# เปลี่ยนกระจกตา

**เปลี่ยนกระจกตา (Corneal transplant) คือการนำกระจกตาส่วนที่เสียออก แล้วแทนด้วยเนื้อเยื่อกระจกตาที่ได้รับบริจาค เพื่อรักษาการมองเห็น ลดอาการเจ็บ หรือซ่อมแซมกระจกตาที่บาง รั่ว หรือเป็นแผลรุนแรง การตัดสินใจไม่ควรดูจากความมัวเพียงอย่างเดียว เพราะชนิดของโรค ชั้นกระจกตาที่เสีย สุขภาพส่วนอื่นของดวงตา และทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด ล้วนมีผลต่อประโยชน์และความเสี่ยงของแต่ละคน**

## ประเด็นสำคัญ

- การเปลี่ยนกระจกตามีทั้งแบบเปลี่ยนเต็มความหนาและเปลี่ยนเฉพาะชั้น จักษุแพทย์จะเลือกตามตำแหน่งและความลึกของความเสียหาย ไม่ใช่ทุกคนต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น
- การมองเห็นมักไม่ชัดทันทีหลังผ่าตัด การฟื้นตัวอาจกินเวลาหลายเดือน และบางรายอาจใช้เวลาประมาณหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การสมานแผล และโรคตาอื่น
- กระจกตาที่ปลูกถ่ายอาจเกิดการปฏิเสธได้แม้ผ่านไปนานแล้ว หากตาแดง ปวด แพ้แสง หรือมองเห็นลดลงอย่างฉับพลัน ต้องติดต่อจักษุแพทย์ทันที

## เปลี่ยนกระจกตา คืออะไร

กระจกตาคือเนื้อเยื่อใสรูปโดมที่อยู่ด้านหน้าสุดของดวงตา ทำหน้าที่เป็นทั้งเกราะป้องกันและส่วนสำคัญในการหักเหแสง หากกระจกตาบวม ขุ่น มีแผลเป็น ผิดรูป หรือบางจนเสี่ยงทะลุ แสงจะผ่านเข้าสู่ดวงตาได้ไม่เป็นระเบียบ ทำให้ภาพมัว เห็นแสงกระจาย หรือเจ็บตา

การผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเป็นการนำกระจกตาส่วนที่เสียหายออก แล้วแทนด้วยเนื้อเยื่อจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต เนื้อเยื่อจะผ่านกระบวนการคัดกรองและเตรียมก่อนนำมาใช้ การผ่าตัดอาจเปลี่ยนทั้งความหนาของกระจกตา หรือเปลี่ยนเพียงชั้นที่เป็นโรคก็ได้ [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17714-cornea-transplant)

จุดประสงค์ของการผ่าตัดแตกต่างกันในแต่ละคน ได้แก่

- ทำให้กระจกตากลับมาใสขึ้น เพื่อให้แสงผ่านได้ดีขึ้น
- ลดอาการปวดจากกระจกตาบวมหรือเกิดตุ่มพอง
- ซ่อมแซมกระจกตาที่บางมาก ฉีกขาด หรือทะลุ
- กำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อและไม่ตอบสนองต่อการรักษา
- เปลี่ยนกระจกตาที่เคยปลูกถ่ายแต่ไม่ทำงานแล้ว

การผ่าตัดไม่ได้รับประกันว่าการมองเห็นจะกลับมาเป็นปกติ เพราะภาพที่มองเห็นยังขึ้นกับจอประสาทตา เส้นประสาทตา เลนส์แก้วตา ความดันตา และรูปร่างของกระจกตาหลังผ่าตัด บางคนยังต้องใช้แว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือรับการรักษาเพิ่มเติมเพื่อแก้สายตาเอียง

### การเปลี่ยนกระจกตามีกี่แบบ

แพทย์แบ่งวิธีผ่าตัดตามชั้นกระจกตาที่เสียหายเป็นหลัก

| วิธีผ่าตัด | ส่วนที่เปลี่ยน | มักพิจารณาเมื่อ |
|---|---|---|
| เปลี่ยนเต็มความหนา | นำกระจกตาตรงกลางออกครบทุกชั้น แล้วเย็บเนื้อเยื่อใหม่แทน | มีแผลเป็นลึก กระจกตาทะลุ หรือเสียหายหลายชั้น |
| เปลี่ยนเฉพาะชั้นหน้า | เก็บชั้นเซลล์ด้านในที่ยังดีไว้ แล้วเปลี่ยนชั้นหน้าและชั้นกลาง | โรคอยู่ด้านหน้า เช่น กระจกตาโป่งบางหรือมีแผลเป็น แต่ชั้นในยังทำงาน |
| เปลี่ยนเฉพาะชั้นใน | นำชั้นเซลล์ด้านในที่เสื่อมออก แล้วใส่เนื้อเยื่อบางไว้ด้านหลัง | กระจกตาบวมจากเซลล์ชั้นในทำงานผิดปกติ |
| กระจกตาเทียม | ใช้วัสดุเทียมแทนเนื้อเยื่อบริจาค | ผู้ป่วยบางรายที่ไม่เหมาะกับเนื้อเยื่อบริจาค หรือเคยปลูกถ่ายล้มเหลวหลายครั้ง |

การเปลี่ยนเฉพาะชั้นช่วยเก็บส่วนของกระจกตาที่ยังแข็งแรงไว้ และบางเทคนิคใช้ไหมน้อยกว่าการเปลี่ยนเต็มความหนา แต่เป็นการผ่าตัดที่ละเอียดและไม่ได้เหมาะกับโรคทุกชนิด

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ใครบ้างที่อาจได้รับการพิจารณา

จักษุแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อกระจกตาเสียหายจนการรักษาวิธีอื่นให้ประโยชน์ไม่เพียงพอ หรือเมื่อจำเป็นต้องรักษาความแข็งแรงของลูกตา ภาวะที่พบได้ ได้แก่

- กระจกตาโป่งและบางผิดรูป ทำให้สายตาเอียงมากหรือแว่นแก้ไม่ได้
- โรคเสื่อมของเซลล์กระจกตาชั้นใน ทำให้กระจกตาบวมและมัว
- กระจกตาบวมเป็นตุ่มพองหลังโรคตาหรือหลังผ่าตัดตา
- แผลเป็นจากการติดเชื้อ อุบัติเหตุ สารเคมี หรือการอักเสบ
- แผลกระจกตาที่ไม่ตอบสนองต่อยา หรือมีความเสี่ยงต่อการทะลุ
- กระจกตาบาง ฉีกขาด หรือทะลุ
- กระจกตาที่ปลูกถ่ายไว้เดิมขุ่น เสื่อม หรือถูกปฏิเสธจนไม่ทำงาน
- อาการปวดจากโรคกระจกตาที่ควบคุมด้วยวิธีอื่นไม่ได้

ภาวะเหล่านี้เป็นเพียงเหตุผลที่อาจใช้พิจารณา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีโรคดังกล่าวต้องผ่าตัด แพทย์จะตรวจว่าความมัวเกิดจากกระจกตาจริงหรือไม่ และประเมินว่าส่วนอื่นของดวงตามีศักยภาพในการมองเห็นเพียงใด

### เมื่อใดที่ยังไม่ควรรีบผ่าตัด

การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบแรก หากอาการยังควบคุมได้ด้วยแว่นตา คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ ยาหยอดตา หรือการรักษาโรคต้นเหตุ ความมัวเพียงเล็กน้อยที่ยังไม่รบกวนชีวิตประจำวันอาจติดตามอาการก่อนได้

แพทย์อาจเลื่อนการผ่าตัดหรือรักษาปัญหาอื่นก่อน หากมีภาวะต่อไปนี้

- สำหรับการปลูกถ่ายเพื่อฟื้นการมองเห็น แพทย์มักควบคุมการติดเชื้อหรือการอักเสบให้สงบก่อน แต่หากแผลติดเชื้อไม่ตอบสนองต่อยา กระจกตาบางใกล้ทะลุ หรือทะลุแล้ว อาจต้องผ่าตัดเพื่อกำจัดเชื้อและรักษาความแข็งแรงของลูกตาอย่างเร่งด่วน
- เปลือกตาหรือผิวดวงตาผิดปกติรุนแรง ทำให้แผลหายยาก
- ความดันตาสูงที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีโรคจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตารุนแรง ซึ่งจำกัดการมองเห็นหลังผ่าตัด
- สุขภาพโดยรวมยังไม่พร้อมต่อการระงับความรู้สึก
- ไม่สามารถใช้ยาหยอดหรือมาตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องได้
- คาดว่าจะไม่สามารถปฏิบัติตามท่านอนที่จำเป็นหลังการเปลี่ยนชั้นใน

ข้อเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามตายตัวทั้งหมด บางปัญหารักษาให้คงที่แล้วจึงผ่าตัดได้ ผู้ที่เคยปฏิเสธกระจกตา มีหลอดเลือดงอกเข้ากระจกตา มีการอักเสบเรื้อรัง หรือเคยปลูกถ่ายหลายครั้ง อาจยังผ่าตัดได้แต่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ต้องชั่งประโยชน์กับโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นรายคน

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวเริ่มจากการยืนยันว่ากระจกตาเป็นสาเหตุสำคัญของอาการ แพทย์จะตรวจตาโดยละเอียด วัดสายตา ประเมินความดันตา ตรวจจอประสาทตาและเส้นประสาทตา รวมถึงวัดขนาดหรือรูปร่างของกระจกตาตามความจำเป็น อาจต้องรักษาการติดเชื้อ การอักเสบ หรือโรคผิวดวงตาให้สงบก่อน [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/cornea-transplant/about/pac-20385285)

แจ้งทีมรักษาเกี่ยวกับข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบถ้วน

- โรคประจำตัว รวมถึงโรคหัวใจ ปอด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะเลือดออกง่าย
- ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้วัสดุทางการแพทย์
- การผ่าตัดตาหรืออุบัติเหตุทางตามาก่อน
- ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง ยาหยอดตา สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมด
- ประวัติการติดเชื้อที่ตา โดยเฉพาะโรคที่เคยกลับเป็นซ้ำ
- ปัญหาในการนอนหงาย หากวิธีผ่าตัดอาจต้องใช้ฟองอากาศพยุงเนื้อเยื่อ

ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาโดยดูเหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และวิธีระงับความรู้สึก การหยุดยาผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือดอุดตัน หรือระดับน้ำตาลผิดปกติ

โรงพยาบาลจะแจ้งว่าเมื่อใดต้องงดอาหารและเครื่องดื่ม ข้อกำหนดต่างกันตามชนิดการระงับความรู้สึกและเวลาผ่าตัด หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง ไม่ควรปกปิดเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยระหว่างระงับความรู้สึก

### สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด

- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และเอกสารส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยาและอาหารเสริมทั้งหมด
- ผลตรวจหรือเอกสารโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลขอ
- แว่นตาและกล่องใส่แว่น
- เสื้อผ้าที่สวมง่าย ไม่ต้องดึงผ่านศีรษะหากเป็นไปได้
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน

หลังผ่าตัดคุณไม่ควรขับรถกลับเอง จึงควรจัดผู้ดูแลและการเดินทางไว้ล่วงหน้า [American Academy of Ophthalmology](https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/what-to-expect-when-you-have-corneal-transplant)

ควรถามให้ชัดว่าคุณจะได้รับการผ่าตัดชนิดใด ต้องนอนท่าใดหลังผ่าตัด มีโอกาสต้องค้างโรงพยาบาลหรือไม่ และต้องกลับมาตรวจเมื่อใด หากวันผ่าตัดมีไข้ ไอมาก มีแผลติดเชื้อ หรือดวงตาแดงและมีขี้ตาผิดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลก่อนเดินทาง

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดแตกต่างตามชั้นกระจกตาที่ต้องเปลี่ยน แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้

1. **ยืนยันข้างและแผนการผ่าตัด**  
   ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ดวงตาข้างที่จะผ่าตัด และชนิดของเนื้อเยื่อที่จะใช้ ก่อนเริ่มจะตรวจความพร้อมของเนื้อเยื่อบริจาคอีกครั้ง

2. **ให้การระงับความรู้สึก**  
   อาจใช้ยาชารอบดวงตาร่วมกับยาช่วยผ่อนคลาย หรือใช้ยาสลบ ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด สุขภาพ ความร่วมมือ และดุลยพินิจของทีมรักษา เป้าหมายคือไม่ให้เจ็บและไม่ให้ตาเคลื่อนไหวระหว่างผ่าตัด

3. **ทำความสะอาดและเปิดเปลือกตา**  
   ทีมผ่าตัดจะทำความสะอาดรอบดวงตา คลุมบริเวณผ่าตัด และใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดเปลือกตา คุณจึงไม่ต้องพยายามลืมตาเอง

4. **นำเนื้อเยื่อที่เสียออก**  
   วิธีนำออกขึ้นกับตำแหน่งโรค อาจตัดกระจกตาตรงกลางครบทุกชั้น แยกเฉพาะชั้นหน้า หรือเอาเฉพาะเยื่อบางด้านในออก

5. **วางเนื้อเยื่อบริจาค**  
   หากเปลี่ยนเต็มความหนาหรือชั้นหน้า แพทย์จะวางเนื้อเยื่อให้พอดีและเย็บด้วยไหมเส้นเล็ก หากเปลี่ยนชั้นใน เนื้อเยื่อที่บางมากจะถูกวางไว้ด้านหลังของกระจกตา แล้วใช้ฟองอากาศหรือก๊าซช่วยดันให้ติดกับตำแหน่ง [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17714-cornea-transplant)

6. **ตรวจตำแหน่งและปิดตา**  
   แพทย์จะตรวจความแน่นของแผล ตำแหน่งเนื้อเยื่อ และความดันภายในตาตามความเหมาะสม จากนั้นอาจปิดด้วยที่ครอบตาหรือแผ่นปิดตา

หากยังมีฟองอากาศหรือก๊าซในตา ห้ามขึ้นเครื่องบินหรือเดินทางขึ้นที่สูงจนกว่าจักษุแพทย์ยืนยันว่าฟองหมดแล้ว และต้องแจ้งแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์ก่อนรับการผ่าตัดหรือดมยาสลบทุกครั้ง เพราะอาจต้องหลีกเลี่ยงก๊าซไนตรัสออกไซด์ หากไม่แน่ใจว่าฟองหมดหรือยังให้ติดต่อทีมผ่าตัดก่อนเดินทาง

บางคนอาจได้รับการรักษาปัญหาอื่นในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน เช่น [ผ่าตัดต้อกระจก](/hdcare/cataract-surgery/)หรือจัดการปัญหาในช่องหน้าลูกตา การทำหลายหัตถการร่วมกันอาจเปลี่ยนระยะเวลาผ่าตัด ความเสี่ยง และแผนพักฟื้น แพทย์ควรอธิบายส่วนนี้ก่อนขอความยินยอม

### ถ้าเป็นการเปลี่ยนชั้นใน ต้องทำอะไรต่างออกไป

เนื้อเยื่อชั้นในบางและไม่ได้เย็บติดแบบเดียวกับการเปลี่ยนเต็มความหนา แพทย์จะใช้ฟองอากาศช่วยพยุงเนื้อเยื่อ คุณอาจต้องนอนหงายตามช่วงเวลาที่ทีมรักษากำหนด เพื่อให้ฟองอากาศกดเนื้อเยื่ออยู่ในตำแหน่ง หากเนื้อเยื่อไม่ติด อาจต้องเติมฟองอากาศหรือจัดตำแหน่งใหม่

ไม่ควรตีความคำว่า “แผลเล็ก” ว่าไม่มีความเสี่ยง การผ่าตัดชั้นในยังอาจเกิดการปฏิเสธ การติดเชื้อ ความดันตาสูง หรือเนื้อเยื่อเคลื่อน และต้องติดตามกับจักษุแพทย์เช่นเดียวกัน

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับวิธีเปลี่ยนกระจกตา ความซับซ้อนของโรค การผ่าตัดตาเดิม และการทำหัตถการอื่นร่วมกัน โดยทั่วไปการผ่าตัดใช้เวลาตั้งแต่ช่วงหนึ่งถึงหลายชั่วโมง รวมเวลาเตรียมตัว ระงับความรู้สึก และเฝ้าดูอาการหลังผ่าตัดแล้ว คุณจะอยู่โรงพยาบาลนานกว่าเวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัด

การผ่าตัดอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้

- ยาชาเฉพาะบริเวณร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย
- การดมยาสลบ เพื่อให้หลับตลอดการผ่าตัด

ทีมวิสัญญีจะเลือกตามอายุ โรคประจำตัว ความสามารถในการนอนนิ่ง และลักษณะการผ่าตัด ไม่ควรเลือกจากความกลัวเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละวิธีมีประโยชน์และความเสี่ยงต่างกัน

หลายกรณีสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ แต่แนวทางของโรงพยาบาลในไทยและความพร้อมของผู้ป่วยแตกต่างกัน บางคนอาจต้องพักสังเกตอาการหรือค้างโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัดซับซ้อน มีโรคประจำตัว หรือไม่มีผู้ดูแลที่เหมาะสม

กำหนดผ่าตัดอาจเปลี่ยนได้หากเนื้อเยื่อบริจาคยังไม่พร้อมหรือไม่ผ่านเกณฑ์ก่อนใช้ การเลื่อนในกรณีนี้เป็นมาตรการเพื่อความเหมาะสมของเนื้อเยื่อ ไม่ได้หมายความว่าโรคของคุณเปลี่ยนไป [American Academy of Ophthalmology](https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/what-to-expect-when-you-have-corneal-transplant)

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นของผิวแผลกับการฟื้นของการมองเห็นไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ตาอาจสบายขึ้นก่อนที่ภาพจะนิ่ง และในระยะแรกการมองเห็นอาจมัวกว่าก่อนผ่าตัดได้ เพราะกระจกตายังบวม มีไหม หรือรูปร่างยังเปลี่ยนอยู่

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่อาจพบและสิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| วันแรกถึงช่วงสัปดาห์แรก | ตามัว ระคาย เคืองตาเล็กน้อย และแพ้แสงได้ ใช้ยาหยอดและที่ครอบตาตามแผน ห้ามขยี้ตา |
| หลายสัปดาห์แรก | ค่อยๆ กลับไปทำกิจวัตรเบา หลีกเลี่ยงฝุ่น น้ำสกปรก การกระแทก และกิจกรรมที่แพทย์ห้าม |
| หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | การมองเห็นอาจค่อยๆ เปลี่ยน ต้องตรวจตำแหน่งเนื้อเยื่อ ความดันตา และปรับแผนยา |
| หลายเดือนถึงประมาณหนึ่งปีหรือนานกว่า | ภาพอาจค่อยๆ คงที่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเต็มความหนา บางรายต้องปรับแว่น คอนแทคเลนส์ หรือจัดการไหม |

แหล่งข้อมูลจักษุระบุว่าการฟื้นเต็มที่อาจใช้เวลาประมาณหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น ขึ้นกับชนิดการปลูกถ่ายและการสมานแผล [American Academy of Ophthalmology](https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/what-to-expect-when-you-have-corneal-transplant) การเปลี่ยนเฉพาะชั้นในอาจฟื้นด้านโครงสร้างเร็วกว่าการเปลี่ยนเต็มความหนาในผู้ป่วยบางราย แต่ไม่ควรใช้ระยะเวลาของคนอื่นคาดการณ์ของตนเอง

### กลับไปทำงานได้เมื่อใด

งานนั่งโต๊ะที่ไม่ต้องออกแรงและอยู่ในสภาพแวดล้อมสะอาด มักกลับได้เร็วกว่างานที่มีฝุ่น ละอองสารเคมี ความร้อน การก้มยกของ หรือความเสี่ยงต่อการกระแทกตา แพทย์จะกำหนดจากชนิดแผล ความดันตา การมองเห็น และงานที่คุณทำ

หากต้องขับรถ อย่ากลับไปขับเพียงเพราะอาการปวดลดลง คุณต้องมองเห็นเพียงพอและได้รับอนุญาตจากจักษุแพทย์ การปิดตาข้างหนึ่ง ภาพซ้อน หรือกะระยะไม่แม่นอาจทำให้ขับรถไม่ปลอดภัย

### การดูแลระหว่างพักฟื้น

- ใช้ยาหยอดตามแผนและไม่หยุดเอง แม้ตาจะดูดีขึ้น
- ล้างมือก่อนแตะขวดยาหยอดหรือบริเวณรอบตา
- อย่าให้ปลายขวดสัมผัสตา ขนตา หรือผิวหนัง
- ห้ามขยี้ กด หรือบีบดวงตา
- ใช้ที่ครอบตาหรือแว่นป้องกันตามที่แพทย์กำหนด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระแทกตา
- นอนหงายตามคำสั่งหากมีฟองอากาศพยุงเนื้อเยื่อ
- มาตรวจตามนัด แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ

ไหมที่กระจกตาอาจคงอยู่เป็นเวลานาน การเอาไหมออกขึ้นกับชนิดไหม การสมานแผล และรูปร่างกระจกตา ไม่ควรคาดว่าจะเอาออกพร้อมกันทั้งหมด หากรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเฉียบพลัน อาจเกิดจากไหมหลวมหรือไหมขาด ควรให้จักษุแพทย์ตรวจ

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดช่วยรักษาดวงตาและการมองเห็นได้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่ไม่มีวิธีใดปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับโรคเดิม ชนิดการผ่าตัด หลอดเลือดที่งอกเข้ากระจกตา การอักเสบ โรคตาร่วม และประวัติปลูกถ่ายเดิม

### การปฏิเสธกระจกตา

การปฏิเสธเกิดเมื่อระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่าย อาจเกิดไม่นานหลังผ่าตัดหรือเกิดภายหลังเป็นเวลานาน ความเสี่ยงไม่เท่ากันในแต่ละเทคนิค โดยการเปลี่ยนเฉพาะชั้นบางชนิดมีความเสี่ยงต่ำกว่าการเปลี่ยนเต็มความหนา [American Academy of Ophthalmology](https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/what-to-expect-when-you-have-corneal-transplant)

การปฏิเสธไม่ได้แปลว่าเนื้อเยื่อล้มเหลวถาวรทุกครั้ง หากตรวจพบเร็ว การรักษาอาจควบคุมการอักเสบและช่วยรักษาการทำงานของเนื้อเยื่อไว้ได้ จึงต้องรู้สัญญาณเตือนและไม่รอดูอาการเอง

### ภาวะแทรกซ้อนอื่น

- การติดเชื้อที่กระจกตาหรือภายในลูกตา
- เลือดออกหรือการอักเสบภายในตา
- ความดันตาสูงหรือ[ต้อหิน](/hdcare/glaucoma-surgery/)
- ปัญหาจากไหม เช่น หลวม ขาด ติดเชื้อ หรือทำให้เกิดสายตาเอียง
- แผลแยกหรือกระจกตารั่ว โดยเฉพาะหลังได้รับแรงกระแทก
- เนื้อเยื่อชั้นในไม่ติดหรือเคลื่อนจากตำแหน่ง
- กระจกตาขุ่นหรือบวมซ้ำจากเซลล์ที่ปลูกถ่ายเสื่อม
- จอประสาทตาบวมหรือหลุดลอก
- ต้อกระจกเกิดขึ้นหรือเป็นมากขึ้น
- สายตาเอียงหรือค่าสายตาเปลี่ยน ทำให้ยังต้องใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์
- โรคเดิมกลับเป็นซ้ำในเนื้อเยื่อใหม่
- เนื้อเยื่อปลูกถ่ายล้มเหลวและอาจต้องผ่าตัดซ้ำ

งานวิจัยย้อนหลังในผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนเต็มความหนาพบว่าความเสี่ยงสัมพันธ์กับเหตุผลที่ต้องผ่าตัดและโรคร่วมทางตา จึงไม่ควรนำอัตราจากการศึกษากลุ่มหนึ่งมาใช้ทำนายผลของคนใดคนหนึ่งโดยตรง [Journal of Clinical Medicine](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9821265/)

แม้เนื้อเยื่อใสและอยู่ในตำแหน่งดี การมองเห็นอาจยังจำกัดจากต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม เบาหวานขึ้นจอประสาทตา หรือโรคเส้นประสาทตา ก่อนผ่าตัดจึงควรถามแพทย์ว่าเป้าหมายหลักคือทำให้มองเห็นดีขึ้น ลดความเจ็บ หรือรักษาความแข็งแรงของลูกตา เพราะผลที่คาดหวังต่างกัน

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังผ่าตัด อาการเคืองเล็กน้อยและภาพมัวอาจเกิดได้ แต่ควรติดต่อจักษุแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอ |
|---|---|
| มองเห็นลดลงฉับพลันหรือมัวลงจากเดิม | อาจเกี่ยวกับการปฏิเสธ เนื้อเยื่อเคลื่อน ความดันตา หรือจอประสาทตา |
| ตาแดงมากขึ้น | อาจเป็นการอักเสบ การติดเชื้อ หรือการปฏิเสธ |
| ปวดตามากหรือปวดเพิ่มขึ้น | อาจเกิดจากความดันตาสูง การติดเชื้อ หรือแผลผิดปกติ |
| แพ้แสงมากขึ้น | เป็นหนึ่งในสัญญาณของการอักเสบหรือการปฏิเสธ |
| มีขี้ตาเป็นหนอง เปลือกตาบวม หรือมีไข้ร่วม | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| เห็นแสงวาบ จุดดำเพิ่มขึ้น หรือเหมือนมีม่านบัง | อาจเกี่ยวกับจอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก |
| มีของเหลวไหลจากตาหลังถูกกระแทก | อาจมีแผลแยกหรือรั่ว |
| คลื่นไส้อาเจียนร่วมกับปวดตาหรือปวดศีรษะ | อาจสัมพันธ์กับความดันตาสูงเฉียบพลัน |
| เนื้อเยื่อหรือฟองอากาศดูผิดปกติ หรือมองเห็นเปลี่ยนหลังไม่ได้ทำท่านอน | ต้องตรวจว่าเนื้อเยื่อยังอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ |

สัญญาณสำคัญของการปฏิเสธคือ ตาแดง ปวด แพ้แสง และการมองเห็นลดลง หากมีเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ควรติดต่อทีมรักษา ไม่ต้องรอให้ครบทุกอาการ การรักษาเร็วอาจช่วยหยุดกระบวนการปฏิเสธได้ [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/cornea-transplant/about/pac-20385285)

หากได้รับแรงกระแทกที่ตา ให้ตรวจแม้ภายนอกดูปกติ เพราะแผลผ่าตัดเต็มความหนาอาจยังเป็นจุดอ่อนของลูกตาในระยะยาว

## ทางเลือกอื่น

การเปลี่ยนกระจกตาไม่ใช่ทางเลือกแรกของทุกโรค หากกระจกตายังพอใช้งานได้ แพทย์อาจเสนอวิธีที่รักษาเนื้อเยื่อเดิมไว้ก่อน

### ทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด

- แว่นตา สำหรับความผิดปกติของสายตาที่ยังแก้ได้
- คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ เพื่อสร้างผิวหักเหแสงที่เรียบขึ้นในกระจกตาผิดรูป
- ยาหยอดหล่อลื่นหรือการรักษาผิวดวงตา เพื่อลดการระคายและช่วยการสมานผิว
- ยาต้านเชื้อหรือยาลดการอักเสบ เมื่อมีการติดเชื้อหรืออักเสบ
- วิธีลดอาการบวมของกระจกตาในผู้ป่วยบางราย
- การติดตามอาการ หากยังมองเห็นเพียงพอและไม่มีความเสี่ยงต่อความแข็งแรงของดวงตา

คอนแทคเลนส์ไม่ได้ทำให้กระจกตากลับเป็นปกติ แต่บางคนมองเห็นได้เพียงพอจนยังไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ เจ็บมาก มีแผลเป็นลึก หรือกระจกตาเสี่ยงทะลุ อาจต้องพิจารณาวิธีอื่น

### ทางเลือกแบบผ่าตัดหรือหัตถการ

- การทำให้เส้นใยกระจกตาแข็งแรงขึ้น เพื่อชะลอการโป่งในผู้ป่วยที่เหมาะสม
- การใส่วงแหวนในกระจกตา เพื่อปรับรูปร่างในบางกรณี
- การรักษาผิวหรือแผลเป็นตื้นด้วยเลเซอร์ในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว
- การปิดรอยรั่วหรือซ่อมเฉพาะตำแหน่ง เมื่อยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระจกตาส่วนใหญ่
- การเปลี่ยนเฉพาะชั้นที่เสีย แทนการเปลี่ยนเต็มความหนา
- การใช้กระจกตาเทียมในผู้ป่วยบางรายที่เนื้อเยื่อบริจาคไม่เหมาะสม

แต่ละวิธีมีเป้าหมายต่างกัน บางวิธีชะลอโรคแต่ไม่ลบรอยแผล บางวิธีช่วยรูปร่างกระจกตาแต่ไม่รักษาเซลล์ชั้นใน และบางวิธีเหมาะเฉพาะระยะของโรค คำถามที่มีประโยชน์คือ “ส่วนใดของกระจกตาฉันเสีย” และ “มีวิธีเก็บชั้นที่ยังดีไว้ได้หรือไม่”

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และความพร้อมของเนื้อเยื่อบริจาค ควรตรวจสอบกับหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลก่อนกำหนดผ่าตัด เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงและไม่เหมือนกันทุกแห่ง

### ประกันสังคม

โดยทั่วไปควรเริ่มที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีบริการผ่าตัดหรือไม่มีทีมเฉพาะทาง อาจต้องผ่านระบบส่งต่อ ควรถามว่าเอกสารส่งตัวยังใช้ได้ถึงเมื่อใด การตรวจใดต้องทำที่โรงพยาบาลต้นสังกัด และการติดตามหลังผ่าตัดต้องกลับที่ใด

กรณีฉุกเฉิน เช่น กระจกตาทะลุหรือการติดเชื้อรุนแรง อาจใช้กระบวนการต่างจากการผ่าตัดตามนัด ให้โรงพยาบาลประเมินความเร่งด่วนและประสานสิทธิโดยตรง

### บัตรทอง

ควรเข้ารับการตรวจที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการตามระบบก่อน แล้วรับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีจักษุแพทย์ด้านกระจกตา หากจำเป็นต้องใช้เนื้อเยื่อบริจาค ระยะรออาจขึ้นกับความเร่งด่วนและความพร้อมของเนื้อเยื่อ

ถามหน่วยบริการให้ชัดว่าใบส่งตัวครอบคลุมการตรวจ การผ่าตัด และการติดตามหรือไม่ รวมถึงต้องต่ออายุเอกสารเมื่อใด อย่าขาดนัดเพียงเพราะเอกสารยังไม่พร้อม ควรโทรแจ้งคลินิกตาเพื่อจัดแผนที่เหมาะสม

### ประกันสุขภาพเอกชน

การคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ ระยะรอ โรคที่เป็นมาก่อน และข้อกำหนดเรื่องโรงพยาบาลในเครือ ควรขอให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลการวินิจฉัย ชนิดการผ่าตัด และแผนการนอนโรงพยาบาลเพื่อขออนุมัติก่อน หากมีการทำหัตถการอื่นร่วมด้วย ต้องถามว่ารวมอยู่ในการอนุมัติหรือไม่

ประเด็นที่ควรถามบริษัทประกันและโรงพยาบาล ได้แก่

- ต้องขออนุมัติก่อนผ่าตัดหรือไม่
- ครอบคลุมเนื้อเยื่อบริจาคและการตรวจคัดกรองหรือไม่
- ครอบคลุมการตรวจติดตามและภาวะแทรกซ้อนหรือไม่
- หากเลื่อนวันเพราะเนื้อเยื่อยังไม่พร้อม ต้องยื่นอนุมัติใหม่หรือไม่
- ต้องใช้เอกสารทางการแพทย์อะไรบ้าง

ผู้ที่ใช้สิทธิใดก็ตามควรเก็บสำเนาใบส่งตัว ผลตรวจ รายการยา และเอกสารอนุมัติไว้ เพราะการดูแลหลังเปลี่ยนกระจกตาต้องติดตามต่อเนื่อง ไม่ได้จบในวันผ่าตัด

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### เปลี่ยนกระจกตาแล้วจะมองเห็นชัดทันทีหรือไม่

ไม่ชัดทันทีในคนส่วนใหญ่ เพราะกระจกตาต้องใช้เวลาลดบวม สมานแผล และปรับรูปร่าง ช่วงแรกภาพอาจมัวหรือผันผวน และอาจต้องใช้แว่นหรือคอนแทคเลนส์หลังแผลคงที่

### กระจกตาที่ใช้มาจากไหน

กระจกตาสำหรับปลูกถ่ายมาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตและผ่านการคัดกรองก่อนนำมาใช้ เนื้อเยื่อที่ไม่เข้าเกณฑ์จะไม่นำมาปลูกถ่าย และโดยทั่วไปไม่ต้องจับคู่แบบเดียวกับการปลูกถ่ายอวัยวะบางชนิด [Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/cornea-transplant/about/pac-20385285)

### ต้องรอกระจกตาบริจาคนานไหม

ระยะรอขึ้นกับความเร่งด่วน ชนิดเนื้อเยื่อที่ต้องใช้ และความพร้อมของเนื้อเยื่อในระบบไทย จักษุแพทย์และโรงพยาบาลที่ดูแลจะบอกลำดับและแผนระหว่างรอได้ตรงที่สุด วันผ่าตัดอาจเปลี่ยนหากเนื้อเยื่อที่เหมาะสมยังไม่พร้อม

### ผ่าตัดแล้วเจ็บมากไหม

ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บจากการผ่าตัด เพราะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบ หลังผ่าตัดอาจระคาย เคือง หรือปวดเล็กน้อยได้ แต่ถ้าปวดมากขึ้น ปวดรุนแรง หรือมีการมองเห็นลดลง ต้องติดต่อแพทย์ทันที

### เปลี่ยนกระจกตาต้องเย็บไหม

ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด การเปลี่ยนเต็มความหนาและการเปลี่ยนชั้นหน้ามักใช้ไหมเส้นเล็ก ส่วนการเปลี่ยนชั้นในบางวิธีใช้ฟองอากาศช่วยยึดเนื้อเยื่อและอาจใช้ไหมน้อยกว่า แพทย์จะบอกว่าต้องเอาไหมออกหรือไม่และเมื่อใดตามการสมานแผล

### กระจกตาที่ปลูกถ่ายอยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่มีอายุใช้งานที่แน่นอนสำหรับทุกคน เพราะขึ้นกับโรคเดิม ชนิดการปลูกถ่าย การอักเสบ ความดันตา และการปฏิเสธ บางคนใช้เนื้อเยื่อเดิมได้นาน ขณะที่บางคนเกิดการเสื่อมหรือต้องผ่าตัดซ้ำ จึงต้องตรวจตาต่อเนื่องแม้ผ่านไปหลายปี

### ร่างกายจะปฏิเสธกระจกตาได้หรือไม่

ปฏิเสธได้ และอาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัดไปแล้วเป็นเวลานาน สัญญาณเตือนคือ ตาแดง ปวด แพ้แสง และมองเห็นลดลง การไปพบแพทย์เร็วช่วยให้เริ่มการรักษาได้ก่อนที่เนื้อเยื่อจะเสียหายมากขึ้น

### ต้องใช้ยาหยอดตานานแค่ไหน

มักต้องใช้ยาหยอดต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ชนิดและระยะเวลาขึ้นกับวิธีผ่าตัด การอักเสบ และความเสี่ยงของแต่ละคน อย่าลดหรือหยุดยาเอง เพราะอาการอาจยังไม่ปรากฏแม้การอักเสบหรือการปฏิเสธกำลังเริ่มขึ้น

### หลังผ่าตัดนอนตะแคงได้ไหม

ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด หากมีฟองอากาศพยุงเนื้อเยื่อชั้นใน คุณอาจต้องนอนหงายตามคำสั่งเพื่อให้เนื้อเยื่อติดในตำแหน่ง ส่วนการผ่าตัดแบบอื่นอาจมีข้อกำหนดต่างกัน ให้ยึดแผนจากศัลยแพทย์ของคุณ

### หลังผ่าตัดใช้โทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์ได้ไหม

มักใช้ได้เมื่อรู้สึกสบายตา เพราะการมองหน้าจอไม่ได้ทำให้เนื้อเยื่อหลุดโดยตรง แต่ควรพักเมื่อเมื่อยตาหรือแพ้แสง และไม่ควรละเลยท่านอนที่กำหนด การใช้หน้าจอไม่ควรแทนการพักผ่อนหรือทำให้ลืมหยอดยา

### หลังผ่าตัดอาบน้ำและสระผมได้เมื่อใด

คุณสามารถทำความสะอาดร่างกายได้ตามคำแนะนำ แต่ต้องป้องกันน้ำ สบู่ และแชมพูเข้าตา ช่วงเวลาที่กลับไปสระผมตามปกติแตกต่างตามชนิดแผลและแนวทางของโรงพยาบาล จึงควรถามทีมผ่าตัดก่อนกลับบ้าน

### กลับไปออกกำลังกายได้เมื่อใด

กิจกรรมเบามักเริ่มได้ก่อนกิจกรรมที่ก้มมาก ยกของหนัก ว่ายน้ำ หรือเสี่ยงกระแทก ระยะเวลาขึ้นกับชนิดการผ่าตัด ความดันตา และความแข็งแรงของแผล ควรให้จักษุแพทย์อนุญาตก่อนเพิ่มระดับกิจกรรม

### หลังผ่าตัดยังต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ไหม

ยังอาจต้องใช้ เพราะการปลูกถ่ายทำให้กระจกตาใสขึ้นแต่ไม่ได้รับประกันว่ารูปร่างหรือค่าสายตาจะเป็นปกติ การเย็บแผลและการสมานตัวอาจทำให้สายตาเอียง แพทย์จะประเมินการแก้สายตาหลังรูปร่างกระจกตาคงที่ขึ้น

### ถ้ากระจกตาที่ปลูกถ่ายล้มเหลว ผ่าตัดซ้ำได้ไหม

บางคนผ่าตัดซ้ำได้ แต่ต้องประเมินสาเหตุที่เนื้อเยื่อล้มเหลว สุขภาพผิวดวงตา ความดันตา และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ การปลูกถ่ายซ้ำอาจมีความเสี่ยงปฏิเสธสูงกว่าครั้งแรก จึงต้องวางแผนเป็นรายคน

### ถ้ายังกลัวการผ่าตัด ควรถามแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ

ให้ถามว่ากระจกตาชั้นใดเสีย เป้าหมายหลักของการผ่าตัดคืออะไร และจะเกิดอะไรขึ้นหากยังไม่ผ่าตัด ควรถามต่อว่ามีทางเลือกที่เก็บกระจกตาเดิมไว้หรือไม่ การมองเห็นถูกจำกัดจากโรคส่วนอื่นของตาหรือไม่ และต้องใช้เวลาติดตามนานเพียงใด คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ชั่งประโยชน์ ความเสี่ยง และภาระการพักฟื้นได้ตรงกับชีวิตของคุณมากที่สุด

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Cornea Transplant: What It Treats, What Happens, Risks & Benefits](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17714-cornea-transplant) — เกี่ยวกับ Corneal transplant — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Incidence of Complications Related to Corneal Graft in a Group of ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9821265/) — เกี่ยวกับ Corneal transplant — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [aao.org: What to Expect When You Have a Corneal Transplant](https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/what-to-expect-when-you-have-corneal-transplant) — เกี่ยวกับ Corneal transplant — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [Mayo Clinic: Cornea transplant](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/cornea-transplant/about/pac-20385285) — เกี่ยวกับ Corneal transplant — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
