# ปลูกกระดูกฟัน

**ปลูกกระดูกฟัน (Dental bone graft) คือการเติมวัสดุปลูกกระดูกบริเวณขากรรไกรที่บางหรือสูญเสีย เพื่อให้ร่างกายสร้างกระดูกใหม่และอาจใช้เป็นฐานสำหรับรากฟันเทียม การทำหัตถการนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะใส่รากฟันเทียมได้ทันที เพราะต้องรอให้กระดูกเชื่อมตัวและประเมินผลอีกครั้งก่อน**

## ประเด็นสำคัญ

- การปลูกกระดูกทำหน้าที่เสมือนโครงให้กระดูกของคุณค่อยๆ งอกเข้าไป ไม่ใช่การใส่ชิ้นกระดูกแล้วแข็งแรงสมบูรณ์ทันที วัสดุอาจมาจากร่างกายของคุณ แหล่งผู้บริจาค สัตว์ หรือวัสดุสังเคราะห์ ขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณกระดูกที่ขาด
- แผลเหงือกระยะแรกมักค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ส่วนการสร้างและเชื่อมตัวของกระดูกใช้เวลาหลายเดือน และบางกรณีอาจนานกว่านั้น ระยะที่พร้อมใส่รากฟันเทียมหรือทำขั้นตอนถัดไปต้องประเมินจากการตรวจและภาพรังสีเป็นรายบุคคล
- ไม่ใช่ทุกกรณีที่ต้องปลูกกระดูกก่อนใส่รากฟันเทียม ทันตแพทย์ต้องประเมินจากช่องปาก โรคประจำตัว และภาพถ่ายรังสี โดยเฉพาะความกว้าง ความสูง และคุณภาพของกระดูกขากรรไกร

## ปลูกกระดูกฟัน คืออะไร

การปลูกกระดูกฟัน หรือชื่อที่แม่นยำกว่าคือการปลูกกระดูก[ขากรรไกร](/hdcare/corrective-jaw-surgery/) เป็นการเพิ่มความหนาแน่นหรือปริมาตรของกระดูกในบริเวณที่กระดูกบาง ยุบตัว หรือสูญเสียไป ทันตแพทย์จะวางวัสดุปลูกกระดูกลงในตำแหน่งนั้น วัสดุทำหน้าที่เป็นโครงให้เซลล์และหลอดเลือดของร่างกายค่อยๆ เข้ามาสร้างเนื้อกระดูกใหม่ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21727-dental-bone-graft))

กระดูกขากรรไกรอาจลดลงหลัง[ถอนฟัน](/hdcare/tooth-extraction/) เพราะเมื่อไม่มีรากฟันส่งแรงกระตุ้น กระดูกบริเวณเบ้าฟันจะค่อยๆ ยุบตัวได้ นอกจากนี้ โรค[เหงือก](/hdcare/gum-surgery/)และปริทันต์ การติดเชื้อ อุบัติเหตุ ฟันหายเป็นเวลานาน หรือความผิดปกติของกระดูกเดิม อาจทำให้มีกระดูกไม่พอสำหรับการบูรณะฟัน

เหตุผลที่พบบ่อยในการปลูกกระดูก ได้แก่

- รักษารูปร่างของเบ้าฟันหลังถอนฟัน
- เพิ่มความกว้างหรือความสูงของกระดูกก่อนใส่รากฟันเทียม
- เสริมกระดูกบริเวณขากรรไกรบนใกล้โพรงไซนัส
- ซ่อมกระดูกที่สูญเสียจากโรคเหงือกหรือการติดเชื้อ
- ฟื้นฟูกระดูกหลังอุบัติเหตุ
- เตรียมขากรรไกรสำหรับฟันเทียมบางประเภท
- ช่วยพยุงฟันธรรมชาติในกรณีที่กระดูกรอบฟันสูญเสีย โดยต้องรักษาสาเหตุร่วมด้วย

วัสดุปลูกกระดูกแบ่งได้หลายกลุ่ม แต่ละชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน

| แหล่งวัสดุ | ลักษณะสำคัญ | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| กระดูกของผู้รับการรักษาเอง | เก็บจากบริเวณอื่นในช่องปากหรือส่วนอื่นของร่างกาย | อาจต้องมีแผลเพิ่มในตำแหน่งที่เก็บกระดูก |
| กระดูกจากผู้บริจาค | ผ่านกระบวนการเตรียมและควบคุมตามมาตรฐาน | ควรถามแหล่งที่มาและกระบวนการจัดเตรียม |
| วัสดุจากสัตว์ | ผ่านกระบวนการกำจัดส่วนประกอบทางชีวภาพตามมาตรฐาน | เหมาะกับบางตำแหน่งและบางเทคนิค |
| วัสดุสังเคราะห์ | ผลิตขึ้นเพื่อเป็นโครงให้กระดูกงอก | คุณสมบัติแตกต่างกันตามชนิดวัสดุ |

บางครั้งทันตแพทย์อาจปิดบริเวณปลูกกระดูกด้วยแผ่นเยื่อกั้น เพื่อกันเนื้อเยื่อเหงือกไม่ให้แทรกเข้าไปในพื้นที่ที่ต้องการสร้างกระดูก การเลือกวัสดุและการใช้เยื่อกั้นขึ้นกับรูปร่างของกระดูกที่ขาด ความมั่นคงของบริเวณผ่าตัด และแผนบูรณะฟันในอนาคต

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การมีกระดูกบางไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปลูกกระดูกเสมอไป การตัดสินใจควรอาศัยการตรวจช่องปาก ภาพถ่ายรังสี และแผนการรักษาทั้งหมด ไม่ควรตัดสินจากภาพรังสีเพียงอย่างเดียวโดยไม่พิจารณาเหงือก การสบฟัน และสุขภาพโดยรวม

### ผู้ที่อาจได้รับประโยชน์

ทันตแพทย์อาจเสนอการปลูกกระดูกเมื่อพบว่า

- กระดูกบริเวณที่จะใส่รากฟันเทียมมีความกว้างหรือความสูงไม่พอ
- ถอนฟันแล้วต้องการรักษารูปร่างของเบ้าฟันสำหรับการบูรณะในอนาคต
- กระดูกรอบฟันสูญเสียจากโรคปริทันต์ และยังมีโอกาสเก็บฟันไว้
- กระดูกเสียหายจากการติดเชื้อ อุบัติเหตุ หรือรอยโรคในขากรรไกร
- ขากรรไกรบนด้านหลังมีกระดูกเหลือน้อยและอยู่ใกล้โพรงไซนัส
- ต้องปรับรูปร่างสันกระดูกเพื่อให้ใส่ฟันเทียมได้เหมาะสมขึ้น

ก่อนเสนอการรักษา ทันตแพทย์จะพิจารณาว่าปริมาณกระดูกใหม่ที่คาดว่าจะได้เพียงพอต่อเป้าหมายหรือไม่ รวมถึงประเมินว่าเนื้อเยื่อเหงือกสามารถปิดแผลโดยไม่ตึงเกินไปหรือไม่

### ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการผ่าตัด

การปลูกกระดูกอาจยังไม่เหมาะในช่วงที่มีปัญหาต่อไปนี้

- มีการติดเชื้อเฉียบพลันหรือหนองในตำแหน่งที่จะผ่าตัด
- โรคเหงือกยังควบคุมไม่ได้ หรือดูแลคราบจุลินทรีย์ได้ไม่ดี
- โรคประจำตัวยังไม่คงที่ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดควบคุมไม่ดี
- สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินต่อเนื่อง ซึ่งอาจรบกวนเลือดมาเลี้ยงแผลและการเชื่อมของกระดูก
- เคยหรือกำลังใช้ยากลุ่ม bisphosphonate, denosumab หรือยาต้านการสร้างหลอดเลือด รวมถึงเคยฉายรังสีบริเวณขากรรไกร ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกขากรรไกรตายหรือแผลไม่หาย
- มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือรับยากดภูมิคุ้มกัน
- ไม่สามารถกลับมาติดตามผลหรือดูแลแผลตามแผนได้

รายการนี้ไม่ได้แปลว่าห้ามทำทุกกรณี บางคนทำได้หลังควบคุมโรค รักษาการติดเชื้อ หรือวางแผนร่วมกับแพทย์เจ้าของโรคแล้ว ผู้ตัดสินใจคือทันตแพทย์ผู้ผ่าตัด โดยอาศัยตำแหน่งที่ต้องรักษา สุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

หากจุดประสงค์คือใส่รากฟันเทียม แต่คุณไม่ต้องการผ่าตัดเพิ่ม อาจพิจารณาสะพานฟันหรือฟันเทียมถอดได้แทน การเลือกปลูกกระดูกจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ทำได้หรือไม่” แต่ต้องถามด้วยว่า “ประโยชน์ที่คาดหวังคุ้มกับการผ่าตัดและเวลารอหรือไม่”

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้ทีมรักษาวางแผนยาชา ควบคุมเลือดออก และลดปัญหาจากโรคประจำตัว คุณควรแจ้งข้อมูลทั้งหมดตามจริง แม้เป็นยาหรืออาหารเสริมที่ไม่ได้เกี่ยวกับช่องปากโดยตรง

### การตรวจและวางแผน

ก่อนผ่าตัด มักมีขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจฟัน เหงือก การสบฟัน และเนื้อเยื่อบริเวณที่จะผ่าตัด
2. ถ่ายภาพรังสีเพื่อประเมินกระดูก รากฟัน เส้นประสาท และโพรงอากาศที่อยู่ใกล้เคียง
3. ประเมินว่าต้องถอนฟัน รักษาโรคเหงือก หรือควบคุมการติดเชื้อก่อนหรือไม่
4. เลือกชนิดและปริมาณวัสดุปลูกกระดูก
5. วางแผนว่าจะปลูกกระดูกอย่างเดียว หรือทำพร้อมถอนฟันหรือใส่รากฟันเทียม
6. ทบทวนโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การผ่าตัดเดิม และปัญหาจากยาชาหรือยาระงับความรู้สึก

ภาพรังสีทั่วไปอาจเพียงพอสำหรับบางกรณี ส่วนกรณีที่ต้องประเมินกระดูกสามมิติ ตำแหน่งเส้นประสาท หรือโพรงไซนัส อาจต้องใช้ภาพถ่ายเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของทันตแพทย์

### ยาที่ต้องแจ้ง

นำรายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปในวันประเมิน โดยเฉพาะ

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาต้านการสลายกระดูก เช่น bisphosphonate หรือ denosumab ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาฉีดเพื่อรักษากระดูกพรุนหรือมะเร็ง
- ยาต้านการสร้างหลอดเลือด
- ยากดภูมิคุ้มกันหรือสเตียรอยด์
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ประวัติแพ้ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

ผู้ที่เคยหรือกำลังใช้ยากลุ่ม bisphosphonate, denosumab หรือยาต้านการสร้างหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่เคยฉายรังสีบริเวณขากรรไกร ต้องแจ้งชื่อยา ขนาดยา วิธีให้ยา ระยะเวลาที่ใช้ และประวัติรังสีรักษา เพราะอาจเสี่ยงกระดูกขากรรไกรตายหรือแผลไม่หาย และมีผลต่อการพิจารณาผ่าตัด

อย่าหยุดยาเอง เพราะการหยุดยาบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดอุดตัน ขณะที่รับยาต่อบางชนิดอาจเพิ่มเลือดออก และการหยุดยาที่มีผลต่อกระดูกหรือหลอดเลือดเองอาจไม่ช่วยลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ทันตแพทย์ ศัลยแพทย์ หรือแพทย์ผู้สั่งยาจะเป็นผู้กำหนดว่าต้องปรับหรือหยุดยาหรือไม่และเมื่อใด โดยอาจต้องประเมินร่วมกันก่อนผ่าตัด

### ต้องงดอาหารหรือไม่

หากใช้ยาชาเฉพาะที่เพียงอย่างเดียว หลายกรณีไม่จำเป็นต้องงดอาหาร แต่ควรทำตามคำแนะนำของสถานพยาบาล หากจะได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ คุณจะได้รับคำสั่งเรื่องการงดอาหารและเครื่องดื่มเฉพาะบุคคล อย่าใช้คำแนะนำของผู้ป่วยรายอื่นแทนคำสั่งของทีมรักษา

### สิ่งที่ควรเตรียม

- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพรังสีเดิม หากทีมรักษาขอ
- ผู้ดูแลพากลับ หากได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ
- อาหารเนื้อนุ่มที่รับประทานง่ายสำหรับช่วงแรก
- เวลาพักและการจัดงานที่หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักในระยะแรก

ควรงดสูบบุหรี่และนิโคตินตามแผนที่ทีมรักษาแนะนำ เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัวและอาจรบกวนการหายของแผล หากหยุดยาก ให้บอกทีมรักษาตรงๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนที่ทำได้จริง

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดแตกต่างตามตำแหน่งและขนาดของกระดูกที่ขาด แต่การปลูกกระดูกบริเวณช่องปากโดยทั่วไปมีลำดับดังนี้ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21727-dental-bone-graft))

1. **ระงับความรู้สึก**  
   ทันตแพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณเหงือกและขากรรไกร หากหัตถการซับซ้อน ผู้ป่วยกังวลมาก หรือต้องเก็บกระดูกจากบริเวณอื่น อาจพิจารณายาระงับความรู้สึกหรือยาสลบตามความเหมาะสม

2. **เปิดแผลที่เหงือก**  
   ทันตแพทย์กรีดเหงือกและยกเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวังเพื่อให้เห็นกระดูกบริเวณที่ต้องเสริม หากทำพร้อมถอนฟัน จะทำความสะอาดเบ้าฟันและนำเนื้อเยื่ออักเสบออกก่อน

3. **เตรียมบริเวณรับกระดูก**  
   พื้นที่ผ่าตัดจะได้รับการล้างและเตรียมให้เหมาะกับการวางวัสดุ บางเทคนิคอาจเตรียมผิวกระดูกเพื่อให้เลือดและเซลล์ซ่อมแซมเข้าถึงวัสดุได้ดีขึ้น

4. **วางวัสดุปลูกกระดูก**  
   ทันตแพทย์เติมวัสดุในตำแหน่งที่กระดูกขาด หากเป็นก้อนกระดูกอาจต้องยึดให้อยู่นิ่ง การเคลื่อนไหวของวัสดุอาจรบกวนการสร้างกระดูกใหม่

5. **ปิดด้วยเยื่อกั้นเมื่อจำเป็น**  
   เยื่อกั้นช่วยคงพื้นที่และแยกเซลล์ของเหงือกออกจากบริเวณที่ต้องการให้กระดูกงอก เยื่อบางชนิดสลายได้เอง ส่วนบางชนิดอาจต้องนำออกภายหลัง

6. **เย็บปิดแผล**  
   เหงือกจะถูกจัดกลับและเย็บให้ปิดบริเวณปลูกกระดูก แผลที่ปิดสนิทและไม่ตึงช่วยป้องกันวัสดุจากน้ำลายและแรงในช่องปาก

หากใช้กระดูกของผู้รับการรักษาเอง จะมีขั้นตอนเก็บกระดูกจากตำแหน่งอื่นเพิ่มขึ้น และต้องดูแลแผลทั้งตำแหน่งรับและตำแหน่งให้กระดูก บางกรณีอาจปลูกกระดูกพร้อมใส่รากฟันเทียมได้ แต่ต้องมีกระดูกเดิมเพียงพอให้รากฟันเทียมยึดตัวได้มั่นคง หากกระดูกขาดมาก มักต้องรอให้กระดูกใหม่เชื่อมตัวก่อนจึงประเมินการใส่รากฟันเทียมอีกครั้ง

หลังผ่าตัด คุณอาจได้รับผ้าก๊อซกัดห้ามเลือดและคำแนะนำเฉพาะแผล ควรทำตามคำสั่งที่ได้รับ เพราะเทคนิค วัสดุ และตำแหน่งผ่าตัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดขึ้นกับปริมาณกระดูกที่ต้องเสริม จำนวนตำแหน่ง ชนิดวัสดุ การเก็บกระดูกจากตำแหน่งอื่น และการทำหัตถการร่วม เช่น ถอนฟัน ยกพื้นโพรงไซนัส หรือใส่รากฟันเทียม แหล่งข้อมูลที่ใช้สำหรับหน้านี้ไม่ได้ระบุช่วงเวลาผ่าตัดที่ใช้ได้กับทุกเทคนิค จึงควรถามทีมรักษาจากแผนผ่าตัดจริงแทนการยึดเวลามาตรฐานเดียว

หัตถการขนาดเล็กมักใช้ยาชาเฉพาะที่และกลับบ้านได้ในวันเดียว ส่วนการปลูกกระดูกปริมาณมากหรือเก็บกระดูกจากตำแหน่งอื่นอาจต้องใช้การระงับความรู้สึกที่ลึกขึ้นและเฝ้าดูนานกว่า รูปแบบการรับไว้รักษาขึ้นกับความซับซ้อน สุขภาพผู้ป่วย และแนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทย

สิ่งสำคัญคือแยก “เวลาแผลหาย” ออกจาก “เวลากระดูกเชื่อมตัว” แม้เหงือกด้านนอกจะดูดีขึ้นแล้ว กระดูกด้านในยังอยู่ระหว่างสร้างและปรับตัว จึงยังไม่ควรสรุปเองว่าพร้อมรับแรงจากรากฟันเทียม

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ช่วงพักฟื้นมีสองระดับ ได้แก่ การฟื้นของแผลเหงือกและการเชื่อมตัวของกระดูก แผลเหงือกระยะแรกมักค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ส่วนการสร้างและเชื่อมตัวของกระดูกใช้เวลาหลายเดือน และบางกรณีอาจนานกว่านั้น ระยะที่พร้อมใส่รากฟันเทียมหรือทำขั้นตอนถัดไปต้องประเมินจากการตรวจและภาพรังสีเป็นรายบุคคล

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่อาจพบ | การใช้ชีวิต |
|---|---|---|
| วันแรกถึงช่วงต้น | มีเลือดซึม ตึงแผล บวม หรือระบมได้ | พัก หลีกเลี่ยงการรบกวนแผล และทำตามคำแนะนำเรื่องอาหาร |
| หลายวันแรก | อาการบวมอาจยังชัด แล้วควรค่อยๆ ลดลง | งานเบาอาจทำได้เมื่อรู้สึกพร้อม แต่ควรเลี่ยงแรงกระแทกและงานหนัก |
| หลายวันถึงหลายสัปดาห์ | แผลเหงือกระยะแรกมักค่อยๆ ดีขึ้น | ทันตแพทย์อาจนัดตรวจแผลหรือจัดการไหมตามชนิดที่ใช้ |
| หลายเดือนต่อมา | กระดูกใหม่กำลังเชื่อมและปรับตัว | ยังต้องติดตามด้วยการตรวจและภาพรังสีก่อนทำขั้นตอนถัดไป |
| หลายเดือนหรือนานกว่านั้น | บางกรณีอาจพร้อมประเมินรากฟันเทียม | กำหนดจริงขึ้นกับผลตรวจ ไม่ใช่เวลาที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว |

อาการที่พบได้ในช่วงต้น ได้แก่ เจ็บ กดเจ็บ บวม ช้ำ และรู้สึกตึงจากไหมเย็บ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21727-dental-bone-graft)) หากมีการเก็บกระดูกจากตำแหน่งอื่น อาจรู้สึกไม่สบายที่บริเวณนั้นด้วย อาการควรมีแนวโน้มดีขึ้น ไม่ใช่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

การกลับไปทำงานขึ้นกับลักษณะงานและขนาดหัตถการ งานที่พูดมาก ออกแรง ยกของ ก้มบ่อย หรือมีความเสี่ยงกระแทกใบหน้าอาจต้องพักนานกว่างานนั่งโต๊ะ หากใช้ยาระงับความรู้สึก คุณต้องทำตามข้อจำกัดเรื่องการขับรถ ใช้เครื่องจักร และการตัดสินใจตามเวลาที่ทีมรักษากำหนด

ระหว่างที่กระดูกกำลังเชื่อมตัว ควรหลีกเลี่ยงการกดทับตำแหน่งผ่าตัด หากใส่ฟันเทียมถอดได้ ทันตแพทย์อาจต้องปรับฐานฟันเทียมเพื่อลดแรงกด อย่าฝืนใส่หากเจ็บหรือกดแผล เพราะแรงซ้ำๆ อาจทำให้แผลเปิดหรือวัสดุเคลื่อน

การประเมินว่ากระดูกพร้อมหรือไม่อาศัยทั้งการตรวจและภาพรังสี การรอครบระยะไม่ได้รับประกันว่ากระดูกจะมีปริมาตรหรือความแข็งแรงเพียงพอสำหรับรากฟันเทียมทุกคน

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การปลูกกระดูกเป็นการผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงแม้จะวางแผนอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่ง ขนาดแผล วัสดุที่ใช้ โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ และความสามารถในการรักษาความสะอาด

### อาการที่พบได้และมักค่อยๆ ดีขึ้น

- ปวดหรือกดเจ็บ
- บวมและช้ำ
- เลือดซึมเล็กน้อยในช่วงต้น
- ตึงแผลหรือรำคาญไหมเย็บ
- อ้าปากไม่สะดวกชั่วคราว
- เศษวัสดุขนาดเล็กหลุดออกมาบ้างในบางเทคนิค

อาการเหล่านี้ควรมีแนวโน้มลดลง หากปวดหรือบวมกลับรุนแรงหลังจากเริ่มดีขึ้น ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจ

### ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

- **การติดเชื้อ** อาจมีปวดบวมมากขึ้น หนอง กลิ่นผิดปกติ หรือไข้
- **แผลแยกหรือเยื่อกั้นโผล่** ทำให้วัสดุสัมผัสกับช่องปากและเพิ่มความเสี่ยงปนเปื้อน
- **เลือดออกต่อเนื่อง** โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือดหรือใช้ยาบางชนิด
- **วัสดุปลูกกระดูกเคลื่อนหรือสูญเสีย** อาจทำให้ได้ปริมาณกระดูกน้อยกว่าที่วางแผน
- **กระดูกสร้างไม่เพียงพอ** แม้แผลภายนอกดูหายดี อาจต้องปรับแผนหรือทำหัตถการเพิ่ม
- **กระดูกขากรรไกรตายจากยา (MRONJ) หรือจากรังสีรักษา** อาจเกิดในผู้ที่เคยหรือกำลังใช้ยากลุ่ม bisphosphonate, denosumab หรือยาต้านการสร้างหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่เคยฉายรังสีบริเวณขากรรไกร ทำให้กระดูกโผล่ แผลไม่หาย ปวด บวม หรือติดเชื้อ และอาจมีผลต่อการพิจารณาผ่าตัด
- **บาดเจ็บต่อฟัน รากฟัน หรือเส้นประสาทใกล้เคียง** อาจเกิดอาการชาหรือความรู้สึกเปลี่ยนไป
- **ปัญหาเกี่ยวกับโพรงไซนัส** ในการผ่าตัดขากรรไกรบนด้านหลัง อาจเกิดการทะลุของเยื่อบุหรือการอักเสบ
- **ปฏิกิริยาต่อยา ยาชา หรือวัสดุ** พบได้แต่ต้องแจ้งประวัติแพ้ทั้งหมดก่อนรักษา
- **ภาวะแทรกซ้อนที่ตำแหน่งเก็บกระดูก** เช่น ปวด เลือดออก ติดเชื้อ หรือชาบริเวณใกล้เคียง

การปลูกกระดูกอาจไม่ให้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยเฉพาะเมื่อสูบบุหรี่ มีโรคบางชนิด หรือควบคุมการติดเชื้อไม่ได้ แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าสัญญาณของการล้มเหลวอาจรวมถึงปวดหรือบวมมากขึ้นหลังสัปดาห์แรก มีหนอง เหงือกร่น หรือปริมาตรกระดูกไม่เพิ่มตามคาด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21727-dental-bone-graft))

การที่วัสดุไม่เชื่อมตัวไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางรักษาต่อ ทันตแพทย์ต้องหาสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ แผลปิดไม่สนิท แรงกด หรือเลือดมาเลี้ยงไม่พอ แล้วจึงพิจารณาว่าควรนำวัสดุออก รอให้แผลหาย ทำใหม่ หรือเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่น

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อสถานพยาบาลหรือกลับไปตรวจโดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้

- เลือดออกมากหรือกัดผ้าก๊อซตามคำแนะนำแล้วเลือดยังไม่ลด
- หายใจลำบาก กลืนลำบาก หรือบวมลามอย่างรวดเร็ว
- มีผื่น หน้าหรือริมฝีปากบวม หายใจมีเสียงผิดปกติหลังใช้ยา
- ปวดหรือบวมรุนแรงขึ้นหลังจากช่วงแรก โดยเฉพาะหลังเริ่มดีขึ้นแล้ว
- มีไข้ หนอง กลิ่นเหม็น หรือรสผิดปกติจากแผล
- แผลไม่หาย แผลเปิด หรือมีกระดูกโผล่
- ฟันโยกผิดปกติ
- ชาหรือความรู้สึกผิดปกติที่ริมฝีปาก คาง หรือลิ้น ซึ่งไม่ดีขึ้นตามที่ทีมรักษาอธิบาย
- มีของเหลวผ่านระหว่างปากกับจมูก คัดจมูกข้างเดียว หรือปวดบริเวณไซนัสหลังผ่าตัดขากรรไกรบน
- คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่องจนดื่มน้ำหรือรับยาไม่ได้
- ฟันเทียมกดแผลจนเจ็บ แผลถลอก หรือมีเลือดออก
- วัสดุปลูกกระดูกหลุดออกมาในปริมาณมาก

หากมีอาการหายใจลำบาก หน้าบวมรวดเร็ว หมดสติ หรือเลือดออกมาก ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ควรรอถึงวันนัดตามปกติ

## ทางเลือกอื่น

การปลูกกระดูกไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป ทางเลือกขึ้นกับเป้าหมายว่าเป็นการทดแทนฟัน ป้องกันกระดูกยุบ หรือรักษาฟันธรรมชาติ

### หากต้องการทดแทนฟันที่หาย

| ทางเลือก | ข้อพิจารณาหลัก |
|---|---|
| สะพานฟัน | ไม่ต้องปลูกกระดูกในหลายกรณี แต่อาจต้องเตรียมฟันข้างเคียง |
| ฟันเทียมถอดได้ | ไม่ต้องผ่าตัดใส่รากฟันเทียม แต่ต้องถอดทำความสะอาดและอาจมีการกดเหงือก |
| ปรับตำแหน่งหรือรูปแบบรากฟันเทียม | ใช้ได้เฉพาะบางลักษณะกระดูก ต้องประเมินความปลอดภัยและแรงบดเคี้ยว |
| เว้นช่องว่างไว้ | อาจเหมาะกับบางตำแหน่ง แต่ต้องประเมินผลต่อการสบฟันและฟันข้างเคียง |

### หากมีโรคเหงือกหรือการติดเชื้อ

ต้องรักษาสาเหตุก่อน เช่น ควบคุมคราบจุลินทรีย์ รักษาปริทันต์ หรือกำจัดการติดเชื้อ การปลูกกระดูกโดยไม่ควบคุมโรคเดิมอาจทำให้ผลการรักษาไม่ดี การรักษาแบบไม่ผ่าตัดอาจเพียงพอในบางกรณีที่การสูญเสียกระดูกยังไม่เหมาะกับการสร้างใหม่

### หากถอนฟันแล้วไม่ต้องการใส่รากฟันเทียม

การรักษาเบ้าฟันด้วยวัสดุปลูกกระดูกอาจช่วยคงรูปร่างสันกระดูก แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน หากไม่มีแผนบูรณะในบริเวณนั้น หรือมีทางเลือกอื่นที่เหมาะกว่า คุณควรถามว่าการไม่ปลูกกระดูกจะมีผลต่อเหงือก รูปหน้า ฟันเทียม หรือแผนรักษาในอนาคตอย่างไร

ก่อนตัดสินใจ ควรถามทันตแพทย์ให้ชัดว่าเป้าหมายของการปลูกกระดูกคืออะไร หากไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น มีทางเลือกใดที่ไม่ต้องผ่าตัด และแต่ละทางเลือกมีผลต่อเวลา จำนวนขั้นตอน และการดูแลระยะยาวอย่างไร

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการปลูกกระดูกหรือไม่ ขึ้นกับสาเหตุของโรค ความจำเป็นทางการแพทย์ ประเภทการบูรณะ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน การปลูกกระดูกเพื่อเตรียมใส่รากฟันเทียมอาจถูกพิจารณาต่างจากการซ่อมกระดูกหลังอุบัติเหตุ เนื้องอก การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของขากรรไกร

### ประกันสังคม

ตรวจสอบกับสถานพยาบาลตามสิทธิและหน่วยงานที่ดูแลสิทธิว่าการรักษาส่วนใดอยู่ในความคุ้มครอง เอกสารที่อาจมีผล ได้แก่ การวินิจฉัย เหตุผลทางการแพทย์ ภาพรังสี และแผนการรักษา หากเป็นหัตถการเพื่อรองรับรากฟันเทียม ควรถามแยกว่าครอบคลุมการตรวจ การผ่าตัด วัสดุปลูกกระดูก และขั้นตอนบูรณะหรือไม่

### บัตรทอง

เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ระบุในระบบ เพื่อให้ตรวจและส่งต่อตามขั้นตอน สิทธิอาจครอบคลุมการรักษาโรคหรือการบาดเจ็บบางกรณี แต่ไม่ควรถือว่าการปลูกกระดูกเพื่อทำรากฟันเทียมจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ให้สอบถามก่อนรับบริการว่าต้องมีใบส่งตัวหรือการอนุมัติหรือไม่

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจข้อยกเว้นด้านทันตกรรม การผ่าตัดช่องปาก โรคที่เป็นมาก่อน และการรักษาเพื่อใส่รากฟันเทียม ขอให้สถานพยาบาลระบุชื่อหัตถการ เหตุผลทางการแพทย์ ตำแหน่งผ่าตัด และรายการวัสดุเพื่อใช้ยื่นประเมิน ควรรอผลยืนยันตามขั้นตอนของกรมธรรม์ก่อนผ่าตัดหากต้องการใช้สิทธิ

ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามให้ชัดว่า

- ต้องเริ่มรับบริการที่หน่วยใด
- ต้องมีใบส่งตัวหรืออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- ครอบคลุมเฉพาะการรักษาโรค หรือรวมการเตรียมใส่รากฟันเทียม
- วัสดุปลูกกระดูกและเยื่อกั้นอยู่ในเงื่อนไขเดียวกันหรือไม่
- การตรวจภาพรังสี การระงับความรู้สึก และการติดตามผลอยู่ในสิทธิหรือไม่
- หากต้องทำมากกว่าหนึ่งขั้นตอน ต้องยื่นเอกสารแยกกันหรือไม่

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ปลูกกระดูกฟันเจ็บไหม

ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บแหลมในบริเวณที่ยาชาออกฤทธิ์ แต่อาจรู้สึกถึงแรงกดหรือการขยับได้ หลังยาชาหมดอาจมีปวด ตึง บวม หรือช้ำ ซึ่งควรค่อยๆ ดีขึ้น หากเจ็บมากขึ้นหลังผ่านช่วงแรกหรือยาไม่ช่วย ควรติดต่อทีมรักษา

### ปลูกกระดูกแล้วใส่รากฟันเทียมได้เลยหรือไม่

บางกรณีทำพร้อมกันได้ แต่หลายกรณีต้องรอให้กระดูกเชื่อมตัวก่อน การทำพร้อมกันต้องมีกระดูกเดิมพอให้รากฟันเทียมยึดได้มั่นคง และต้องควบคุมการติดเชื้อได้ดี หากกระดูกขาดมาก ทันตแพทย์มักแยกเป็นหลายขั้นตอน

### ต้องรอนานเท่าไรกว่าจะใส่รากฟันเทียมได้

โดยทั่วไปต้องรอหลายเดือน และบางกรณีอาจนานกว่านั้น ระยะที่พร้อมใส่รากฟันเทียมต้องประเมินจากแผล ภาพรังสี และความมั่นคงของกระดูกเป็นรายบุคคล ไม่ได้ตัดสินจากจำนวนเดือนเพียงอย่างเดียว

### วัสดุปลูกกระดูกเป็นกระดูกจริงหรือไม่

วัสดุอาจเป็นกระดูกของคุณ วัสดุจากผู้บริจาค วัสดุจากสัตว์ หรือวัสดุสังเคราะห์ บางชนิดคงอยู่เป็นโครง ขณะที่บางส่วนค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกระดูกของร่างกาย คุณสามารถขอข้อมูลแหล่งที่มา เหตุผลที่เลือก และทางเลือกอื่นก่อนยินยอมรักษา

### ปลูกกระดูกฟันแล้วหน้าจะบวมนานไหม

อาการบวมมักเกิดในช่วงแรกและควรค่อยๆ ลดลง แต่ระยะเวลาขึ้นกับขนาดแผล ตำแหน่ง และการเก็บกระดูกจากบริเวณอื่น หากบวมเพิ่มขึ้นหลังเริ่มยุบ มีไข้ มีหนอง หรือกลืนและหายใจลำบาก ต้องกลับไปตรวจทันที

### เศษวัสดุหลุดออกจากแผลเป็นเรื่องปกติหรือไม่

เศษเม็ดเล็กน้อยอาจหลุดได้ในบางเทคนิค แต่ไม่ควรสรุปเองว่าไม่มีปัญหา หากหลุดมาก แผลเปิด เลือดออก มีกลิ่นผิดปกติ หรือเห็นเยื่อกั้น ควรติดต่อทันตแพทย์และหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วหรือลิ้นดุนแผล

### ปลูกกระดูกฟันไม่ติดดูอย่างไร

สัญญาณที่น่าสงสัย ได้แก่ ปวดหรือบวมมากขึ้นหลังสัปดาห์แรก มีหนอง แผลเปิด เหงือกร่น หรือเมื่อประเมินแล้วปริมาตรกระดูกไม่เพิ่มตามคาด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21727-dental-bone-graft)) อย่างไรก็ตาม การยืนยันต้องอาศัยการตรวจและภาพรังสี เพราะแผลภายนอกอาจดูดีแม้กระดูกด้านในยังไม่เพียงพอ

### สูบบุหรี่แล้วปลูกกระดูกได้ไหม

อาจทำได้ในบางคน แต่การสูบบุหรี่และนิโคตินเพิ่มความกังวลเรื่องเลือดมาเลี้ยงแผล การติดเชื้อ และการเชื่อมตัวของกระดูก ควรบอกปริมาณและรูปแบบการใช้ตามจริง แล้วให้ทันตแพทย์ประเมินว่าควรเลื่อน ปรับแผน หรือหยุดตามคำแนะนำอย่างไร

### ปลูกกระดูกพร้อมถอนฟันได้หรือไม่

ทำพร้อมกันได้ในหลายกรณี โดยวางวัสดุในเบ้าฟันหลังถอนและทำความสะอาด แต่หากมีการติดเชื้อรุนแรง เนื้อเยื่อปิดแผลไม่พอ หรือกระดูกเสียหายมาก อาจต้องแยกขั้นตอน การตัดสินใจขึ้นกับสภาพที่พบจริงระหว่างตรวจและผ่าตัด

### ปลูกกระดูกแล้วต้องนอนโรงพยาบาลไหม

หัตถการขนาดเล็กจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่กรณีซับซ้อน ใช้ยาสลบ เก็บกระดูกจากตำแหน่งอื่น หรือมีโรคประจำตัว อาจต้องเฝ้าดูนานขึ้น แนวทางขึ้นกับแผนผ่าตัดและระบบของสถานพยาบาลในประเทศไทย

### ถ้าไม่ปลูกกระดูกจะเกิดอะไรขึ้น

ผลขึ้นกับสาเหตุและแผนบูรณะ บางคนอาจใส่รากฟันเทียมตามตำแหน่งที่ต้องการไม่ได้ ขณะที่บางคนเลือกสะพานฟัน ฟันเทียมถอดได้ หรือไม่ทดแทนฟันได้ ควรถามทันตแพทย์ว่ากระดูกที่มีอยู่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความสวยงาม และแรงบดเคี้ยวอย่างไร

### ผู้สูงอายุปลูกกระดูกฟันได้ไหม

อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้าม สุขภาพโดยรวม การควบคุมโรค เบาหวาน ยาที่ใช้ ความสามารถในการดูแลช่องปาก และคุณภาพกระดูกมีความสำคัญกว่า ผู้สูงอายุควรนำรายชื่อยาและข้อมูลจากแพทย์เจ้าของโรคมาให้ทีมรักษาประเมินครบถ้วน

### ประกันครอบคลุมการปลูกกระดูกฟันหรือไม่

ความคุ้มครองขึ้นกับสาเหตุที่ต้องผ่าตัดและเงื่อนไขของสิทธิ การซ่อมกระดูกจากโรคหรืออุบัติเหตุอาจถูกพิจารณาต่างจากการเตรียมทำรากฟันเทียม ควรส่งแผนการรักษา ภาพรังสี และเหตุผลทางการแพทย์ให้ผู้ดูแลสิทธิตรวจสอบก่อนผ่าตัด

### หลังปลูกกระดูกต้องตรวจติดตามแม้ไม่เจ็บหรือไม่

ต้องตรวจตามนัดแม้ไม่มีอาการ เพราะการไม่เจ็บไม่ได้ยืนยันว่ากระดูกสร้างได้เพียงพอ ทันตแพทย์จะดูการปิดของแผล การติดเชื้อ การกดทับจากฟันเทียม และประเมินกระดูกก่อนวางแผนขั้นตอนถัดไป

### ปลูกกระดูกครั้งเดียวเพียงพอเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป เพราะปริมาณกระดูกที่ได้อาจน้อยกว่าที่วางแผน หรือเกิดการยุบตัวระหว่างหาย บางคนอาจต้องเสริมเพิ่ม ปรับตำแหน่งรากฟันเทียม หรือเปลี่ยนวิธีทดแทนฟัน ผลตรวจหลังพักฟื้นจะช่วยกำหนดทางเลือกที่เหมาะสมต่อไป

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Dental Bone Graft: Process, Purpose & Healing](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21727-dental-bone-graft) — เกี่ยวกับ Dental bone graft — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
