่าจะทรงตัวปกติ |
| ช่วงหลายวันแรก | อาจรู้สึกว่าเสียงดังหรือชัดขึ้น เพราะของเหลวที่กั้นเสียงถูกระบาย | สังเกตน้ำไหล ปวด และการได้ยิน ใช้ยาตามแผน |
| ระยะติดตาม | แพทย์ตรวจว่าท่ออยู่ในตำแหน่งและทำงานหรือไม่ อาจตรวจการได้ยินซ้ำ | ไปตามนัดจนกว่าท่อจะหลุดและเยื่อแก้วหูปิด |

การกลับไปทำกิจกรรมตามปกติควรยึดอาการจริงและคำแนะนำของทีมรักษา ไม่ควรใช้กรอบเวลาตายตัว เด็กที่ยังง่วง คลื่นไส้ หรือทรงตัวไม่ดีควรพักต่อ การกลับโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กยังขึ้นกับนโยบายของสถานที่ อาการของเด็ก และการมีโรคติดเชื้อร่วม

การได้ยินอาจเปลี่ยนทันทีหลังระบายของเหลว เด็กบางคนรู้สึกว่าเสียงดังผิดปกติในช่วงแรก เพราะคุ้นกับการได้ยินที่อู้อี้มาก่อน หากยังได้ยินลดลง พูดเสียงดัง หรือไม่ตอบสนองต่อเสียงหลังผ่านช่วงฟื้นตัว ควรแจ้งแพทย์และเข้ารับการตรวจการได้ยินตามนัด

### อาบน้ำและว่ายน้ำได้หรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนที่ใส่ท่อจะต้องใช้ที่อุดหูทุกครั้งที่อาบน้ำหรือว่ายน้ำ ข้อแนะนำขึ้นกับชนิดกิจกรรม คุณภาพน้ำ ความลึก ประวัติน้ำไหลจากหู และความเห็นของศัลยแพทย์ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/ear-tubes/about/pac-20384667) ควรถามให้ชัดก่อนกลับบ้านว่าอาบน้ำ สระผม และว่ายน้ำได้เมื่อใด รวมถึงต้องใช้ที่อุดหูหรือไม่ หลีกเลี่ยงการแคะหูหรือใช้สำลีก้านสอดลึกเข้าไป

### ท่อจะอยู่ในหูนานเท่าไร

ท่อส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้เยื่อแก้วหูค่อยๆ ดันออกและหลุดเอง ช่วงเวลาที่อยู่ในหูแตกต่างตามรูปทรงของท่อ ตำแหน่ง และการสมานของเยื่อแก้วหู แหล่งอ้างอิงให้ช่วงโดยประมาณตั้งแต่หลายเดือนจนเกินหนึ่งปีสำหรับท่อชนิดอยู่ระยะสั้น ส่วนท่อบางชนิดอาจอยู่นานกว่านั้น [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/ear-tubes/about/pac-20384667)

ท่อที่หลุดอาจมีขนาดเล็กจนไม่สังเกตเห็น ไม่ควรพยายามดึงท่อออกเอง หากท่อหลุดเร็วเกินไปและของเหลวกลับมา แพทย์อาจประเมินว่าต้องใส่ใหม่หรือไม่ หากท่อไม่หลุดตามที่คาด แพทย์อาจเสนอให้นำออก การตัดสินใจขึ้นกับระยะเวลาที่ค้างอยู่ อาการ และสภาพเยื่อแก้วหู

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การเจาะแก้วหูใส่ท่อเป็นหัตถการขนาดเล็ก แต่ไม่มีการผ่าตัดใดปราศจากความเสี่ยง แพทย์จะชั่งประโยชน์ของการระบายของเหลวและช่วยการได้ยิน เทียบกับความเสี่ยงต่อไปนี้

- **น้ำหรือหนองไหลจากหู** อาจเกิดจากของเหลวเดิมหรือการติดเชื้อใหม่ บางกรณีรักษาด้วยยาหยอดหูตามแพทย์สั่ง
- **ท่ออุดตัน** เลือดแห้ง เมือก หรือสิ่งคัดหลั่งอาจปิดรูท่อ ทำให้ระบายได้ไม่ดี
- **ท่อหลุดเร็ว** หากท่อหลุดก่อนหูชั้นกลางฟื้น ของเหลวหรือการติดเชื้ออาจกลับมา และอาจต้องประเมินการใส่ซ้ำ
- **ท่อค้างนาน** ท่อบางอันไม่หลุดเอง อาจต้องนำออกโดยแพทย์
- **รูที่เยื่อแก้วหูไม่ปิด** หลังท่อหลุดหรือถูกนำออก เยื่อแก้วหูส่วนใหญ่ปิดเอง แต่บางรายมีรูค้างและอาจต้องผ่าตัดซ่อม [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/ear-tubes/about/pac-20384667)
- **แผลเป็นหรือการเปลี่ยนแปลงของเยื่อแก้วหู** อาจเห็นเป็นรอยขาวหรือเยื่อแก้วหูบางลง โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินว่ากระทบการได้ยินหรือไม่
- **การได้ยินยังไม่ดีขึ้น** หากสาเหตุไม่ได้มาจากของเหลวเพียงอย่างเดียว หรือมีปัญหาหูชั้นในและเส้นประสาทหูร่วม การใส่ท่ออาจไม่แก้การได้ยินทั้งหมด
- **การติดเชื้อยังเกิดได้** ท่อช่วยระบาย ไม่ได้ป้องกันเชื้อทุกครั้ง ผู้ป่วยอาจมีน้ำไหลจากหูแทนอาการปวดและไข้แบบเดิม
- **ต้องผ่าตัดซ้ำ** เด็กบางรายมีของเหลวหรือหูอักเสบกลับมาหลังท่อหลุด จึงอาจต้องประเมินการใส่ท่อชุดใหม่
- **ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก** เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงมาก ปัญหาการหายใจ หรือปฏิกิริยาต่อยา ความเสี่ยงส่วนบุคคลขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว และชนิดของยา

ไม่มีอัตราภาวะแทรกซ้อนเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ความเสี่ยงต่างกันตามอายุ โรคของหู จำนวนครั้งที่เคยใส่ท่อ ชนิดท่อ และโรคร่วม ก่อนลงนามยินยอม ควรถามแพทย์ว่าความเสี่ยงใดสำคัญสำหรับผู้ป่วยรายนี้ และหากไม่ผ่าตัดมีความเสี่ยงต่อการได้ยินหรือพัฒนาการอย่างไร

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปพบแพทย์ก่อนวันนัดหากมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก ปลุกไม่ตื่น ซึมลงมาก ชัก หรือริมฝีปากเขียว ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
- ไข้สูงหรือไข้ร่วมกับอาการทรุด โดยเฉพาะเมื่อมีปวดหู บวม หรือมีหนอง
- ปวดหูมากขึ้น ปวดต่อเนื่อง หรือยาแก้ปวดตามแผนควบคุมอาการไม่ได้
- มีเลือดออกมาก หรือมีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือน้ำจากหูไหลต่อเนื่องเกินช่วงที่ทีมรักษาแจ้ง
- บวม แดง หรือกดเจ็บบริเวณหลังใบหู หรือใบหูดูถูกดันออกมาด้านหน้า
- เวียนศีรษะรุนแรง เดินเซ อาเจียนซ้ำ หรือทรงตัวผิดปกติไม่ดีขึ้น
- ได้ยินลดลงอย่างชัดเจน มีเสียงดังในหูรุนแรง หรืออาการการได้ยินไม่เป็นไปตามที่แพทย์คาด
- มีผื่น หน้าบวม ปากบวม หายใจมีเสียงหวีด หรืออาการที่สงสัยว่าแพ้ยา

น้ำหรือเลือดจางๆ ปริมาณเล็กน้อยอาจพบได้ในช่วงแรก แต่ไม่ควรใช้เกณฑ์จากผู้อื่นแทนคำแนะนำที่ได้รับ เพราะลักษณะของของเหลวเดิมและวิธีผ่าตัดต่างกัน แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ติดต่อแพทย์เมื่อมีของเหลวสีเหลือง น้ำตาล หรือเลือดไหลต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อปวด การได้ยิน หรือการทรงตัวมีปัญหา [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/ear-tubes/about/pac-20384667)

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับน้ำในหูทุกกรณี ทางเลือกที่เหมาะขึ้นกับว่าเป็นน้ำค้างโดยไม่มีการติดเชื้อ หูอักเสบเฉียบพลันซ้ำ ท่อยูสเตเชียนผิดปกติ หรือมีโรคอื่นร่วม

### เฝ้าดูและตรวจซ้ำ

ของเหลวหลังหูอักเสบจำนวนมากค่อยๆ หายเอง แพทย์อาจนัดตรวจเยื่อแก้วหูและการได้ยินเป็นระยะ วิธีนี้เหมาะเมื่ออาการยังไม่นาน การได้ยินไม่ได้ลดลงมาก และไม่มีความเสี่ยงต่อภาษา การเรียนรู้ หรือพัฒนาการ ข้อเสียคือระหว่างรออาจยังได้ยินอู้อี้ และต้องมาติดตามตามนัดเพื่อไม่ให้พลาดภาวะที่ยืดเยื้อ

### รักษาการติดเชื้อเฉียบพลัน

หูชั้นกลางอักเสบบางครั้งดูแลด้วยการบรรเทาปวดและเฝ้าดู บางครั้งต้องใช้ยาต้านเชื้อ ขึ้นกับอายุ ความรุนแรง การตรวจหู และโรคร่วม ยาไม่ได้ทำให้น้ำค้างหลังการติดเชื้อหายทันทีเสมอไป และไม่ควรใช้ยาต้านเชื้อเพื่อป้องกันทุกครั้งโดยไม่มีข้อบ่งชี้

### จัดการโรคที่เกี่ยวข้อง

หากมีคัดจมูกเรื้อรัง ภูมิแพ้ จมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือปัญหาต่อมอะดีนอยด์ แพทย์อาจรักษาภาวะเหล่านี้ตามสาเหตุ การรักษาโรคร่วมอาจช่วยอาการทางจมูกและทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้ทดแทนการใส่ท่อในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนทุกคน

### เครื่องช่วยฟังชั่วคราว

ในบางสถานการณ์ที่มีการได้ยินลดลงจากน้ำค้าง แต่ต้องการเลี่ยงหรือเลื่อนการผ่าตัด อาจหารือเรื่องอุปกรณ์ช่วยการได้ยินชั่วคราว ทางเลือกนี้ขึ้นกับระดับการได้ยิน อายุ ความร่วมมือ และบริการที่เข้าถึงได้

### การเจาะระบายโดยไม่ใส่ท่อ

แพทย์สามารถเปิดช่องเพื่อระบายของเหลวโดยไม่วางท่อได้ในบางกรณี แต่ช่องอาจปิดเร็วและของเหลวอาจกลับมา จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับทุกคน [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/15609-ear-tubes-tympanostomy)

### การผ่าตัดอื่นร่วมด้วย

เด็กบางรายอาจได้รับการพิจารณาผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ โดยเฉพาะเมื่อมีการอุดกั้นจมูก ปัญหาการนอน หรือจำเป็นต้องใส่ท่อซ้ำ การผ่าตัดนี้มีขั้นตอน การพักฟื้น และความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงควรมีเหตุผลเฉพาะ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำร่วมกับการใส่ท่อทุกครั้ง

การเปรียบเทียบทางเลือกควรถามสามเรื่องให้ชัด ได้แก่ หากรอต่อมีโอกาสกระทบการได้ยินหรือพัฒนาการอย่างไร ต้องติดตามบ่อยเพียงใด และมีสัญญาณใดที่ทำให้ควรเปลี่ยนจากการเฝ้าดูเป็นการผ่าตัด

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด โดยเตรียมผลตรวจหู ผลตรวจการได้ยิน และหนังสือส่งตัวถ้ามี

### บัตรทอง

เริ่มติดต่อหน่วยบริการประจำตามสิทธิ แพทย์จะประเมินและส่งต่อไปยังหน่วยที่มีแพทย์หู คอ จมูก หากจำเป็นต้องผ่าตัด ให้ถามว่าต้องใช้หนังสือส่งตัวหรือเอกสารใด การตรวจการได้ยินและการผ่าตัดทำที่เดียวกันหรือไม่ และการติดตามหลังผ่าตัดต้องกลับที่ใด

กรณีฉุกเฉิน เช่น การติดเชื้อรุนแรง ไม่ควรรอขั้นตอนนัดตามปกติ ให้เข้ารับการประเมินฉุกเฉินตามอาการ ส่วนการใส่ท่อที่วางแผนล่วงหน้ามักต้องดำเนินตามระบบส่งต่อของสิทธิ

### ประกันสังคม

ติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับการตรวจและส่งต่อหากไม่มีบริการเฉพาะทาง ควรถามว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจการได้ยิน ยาระงับความรู้สึก ท่อระบาย และการนัดติดตามหรือไม่ รวมถึงต้องมีเอกสารอนุมัติก่อนผ่าตัดหรือไม่ เงื่อนไขอาจต่างกันตามกรณีและสถานพยาบาล

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจเงื่อนไขเรื่องโรคเดิม ระยะรอ ความจำเป็นทางการแพทย์ การผ่าตัดแบบกลับบ้าน และการขออนุมัติล่วงหน้า ขอให้โรงพยาบาลระบุรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าศัลยแพทย์ วิสัญญี การตรวจการได้ยิน อุปกรณ์ และการผ่าตัดอื่นที่อาจทำร่วม แล้วส่งให้บริษัทประกันพิจารณาก่อนวันผ่าตัด

สำหรับเด็กที่เคยมีน้ำในหูหรือหูอักเสบก่อนเริ่มกรมธรรม์ บริษัทอาจขอประวัติการรักษาเพิ่มเติม ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าอนุมัติรายการใด มีข้อยกเว้นอะไร และต้องใช้เอกสารหลังผ่าตัดแบบใด

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### เจาะแก้วหูใส่ท่อเจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บเมื่อการระงับความรู้สึกทำงานแล้ว หลังทำอาจระคาย แน่นหู หรือปวดเล็กน้อย โดยระดับอาการขึ้นกับแต่ละคนและการผ่าตัดที่ทำร่วมกัน หากปวดมากขึ้นหรือไม่ตอบสนองต่อแผนบรรเทาปวด ให้ติดต่อแพทย์

### เด็กทุกคนที่หูอักเสบบ่อยต้องใส่ท่อหรือไม่

ไม่จำเป็น แพทย์จะพิจารณาว่ามีของเหลวอยู่หลังแก้วหูหรือไม่ การได้ยินได้รับผลกระทบเพียงใด และมีปัญหาด้านภาษา พัฒนาการ หรือโครงสร้างหูร่วมด้วยหรือไม่ เด็กที่อาการห่างและไม่มีน้ำค้างอาจเหมาะกับการติดตามมากกว่า

### ใส่ท่อแล้วหูอักเสบอีกได้ไหม

ยังเกิดหูอักเสบได้ ท่อช่วยให้อากาศผ่านและให้ของเหลวระบายออก จึงอาจเห็นน้ำหรือหนองไหลจากหูเมื่อมีการติดเชื้อ แพทย์จะเลือกการรักษาตามอาการและผลตรวจ ไม่ควรใช้ยาหยอดที่เหลือจากครั้งก่อนเอง

### ใส่ท่อแล้วการได้ยินจะดีขึ้นทันทีหรือไม่

บางคนได้ยินชัดขึ้นเร็วหลังระบายของเหลว แต่ไม่สามารถรับประกันได้ หากมีสาเหตุอื่นของการได้ยินลดลงร่วมด้วย การใส่ท่ออาจช่วยได้ไม่ทั้งหมด จึงควรตรวจการได้ยินตามนัดเมื่อแพทย์เห็นว่าเหมาะสม

### ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่

ผู้ป่วยส่วนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังฟื้นจากยาระงับความรู้สึก แต่บางรายต้องสังเกตอาการนานขึ้นตามอายุ โรคประจำตัว ปฏิกิริยาต่อยา หรือการผ่าตัดที่ทำร่วมกัน สถานพยาบาลจะระบุแผนก่อนวันผ่าตัด

### หลังผ่าตัดกลับไปโรงเรียนหรือทำงานได้เมื่อไร

ควรกลับไปโรงเรียนหรือทำงานเมื่ออาการพร้อม โดยไม่มีไข้ คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ง่วง หรือปัญหาการทรงตัว และต้องยึดคำแนะนำของทีมรักษา กำหนดจริงขึ้นกับชนิดการระงับความรู้สึก งานที่ทำ และการผ่าตัดอื่นที่ทำร่วมกัน เด็กที่ยังง่วงหรือทรงตัวไม่ดีควรพักและมีผู้ใหญ่ดูแล

### อาบน้ำ สระผม หรือว่ายน้ำได้ไหม

ทำได้ตามข้อจำกัดที่ศัลยแพทย์กำหนด และผู้ป่วยไม่ใช่ทุกคนที่ต้องใช้ที่อุดหู ข้อแนะนำขึ้นกับคุณภาพน้ำ ความลึกของการว่าย และประวัติน้ำไหลจากหู อย่าจุ่มศีรษะหรือว่ายน้ำก่อนทราบคำแนะนำเฉพาะของผู้ผ่าตัด

### ท่อจะหลุดเองหรือไม่

ท่อส่วนใหญ่ออกแบบให้หลุดเองเมื่อเยื่อแก้วหูค่อยๆ ดันออกมา ระยะเวลาต่างกันตามชนิดท่อและการสมานของหู หากท่อค้างนานหรือหลุดเร็วเกินไป แพทย์จะประเมินว่าควรเฝ้าดู นำออก หรือใส่ใหม่

### ถ้าท่อหลุดต้องรีบไปโรงพยาบาลไหม

หากไม่มีปวด ไข้ น้ำไหล หรือการได้ยินลดลง มักแจ้งแพทย์และไปตามนัดได้ แต่ไม่ควรพยายามใส่ท่อกลับเอง หากมีอาการผิดปกติหรือท่อหลุดไม่นานหลังผ่าตัด ให้ติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำเร็วขึ้น

### ท่อหลุดแล้วรูที่แก้วหูจะปิดไหม

ส่วนใหญ่เยื่อแก้วหูปิดเอง แต่บางรายมีรูค้าง โดยเฉพาะเมื่อใช้ท่อที่อยู่ยาวหรือเคยใส่หลายครั้ง แพทย์จะติดตามขนาดรู การได้ยิน และการติดเชื้อ หากไม่ปิดอาจพิจารณาการซ่อมเยื่อแก้วหู

### ต้องใช้ยาหยอดหูหลังผ่าตัดทุกคนไหม

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน การให้ยาหยอดขึ้นกับของเหลวที่พบ การติดเชื้อ และแนวทางของศัลยแพทย์ หากได้รับยา ให้ใช้ตามคำสั่งและอย่าเปลี่ยนชนิดหรือระยะเวลาเอง ยาหยอดบางชนิดไม่เหมาะกับหูที่มีรูเปิด

### ใส่ท่อข้างเดียวได้ไหม

ได้ หากปัญหาอยู่เพียงข้างเดียวและมีข้อบ่งชี้ชัดเจน แพทย์จะตรวจทั้งสองหูและใช้ผลการได้ยินประกอบ ไม่จำเป็นต้องใส่ทั้งสองข้างเพื่อให้เหมือนกัน

### ผู้ใหญ่เจาะแก้วหูใส่ท่อได้หรือไม่

ทำได้ แม้พบในผู้ใหญ่น้อยกว่าเด็ก เหตุผลอาจเป็นน้ำค้างในหู ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ หรือปัญหาจากการเปลี่ยนความดัน ผู้ใหญ่บางรายทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ได้ แต่ต้องประเมินเป็นรายบุคคล

### ถ้าไม่ผ่าตัดจะเป็นอะไรไหม

บางคนหายเองได้และติดตามอย่างปลอดภัย แต่ของเหลวที่อยู่นานอาจทำให้ได้ยินลดลง และในเด็กอาจกระทบภาษา การเรียนรู้ หรือพฤติกรรม ความเสี่ยงของการรอขึ้นกับระยะเวลาที่มีน้ำ ผลตรวจการได้ยิน อายุ และพัฒนาการ จึงควรกำหนดวันติดตามให้ชัด ไม่ใช่ปล่อยรอโดยไม่มีการตรวจซ้ำ

### ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง

ควรถามว่าเหตุผลหลักที่เสนอผ่าตัดคืออะไร ผลตรวจการได้ยินเป็นอย่างไร หากรอต่อมีความเสี่ยงอะไร จะใช้การระงับความรู้สึกแบบใด ต้องทำทั้งสองข้างหรือผ่าตัดอื่นร่วมไหม และต้องติดตามจนถึงเมื่อใด คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ชั่งประโยชน์ของการผ่าตัดกับทางเลือกเฝ้าดูได้ตรงกับสถานการณ์จริงของผู้ป่วย

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Ear Tubes (Tympanostomy): Definition & Procedure](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/15609-ear-tubes-tympanostomy) — เกี่ยวกับ Ear tube insertion — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Ear tube insertion: MedlinePlus Medical Encyclopedia](https://medlineplus.gov/ency/article/003015.htm) — เกี่ยวกับ Ear tube insertion — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Mayo Clinic: Ear tubes](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/ear-tubes/about/pac-20384667) — เกี่ยวกับ Ear-tube insertion — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
