# ผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่

**ผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่ (Cleft-lip and palate repair) คือการซ่อมริมฝีปากบนหรือเพดานปากที่แยกออกจากกันตั้งแต่กำเนิด เพื่อช่วยเรื่องการดูดนม การกิน การพูด และการทำงานของปากและจมูก การรักษามักแบ่งเป็นหลายช่วงตามอายุและลักษณะรอยแยก ไม่จำเป็นต้องซ่อมทุกส่วนในการผ่าตัดครั้งเดียว**

## ประเด็นสำคัญ

- ปากแหว่งและเพดานโหว่เป็นคนละตำแหน่งกัน เด็กอาจมีอย่างใดอย่างหนึ่งหรือมีทั้งสองอย่าง จึงต้องวางแผนเฉพาะรายกับทีมสหสาขาที่ดูแลปากแหว่งเพดานโหว่ โดยศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดอาจเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง ศัลยแพทย์เด็ก ศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกะโหลกศีรษะและใบหน้า ตามระบบของโรงพยาบาล
- การซ่อมปากแหว่งมักทำก่อนการซ่อมเพดานโหว่ ช่วงเวลาจริงขึ้นกับน้ำหนัก สุขภาพ ทางเดินหายใจ การกิน ลักษณะรอยแยก และแนวทางของโรงพยาบาล
- การผ่าตัดช่วยปิดรอยแยกและจัดกล้ามเนื้อให้ทำงานดีขึ้น แต่เด็กบางคนยังต้องฝึกพูด ดูแลการได้ยิน จัดฟัน หรือผ่าตัดเพิ่มเติมเมื่อโตขึ้น

## ผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่ คืออะไร

ปากแหว่งคือรอยแยกของริมฝีปากบน เกิดจากเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าเชื่อมกันไม่สมบูรณ์ระหว่างที่ทารกอยู่ในครรภ์ รอยแยกอาจเป็นเพียงร่องเล็กที่ริมฝีปาก หรือแยกต่อขึ้นไปถึงฐานจมูก เหงือก และเพดานปาก อาจอยู่ข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง

เพดานโหว่คือช่องเปิดที่เพดานปาก ซึ่งเป็นส่วนกั้นระหว่างช่องปากกับช่องจมูก รอยแยกอาจอยู่เฉพาะเพดานอ่อนด้านหลัง อยู่ที่เพดานแข็งด้านหน้า หรือยาวตลอดเพดาน เด็กบางคนมีเพดานโหว่โดยริมฝีปากดูปกติจากภายนอก ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/))

การผ่าตัดมีเป้าหมายมากกว่าการปิดช่องว่าง ศัลยแพทย์ต้องจัดชั้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อกลับเข้าหากัน เพื่อให้ริมฝีปากขยับได้และเพดานปากช่วยในการกลืนกับการออกเสียงได้ดีขึ้น ในการซ่อมริมฝีปาก ศัลยแพทย์จะคำนึงถึงรูปทรงของริมฝีปากบน ฐานจมูก และรูจมูกด้วย ส่วนการซ่อมเพดานต้องแยกช่องปากออกจากช่องจมูกและจัดกล้ามเนื้อเพดานอ่อนใหม่

เด็กที่มีทั้งปากแหว่งและเพดานโหว่มักไม่ได้รับการผ่าตัดทุกส่วนพร้อมกัน โดยทั่วไปจะซ่อมริมฝีปากก่อน แล้วจึงซ่อมเพดานเมื่อเด็กโตขึ้น การรักษาอาจดำเนินต่อเนื่องถึงวัยเรียนหรือวัยรุ่น เพราะการพูด ฟัน ขากรรไกร จมูก และใบหน้ายังเปลี่ยนตามการเจริญเติบโต

ช่วงอายุที่แหล่งข้อมูลสากลกล่าวถึงสำหรับการซ่อมปากแหว่งอยู่ประมาณ 3-6 เดือน และการซ่อมเพดานมักอยู่ประมาณ 9-12 เดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่กำหนดตายตัวสำหรับเด็กทุกคน แนวทางในประเทศไทยอาจต่างกันตามโรงพยาบาล ลักษณะรอยแยก น้ำหนักตัว ภาวะซีด โรคหัวใจหรือปอด การติดเชื้อ และความพร้อมด้านวิสัญญีเด็ก ศัลยแพทย์จะกำหนดช่วงเวลาหลังตรวจเด็กจริง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/23394-cleft-lip-cleft-palate-surgery))

การรอให้ถึงช่วงที่เหมาะสมไม่ได้หมายถึงปล่อยไว้โดยไม่รักษา ก่อนผ่าตัด เด็กอาจต้องได้รับความช่วยเหลือเรื่องการกิน อุปกรณ์ช่วยจัดตำแหน่งริมฝีปากหรือสันเหงือก การติดตามน้ำหนัก การประเมินการได้ยิน และการดูแลช่องปาก วิธีเหล่านี้เตรียมเด็กให้พร้อม แต่ไม่สามารถปิดรอยแยกแทนการผ่าตัดได้

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ใครมักได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด

การผ่าตัดมักพิจารณาในเด็กที่มีรอยแยกของริมฝีปาก เพดานปาก หรือทั้งสองตำแหน่งตั้งแต่กำเนิด เป้าหมายและเวลาผ่าตัดต่างกันตามตำแหน่งดังนี้

| ลักษณะที่พบ | สิ่งที่การผ่าตัดมุ่งแก้ไข |
|---|---|
| ปากแหว่งข้างเดียว | ปิดรอยแยก จัดกล้ามเนื้อริมฝีปาก และปรับฐานจมูก |
| ปากแหว่งสองข้าง | เชื่อมริมฝีปากทั้งสองด้านและวางแผนรูปทรงจมูกอย่างเป็นขั้นตอน |
| เพดานโหว่ | ปิดทางเชื่อมระหว่างปากกับจมูกและจัดกล้ามเนื้อเพดาน |
| ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ | แบ่งการรักษาหลายระยะ โดยมักซ่อมริมฝีปากก่อน |
| มีรูเชื่อมหลังผ่าตัดเดิม | ประเมินการซ่อมซ้ำ หากรบกวนการกิน การพูด หรือสุขภาพช่องปาก |
| พูดขึ้นจมูกจากการทำงานของเพดานไม่เพียงพอ | ประเมินการพูดและโครงสร้างก่อนพิจารณาผ่าตัดเพิ่มเติม |

การพบรอยแยกไม่ได้แปลว่าจะต้องผ่าตัดทันที เด็กควรมีสุขภาพและโภชนาการเหมาะสมต่อการดมยาสลบ แพทย์จะประเมินน้ำหนัก การเจริญเติบโต ระบบหายใจ หัวใจ ภาวะซีด การติดเชื้อ และความผิดปกติแต่กำเนิดอื่นที่อาจพบร่วมกัน

ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการซ่อม การผ่าตัดยังอาจทำได้ แต่แผนและเป้าหมายอาจต่างจากทารก ต้องพิจารณาสภาพเนื้อเยื่อ การสบฟัน การเจริญของขากรรไกร การพูด และสุขภาพโดยรวม ไม่ควรนำช่วงอายุสำหรับทารกมาใช้ตัดสินว่าผู้ใหญ่ “สายเกินไป” โดยไม่ผ่านการประเมิน

### เมื่อใดควรเลื่อนผ่าตัดหรือยังไม่ควรผ่าตัด

ทีมรักษาอาจเลื่อนการผ่าตัดหากเด็กมีไข้ ไอมาก หายใจมีเสียงผิดปกติ ปอดติดเชื้อ ท้องเสีย ขาดน้ำ น้ำหนักขึ้นไม่ดี ภาวะซีดยังไม่ได้แก้ หรือมีโรคหัวใจและปอดที่ยังควบคุมไม่เหมาะสม การเลื่อนไม่ได้หมายความว่าจะผ่าตัดไม่ได้ แต่เป็นการลดความเสี่ยงจากยาสลบและช่วยให้แผลหายดีขึ้น

เด็กที่สัมผัสโรคติดต่อหรือเพิ่งป่วยควรแจ้งโรงพยาบาลก่อนวันผ่าตัด อย่าพาเด็กไปถึงห้องผ่าตัดโดยไม่บอกอาการ เพราะทีมวิสัญญีต้องประเมินว่าทางเดินหายใจปลอดภัยพอหรือไม่

การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาบางอย่าง เช่น เด็กที่พูดไม่ชัดจากพัฒนาการทางภาษา การได้ยินลดลง หรือยังไม่ได้ฝึกออกเสียงอย่างเหมาะสม ควรประเมินสาเหตุก่อน ไม่ใช่ทุกปัญหาการพูดหลังซ่อมเพดานจะดีขึ้นด้วยการผ่าตัดซ้ำ

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวเริ่มจากทำให้เด็กกินได้เพียงพอและมีสุขภาพแข็งแรง หากดูดนมลำบาก นักโภชนาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้อาหารอาจแนะนำท่าป้อนนม จุกนม หรือขวดที่เหมาะกับลักษณะรอยแยก เด็กบางคนมีน้ำนมไหลออกจมูกได้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าอาหารเข้าปอดทุกครั้ง แต่หากสำลัก ไอ เขียว หายใจเร็ว หรือขึ้นน้ำหนักไม่ดี ต้องให้แพทย์ประเมิน

ก่อนวันผ่าตัด ทีมรักษามักทบทวนประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด โรคประจำตัว ภูมิแพ้ การผ่าตัดเดิม ปัญหาการหายใจ การกิน และยาทุกชนิดที่เด็กได้รับ อาจตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือส่งตรวจเพิ่มเติมตามสุขภาพและแนวทางของโรงพยาบาล ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/))

แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาตามใบสั่ง ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมด ยาบางกลุ่ม เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านการอักเสบบางชนิด อาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามกำหนดเวลาหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้บอกเวลาที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน

### การงดน้ำและอาหาร

เด็กต้องมีท้องว่างตามเกณฑ์ของวิสัญญีแพทย์เพื่อลดโอกาสสำลักระหว่างดมยาสลบ เวลางดแตกต่างกันระหว่างนมแม่ นมผง อาหารเหลวใส และอาหารแข็ง รวมทั้งขึ้นกับอายุและเวลานัด แหล่งข้อมูลสากลให้ช่วงเวลาที่ต่างกัน จึงควรใช้คำสั่งของโรงพยาบาลที่ทำผ่าตัดเป็นหลัก ไม่ควรเดาหรือใช้คำแนะนำของเด็กคนอื่น

หากเผลอให้เด็กกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัย อย่าปิดบังเพราะกังวลว่าจะเสียคิว

### สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

- เอกสารระบุตัวตน สูติบัตร และเอกสารสิทธิรักษาตามที่โรงพยาบาลกำหนด
- สมุดสุขภาพเด็ก ผลตรวจเดิม และรายงานการรักษาที่เกี่ยวข้อง
- รายชื่อยา วิตามิน สมุนไพร และประวัติแพ้ยา
- ขวดหรืออุปกรณ์ป้อนนมที่เด็กคุ้นเคย หากโรงพยาบาลอนุญาต
- เสื้อผ้าที่ใส่และถอดง่าย โดยไม่ต้องดึงผ่านใบหน้า
- ของปลอบโยนที่สะอาดและไม่มีส่วนแข็งซึ่งอาจกระแทกแผล
- ข้อมูลติดต่อผู้ดูแลหลักและแผนเดินทางกลับบ้าน

ควรจัดให้มีผู้ใหญ่ดูแลเด็กเต็มเวลาในช่วงแรกหลังกลับบ้าน ผู้ดูแลทุกคนต้องเข้าใจวิธีให้อาหาร วิธีให้ยาตามใบสั่ง การป้องกันมือหรือของเล่นกระแทกแผล และสัญญาณที่ต้องกลับโรงพยาบาล

## ขั้นตอนการผ่าตัด

ขั้นตอนขึ้นกับว่าเป็นการซ่อมริมฝีปาก ซ่อมเพดาน หรือการผ่าตัดเพิ่มเติม เด็กจะได้รับการดมยาสลบและมีการเฝ้าติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และระดับออกซิเจนตลอดการผ่าตัด

### ผ่าตัดปากแหว่ง

การซ่อมปากแหว่งมักดำเนินตามลำดับโดยรวมดังนี้

1. **กำหนดแนวผ่าตัด** ศัลยแพทย์วัดและทำเครื่องหมายบริเวณริมฝีปาก จมูก และรอยแยก เพื่อวางตำแหน่งเนื้อเยื่อทั้งสองด้าน
2. **เปิดขอบรอยแยกอย่างระมัดระวัง** แผลผ่าตัดจะอยู่ตามแนวที่ช่วยนำเนื้อเยื่อมาจัดเรียง ไม่ใช่เพียงเย็บผิวหนังปิดทับ
3. **จัดกล้ามเนื้อริมฝีปาก** กล้ามเนื้อที่แยกหรือเกาะผิดตำแหน่งจะถูกนำกลับมาเชื่อมกัน เพื่อให้ริมฝีปากเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติ
4. **ปรับฐานจมูกเมื่อจำเป็น** เด็กบางคนต้องจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อบริเวณรูจมูกหรือฐานจมูกในครั้งเดียวกัน ขอบเขตขึ้นกับชนิดของปากแหว่ง
5. **ปิดแผลเป็นชั้น** ศัลยแพทย์เย็บกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และผิวหนัง อาจใช้ไหมละลายในบางชั้น ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/23394-cleft-lip-cleft-palate-surgery))

หลังผ่าตัดจะมีแผลที่ริมฝีปากและอาจมีบวมบริเวณริมฝีปากกับจมูก รูปทรงในวันแรกยังไม่ใช่ผลหลังแผลยุบ การดูแนวแผลต้องรอให้บวมลดและแผลปรับตัวตามเวลา

### ผ่าตัดเพดานโหว่

การซ่อมเพดานโหว่มีเป้าหมายปิดช่องระหว่างปากกับจมูก และสร้างเพดานที่ช่วยเรื่องการกลืนกับการพูด ขั้นตอนโดยรวมคือ

1. **เปิดและยกชั้นเนื้อเยื่อรอบรอยแยก** ศัลยแพทย์สร้างแผ่นเนื้อเยื่อจากเพดานแต่ละด้านโดยรักษาเลือดมาเลี้ยง
2. **แยกชั้นจมูกออกจากชั้นช่องปาก** ช่องเปิดต้องปิดเป็นหลายชั้นเพื่อลดโอกาสเกิดรูเชื่อมภายหลัง
3. **จัดกล้ามเนื้อเพดานอ่อน** กล้ามเนื้อที่วางตัวผิดจากรอยแยกจะถูกนำมาเรียงใหม่ เพื่อช่วยให้เพดานยกและปิดทางไปจมูกขณะพูดหรือกลืน
4. **นำเนื้อเยื่อสองด้านเข้าหากัน** ศัลยแพทย์เย็บปิดโดยพยายามไม่ให้แผลตึงเกินไป ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/))
5. **ตรวจเลือดออกและทางเดินหายใจ** ก่อนจบการผ่าตัด ทีมรักษาจะตรวจบริเวณแผลและเตรียมเฝ้าระวังหลังฟื้นจากยาสลบ

เทคนิคมีหลายแบบ ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับรอยแยกทุกชนิด ศัลยแพทย์เลือกตามความกว้างและตำแหน่งของรอยแยก ปริมาณเนื้อเยื่อ การผ่าตัดเดิม และเป้าหมายด้านการพูด ผู้ปกครองควรถามว่าเป็นการซ่อมส่วนใด และคาดว่าจะต้องรักษาระยะต่อไปเรื่องใดบ้าง

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การซ่อมปากแหว่งมักใช้เวลาน้อยกว่าการซ่อมเพดาน แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าการซ่อมปากแหว่งใช้เวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมง แต่เวลาจริงอาจยาวกว่านั้นเมื่อเป็นรอยแยกสองข้าง ต้องปรับฐานจมูก หรือมีขั้นตอนอื่นร่วมด้วย ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/23394-cleft-lip-cleft-palate-surgery)) การซ่อมเพดานมีความซับซ้อนต่างกันตามความยาวและความกว้างของรอยแยก จึงควรถามเวลาประมาณการจากศัลยแพทย์ผู้เห็นลักษณะจริง

เวลาที่ครอบครัวอยู่ในโรงพยาบาลจะนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมตัว การดมยาสลบ การฟื้น และการสังเกตอาการ เด็กทุกคนต้องดมยาสลบสำหรับการผ่าตัดหลักเหล่านี้ หลังผ่าตัดทีมจะดูการหายใจ เลือดออก อาการปวด และความสามารถในการรับน้ำหรืออาหาร

เด็กอาจพักโรงพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคืนหรือหลายคืน ขึ้นกับชนิดการผ่าตัด อายุ การหายใจ การกิน โรคประจำตัว และแนวทางของแต่ละโรงพยาบาล แหล่งข้อมูลต่างประเทศรายงานระยะพักที่ต่างกันมาก จึงไม่ควรนำจำนวนวันจากต่างประเทศมาใช้เป็นกำหนดของโรงพยาบาลในประเทศไทย

แพทย์มักอนุญาตให้กลับบ้านเมื่อเด็กหายใจได้ดี ไม่มีเลือดออกที่น่ากังวล รับน้ำและอาหารได้เพียงพอ ปัสสาวะได้ อาการปวดควบคุมได้ และผู้ดูแลเข้าใจวิธีดูแลแผลกับการให้อาหาร

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ช่วงพักฟื้นที่ต้องระวังแผลมากมักกินเวลาหลายสัปดาห์ แหล่งข้อมูลสากลแห่งหนึ่งระบุว่าการฟื้นโดยรวมอาจใช้เวลาถึงประมาณ 4 สัปดาห์ แต่ระยะจริงขึ้นกับว่าเป็นการซ่อมปากหรือเพดาน อายุเด็ก เทคนิคผ่าตัด ภาวะโภชนาการ และการเกิดภาวะแทรกซ้อน ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/))

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักพบและสิ่งที่ต้องเน้น |
|---|---|
| 1-2 วันแรก | บวม งอแง เจ็บแผล กินได้น้อย ต้องเฝ้าดูการหายใจและเลือดออก |
| สัปดาห์แรก | แผลยังบอบบาง ต้องให้อาหารตามรูปแบบที่ทีมผ่าตัดกำหนดและป้องกันของแข็งกระแทก |
| 2-4 สัปดาห์ | บวมและความเจ็บมักลดลง เนื้อเยื่อกำลังสมาน แต่ยังต้องทำตามข้อจำกัดเรื่องอาหารและกิจกรรม |
| หลังแผลสมาน | กลับสู่กิจวัตรตามวัยทีละน้อย และติดตามเรื่องแผล การกิน การได้ยิน ฟัน และการพูด |
| ระยะยาว | ประเมินการเจริญของใบหน้า การสบฟัน การพูด และความจำเป็นในการรักษาเพิ่มเติม |

หลังซ่อมริมฝีปาก แผลอยู่ในตำแหน่งที่เด็กเอามือจับได้ง่าย ทีมรักษาอาจแนะนำอุปกรณ์ป้องกันข้อศอกชั่วคราว เพื่อไม่ให้เด็กเกาหรือดึงแผล หากใช้ต้องถอดตรวจผิวหนังและขยับแขนตามคำแนะนำ ไม่ควรดัดแปลงอุปกรณ์เองจนรัดแน่น

หลังซ่อมเพดาน สิ่งสำคัญคือไม่ให้ของแข็ง ของแหลม หลอด ช้อนแข็ง ของเล่น หรือมือเข้าไปกระแทกเพดาน รูปแบบอาหารจะแตกต่างกันตามเทคนิคและโรงพยาบาล บางแห่งเริ่มด้วยของเหลวแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารนิ่ม ขณะที่บางแห่งมีแนวทางต่างออกไป ให้ยึดคำสั่งของทีมผ่าตัด ไม่ควรขยายเวลางดอาหารบางชนิดหรือกลับไปกินอาหารปกติเอง

เด็กเล็กไม่ได้ “กลับไปทำงาน” เหมือนผู้ใหญ่ แต่การกลับเนอสเซอรีหรือสถานรับเลี้ยงควรรอจนกินได้ดี ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง ไม่มีไข้ และมีผู้ดูแลที่ป้องกันการกระแทกแผลได้ ศัลยแพทย์จะกำหนดช่วงเวลาตามแผลของเด็กและลักษณะกิจกรรมในสถานรับเลี้ยง

รอยแผลเป็นจะเปลี่ยนไปต่อเนื่องหลายเดือน ระยะแรกอาจแดง แข็ง หรือนูนเล็กน้อย ก่อนอ่อนลงตามกระบวนการสมาน รูปทรงจมูกและริมฝีปากอาจเปลี่ยนตามการเติบโต จึงไม่ควรตัดสินผลระยะยาวจากภาพในวันแรกหลังผ่าตัด

การซ่อมเพดานไม่ได้ทำให้การพูดเป็นปกติทันที เด็กยังต้องเรียนรู้ภาษาและการออกเสียงตามวัย บางคนต้องประเมินโดยนักแก้ไขการพูดและตรวจการได้ยิน เพราะการได้ยินมีผลโดยตรงต่อการเรียนเสียงพูด

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงจากการดมยาสลบ เลือดออก การติดเชื้อ และปฏิกิริยาต่อยาหรือวัสดุทางการแพทย์ สำหรับการซ่อมปากแหว่งและเพดานโหว่ ความเสี่ยงเฉพาะขึ้นกับตำแหน่ง ความกว้างของรอยแยก อายุ สุขภาพ เนื้อเยื่อที่มีอยู่ และการผ่าตัดครั้งก่อน

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ ได้แก่

- **เลือดออก** อาจเห็นเป็นเลือดที่ปาก จมูก หรือกลืนลงกระเพาะ เลือดซึมเล็กน้อยกับเลือดออกต่อเนื่องไม่เหมือนกัน หากไม่แน่ใจควรติดต่อทีมผ่าตัด
- **แผลติดเชื้อ** อาจมีไข้ แผลบวมแดงมากขึ้น มีกลิ่น หรือมีหนอง
- **แผลแยก** เกิดได้จากการสมานไม่ดี การติดเชื้อ ความตึงของแผล หรือการกระแทก
- **รูเชื่อมระหว่างปากกับจมูก** หลังซ่อมเพดานอาจเหลือหรือเกิดช่องเปิดขึ้นใหม่ ทำให้อาหารหรือน้ำออกจมูก หรือมีผลต่อเสียงพูด
- **ทางเดินหายใจบวม** ต้องเฝ้าระวังมากในช่วงแรก โดยเฉพาะเด็กที่มีความผิดปกติของขากรรไกรหรือทางเดินหายใจร่วมด้วย
- **แผลเป็นและรูปทรงไม่สมมาตร** ริมฝีปากหรือจมูกอาจไม่เท่ากันทั้งหมด และอาจต้องประเมินการแก้ไขเมื่อเด็กโต
- **เพดานทำงานปิดไม่เพียงพอ** แม้ช่องเปิดถูกปิดแล้ว กล้ามเนื้ออาจยังปิดทางระหว่างปากกับจมูกได้ไม่เต็มที่ ทำให้เสียงขึ้นจมูกหรือออกเสียงบางเสียงยาก
- **การเจริญของใบหน้าและขากรรไกรผิดสมดุล** เด็กบางคนต้องติดตามการสบฟัน จัดฟัน หรือพิจารณาการรักษาขากรรไกรภายหลัง ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/))
- **ปัญหาการกินและขาดน้ำ** ความเจ็บอาจทำให้เด็กดื่มน้อย ต้องติดตามจำนวนปัสสาวะ ความตื่นตัว และความชุ่มชื้นของปาก
- **ปัญหาการได้ยินและหูชั้นกลาง** ไม่ได้เกิดจากการผ่าตัดเสมอไป แต่พบร่วมกับเพดานโหว่ได้และต้องติดตามระยะยาว

ไม่ควรนำอัตราภาวะแทรกซ้อนจากงานวิจัยขนาดเล็กในประเทศหนึ่งมาใช้ทำนายความเสี่ยงของเด็กในประเทศไทยโดยตรง งานวิจัยที่มีอยู่ใช้วิธีจัดกลุ่มภาวะแทรกซ้อนและระบบการดูแลต่างกัน ทำให้เปรียบเทียบตัวเลขได้ยาก ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงเฉพาะของเด็กจากชนิดรอยแยก สุขภาพ และแผนผ่าตัดจริง

การต้องผ่าตัดเพิ่มเติมไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดครั้งแรกผิดพลาดเสมอไป เด็กเติบโตต่อเนื่อง และปัญหาเรื่องแผลเป็น จมูก ฟัน เหงือก ขากรรไกร หรือการพูดอาจปรากฏชัดในช่วงอายุที่ต่างกัน การรักษาจึงมักเป็นแผนระยะยาวมากกว่าการผ่าตัดครั้งเดียวแล้วจบ

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

พาเด็กไปโรงพยาบาลหรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

| อาการ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง หน้าอกบุ๋ม ปากเขียว หรือปลุกไม่ตื่น | ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที |
| เลือดสดออกจากปากหรือจมูกต่อเนื่อง อาเจียนเป็นเลือดมาก หรือกลืนถี่ผิดปกติ | ไปโรงพยาบาลทันที |
| สำลักมาก ไอไม่หยุด หรือดูเหมือนมีสิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ | ไปโรงพยาบาลทันที |
| แผลแยก ไหมหลุด หรือมีการกระแทกแผลอย่างแรง | ติดต่อทีมผ่าตัดและเข้ารับการตรวจ |
| ไข้ร่วมกับแผลแดง บวม ร้อน มีกลิ่น หรือมีหนอง | ให้แพทย์ประเมินโดยเร็ว |
| ไม่ยอมดื่ม ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้ง ไม่มีน้ำตา หรือซึมลง | ไปโรงพยาบาลเพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ |
| อาเจียนซ้ำ กินไม่ได้ หรือยาแก้ปวดตามใบสั่งควบคุมอาการไม่ได้ | ติดต่อโรงพยาบาลในวันนั้น |
| แขนหรือมือบวม เย็น หรือเปลี่ยนสีจากอุปกรณ์ป้องกันข้อศอก | ถอดหรือคลายอุปกรณ์ทันที ตรวจการไหลเวียนเลือด และติดต่อทีมรักษา หากสียังผิดปกติ มือยังเย็น บวม ปวดมาก หรือขยับนิ้วผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที |

หากผู้ดูแลรู้สึกว่าเด็ก “ดูไม่เหมือนเดิม” แม้ยังระบุอาการไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กซึม หายใจผิดปกติ หรือกินลดลงมาก ควรให้แพทย์ตรวจ ไม่จำเป็นต้องรอให้อาการครบทุกข้อ

## ทางเลือกอื่น

ไม่มีวิธีที่ไม่ผ่าตัดซึ่งสามารถทำให้รอยแยกของริมฝีปากหรือเพดานปิดสนิทถาวรได้ แต่มีการดูแลหลายอย่างที่จำเป็นก่อนและหลังผ่าตัด บางวิธีช่วยเตรียมเนื้อเยื่อ ลดปัญหาการกิน หรือช่วยการทำงาน โดยไม่ใช่สิ่งทดแทนการซ่อมโครงสร้าง

### การดูแลที่ไม่ใช่การผ่าตัด

- **การช่วยให้อาหาร** ใช้ท่าป้อนนมและอุปกรณ์ที่เหมาะ เพื่อให้เด็กได้รับพลังงานเพียงพอและลดความเหนื่อย
- **การจัดตำแหน่งริมฝีปากหรือสันเหงือกก่อนผ่าตัด** เด็กบางคนอาจได้รับเทปหรืออุปกรณ์ในช่องปาก เพื่อค่อยๆ จัดเนื้อเยื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการผ่าตัด วิธีนี้ต้องดูแลโดยทีมที่มีประสบการณ์ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/23394-cleft-lip-cleft-palate-surgery))
- **การฝึกพูด** เหมาะสำหรับปัญหาการออกเสียงที่แก้ได้ด้วยการเรียนรู้และฝึกกล้ามเนื้อ แต่ไม่สามารถปิดรูหรือแก้โครงสร้างเพดานที่ทำงานไม่พอได้
- **การดูแลการได้ยินและหูชั้นกลาง** ช่วยให้เด็กได้ยินเสียงพูดชัดพอสำหรับพัฒนาภาษา
- **ทันตกรรมและการจัดฟัน** ดูแลฟันที่ขึ้นผิดตำแหน่ง การสบฟัน และการเตรียมสัน[เหงือก](/hdcare/gum-surgery/)ตามช่วงอายุ
- **การสนับสนุนด้านพัฒนาการและจิตใจ** ช่วยเด็กและครอบครัวรับมือกับการรักษาระยะยาว การสื่อสาร และการเข้าสังคม

### ทางเลือกในการผ่าตัด

คำว่า “ทางเลือก” ในกรณีนี้มักหมายถึงเทคนิคและช่วงเวลา ไม่ใช่เลือกว่าจะปิดรอยแยกด้วยหรือไม่ ศัลยแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดครั้งเดียวหรือแบ่งหลายระยะ เลือกวิธีจัดกล้ามเนื้อเพดานต่างกัน หรือวางแผน[แก้จมูก](/hdcare/revision-rhinoplasty/) เหงือก [ขากรรไกร](/hdcare/corrective-jaw-surgery/) และการพูดในช่วงอายุที่เหมาะสม

หากเป็นการผ่าตัดซ้ำ ควรตรวจให้ชัดว่าปัญหาเกิดจากรูเชื่อม การทำงานของเพดาน การได้ยิน การเรียนรู้เสียงพูด หรือหลายสาเหตุร่วมกัน การผ่าตัดซ้ำไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติสำหรับเด็กทุกคนที่พูดไม่ชัด

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการรักษาหรือไม่ขึ้นกับการวินิจฉัย โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ รายการรักษาที่จำเป็น และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนวันผ่าตัด เพราะการรักษาปากแหว่งและเพดานโหว่มักต่อเนื่องหลายสาขาและหลายช่วงอายุ

### บัตรทอง

เริ่มติดต่อหน่วยบริการประจำของเด็กเพื่อขอการประเมินและใบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีทีมศัลยกรรมเด็กหรือทีมดูแลภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ถามให้ชัดว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจ การผ่าตัด การดมยาสลบ การนอนโรงพยาบาล อุปกรณ์ก่อนผ่าตัด ทันตกรรม การได้ยิน และการฝึกพูดส่วนใดบ้าง

หากต้องรักษาต่อเนื่องหลายโรงพยาบาล ให้ถามว่าใบส่งต่อมีอายุเท่าใดและต้องออกใหม่ในแต่ละช่วงหรือไม่ อย่าเปลี่ยนโรงพยาบาลเองก่อนตรวจสอบขั้นตอน เพราะอาจทำให้เอกสารการส่งต่อไม่ต่อเนื่อง

### ประกันสังคม

ตรวจสอบโรงพยาบาลตามสิทธิและสถานะสิทธิของผู้ป่วยก่อน หากผู้ป่วยเป็นบุตรหรือผู้ติดตาม ต้องถามหน่วยงานที่ดูแลสิทธิโดยตรงว่าสามารถใช้สิทธิประเภทใดได้ การส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าต้องเป็นไปตามระบบของโรงพยาบาลต้นทาง

ควรถามว่าการรักษาต่อเนื่องด้านทันตกรรม การจัดฟัน การพูด และการผ่าตัดเพิ่มเติมใช้สิทธิเดียวกันหรือมีเกณฑ์แยกกัน เพราะแต่ละบริการอาจอยู่คนละแผนกและมีเงื่อนไขต่างกัน

### ประกันสุขภาพเอกชน

ติดต่อบริษัทประกันก่อนนัดผ่าตัด ภาวะนี้เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด จึงอาจมีข้อยกเว้น ระยะรอคอย หรือเงื่อนไขเฉพาะในกรมธรรม์ ขอให้บริษัทตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าครอบคลุมค่าศัลยแพทย์ วิสัญญี การพักโรงพยาบาล การตรวจ และการผ่าตัดเพิ่มเติมหรือไม่

ส่งเอกสารการวินิจฉัย แผนการรักษา และรายการที่โรงพยาบาลขออนุมัติล่วงหน้าให้ครบ อย่าถือว่าการอนุมัติการผ่าตัดครั้งแรกจะครอบคลุมการรักษาทุกระยะในอนาคต

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดปากแหว่งควรทำตอนอายุเท่าไร

การซ่อมปากแหว่งมักวางแผนในช่วงประมาณ 3-6 เดือน แต่วันผ่าตัดจริงขึ้นกับน้ำหนัก สุขภาพ ลักษณะรอยแยก และความพร้อมของทีมรักษา ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/23394-cleft-lip-cleft-palate-surgery)) หากเด็กคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักขึ้นช้า มีโรคหัวใจ หรือมีปัญหาทางเดินหายใจ แพทย์อาจเลื่อนจนปลอดภัยกว่า

### ผ่าตัดเพดานโหว่ควรทำตอนอายุเท่าไร

การซ่อมเพดานมักวางแผนช่วงประมาณ 9-12 เดือน เพื่อปิดเพดานก่อนหรือใกล้ช่วงพัฒนาการพูด แต่ช่วงเวลาจริงไม่เหมือนกันทุกโรงพยาบาล ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/)) ศัลยแพทย์ต้องชั่งระหว่างความพร้อมต่อยาสลบ การเจริญของเนื้อเยื่อ และเป้าหมายด้านการพูด

### ต้องผ่าตัดกี่ครั้ง

เด็กบางคนต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะริมฝีปาก เพดาน เหงือก จมูก ขากรรไกร และการพูดได้รับการดูแลคนละช่วงอายุ จำนวนครั้งทำนายจากชื่อโรคอย่างเดียวไม่ได้ เด็กที่มีรอยแยกคล้ายกันอาจต้องการแผนต่างกันตามการเจริญเติบโตและผลการประเมินแต่ละระยะ

### ปากแหว่งกับเพดานโหว่ผ่าตัดพร้อมกันได้ไหม

โดยทั่วไปมักซ่อมริมฝีปากก่อนและซ่อมเพดานภายหลัง มากกว่าทำทุกส่วนพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม แผนขึ้นกับชนิดรอยแยก อายุ สุขภาพ และเทคนิคของทีมผ่าตัด ผู้ปกครองควรถามว่าแต่ละครั้งซ่อมส่วนใดและเหตุใดจึงเลือกช่วงเวลานั้น

### หลังผ่าตัดลูกจะกินนมได้อย่างไร

เด็กจะเริ่มรับน้ำหรือนมตามเวลาที่ทีมผ่าตัดเห็นว่าปลอดภัย และอาจต้องใช้อุปกรณ์หรือวิธีป้อนเฉพาะช่วงหนึ่ง แนวทางหลังซ่อมริมฝีปากกับเพดานไม่เหมือนกัน จึงควรฝึกวิธีป้อนกับทีมโรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน และไม่ควรใช้หลอด ช้อนแข็ง หรืออุปกรณ์ที่อาจกระแทกแผลโดยไม่ได้รับอนุญาต

### การผ่าตัดทำให้พูดชัดเลยหรือไม่

การผ่าตัดช่วยสร้างโครงสร้างที่จำเป็นต่อการพูด แต่ไม่ได้ทำให้เด็กพูดชัดทันที เด็กยังต้องพัฒนาภาษา ฝึกออกเสียง และได้รับการตรวจการได้ยิน บางคนยังมีเสียงขึ้นจมูกหรือออกเสียงผิดแม้แผลปิดดี จึงต้องประเมินก่อนเลือกการฝึกพูดหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

### หลังผ่าตัดจะยังมีแผลเป็นหรือไม่

การซ่อมปากแหว่งทำให้มีรอยแผลเป็นที่ริมฝีปาก แม้ศัลยแพทย์จะวางแนวและเย็บเพื่อลดความเด่นของแผล รูปลักษณ์ของแผลขึ้นกับชนิดรอยแยก การสมานของแต่ละคน การติดเชื้อ และการเจริญเติบโต ไม่ควรตัดสินแผลในช่วงที่ยังบวมแดงใหม่ๆ

### ถ้าเด็กเป็นหวัดก่อนวันผ่าตัดควรทำอย่างไร

โทรแจ้งโรงพยาบาลก่อนเดินทาง เพราะอาการหวัด ไอ ไข้ หรือหายใจมีเสียงอาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างดมยาสลบ วิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์จะตัดสินใจจากความรุนแรงของอาการ การตรวจปอด อายุ และชนิดการผ่าตัด ไม่ควรให้ยาปกปิดอาการเพื่อให้ผ่าตัดได้ตามนัด

### หลังซ่อมเพดานแล้วนมหรืออาหารยังออกจมูกได้หรือไม่

อาจเกิดขึ้นได้ช่วงสั้นๆ จากอาการบวม วิธีป้อน หรือการกลืนที่ยังปรับตัว แต่ถ้าเกิดซ้ำต่อเนื่องหลังแผลสมาน ควรตรวจว่ามีรูเชื่อมหรือการทำงานของเพดานผิดปกติหรือไม่ อย่าใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ตรวจแผลเอง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ

### เด็กต้องตรวจการได้ยินด้วยหรือไม่

เด็กที่มีเพดานโหว่ควรได้รับการติดตามการได้ยิน เพราะมีโอกาสเกิดปัญหาหูชั้นกลางและการได้ยินซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการพูด แม้เด็กจะดูเหมือนตอบสนองต่อเสียงได้ ก็ควรเข้ารับการตรวจตามแผนของทีมรักษา

### ถ้าโตแล้วแต่ยังไม่ได้ผ่าตัด ยังรักษาได้ไหม

เด็กโตและผู้ใหญ่ยังสามารถเข้ารับการประเมินเพื่อซ่อมรอยแยกได้ แต่เป้าหมาย เทคนิค และแผนอาจต่างจากการรักษาในทารก ศัลยแพทย์ต้องประเมินเนื้อเยื่อ การพูด ฟัน ขากรรไกร สุขภาพ และผลที่คาดหวังอย่างเป็นจริงก่อนวางแผน

### ต้องจัดฟันหรือผ่าตัดขากรรไกรในอนาคตหรือไม่

เด็กบางคนต้องจัดฟัน ดูแลช่องว่างของสันเหงือก หรือผ่าตัดขากรรไกรเมื่อการเจริญเติบโตถึงช่วงที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทุกคนจะต้องทำเหมือนกัน การติดตามกับทันตแพทย์และทีมดูแลระยะยาวช่วยให้เลือกเวลาที่สัมพันธ์กับการขึ้นของฟันและการเติบโตของใบหน้า

### ผ่าตัดแล้วจำเป็นต้องฝึกพูดทุกคนหรือไม่

ไม่ใช่เด็กทุกคนต้องฝึกในระดับเดียวกัน แต่ทุกคนควรได้รับการติดตามพัฒนาการภาษาและการออกเสียง หากปัญหาเกิดจากรูปแบบการออกเสียงที่เรียนรู้ผิด การฝึกอาจช่วยได้มาก แต่ถ้าเกิดจากรูเชื่อมหรือเพดานปิดไม่พอ ต้องประเมินโครงสร้างร่วมด้วย

### ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาอะไรบ้าง

ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาต้านการอักเสบบางชนิด รวมถึงสมุนไพรหรืออาหารเสริมบางอย่างอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามหยุดเอง ให้นำรายชื่อหรือบรรจุภัณฑ์ยาทั้งหมดไปให้ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์กำหนดเวลาเฉพาะราย รวมถึงยาที่คิดว่าเป็นเพียงวิตามินด้วย

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Cleft Lip & Cleft Palate Surgery: Repair Steps & Post-op Care](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/23394-cleft-lip-cleft-palate-surgery) — เกี่ยวกับ Cleft lip and palate repair — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Postoperative complications from primary repair of cleft lip and ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4924396/) — เกี่ยวกับ Cleft lip and palate repair — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Penn Medicine: Cleft lip and palate repair](https://www.pennmedicine.org/treatments/cleft-lip-and-palate-repair) — เกี่ยวกับ Cleft-lip and palate repair — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
