# ผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิด

**ผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital-heart surgery) คือการซ่อมหรือปรับทางเดินของเลือดในหัวใจและหลอดเลือดที่ผิดปกติมาตั้งแต่เกิด เพื่อให้เลือดไปปอดและร่างกายได้เหมาะสมขึ้น การผ่าตัดมีหลายแบบ ตั้งแต่การซ่อมจุดผิดปกติเพียงจุดเดียวไปจนถึงการผ่าตัดเป็นระยะ และไม่ใช่เด็กทุกคนที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะต้องรับการผ่าตัดทันที**

## ประเด็นสำคัญ

- โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมีหลายชนิด บางชนิดติดตามอาการได้ บางชนิดรักษาผ่านสายสวน และบางชนิดต้องผ่าตัดตั้งแต่ช่วงแรกเกิดหรือในเวลาที่ทีมรักษาเห็นว่าเหมาะสม
- แผนผ่าตัดขึ้นกับโครงสร้างหัวใจ ระดับออกซิเจน การทำงานของหัวใจและปอด น้ำหนักตัว โรคร่วม และความเร่งด่วน เด็กบางคนผ่าตัดครั้งเดียว แต่บางคนต้องรักษาเป็นหลายระยะ
- หลังผ่าตัด เด็กมักต้องอยู่หอผู้ป่วยวิกฤตเพื่อเฝ้าระวังการหายใจ การไหลเวียนเลือด เลือดออก การติดเชื้อ และจังหวะหัวใจ ระยะนอนโรงพยาบาลแตกต่างมากตามความซับซ้อนของโรคและการฟื้นตัว

## ผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิด คืออะไร

การผ่าตัดนี้เป็นชื่อรวมของการผ่าตัดหลายชนิด ไม่ใช่การผ่าตัดแบบเดียวสำหรับเด็กทุกคน เป้าหมายอาจเป็นการปิดรูรั่ว แยกทางเดินเลือดที่ผิดปกติ ขยายส่วนที่ตีบ ซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ต่อหลอดเลือดใหม่ หรือจัดตำแหน่งหลอดเลือดใหญ่ให้ถูกต้อง

หัวใจปกติมีหน้าที่รับเลือดที่มีออกซิเจนน้อยไปยังปอด แล้วส่งเลือดที่มีออกซิเจนกลับออกไปเลี้ยงร่างกาย ความผิดปกติแต่กำเนิดอาจทำให้เลือดไหลผิดทาง เลือดไปปอดมากหรือน้อยเกินไป เลือดที่มีและไม่มีออกซิเจนผสมกัน หรือหัวใจต้องออกแรงสูบฉีดมากกว่าปกติ

ตัวอย่างความผิดปกติที่อาจต้องพิจารณาผ่าตัด ได้แก่

- รูรั่วระหว่างห้องหัวใจที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือด
- หลอดเลือดหรือทางออกจากหัวใจตีบ
- ลิ้นหัวใจผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ
- หลอดเลือดใหญ่ต่อกับห้องหัวใจผิดตำแหน่ง
- หลอดเลือดแดงใหญ่ตีบแคบ
- ความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน
- ภาวะที่หัวใจห้องใดห้องหนึ่งพัฒนาไม่สมบูรณ์

การผ่าตัดอาจมีเป้าหมายเป็น “การแก้ไข” โครงสร้างให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด หรือเป็น “การประคับประคองทางสรีรวิทยา” หมายถึงการจัดทางเดินเลือดใหม่เพื่อให้เด็กมีออกซิเจนและการไหลเวียนเลือดที่เหมาะสม แม้ไม่สามารถทำให้โครงสร้างหัวใจเหมือนปกติทั้งหมดได้

เด็กบางคนต้องรับการรักษาชั่วคราวก่อนผ่าตัด เช่น ช่วยหายใจ ให้ยาพยุงการไหลเวียน หรือทำหัตถการเพื่อให้เลือดผสมกันและเพิ่มออกซิเจน วิธีเหล่านี้อาจช่วยพยุงอาการระหว่างรอการผ่าตัด แต่ไม่ได้ทดแทนการแก้ไขโครงสร้างในโรคที่จำเป็นต้องผ่าตัด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/arterial-switch-procedure))

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### เด็กที่อาจต้องพิจารณาผ่าตัด

แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเมื่อความผิดปกติรบกวนระดับออกซิเจน การทำงานของหัวใจ การไหลเวียนเลือด การกินนม หรือการเจริญเติบโต หรือเมื่อคาดว่าการปล่อยไว้อาจทำให้หัวใจ ปอด หรือหลอดเลือดเสียหายในระยะยาว

อาการและข้อมูลที่อาจทำให้ต้องประเมินเร่งด่วน ได้แก่

- ริมฝีปาก ลิ้น ผิวหนัง หรือเล็บมีสีเขียวคล้ำหรือเทา
- หายใจเร็ว หอบ เหนื่อย หรือใช้แรงหายใจมาก
- กินนมได้น้อย เหนื่อยหรือเหงื่อออกขณะกิน
- น้ำหนักขึ้นช้าหรือการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์
- บวม ปัสสาวะลดลง หรือมีอาการของหัวใจทำงานไม่เพียงพอ
- เป็นลม เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือออกกำลังได้น้อยในเด็กโต
- จังหวะหัวใจผิดปกติ
- ผลตรวจพบว่าหัวใจทำงานหนัก ห้องหัวใจโต หรือความดันในปอดสูง

อาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกชนิดการผ่าตัดได้ ทีมโรคหัวใจเด็กต้องพิจารณาร่วมกับภาพอัลตราซาวนด์หัวใจ ระดับออกซิเจน คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และผลตรวจอื่นตามความจำเป็น ([MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007363.htm))

### เด็กที่อาจยังไม่ต้องผ่าตัด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิดมีขนาดเล็ก ไม่ทำให้หัวใจทำงานหนัก และอาจติดตามด้วยการตรวจเป็นระยะได้ บางความผิดปกติอาจปิดหรือดีขึ้นเองเมื่อเด็กโตขึ้น ส่วนบางชนิดรักษาด้วยสายสวนโดยไม่ต้องเปิดหน้าอก

ในบางกรณี การผ่าตัดยังจำเป็นแต่ควรรอให้ถึงช่วงที่เหมาะสม เช่น รอให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือควบคุมการติดเชื้อและโรคร่วมก่อน การรอควรเป็นแผนที่กำหนดโดยทีมรักษา ไม่ใช่เลื่อนเองโดยไม่มีการติดตาม

### ภาวะที่อาจต้องเลื่อนหรือทบทวนแผน

ทีมผ่าตัดอาจเลื่อนการผ่าตัดที่ไม่ฉุกเฉินเมื่อเด็กมีไข้ ติดเชื้อทางเดินหายใจ มีอาการท้องเสียรุนแรง หรือมีภาวะอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงจากการดมยาสลบ ผู้ปกครองควรแจ้งอาการป่วยใหม่ทุกครั้ง แม้อาการดูไม่มาก

หากเด็กมีความผิดปกติซับซ้อนมาก โรคร่วมรุนแรง หรืออวัยวะอื่นทำงานผิดปกติ ทีมสหสาขาวิชาชีพจะชั่งประโยชน์ ความเสี่ยง และเป้าหมายของการรักษาร่วมกับครอบครัว การตัดสินใจไม่ได้อาศัยชื่อโรคเพียงอย่างเดียว

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

### ตรวจให้ทราบโครงสร้างและสภาพร่างกาย

ก่อนผ่าตัด เด็กมักได้รับการตรวจเลือด อัลตราซาวนด์หัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และภาพถ่ายรังสีทรวงอก การตรวจเพิ่มเติมอาจรวมถึงเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เอ็มอาร์ไอหัวใจ หรือการสวนหัวใจ ขึ้นกับว่าทีมรักษาต้องการข้อมูลด้านกายวิภาค ความดัน หรือการไหลเวียนเลือดส่วนใด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/arterial-switch-procedure))

การตรวจเลือดอาจใช้ประเมินเม็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด เกลือแร่ การทำงานของไต และการเตรียมเลือดสำรอง ทีมรักษาอาจตรวจการติดเชื้อหรือประเมินโรคทางพันธุกรรมเมื่อมีข้อบ่งชี้

### แจ้งยาและอาหารเสริมทั้งหมด

ผู้ปกครองควรเตรียมรายชื่อยาทุกชนิด รวมถึงยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาหัวใจ ยาขับปัสสาวะ ยาเบาหวาน ยาสมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง เพราะเด็กบางคนจำเป็นต้องได้รับยาต่อเนื่องเพื่อคงการไหลเวียนเลือด

ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์โรคหัวใจเด็กจะระบุว่ายาใดให้ต่อ ยาใดต้องหยุด และให้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด คำแนะนำนี้ต่างกันตามโรค ชนิดยา และแผนผ่าตัด

### งดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่ง

เด็กต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนดมยาสลบเพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารจะไหลย้อนเข้าสู่ปอด เวลางดนมแม่ นมผสม อาหาร และน้ำใสอาจไม่เหมือนกัน จึงต้องใช้กำหนดเวลาที่โรงพยาบาลแจ้งเฉพาะราย ไม่ควรคาดเดาหรือยึดคำแนะนำจากผู้ป่วยคนอื่น

หากเด็กกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรปกปิดเพราะกังวลว่าจะเสียเวลา

### แจ้งอาการป่วยและประวัติสำคัญ

ก่อนวันผ่าตัด ควรแจ้งทีมรักษาหากเด็กมีไข้ ไอ น้ำมูก หายใจมีเสียงหวีด อาเจียน ท้องเสีย ผื่น แผลติดเชื้อ หรือสัมผัสผู้ป่วยโรคติดต่อ รวมถึงแจ้งประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร เลือดออกง่าย ปฏิกิริยาต่อการดมยาสลบ และโรคประจำตัวทั้งหมด

### เตรียมเอกสารและของใช้

สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

- บัตรประจำตัวหรือสูติบัตรของเด็ก และเอกสารของผู้ปกครอง
- เอกสารส่งตัวหรือหนังสือรับรองสิทธิ
- ผลตรวจ ภาพถ่ายทางการแพทย์ และสมุดประจำตัวผู้ป่วย
- รายชื่อยาและเวลาที่ได้รับยาครั้งล่าสุด
- ข้อมูลการแพ้ยาและประวัติการรักษาเดิม
- ของใช้จำเป็นสำหรับผู้ดูแลระหว่างนอนโรงพยาบาล
- สิ่งของที่ช่วยให้เด็กสงบ หากโรงพยาบาลอนุญาต

สำหรับเด็กที่เข้าใจภาษาแล้ว ควรอธิบายด้วยคำง่าย ๆ ว่าจะไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ช่วยซ่อมหัวใจ หลีกเลี่ยงการรับรองว่าจะไม่เจ็บเลย ควรบอกว่าจะมียาให้นอนและทีมรักษาจะช่วยลดความเจ็บปวด

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจริงขึ้นกับชนิดความผิดปกติ แต่การผ่าตัดหัวใจแบบเปิดมักมีลำดับหลักดังนี้ ([MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007363.htm))

1. **รับเด็กเข้าห้องผ่าตัดและติดเครื่องเฝ้าระวัง**  
   ทีมวิสัญญีติดอุปกรณ์ติดตามชีพจร ระดับออกซิเจน ความดัน และจังหวะหัวใจ อาจใส่สายเข้าหลอดเลือดเพื่อให้ยา เก็บเลือด และวัดความดันอย่างต่อเนื่อง

2. **ให้ยาสลบและช่วยหายใจ**  
   เด็กจะหลับตลอดการผ่าตัดและมีท่อช่วยหายใจ ทีมวิสัญญีดูแลการหายใจ การไหลเวียนเลือด อุณหภูมิ และสมดุลของสารน้ำ

3. **เปิดทางเข้าสู่หัวใจ**  
   การผ่าตัดหลายชนิดเปิดผ่านกระดูกกลางหน้าอก บางชนิดเปิดด้านข้างระหว่างซี่โครง ตำแหน่งแผลขึ้นกับจุดที่ต้องซ่อมและประวัติการผ่าตัดเดิม

4. **ใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมหากจำเป็น**  
   เครื่องนี้รับเลือดออกจากร่างกาย เติมออกซิเจน และส่งเลือดกลับไปเลี้ยงอวัยวะ ทำให้ศัลยแพทย์สามารถทำงานในหัวใจที่หยุดนิ่งชั่วคราวได้ การผ่าตัดบางแบบไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องนี้

5. **ซ่อมหรือปรับทางเดินเลือด**  
   ศัลยแพทย์อาจปิดรูรั่ว ตัดเนื้อเยื่อที่อุดกั้น ขยายทางเดินเลือด ซ่อมลิ้นหัวใจ ต่อหลอดเลือด หรือสร้างทางเชื่อมใหม่ หากมีความผิดปกติหลายจุด อาจซ่อมพร้อมกันหรือวางแผนเป็นหลายระยะ

6. **ตรวจผลการซ่อม**  
   ทีมรักษาตรวจการไหลเวียนเลือด ความดัน จังหวะหัวใจ และการทำงานของหัวใจ อาจใช้อัลตราซาวนด์ระหว่างผ่าตัดเพื่อดูว่ามีรูรั่ว การตีบ หรือปัญหาลิ้นหัวใจหลงเหลือหรือไม่

7. **หยุดใช้เครื่องช่วยและปิดแผล**  
   เมื่อหัวใจและการไหลเวียนเลือดคงที่ ทีมผ่าตัดนำสายของเครื่องหัวใจและปอดเทียมออก ใส่สายระบายเลือดหรือของเหลวตามความจำเป็น แล้วปิดกระดูกและผิวหนัง

8. **ย้ายไปหอผู้ป่วยวิกฤต**  
   เด็กอาจยังมีท่อช่วยหายใจ สายให้ยา สายวัดความดัน สายระบายทรวงอก สายสวนปัสสาวะ และสายติดตามจังหวะหัวใจ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ทีมรักษาประเมินและแก้ไขการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว

สำหรับการผ่าตัดบางชนิด เช่น การสลับตำแหน่งหลอดเลือดใหญ่ ศัลยแพทย์ต้องย้ายหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดแดงปอด รวมทั้งย้ายจุดต่อของหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไปยังตำแหน่งใหม่ ขั้นตอนจึงซับซ้อนกว่าการปิดรูรั่วเพียงอย่างเดียว

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิดมักใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ไม่สามารถระบุช่วงเดียวให้ครอบคลุมทุกโรคได้ ระยะเวลาในห้องผ่าตัดขึ้นกับจำนวนจุดที่ต้องซ่อม ความซับซ้อนของหลอดเลือด การใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม การเคยผ่าตัดมาก่อน และการตอบสนองของเด็กระหว่างผ่าตัด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/arterial-switch-procedure))

เวลาที่ครอบครัวรออาจนานกว่าเวลาที่ศัลยแพทย์ลงมือ เพราะรวมการเตรียมยาสลบ ใส่สายติดตาม จัดท่า ตรวจผลหลังซ่อม และเคลื่อนย้ายเด็กอย่างปลอดภัย การใช้เวลานานกว่าที่ประมาณไว้ไม่ได้หมายความว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป

การผ่าตัดใช้การดมยาสลบ เด็กจะไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด หลังการผ่าตัดใหญ่ เด็กต้องนอนโรงพยาบาลและมักเริ่มฟื้นในหอผู้ป่วยวิกฤต ไม่ใช่การผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียว

เมื่อเด็กมาถึงหอผู้ป่วยวิกฤต ทีมรักษาจะประเมินว่าถอดท่อช่วยหายใจได้เมื่อใด บางคนถอดได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่เด็กที่ผ่าตัดซับซ้อน หัวใจหรือปอดยังต้องการการพยุง อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานกว่า

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ระยะพักฟื้นต้องนับทั้งช่วงหอผู้ป่วยวิกฤต ช่วงหอผู้ป่วยทั่วไป และช่วงพักต่อที่บ้าน เด็กแต่ละคนต่างกันมากตามชนิดการผ่าตัด อายุ น้ำหนัก ภาวะโภชนาการ โรคร่วม และภาวะแทรกซ้อน

ระยะอยู่หอผู้ป่วยวิกฤตและระยะนอนโรงพยาบาลแตกต่างกันมากตามชนิดการผ่าตัด อายุ สภาพหัวใจและปอด โรคร่วม และภาวะแทรกซ้อน ทีมรักษาจะให้ค่าประมาณเฉพาะรายและประเมินใหม่ทุกวัน

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น |
|---|---|
| ระยะแรกในหอผู้ป่วยวิกฤต | ใช้เครื่องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ควบคุมความปวด ประเมินหัวใจ ปอด ปัสสาวะ เลือดออก และการติดเชื้อ |
| เมื่ออาการคงที่ | ค่อย ๆ ลดเครื่องช่วยหายใจและยาพยุง นำสายต่าง ๆ ออก เริ่มนมหรืออาหาร และขยับร่างกาย |
| ก่อนกลับบ้าน | เด็กหายใจและกินได้เพียงพอ สัญญาณชีพคงที่ แผลไม่มีปัญหารุนแรง และผู้ดูแลเข้าใจวิธีสังเกตอาการ |
| ช่วงแรกที่บ้าน | เด็กอาจเหนื่อยง่าย กินได้น้อยลงชั่วคราว นอนมาก หรืออารมณ์เปลี่ยน ต้องค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรม |
| ระยะติดตาม | ตรวจแผล น้ำหนัก ระดับออกซิเจน จังหวะหัวใจ และผลการซ่อมตามนัด |

หลังกลับบ้าน เด็กที่เปิดกระดูกกลางหน้าอกต้องใช้เวลาให้กระดูกและเนื้อเยื่อสมาน กิจกรรมที่กด ดึง หรือกระแทกหน้าอกอาจต้องจำกัดชั่วคราว ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นกับอายุ วิธีปิดกระดูก และการหายของแผล จึงควรยึดคำแนะนำของทีมผ่าตัดแทนการกำหนดเอง

เด็กวัยเรียนอาจกลับไปเรียนได้เมื่อกินอาหารได้ดี ไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้ง่วง ไม่มีไข้ และมีกำลังพอสำหรับกิจวัตร ส่วนการเล่นกีฬา วิ่ง กระโดด ว่ายน้ำ หรือกิจกรรมปะทะต้องได้รับอนุญาตก่อน เด็กบางคนกลับไปทำกิจกรรมได้ตามวัยหลังฟื้นตัว แต่ผู้ที่ยังมีความผิดปกติหลงเหลืออาจต้องปรับกิจกรรมเฉพาะราย

การผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าสิ้นสุดการติดตาม เด็กยังควรพบแพทย์โรคหัวใจเด็กตามนัด เพราะอาจต้องเฝ้าระวังลิ้นหัวใจ หลอดเลือด จังหวะหัวใจ การทำงานของหัวใจ และพัฒนาการในระยะยาว ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/arterial-switch-procedure))

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดหัวใจในเด็กเป็นการผ่าตัดใหญ่ ความเสี่ยงไม่เท่ากันในเด็กทุกคน โรคที่แก้ไขได้ด้วยการซ่อมจุดเดียวในเด็กที่แข็งแรงย่อมมีบริบทต่างจากการผ่าตัดหลายขั้นในทารกน้ำหนักน้อยหรือมีอวัยวะอื่นผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่ทีมรักษาเฝ้าระวัง ได้แก่

- เลือดออกระหว่างหรือหลังผ่าตัด
- ต้องให้เลือดหรือกลับเข้าห้องผ่าตัดเพื่อห้ามเลือด
- การติดเชื้อที่แผล ปอด กระแสเลือด หรืออุปกรณ์ที่ใส่ไว้
- จังหวะหัวใจเร็ว ช้า หรือผิดปกติ
- หัวใจบีบตัวลดลงหรือความดันโลหิตไม่คงที่
- ปอดทำงานไม่เพียงพอหรือใช้เครื่องช่วยหายใจนาน
- มีน้ำหรืออากาศสะสมรอบปอด
- มีของเหลวสะสมรอบหัวใจ
- ไตทำงานลดลงและปัสสาวะน้อย
- ลิ่มเลือดหรือหลอดเลือดอุดตัน
- ผลกระทบต่อสมอง เช่น ชัก อ่อนแรง หรือพัฒนาการเปลี่ยนแปลง
- ปฏิกิริยาต่อยาสลบหรือยาที่ใช้ระหว่างรักษา
- รูรั่ว การตีบ หรือปัญหาลิ้นหัวใจที่ยังเหลืออยู่
- ต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
- เสียชีวิต ซึ่งเป็นความเสี่ยงของการผ่าตัดหัวใจใหญ่

งานวิจัยจากศูนย์เดียวในทารกอายุน้อยที่มีโรคหลายระดับความซับซ้อนพบภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดหลายรูปแบบ แต่ข้อมูลนั้นไม่ควรนำมาใช้คาดการณ์ความเสี่ยงของเด็กไทยหรือของการผ่าตัดแต่ละชนิดโดยตรง ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8754435/)) ตัวเลขความเสี่ยงที่มีความหมายสำหรับครอบครัวควรมาจากชนิดโรค แผนผ่าตัด และสภาพของเด็กคนนั้น

ก่อนให้ความยินยอม ผู้ปกครองควรถามให้ชัดว่าเป้าหมายของการผ่าตัดคืออะไร มีความผิดปกติใดที่อาจยังเหลืออยู่ โอกาสต้องผ่าตัดซ้ำเป็นอย่างไร และปัจจัยใดทำให้ลูกมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำกว่าปกติ

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อทีมรักษาหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อพบอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก หอบมาก หน้าอกบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือผิวหนังเขียวคล้ำกว่าระดับปกติของเด็ก
- ซึมมาก ปลุกยาก ไม่ตอบสนอง หรือหมดสติ
- ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนอย่างฉับพลัน
- เจ็บหน้าอกรุนแรง ใจสั่นมาก หรือเป็นลม
- แผลเลือดออกต่อเนื่อง แผลแยก บวมแดงร้อน หรือมีหนอง
- มีไข้ถึงเกณฑ์ที่ทีมผ่าตัดกำหนด ให้ติดต่อทีมรักษาทันทีแม้ยังไม่มีอาการอื่น โดยเฉพาะทารก; หากมีไข้ร่วมกับซึม กินไม่ได้ หายใจผิดปกติ ชัก หรือแผลผิดปกติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
- กินนมหรืออาหารได้น้อยมาก อาเจียนซ้ำ หรือปัสสาวะลดลงชัดเจน
- บวมที่หน้า รอบตา ท้อง หรือขา
- น้ำหนักเพิ่มรวดเร็วร่วมกับบวมหรือหอบ
- มือหรือเท้าเย็นมาก สีซีดหรือคล้ำ
- สายหรืออุปกรณ์ที่ยังติดอยู่หลุด รั่ว อุดตัน หรือมีเลือดออก

โรงพยาบาลควรระบุเกณฑ์อุณหภูมิเฉพาะรายในเอกสารก่อนกลับบ้าน

หากเด็กหยุดหายใจ ไม่ตอบสนอง หรือมีสีเขียวคล้ำรุนแรง ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอถึงวันนัด

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทุกชนิด ทางเลือกขึ้นกับโครงสร้างหัวใจและผลกระทบต่อเด็ก

### ติดตามอาการ

ความผิดปกติขนาดเล็กที่ไม่รบกวนการทำงานของหัวใจอาจตรวจติดตามด้วยอัลตราซาวนด์หัวใจและประเมินการเจริญเติบโต เด็กบางคนไม่ต้องรับการรักษา หากความผิดปกติไม่ขยายหรือไม่ก่อผลเสีย ([MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007363.htm))

### ใช้ยาเพื่อควบคุมอาการ

ยาอาจช่วยลดภาระของหัวใจ ควบคุมของเหลว รักษาจังหวะหัวใจ หรือพยุงทางเดินเลือดบางส่วนในทารก ยาช่วยควบคุมอาการหรือเตรียมร่างกายก่อนรักษาขั้นต่อไป แต่โดยทั่วไปไม่สามารถปิดรูรั่วหรือแก้ตำแหน่งหลอดเลือดที่ผิดปกติได้

### รักษาผ่านสายสวนหัวใจ

ความผิดปกติบางชนิดสามารถปิดรูรั่ว ขยายจุดตีบ ใส่อุปกรณ์ หรือรักษาลิ้นหัวใจผ่านสายสวนที่สอดจากหลอดเลือดไปยังหัวใจ วิธีนี้ไม่ต้องเปิดหน้าอก แต่ใช้ได้เฉพาะโรคและกายวิภาคที่เหมาะสม

### การผ่าตัดแบบอื่นหรือการผ่าตัดเป็นระยะ

เด็กอาจมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งวิธี เช่น ซ่อมทั้งหมดในการผ่าตัดเดียว ทำทางเชื่อมชั่วคราวก่อน หรือแบ่งเป็นหลายระยะ ทางเลือกที่เหมาะสมขึ้นกับขนาดของห้องหัวใจ หลอดเลือด ลิ้นหัวใจ อายุ และสภาพร่างกาย

### การดูแลแบบประคับประคอง

ในโรคที่ซับซ้อนมากและการผ่าตัดอาจไม่ให้ประโยชน์ตามเป้าหมายของครอบครัว ทีมรักษาอาจหารือเรื่องการดูแลที่เน้นความสบาย การหายใจ การกิน และคุณภาพชีวิต การหารือนี้ไม่ได้หมายถึงการทอดทิ้งการรักษา แต่เป็นการเลือกการดูแลให้สอดคล้องกับประโยชน์และภาระที่เด็กต้องรับ

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย ความจำเป็นทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนวันผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อเด็กต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีทีมผ่าตัดหัวใจเด็ก

### บัตรทอง

เด็กที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติควรเริ่มจากหน่วยบริการตามสิทธิหรือหน่วยบริการประจำ หากต้องรักษาในศูนย์ที่มีศักยภาพสูงกว่า แพทย์จะจัดทำเอกสารส่งต่อตามระบบ

ควรถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจ การผ่าตัด การนอนหอผู้ป่วยวิกฤต เลือด อุปกรณ์ และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงถามว่าจะต้องต่ออายุเอกสารเมื่อใด

### ประกันสังคม

สิทธิของเด็กอาจไม่ได้ผูกกับประกันสังคมของผู้ปกครองโดยอัตโนมัติในทุกกรณี จึงควรตรวจสอบว่าเด็กใช้สิทธิใดและลงทะเบียนกับหน่วยบริการใด หากผู้ป่วยเป็นผู้ประกันตนเอง ให้สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิเรื่องระบบส่งต่อไปยังศูนย์ที่ผ่าตัดหัวใจได้

### สวัสดิการข้าราชการหรือสิทธิของหน่วยงาน

ให้ตรวจสอบการลงทะเบียนบุตร หนังสือรับรองสิทธิ และขั้นตอนส่งต่อ บางการตรวจหรืออุปกรณ์อาจต้องมีเอกสารอนุมัติเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการตามแผน

### ประกันสุขภาพเอกชน

ควรขอให้บริษัทประกันตรวจสอบความคุ้มครองเป็นลายลักษณ์อักษร โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขโรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอคอย ข้อยกเว้น หรือความคุ้มครองเฉพาะกรมธรรม์

ข้อมูลที่ควรถาม ได้แก่ การอนุมัติก่อนรักษา ความคุ้มครองหอผู้ป่วยวิกฤต การผ่าตัดหลายระยะ ภาวะแทรกซ้อน การตรวจติดตาม และเอกสารที่แพทย์ต้องจัดทำ อย่าอาศัยคำตอบทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวหากสามารถขอเอกสารยืนยันได้

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิดจำเป็นต้องทำทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็น เด็กบางคนเพียงติดตามอาการ บางคนรักษาผ่านสายสวน และบางคนต้องผ่าตัด โดยแพทย์พิจารณาจากชนิดโรค ผลต่อหัวใจและปอด อาการ และแนวโน้มในระยะยาว

### ลูกไม่มีอาการมาก ยังต้องผ่าตัดหรือไม่

อาจต้องผ่าตัดได้แม้อาการยังไม่ชัด หากผลตรวจแสดงว่าหัวใจทำงานหนัก ปอดได้รับเลือดมากเกินไป หรือการรออาจทำให้เกิดความเสียหายถาวร เหตุผลและช่วงเวลาควรอธิบายจากผลตรวจของเด็กโดยตรง

### ต้องผ่าตัดทันทีหลังคลอดหรือไม่

เฉพาะโรคบางชนิดเท่านั้นที่ต้องรักษาเร่งด่วนหลังคลอด ส่วนโรคอื่นอาจรอได้เป็นสัปดาห์ เดือน หรือปี และบางชนิดไม่ต้องผ่าตัด ([MedlinePlus](https://medlineplus.gov/ency/article/007363.htm))

### การผ่าตัดครั้งเดียวเพียงพอหรือไม่

บางโรคซ่อมได้ในการผ่าตัดครั้งเดียว แต่โรคที่ซับซ้อนอาจต้องผ่าตัดเป็นหลายระยะหรือมีหัตถการเพิ่มเติมเมื่อเด็กโตขึ้น ควรถามว่าแผนปัจจุบันเป็นการแก้ไขทั้งหมดหรือเป็นขั้นหนึ่งของการรักษา

### ระหว่างผ่าตัดเด็กจะรู้สึกเจ็บไหม

เด็กจะได้รับยาสลบและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด หลังผ่าตัดทีมรักษาจะประเมินความเจ็บปวดและให้ยาตามความเหมาะสม แม้เด็กยังพูดไม่ได้ก็ประเมินจากสีหน้า ชีพจร การหายใจ และพฤติกรรมได้

### ทำไมหลังผ่าตัดจึงมีสายและเครื่องหลายอย่าง

แต่ละชิ้นใช้ช่วยหายใจ ให้ยา วัดความดัน ระบายเลือดหรือของเหลว ติดตามจังหวะหัวใจ และวัดปัสสาวะ ทีมรักษาจะนำออกทีละอย่างเมื่อเด็กไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว

### ต้องอยู่หอผู้ป่วยวิกฤตนานเท่าไร

ระยะอยู่หอผู้ป่วยวิกฤตแตกต่างกันมาก บางรายอาจย้ายไปหอผู้ป่วยทั่วไปได้ค่อนข้างเร็ว ส่วนรายที่ผ่าตัดซับซ้อนหรือยังต้องพยุงหัวใจและการหายใจอาจต้องอยู่นานกว่า ทีมรักษาจะประเมินและแจ้งครอบครัวเป็นรายวัน

### ผู้ปกครองเข้าเยี่ยมได้เมื่อใด

ขึ้นกับกฎของหอผู้ป่วยและสภาพของเด็ก ช่วงรับใหม่หลังผ่าตัดทีมรักษาอาจต้องจัดอุปกรณ์และทำให้การไหลเวียนเลือดคงที่ก่อน จากนั้นจะแจ้งเวลาและข้อปฏิบัติในการเยี่ยม

### หลังกลับบ้านอุ้มลูกได้ไหม

โดยทั่วไปยังอุ้มเพื่อดูแลและปลอบได้ แต่ต้องใช้วิธีที่ไม่ดึงแขนหรือกดหน้าอก โดยเฉพาะเด็กที่เปิดกระดูกกลางหน้าอก ทีมผ่าตัดควรสาธิตท่าอุ้มที่เหมาะสมก่อนกลับบ้าน

### แผลผ่าตัดดูแลอย่างไร

รักษาแผลให้สะอาดและทำตามคำสั่งเฉพาะของโรงพยาบาล ไม่แช่น้ำหรือทาสารใดบนแผลจนกว่าจะได้รับอนุญาต หากแผลแดงบวม มีของเหลว มีกลิ่น แยกออก หรือมีเลือดออก ควรติดต่อทีมรักษา

### หลังผ่าตัดเด็กจะกินนมได้ตามปกติเมื่อใด

ทีมรักษาจะเริ่มนมหรืออาหารเมื่อการหายใจและการไหลเวียนเลือดคงที่ เด็กบางคนกลับมากินได้เร็ว ขณะที่บางคนต้องให้อาหารผ่านสายชั่วคราวหรือประเมินการกลืนก่อน

### เด็กจะใช้ชีวิตและออกกำลังกายได้ตามปกติหรือไม่

เด็กจำนวนมากทำกิจกรรมตามวัยได้หลังฟื้นตัว แต่ข้อจำกัดขึ้นกับความผิดปกติที่ยังเหลือ การทำงานของหัวใจ จังหวะหัวใจ และชนิดการผ่าตัด แพทย์โรคหัวใจเด็กจะกำหนดระดับกิจกรรมที่เหมาะสมเป็นรายคน

### หลังผ่าตัดยังต้องพบแพทย์โรคหัวใจหรือไม่

ต้องติดตามต่อ แม้ผลการซ่อมเป็นไปตามแผน เพราะลิ้นหัวใจ หลอดเลือด จังหวะหัวใจ และการทำงานของหัวใจอาจเปลี่ยนเมื่อเด็กเติบโต บางภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นภายหลัง

### มีโอกาสต้องผ่าตัดซ้ำหรือไม่

มีได้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กมีโรคซับซ้อน ต้องผ่าตัดเป็นระยะ หรือทางเดินเลือดและลิ้นหัวใจเปลี่ยนตามการเติบโต การต้องผ่าตัดซ้ำไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดครั้งแรกผิดพลาดเสมอไป

### ควรถามอะไรกับศัลยแพทย์ก่อนให้ความยินยอม

ควรถามชื่อความผิดปกติ จุดที่จะซ่อม เป้าหมายของการผ่าตัด ทางเลือกอื่น ความเสี่ยงเฉพาะราย สิ่งที่อาจซ่อมไม่ได้ ระยะนอนโรงพยาบาลโดยประมาณ และโอกาสต้องรักษาเพิ่มเติม คำตอบควรเชื่อมโยงกับภาพหัวใจและสภาพของเด็ก ไม่ใช่อธิบายเพียงภาพรวมของโรคเท่านั้น

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Arterial Switch Procedure](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/arterial-switch-procedure) — เกี่ยวกับ Congenital heart surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Pediatric heart surgery: MedlinePlus Medical Encyclopedia](https://medlineplus.gov/ency/article/007363.htm) — เกี่ยวกับ Congenital heart surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications After Surgical Repair of Congenital Heart Disease in ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8754435/) — เกี่ยวกับ Congenital heart surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
