# ผ่าตัดเปิดกะโหลก

**ผ่าตัดเปิดกะโหลก (Craniotomy) คือการนำกระดูกกะโหลกบางส่วนออกชั่วคราวเพื่อให้ศัลยแพทย์เข้าถึงสมอง แล้วนำกระดูกชิ้นเดิมกลับมาปิดก่อนเย็บแผล ใช้รักษาหรือวินิจฉัยโรคหลายชนิด เช่น เนื้องอก เลือดออกหรือลิ่มเลือดในสมอง หลอดเลือดสมองผิดปกติ และโรคลมชักบางกรณี**

## ประเด็นสำคัญ

- การเปิดกะโหลกเป็นทางเข้าสู่สมอง ไม่ใช่ชื่อการรักษาโรคเพียงชนิดเดียว สิ่งที่ศัลยแพทย์ทำหลังเปิดกะโหลกขึ้นอยู่กับโรค ตำแหน่ง และเป้าหมายของการผ่าตัด
- ส่วนใหญ่ใช้ยาสลบ แต่บางคนต้องตื่นในช่วงหนึ่งของการผ่าตัด เพื่อให้ทีมตรวจการพูด การเคลื่อนไหว หรือการมองเห็นขณะรักษาบริเวณใกล้สมองส่วนสำคัญ
- เป็นการผ่าตัดใหญ่และต้องพักฟื้นเป็นขั้นตอน การหายของแผลและกะโหลกอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ โดยแหล่งอ้างอิงระบุว่าอาจนานถึงประมาณสองเดือน ทั้งนี้ขึ้นกับโรคเดิม ขอบเขตการผ่าตัด และภาวะแทรกซ้อน

## ผ่าตัดเปิดกะโหลก คืออะไร

การผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเป็นวิธีที่ศัลยแพทย์ระบบประสาทใช้เข้าถึงสมอง เยื่อหุ้มสมอง หรือหลอดเลือดภายในกะโหลก แพทย์จะเปิดหนังศีรษะ ตัดกระดูกกะโหลกออกเป็นชิ้นชั่วคราว รักษาความผิดปกติที่อยู่ด้านใน แล้ววางกระดูกกลับเข้าที่ก่อนปิดแผล ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/craniotomy/about/pac-20568981))

ชิ้นกระดูกที่เปิดเรียกว่าแผ่นกระดูกกะโหลก ตำแหน่งและขนาดของแผ่นกระดูกไม่เหมือนกัน ศัลยแพทย์เลือกทางเข้าที่ทำให้เข้าถึงรอยโรคได้เหมาะสม พร้อมลดการกระทบเนื้อสมองและโครงสร้างสำคัญรอบข้าง บางกรณีใช้ช่องเปิดขนาดเล็ก แต่บางกรณีต้องเปิดกว้างขึ้นเพื่อเห็นและควบคุมบริเวณผ่าตัดได้เพียงพอ

การผ่าตัดนี้อาจมีเป้าหมายต่างกัน ได้แก่

- ตัดเนื้องอกในสมองออกทั้งหมดหรือบางส่วน
- เก็บชิ้นเนื้อไปตรวจ เพื่อระบุชนิดของโรค
- นำเลือดหรือลิ่มเลือดที่กดสมองออก
- ซ่อมหลอดเลือดโป่งพองหรือหลอดเลือดที่ก่อตัวผิดปกติ
- ลดแรงกดภายในกะโหลกในบางสถานการณ์
- รักษาจุดกำเนิดอาการชักในผู้ป่วยที่ผ่านการประเมินอย่างละเอียด
- เข้าถึงความผิดปกติบริเวณฐานกะโหลก เส้นประสาทสมอง หรือบริเวณใกล้หูชั้นใน

คำว่า “เปิดกะโหลก” แตกต่างจาก “ตัดกะโหลกเพื่อลดความดัน” ในประเด็นสำคัญ คือการเปิดกะโหลกจะนำกระดูกกลับมาปิดในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน ส่วนการตัดกะโหลกเพื่อลดความดันจะยังไม่ใส่กระดูกกลับทันที เพื่อเปิดพื้นที่ให้สมองที่บวมขยายตัว และอาจต้องผ่าตัดซ่อมกะโหลกในภายหลัง

อีกหัตถการหนึ่งคือการเจาะรูกะโหลก ซึ่งเป็นการทำช่องเล็กโดยไม่ได้ยกแผ่นกระดูกขนาดใหญ่ อาจใช้ระบายเลือดเก่า ระบายน้ำในโพรงสมอง หรือเก็บชิ้นเนื้อบางตำแหน่ง วิธีนี้เหมาะกับปัญหาบางประเภทเท่านั้น และไม่สามารถใช้แทนการเปิดกะโหลกได้ทุกกรณี

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ใครอาจได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด

ศัลยแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อมีรอยโรคที่ต้องเข้าถึงโดยตรง และคาดว่าประโยชน์จากการวินิจฉัย การลดแรงกด หรือการรักษามีมากกว่าความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น

- มีเนื้องอกในสมองที่กดเนื้อสมอง ทำให้เกิดอาการ หรือจำเป็นต้องเก็บชิ้นเนื้อ
- มีเลือดออกหรือลิ่มเลือดในกะโหลกที่กดสมอง
- มีหลอดเลือดสมองโป่งพองซึ่งเหมาะกับการผ่าตัดหนีบหลอดเลือด
- มีหลอดเลือดสมองก่อตัวผิดปกติที่ต้องผ่าตัด
- มีความดันในกะโหลกสูงจากสมองบวมหรือรอยโรค และวิธีอื่นควบคุมไม่ได้
- เป็น[โรคลมชัก](/hdcare/epilepsy-surgery/)ที่ไม่ตอบสนองต่อยา และตรวจพบตำแหน่งต้นกำเนิดที่สามารถผ่าตัดได้
- ต้องตรวจชิ้นเนื้อ เมื่อวิธีที่ใช้ช่องเปิดเล็กไม่เหมาะสมหรือให้ข้อมูลไม่เพียงพอ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24902-craniotomy))

การพบเนื้องอกหรือหลอดเลือดผิดปกติไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัดทันที แพทย์จะดูชนิด ขนาด ตำแหน่ง การเติบโต อาการ อายุ สุขภาพโดยรวม และผลกระทบหากยังไม่รักษา บางรอยโรคสามารถติดตามด้วยภาพถ่ายสมอง บางชนิดใช้รังสีรักษา ยา หรือการรักษาผ่านสายสวนได้

### ใครอาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัด

คำว่า “ไม่ควรทำ” ไม่ได้มีเกณฑ์เดียวสำหรับทุกคน เพราะบางสถานการณ์เป็นภาวะฉุกเฉินที่จำเป็นต้องผ่าตัดแม้ความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจชะลอ เปลี่ยนวิธี หรือไม่แนะนำการผ่าตัดเมื่อ

- ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้มีน้อยกว่าความเสี่ยงต่อการทำงานของสมอง
- รอยโรคอยู่ใกล้บริเวณควบคุมการพูด การเคลื่อนไหว การมองเห็น หรือการทำงานสำคัญอื่น และไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเหมาะสม
- สุขภาพโดยรวมไม่พร้อมรับการผ่าตัดใหญ่หรือการดมยาสลบ
- มีการติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดที่ยังแก้ไขไม่ได้
- โรคสามารถควบคุมด้วยการติดตาม ยา รังสีรักษา หรือวิธีผ่านหลอดเลือดซึ่งมีความเหมาะสมกว่า
- เป้าหมายการดูแลเน้นความสบาย และภาระจากการผ่าตัดอาจมากกว่าประโยชน์

หากเป็นการผ่าตัดที่วางแผนล่วงหน้า คุณควรทราบให้ชัดว่าเป้าหมายคืออะไร เช่น เอาเนื้องอกออก ลดแรงกด เก็บชิ้นเนื้อ หรือควบคุมอาการชัก รวมถึงผลที่อาจเกิดขึ้นหากเลือกติดตามอาการแทน ผู้ตัดสินความเหมาะสมคือศัลยแพทย์ระบบประสาทร่วมกับทีมที่ดูแลโรคเดิม โดยอาศัยภาพถ่ายสมอง ผลตรวจร่างกาย และสุขภาพของคุณ

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวขึ้นอยู่กับโรคและความเร่งด่วน หากเป็นเหตุฉุกเฉิน ทีมรักษาอาจต้องตรวจและผ่าตัดอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดตามแผน มักมีเวลาประเมินรายละเอียดมากขึ้น

### การตรวจที่อาจต้องทำ

แพทย์มักทบทวนภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง เพื่อดูตำแหน่ง ขนาด และความสัมพันธ์กับสมองส่วนสำคัญ บางคนอาจต้องตรวจหลอดเลือดสมอง ตรวจภาพการทำงานของสมอง หรือประเมินด้านความจำ ภาษา และการคิด เพื่อใช้วางแผนและเป็นข้อมูลเปรียบเทียบหลังผ่าตัด ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/craniotomy/about/pac-20568981))

การตรวจอื่นอาจรวมถึงเลือด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของไตและตับ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือภาพถ่ายทรวงอกตามสุขภาพและแนวทางของโรงพยาบาล วิสัญญีแพทย์จะประเมินการดมยาสลบ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และปัญหาจากการผ่าตัดครั้งก่อน

### อาหารและเครื่องดื่ม

คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่ทีมผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์แจ้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาหารหรือน้ำจากกระเพาะจะไหลเข้าปอดระหว่างดมยาสลบ เวลาเริ่มงดไม่เหมือนกันตามชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด อายุ และโรคประจำตัว จึงควรทำตามคำสั่งเฉพาะของโรงพยาบาล ไม่ควรกำหนดเวลาเอง

หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องปรับเวลาเพื่อความปลอดภัย

### ยาและอาหารเสริม

เตรียมรายชื่อยาทั้งหมด รวมถึงยาที่ซื้อเอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาที่มีผลต่อความดันโลหิต
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจเพิ่มเลือดออกหรือรบกวนยาสลบ

ห้ามหยุดยาป้องกันลิ่มเลือดหรือยารักษาโรคประจำตัวเอง เพราะการหยุดผิดจังหวะอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หรือเลือดออกได้ ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ผู้สั่งยาจะเป็นผู้กำหนดว่าต้องปรับยาใดและเมื่อใด

แพทย์อาจให้ยาบางชนิดก่อนผ่าตัด เช่น ยาป้องกันอาการชัก ยาลดสมองบวม หรือยาป้องกันการติดเชื้อ ขึ้นอยู่กับโรคและแผนรักษา ไม่ใช่ทุกคนต้องได้รับยาเหมือนกัน

### สิ่งที่ควรแจ้งทีมรักษา

แจ้งแพทย์หากคุณมีโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน ภาวะเลือดออกง่าย เคยมีลิ่มเลือด หยุดหายใจขณะหลับ หรือเคยแพ้ยาและสารทึบรังสี รวมถึงแจ้งเรื่องฟันปลอม ฟันโยก เครื่องกระตุ้นหัวใจ และอุปกรณ์ฝังในร่างกาย

หากมีไข้ ไอมาก แผลติดเชื้อ หรืออาการใหม่ก่อนวันผ่าตัด ให้ติดต่อทีมรักษา การติดเชื้อหรือสุขภาพที่เปลี่ยนไปอาจมีผลต่อกำหนดการและความปลอดภัย

### ของที่ควรเตรียม

นำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา รายชื่อยา ผลตรวจหรือแผ่นภาพที่โรงพยาบาลขอ และข้อมูลติดต่อญาติมาด้วย ถอดเครื่องประดับและหลีกเลี่ยงนำของมีค่ามาโรงพยาบาล ควรจัดให้มีญาติหรือผู้ดูแลช่วยสื่อสารกับทีมรักษาและช่วยดูแลหลังกลับบ้าน เพราะช่วงแรกคุณอาจอ่อนเพลียหรือยังไม่พร้อมจัดการเรื่องต่าง ๆ คนเดียว

ทีมผ่าตัดอาจโกนผมเฉพาะบริเวณที่ต้องลงแผล ไม่จำเป็นต้องโกนศีรษะเอง เพราะอาจทำให้ผิวหนังเป็นแผลและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจริงแตกต่างกันตามตำแหน่งและโรค แต่ลำดับหลักมักเป็นดังนี้

1. **ระบุตำแหน่งและตรวจความพร้อม**  
   ทีมจะยืนยันตัวตน ตำแหน่งผ่าตัด ภาพถ่ายสมอง และแผนการรักษา อาจใช้ระบบนำวิถีที่เชื่อมภาพสมองกับตำแหน่งจริง เพื่อช่วยกำหนดทางเข้า

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   ส่วนใหญ่ใช้ยาสลบ ทำให้หลับและไม่รู้สึกเจ็บ บางกรณีใช้วิธีที่ให้ผู้ป่วยตื่นในบางช่วง โดยฉีดยาชาบริเวณหนังศีรษะและให้ยาช่วยผ่อนคลาย เพื่อทดสอบการพูด การเคลื่อนไหว หรือการมองเห็นระหว่างทำงานใกล้สมองส่วนสำคัญ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24902-craniotomy))

3. **จัดท่าศีรษะและร่างกาย**  
   ผู้ป่วยอาจนอนหงาย คว่ำ หรือตะแคง ขึ้นกับตำแหน่งรอยโรค ศีรษะอาจถูกยึดให้อยู่นิ่ง เพื่อให้ศัลยแพทย์ทำงานได้แม่นยำและลดการเคลื่อนไหว

4. **เตรียมผิวหนังและเปิดหนังศีรษะ**  
   ทีมจะตัดหรือโกนผมเฉพาะจุด ทำความสะอาดผิวหนัง และคลุมบริเวณผ่าตัด ศัลยแพทย์กรีดหนังศีรษะตามแนวที่วางแผน แล้วแยกกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อเพื่อเห็นกระดูก

5. **ยกแผ่นกระดูกกะโหลกออกชั่วคราว**  
   ศัลยแพทย์เจาะรูและใช้เครื่องมือตัดกระดูกเชื่อมระหว่างรู จึงยกแผ่นกระดูกออกและเก็บไว้สำหรับปิดกลับในช่วงท้าย

6. **เปิดเยื่อหุ้มสมอง**  
   เยื่อดูราเป็นเยื่อชั้นเหนียวที่หุ้มสมอง ศัลยแพทย์จะเปิดเยื่อนี้เพื่อเข้าถึงบริเวณเป้าหมาย อาจใช้กล้องผ่าตัด เครื่องมือขยายภาพ หรือระบบนำวิถีช่วยระบุตำแหน่ง

7. **รักษาความผิดปกติ**  
   ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับเหตุผลของการผ่าตัด เช่น ตัดเนื้องอก เก็บชิ้นเนื้อ เอาลิ่มเลือดออก หนีบหลอดเลือดโป่งพอง ซ่อมหลอดเลือดผิดปกติ หรือจัดการบริเวณที่ก่ออาการชัก
   เนื้องอกบางตำแหน่งไม่สามารถตัดออกทั้งหมดโดยไม่เสี่ยงต่อสมองส่วนสำคัญ ศัลยแพทย์อาจเลือกเอาออกเท่าที่เหมาะสม แล้วใช้ผลพยาธิวิทยาวางแผนการรักษาต่อ

8. **ห้ามเลือดและปิดแผล**  
   หลังรักษาเสร็จ ทีมจะตรวจการห้ามเลือด ปิดเยื่อหุ้มสมอง วางแผ่นกระดูกกลับและยึดให้อยู่กับที่ จากนั้นปิดกล้ามเนื้อ หนังศีรษะ และแผล อาจมีสายระบายในบางกรณี

9. **เฝ้าระวังหลังผ่าตัด**  
   ผู้ป่วยจะถูกส่งไปห้องพักฟื้นหรือหอผู้ป่วยที่ติดตามระบบประสาทอย่างใกล้ชิด ทีมจะตรวจระดับความรู้สึกตัว รูม่านตา กำลังแขนขา การพูด ความดันโลหิต และอาการปวด อาจต้องตรวจภาพสมองหลังผ่าตัดตามข้อบ่งชี้

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดเปิดกะโหลกมักใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ระยะเวลาขึ้นกับตำแหน่งและขนาดของรอยโรค ชนิดของการรักษา ความซับซ้อนของหลอดเลือด ความจำเป็นในการทำแผนที่สมอง และเหตุการณ์ที่พบระหว่างผ่าตัด

การเปิดเพื่อเก็บชิ้นเนื้อหรือเข้าถึงรอยโรคขนาดเล็กอาจใช้เวลาน้อยกว่าการผ่าตัดเนื้องอกที่อยู่ลึกหรือการซ่อมหลอดเลือดซับซ้อน เวลาที่ครอบครัวรออาจยาวกว่าเวลาผ่าตัดจริง เพราะรวมการเตรียมยาสลบ จัดท่า ติดอุปกรณ์ เฝ้าระวัง และปลุกหลังผ่าตัด

ส่วนใหญ่ใช้ยาสลบ แต่การผ่าตัดใกล้บริเวณควบคุมภาษา การเคลื่อนไหว หรือการมองเห็นอาจต้องให้ผู้ป่วยตื่นและทำตามคำสั่งในบางช่วง ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/craniotomy/about/pac-20568981)) การตื่นระหว่างผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้รู้สึกเจ็บ ทีมจะใช้ยาชาและยาระงับความรู้สึกตามแผน พร้อมติดตามอย่างใกล้ชิด

การผ่าตัดนี้โดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่หัตถการที่กลับบ้านทันที ระยะพักในหอเฝ้าระวังและจำนวนวันที่นอนขึ้นอยู่กับสาเหตุของการผ่าตัด ผลการตรวจระบบประสาท การเคลื่อนไหว การกินอาหาร และภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยบางคนต้องฟื้นฟูต่อก่อนกลับบ้าน

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นมีสองส่วน คือการหายของแผลและกระดูก กับการฟื้นตัวของสมองและการทำงานของร่างกาย ทั้งสองส่วนอาจไม่เป็นไปพร้อมกัน แผลอาจดูดีแล้วแต่ยังเหนื่อยง่าย คิดช้าลง หรือมีอาการจากโรคเดิมอยู่

แหล่งอ้างอิงระบุว่าการหายหลังเปิดกะโหลกอาจใช้เวลาถึงประมาณสองเดือน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24902-craniotomy)) แต่บางคนต้องใช้เวลานานกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมีสมองบาดเจ็บ โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกขนาดใหญ่ อ่อนแรง ปัญหาด้านภาษา การติดเชื้อ หรือจำเป็นต้องรับรังสีรักษาและการรักษาอื่นต่อ

| ช่วงพักฟื้น | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ทีมรักษาประเมิน |
|---|---|---|
| หลังผ่าตัดระยะแรก | ง่วง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือบวมรอบแผล | ความรู้สึกตัว รูม่านตา กำลังแขนขา การพูด และสัญญาณเลือดออก |
| ระหว่างนอนโรงพยาบาล | เริ่มลุกนั่ง เดิน กินอาหาร และทำกิจวัตรตามกำลัง | ความปลอดภัยในการเดิน การกลืน การควบคุมอาการปวด และความพร้อมกลับบ้าน |
| ช่วงแรกที่บ้าน | เหนื่อยง่าย ต้องพักเป็นระยะ แผลอาจตึงหรือคัน | แผล อาการทางระบบประสาท อาการชัก และผลตรวจชิ้นเนื้อถ้ามี |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | ค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมและงานที่ใช้สมาธิ | การฟื้นตัวของภาษา ความจำ การเคลื่อนไหว และแผนรักษาต่อ |
| ระยะยาว | บางคนกลับสู่กิจวัตรเดิม บางคนต้องฟื้นฟูต่อ | ผลของโรคเดิม ภาวะแทรกซ้อน และความจำเป็นของกายภาพบำบัด |

### การกลับไปทำงาน

งานเบาหรือการทำงานจากบ้านอาจเริ่มได้เร็วกว่างานที่ต้องขับรถ ใช้เครื่องจักร ทำงานบนที่สูง หรือยกของหนัก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกำหนดวันกลับไปทำงานจากสภาพแผลเพียงอย่างเดียว แพทย์ต้องพิจารณาอาการชัก การทรงตัว การมองเห็น ความจำ การใช้ยา และลักษณะงานร่วมด้วย

หากงานต้องตัดสินใจรวดเร็วหรือใช้สมาธิต่อเนื่อง อาจต้องเริ่มแบบลดชั่วโมงและเพิ่มทีละน้อย การอ่อนเพลียหลังผ่าตัดสมองพบได้ แม้ภายนอกจะดูฟื้นตัวแล้ว

### การขับรถและกิจกรรมเสี่ยง

อย่ากลับไปขับรถจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต โดยเฉพาะถ้าเคยมีอาการชัก มองเห็นผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง หรือใช้ยาที่ทำให้ง่วง หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่หากหมดสติแล้วอาจบาดเจ็บรุนแรง เช่น ว่ายน้ำคนเดียว ปีนที่สูง หรือใช้เครื่องจักร จนกว่าจะได้รับการประเมิน

### การฟื้นฟู

บางคนต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อฝึกกำลังและการทรงตัว กิจกรรมบำบัดเพื่อกลับไปทำกิจวัตร หรือฝึกพูดและกลืน หากมีปัญหาความจำ สมาธิ หรืออารมณ์ อาจต้องประเมินด้านการรู้คิดและสุขภาพจิต การฟื้นฟูเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสมอง ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดล้มเหลว

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

ความเสี่ยงแตกต่างกันมากตามโรค ตำแหน่งสมอง อายุ สุขภาพ และขอบเขตการผ่าตัด การผ่าตัดใกล้บริเวณควบคุมภาษา การเคลื่อนไหว หรือหลอดเลือดหลักอาจมีความเสี่ยงเฉพาะสูงกว่าการเข้าถึงบริเวณอื่น แพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับภาพสมองของคุณ ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงทั่วไป

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

- เลือดออกในหรือรอบสมอง ซึ่งอาจกดสมองและอาจต้องรักษาเพิ่มเติม
- สมองบวมและความดันในกะโหลกสูง
- การติดเชื้อที่แผล กระดูก เยื่อหุ้มสมอง หรือเนื้อสมอง
- น้ำหล่อสมองและไขสันหลังรั่ว แหล่งอ้างอิงระบุว่าความถี่ขึ้นกับชนิดและตำแหน่งของการผ่าตัด ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/craniotomy/about/pac-20568981))
- อาการชักหลังผ่าตัด
- แขนขาอ่อนแรง ชา หรือการทรงตัวผิดปกติ
- พูดไม่ชัด เข้าใจภาษาลำบาก หรือหาคำพูดไม่ได้
- ความจำ สมาธิ การคิด หรือบุคลิกภาพเปลี่ยน
- การมองเห็นหรือการได้ยินเปลี่ยนไป ขึ้นกับบริเวณที่ผ่าตัด
- กลืนลำบากและเสี่ยงต่อการสำลัก
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอดจากการเคลื่อนไหวน้อย
- ภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบ เช่น ปัญหาการหายใจหรือหัวใจ
- แผลหายช้า กระดูกไม่ติดดี หรือรูปร่างกะโหลกเปลี่ยน
- โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหมดสติหรือโคม่า และการเสียชีวิต แม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่เป็นความเสี่ยงที่เป็นไปได้ โดยระดับความเสี่ยงแตกต่างกันตามโรค ความเร่งด่วน ตำแหน่งผ่าตัด และสุขภาพของผู้ป่วย แพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงเฉพาะรายก่อนขอความยินยอม

อาการบางอย่างอาจเป็นชั่วคราวจากสมองบวมและดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่อาการบางชนิดอาจอยู่นานหรือถาวร ไม่สามารถคาดการณ์ได้จากชื่อการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว หากเป้าหมายคือการตัดเนื้องอก การนำออกทั้งหมดอาจไม่เหมาะเมื่อเนื้องอกติดกับสมองหรือหลอดเลือดสำคัญ การเหลือรอยโรคบางส่วนอาจเป็นการตัดสินใจเพื่อลดความเสียหาย ไม่ใช่ความผิดพลาดในการผ่าตัด

ก่อนยินยอมผ่าตัด คุณควรทราบความเสี่ยงเฉพาะต่อการพูด การเคลื่อนไหว ความจำ การมองเห็น และการชัก รวมถึงโอกาสที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจนาน ต้องผ่าตัดซ้ำ หรือต้องฟื้นฟูหลังผ่าตัด โดยแพทย์จะประเมินจากตำแหน่งโรคและแผนการรักษาของคุณ

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือติดต่อทีมผ่าตัดทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

- ซึมลง ปลุกยาก สับสนมากขึ้น หรือพฤติกรรมเปลี่ยนฉับพลัน
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นใหม่ โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
- พูดไม่ชัด เข้าใจคำพูดไม่ได้ มองเห็นผิดปกติ หรือเดินเซขึ้นใหม่
- ชักครั้งแรก ชักนานกว่าที่ทีมรักษาเคยแนะนำ หรือชักซ้ำโดยไม่ฟื้นเป็นปกติ
- ปวดศีรษะรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือปวดร่วมกับอาเจียนซ้ำ
- หมดสติ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือริมฝีปากเขียว
- มีไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง
- มีน้ำใสไหลจากแผล จมูก หรือหู
- แผลแยก เลือดออกไม่หยุด หรือก้อนบวมบริเวณแผลโตขึ้น
- ขาบวมและเจ็บข้างเดียว หรือหอบเฉียบพลัน
- กินหรือดื่มไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือกลืนแล้วสำลัก

อย่ารอดูอาการหากมีอาการทางระบบประสาทเกิดขึ้นใหม่ เพราะอาจเกี่ยวกับเลือดออก สมองบวม การติดเชื้อ หรืออาการชัก หากผู้ป่วยหมดสติหรือกำลังชัก ให้จัดพื้นที่รอบตัวให้ปลอดภัย ไม่ใส่สิ่งของเข้าปาก และขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดเปิดกะโหลกไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกโรค ทางเลือกขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และพฤติกรรมของรอยโรค รวมถึงอาการของผู้ป่วย

### เฝ้าติดตาม

รอยโรคขนาดเล็กที่ยังไม่ก่ออาการหรือเติบโตช้าอาจติดตามด้วยการตรวจร่างกายและภาพสมองเป็นระยะ วิธีนี้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการผ่าตัด แต่ต้องยอมรับว่ารอยโรคอาจเปลี่ยนแปลงและจำเป็นต้องรักษาภายหลัง

### การรักษาด้วยยา

ยาอาจใช้ควบคุมอาการชัก ลดสมองบวม บรรเทาปวด หรือรักษาโรคบางชนิด ยาไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดได้เมื่อมีเลือดหรือลิ่มเลือดกดสมอง เนื้องอกที่ต้องตรวจชิ้นเนื้อ หรือหลอดเลือดที่จำเป็นต้องซ่อมโดยตรง แต่บางคนควบคุมอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

### รังสีรักษาหรือรังสีศัลยกรรม

รอยโรคบางประเภทสามารถรักษาด้วยรังสีจากภายนอกหรือการให้รังสีที่มุ่งเป้าอย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเปิดกะโหลก วิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกขนาดและทุกตำแหน่ง และผลไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเหมือนการเอาก้อนหรือเลือดที่กดสมองออก

### การรักษาผ่านหลอดเลือด

หลอดเลือดสมองโป่งพองหรือหลอดเลือดผิดปกติบางชนิดสามารถรักษาผ่านสายสวนที่สอดจากหลอดเลือดไปยังสมอง วิธีนี้ไม่ต้องเปิดกะโหลก แต่ความเหมาะสมขึ้นกับรูปร่าง ตำแหน่ง และโครงสร้างของหลอดเลือด บางกรณีการผ่าตัดโดยตรงยังควบคุมรอยโรคได้เหมาะกว่า

### การเจาะรูกะโหลกหรือเก็บชิ้นเนื้อผ่านช่องเล็ก

เลือดคั่งบางชนิด การระบายน้ำในโพรงสมอง หรือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อบางตำแหน่งอาจทำผ่านช่องเปิดขนาดเล็กได้ ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/craniotomy/about/pac-20568981)) ข้อดีคือกระทบเนื้อเยื่อน้อยกว่า แต่ให้พื้นที่ทำงานจำกัดและไม่เหมาะกับการรักษาที่ซับซ้อน

### การดูแลแบบประคับประคอง

เมื่อโรครุนแรงมาก สุขภาพไม่พร้อม หรือการผ่าตัดไม่น่าช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ผู้ป่วยต้องการ การดูแลอาการ เช่น ปวด คลื่นไส้ ชัก และความไม่สบาย อาจเหมาะกว่า การเลือกไม่ผ่าตัดไม่ใช่การหยุดดูแล แต่เป็นการเลือกเป้าหมายการรักษาที่ต่างออกไป

เมื่อเปรียบเทียบทางเลือก ควรถามว่าแต่ละวิธีมีเป้าหมายอะไร ต้องรอนานเพียงใดจึงเห็นผล มีโอกาสต้องรักษาซ้ำหรือไม่ และหากไม่รักษาตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น

## สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนการผ่าตัดตามแผน แต่ภาวะฉุกเฉินให้เข้ารับการประเมินทันที ไม่ควรรอเอกสารจนทำให้การรักษาล่าช้า

### สิทธิประกันสังคม

โดยทั่วไป ผู้ประกันตนเริ่มรับบริการที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท อาจต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม เอกสารและขั้นตอนอาจต่างกันระหว่างกรณีฉุกเฉินกับการผ่าตัดที่วางแผนไว้

ควรถามโรงพยาบาลว่า

- ต้องมีหนังสือส่งต่อหรือไม่
- การตรวจภาพสมองและผลตรวจจากที่เดิมใช้ได้หรือไม่
- การรักษาต่อเนื่องและการฟื้นฟูอยู่ที่โรงพยาบาลใด
- ต้องเตรียมเอกสารประจำตัวและหลักฐานสิทธิอะไรบ้าง

### สิทธิบัตรทอง

ผู้มีสิทธิมักเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ระบบกำหนด และรับการส่งต่อเมื่อจำเป็นต้องพบศัลยแพทย์ระบบประสาท กรณีฉุกเฉินควรเข้ารับการประเมินที่สถานพยาบาลใกล้ที่สุดก่อน ส่วนการผ่าตัดตามแผนควรตรวจสอบเส้นทางส่งต่อและสถานพยาบาลปลายทางให้ชัดเจน

ถามหน่วยบริการเกี่ยวกับการส่งต่อ การนัดหมาย เอกสารที่ต้องใช้ และสถานที่ติดตามหลังผ่าตัด โดยเฉพาะหากต้องทำกายภาพบำบัด ฝึกพูด หรือรับการรักษามะเร็งต่อเนื่อง

### ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ สาเหตุของโรค ระยะเวลารอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงินและข้อยกเว้น บางแผนอาจกำหนดให้ขออนุมัติก่อนเข้ารักษา ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน

ก่อนการผ่าตัดตามแผน ควรให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลการวินิจฉัย แผนผ่าตัด ระยะนอนโรงพยาบาลโดยประมาณ และการรักษาที่อาจตามมาให้บริษัทประกันพิจารณา ถามให้ชัดว่าครอบคลุมหอผู้ป่วยวิกฤต การฟื้นฟู การตรวจชิ้นเนื้อ และการรักษาหลังออกจากโรงพยาบาลหรือไม่

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดเปิดกะโหลกแล้วใส่กระดูกกลับหรือไม่

โดยทั่วไปใส่แผ่นกระดูกกะโหลกกลับในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน แล้วจึงปิดหนังศีรษะ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24902-craniotomy)) หากจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ให้สมองบวม ศัลยแพทย์อาจยังไม่ใส่กระดูกกลับ ซึ่งเป็นหัตถการอีกแบบและอาจต้องซ่อมกะโหลกภายหลัง

### ต้องโกนผมทั้งศีรษะหรือไม่

ส่วนใหญ่อาจตัดหรือโกนเฉพาะบริเวณที่จะลงแผล ไม่จำเป็นต้องโกนทั้งหมดในทุกคน ขอบเขตขึ้นกับตำแหน่งแผล เทคนิค และแนวทางของทีมผ่าตัด ไม่ควรโกนเองก่อนมาโรงพยาบาล

### จะรู้สึกตัวระหว่างผ่าตัดหรือไม่

ผู้ป่วยส่วนใหญ่หลับจากยาสลบ แต่บางคนต้องตื่นในช่วงหนึ่งเพื่อให้ทีมตรวจการพูด การเคลื่อนไหว หรือการมองเห็น ทีมจะใช้ยาชาที่หนังศีรษะและยาช่วยผ่อนคลาย พร้อมเฝ้าระวังตลอดการผ่าตัด

### ผ่าตัดเปิดกะโหลกเจ็บมากไหม

ระหว่างผ่าตัดจะได้รับยาระงับความรู้สึกจึงไม่ควรรู้สึกเจ็บ ส่วนหลังผ่าตัดอาจปวด ตึง หรือบวมบริเวณแผลได้ ความรุนแรงต่างกันตามตำแหน่งและขนาดแผล ทีมรักษาจะประเมินและปรับการบรรเทาปวดให้เหมาะสม

### หลังผ่าตัดจะจำอะไรไม่ได้หรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนจะมีปัญหาความจำ แต่การคิดช้าลง สมาธิลดลง หรือความจำเปลี่ยนสามารถเกิดได้ โดยขึ้นกับโรคเดิม ตำแหน่งผ่าตัด สมองบวม อาการชัก และภาวะแทรกซ้อน บางอาการดีขึ้นระหว่างพักฟื้น ขณะที่บางคนต้องรับการฟื้นฟูด้านการรู้คิด

### หลังผ่าตัดจะพูดหรือเดินได้เหมือนเดิมไหม

หลายคนยังพูดและเดินได้ แต่ไม่สามารถรับประกันผลได้ เพราะสมองแต่ละบริเวณควบคุมหน้าที่ต่างกัน ความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่งโรค ความเสียหายก่อนผ่าตัด และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างรักษา หากรอยโรคอยู่ใกล้บริเวณสำคัญ ทีมอาจทำแผนที่สมองหรือตรวจการทำงานระหว่างผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยง

### ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

โดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน แต่ระยะจริงขึ้นกับชนิดของโรค ผลการผ่าตัด และการฟื้นตัวของระบบประสาท ผู้ที่ยังเดินไม่ปลอดภัย กลืนลำบาก มีอาการชัก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจต้องอยู่ต่อหรือเข้ารับการฟื้นฟู

### กี่สัปดาห์จึงกลับไปทำงานได้

การกลับไปทำงานมักใช้เวลาหลายสัปดาห์และต้องประเมินเป็นรายคน โดยแหล่งอ้างอิงระบุว่าการหายหลังผ่าตัดอาจใช้เวลาถึงประมาณสองเดือน งานเบาอาจเริ่มได้ก่อนงานที่ใช้แรง ขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานบนที่สูง

### หลังผ่าตัดขับรถได้เมื่อไร

ควรรอให้ศัลยแพทย์หรือแพทย์ระบบประสาทอนุญาต โดยพิจารณาอาการชัก การมองเห็น กำลังแขนขา การตอบสนอง และยาที่ใช้อยู่ ผู้ที่มีประวัติชักอาจต้องมีข้อจำกัดเพิ่มเติม จึงไม่ควรเริ่มขับจากการคาดเดาเอง

### การเปิดกะโหลกทำให้รูปร่างศีรษะเปลี่ยนไหม

อาจมีรอยแผล บวม ชา หรือส่วนเว้าเล็กน้อยบริเวณผ่าตัดได้ และการเปลี่ยนรูปร่างกะโหลกเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่มีรายงาน ลักษณะขึ้นกับตำแหน่งแผล กล้ามเนื้อ และการยึดแผ่นกระดูก หากก้อนบวมหรือรูปทรงเปลี่ยนเร็วควรให้แพทย์ตรวจ

### เนื้องอกในสมองทุกก้อนต้องเปิดกะโหลกหรือไม่

ไม่จำเป็น เนื้องอกบางก้อนสามารถเฝ้าติดตาม รักษาด้วยรังสี หรือเก็บชิ้นเนื้อผ่านช่องเปิดขนาดเล็กได้ การเลือกวิธีขึ้นกับชนิด ขนาด ตำแหน่ง อัตราการเติบโต อาการ และสุขภาพโดยรวม

### หากตัดเนื้องอกออกไม่หมด แปลว่าผ่าตัดไม่ได้ผลหรือไม่

ไม่เสมอไป ศัลยแพทย์อาจตั้งใจเหลือเนื้องอกส่วนที่ติดกับสมองหรือหลอดเลือดสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการพูด การเคลื่อนไหว หรือหน้าที่อื่น ผลตรวจชิ้นเนื้อจะช่วยกำหนดว่าควรติดตาม ให้รังสี หรือรักษาเพิ่มเติมอย่างไร

### ผ่าตัดแล้วมีโอกาสชักหรือไม่

อาการชักสามารถเกิดหลังการผ่าตัดสมองได้ แม้ไม่เคยชักมาก่อน ความเสี่ยงขึ้นกับโรค ตำแหน่ง และภาวะแทรกซ้อน หากแพทย์สั่งยาป้องกันอาการชัก ให้ใช้ตามแผนและอย่าหยุดเอง หากชักครั้งแรก ชักซ้ำ หรือไม่ฟื้นตามปกติ ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

### ขอความเห็นจากแพทย์อีกคนก่อนได้หรือไม่

หากไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน คุณสามารถขอความเห็นเพิ่มเติมจากศัลยแพทย์ระบบประสาทอีกคนได้ ควรนำภาพสมอง รายงานผลตรวจ รายชื่อยา และแผนที่เสนอไปด้วย เพื่อเปรียบเทียบเป้าหมาย ประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกอย่างครบถ้วน

### หากไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น

ผลของการไม่ผ่าตัดขึ้นกับโรค บางรอยโรคติดตามได้โดยไม่เกิดอันตรายในทันที แต่เลือดออก สมองบวม หรือลิ่มเลือดที่กดสมองอาจแย่ลงอย่างรวดเร็ว ก่อนตัดสินใจควรถามแพทย์ตรง ๆ ว่าการรอมีความเสี่ยงอะไร มีเวลาตัดสินใจเท่าใด และมีวิธีอื่นที่เหมาะสมหรือไม่

**แหล่งอ้างอิง**

1. Cleveland Clinic. *Craniotomy: What It Is, Procedure, Recovery & Risks*.  
2. Mayo Clinic. *Craniotomy*.

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Craniotomy: What It Is, Procedure, Recovery & Risks](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24902-craniotomy) — เกี่ยวกับ Craniotomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [Mayo Clinic: Craniotomy](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/craniotomy/about/pac-20568981) — เกี่ยวกับ Craniotomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
