# ผ่าตัดต้อกระจก

**การผ่าตัดต้อกระจก (Cataract surgery) คือการนำเลนส์ตาธรรมชาติที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเพื่อให้แสงผ่านเข้าสู่ตาได้ดีขึ้น ใช้รักษาต้อกระจกที่ทำให้การมองเห็นลดลงหรือรบกวนชีวิตประจำวัน**

## ประเด็นสำคัญ

- **การผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่นำต้อกระจกออกได้** แต่ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องรีบทำทันที หากการมองเห็นยังไม่รบกวนชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัย
- **ตัวการผ่าตัดมักใช้เวลาไม่นาน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามสภาพตา เทคนิค และความซับซ้อน ผู้ป่วยควรสอบถามเวลาที่คาดไว้จากสถานพยาบาล** ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ต้องมีคนพากลับและห้ามขับรถเอง
- **หลังผ่าตัดอาจมองมัว ระคายตา หรือแพ้แสงได้ชั่วคราว** หากปวดตามากขึ้น ตาแดงมาก มองเห็นลดลงทันที หรือเห็นเงาดำคล้ายม่าน ต้องรีบพบแพทย์

## การผ่าตัดนี้คืออะไร

**แพทย์จะนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกผ่านแผลขนาดเล็ก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนตำแหน่งเดิม** เลนส์ใหม่นี้ช่วยให้แสงผ่านและโฟกัสเข้าสู่จอประสาทตาได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้โรคตาชนิดอื่นหายไปด้วย

ต้อกระจกเกิดเมื่อเลนส์ธรรมชาติภายในตาค่อยๆ ขุ่น แสงจึงผ่านได้ไม่ดี คุณอาจรู้สึกเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า มองไม่ชัด สีซีดลง เห็นแสงฟุ้งหรือวงรอบดวงไฟ และมองกลางคืนลำบาก อาการมักค่อยเป็นค่อยไปและอาจเกิดไม่เท่ากันในตาสองข้าง

ต้อกระจกพบได้มากขึ้นตามอายุ แต่ยังอาจสัมพันธ์กับการบาดเจ็บที่ตา โรคบางชนิด การใช้ยาบางประเภท หรือเกิดตั้งแต่เด็กได้ ในเด็ก การรักษาอาจต้องทำเร็วกว่าในผู้ใหญ่ เพราะภาพที่ไม่ชัดอาจกระทบต่อพัฒนาการด้านการมองเห็น

การผ่าตัดในผู้ใหญ่ไม่ได้พิจารณาจากความขุ่นของเลนส์เพียงอย่างเดียว แพทย์จะดูว่าการมองเห็นกระทบการอ่านหนังสือ ทำงาน ขับรถ เดินขึ้นลงบันได ทำอาหาร หรือดูแลตัวเองมากแค่ไหน รวมถึงตรวจว่ามีโรคตาอื่นซึ่งอาจจำกัดผลการมองเห็นหลังผ่าตัดหรือไม่

หากเป็นต้อกระจกทั้งสองข้าง โดยทั่วไปแพทย์จะรักษาแยกคนละวัน เพื่อให้ติดตามการฟื้นตัวของตาข้างแรกและลดความเสี่ยงที่อาจกระทบตาทั้งสองข้างพร้อมกัน ระยะห่างระหว่างการผ่าตัดขึ้นกับสภาพตา สุขภาพโดยรวม และแนวทางของสถานพยาบาล

สิ่งสำคัญคือเลนส์แก้วตาเทียมไม่สามารถปรับระยะได้เหมือนเลนส์ธรรมชาติทุกชนิด หลังผ่าตัดคุณจึงอาจยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ แว่นมองไกล หรือแว่นแก้สายตาเอียง ขึ้นกับชนิดเลนส์ที่เลือกและค่าสายตาที่เหลืออยู่

## ใครควรทำและใครอาจยังไม่ควรทำ

**ควรพิจารณาผ่าตัดเมื่อการมองเห็นที่ลดลงเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ความปลอดภัย หรือการตรวจรักษาโรคตาอื่น** หากอาการยังเล็กน้อยและใช้แว่นหรือเพิ่มแสงสว่างแล้วดำเนินชีวิตได้ตามปกติ คุณอาจติดตามอาการก่อนได้

| สถานการณ์ | แนวทางที่มักพิจารณา |
|---|---|
| อ่านหนังสือหรือทำงานไม่ชัด | ประเมินเพื่อผ่าตัด |
| ขับรถกลางคืนลำบาก แสงฟุ้งมาก | ประเมินความปลอดภัยและการผ่าตัด |
| เดินสะดุดหรือกะระยะผิด | ควรพบจักษุแพทย์ |
| อาการเล็กน้อย ไม่รบกวนชีวิต | อาจติดตามและปรับแว่น |
| มีต้อกระจกสองข้าง | มักรักษาแยกคนละวัน |
| เป็นต้อกระจกในเด็ก | ต้องประเมินเร็วเพื่อป้องกันพัฒนาการสายตาผิดปกติ |

ผู้ที่อาจได้ประโยชน์จากการผ่าตัด ได้แก่ ผู้ที่มองมัวจนอ่านหนังสือ ดูโทรศัพท์ ทำงานบ้าน หรือทำงานอาชีพได้ยาก ผู้ที่เห็นแสงจ้าหรือวงรอบไฟจนขับรถไม่ปลอดภัย และผู้ที่แพทย์จำเป็นต้องมองผ่านเลนส์ตาเพื่อประเมินหรือรักษาจอประสาทตา แต่ต้อกระจกบดบังการตรวจ

อย่างไรก็ตาม การมองไม่ชัดไม่ได้เกิดจากต้อกระจกเสมอไป [ต้อหิน](/hdcare/glaucoma-surgery/) โรคจอประสาทตา เบาหวานขึ้นจอตา กระจกตาผิดปกติ และโรคของเส้นประสาทตาอาจทำให้มองเห็นลดลงได้เช่นกัน หากโรคเหล่านี้เป็นสาเหตุหลัก การนำต้อกระจกออกอาจช่วยได้ไม่เต็มที่ แพทย์จึงต้องตรวจตาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

การเลื่อนผ่าตัดอาจเหมาะสมเมื่อมีการติดเชื้อหรือการอักเสบในตาที่ยังควบคุมไม่ได้ สุขภาพโดยรวมยังไม่พร้อม หรือผู้ป่วยไม่สามารถนอนนิ่งและทำตามคำแนะนำระหว่างการผ่าตัดด้วยยาชาเฉพาะที่ได้ แพทย์จะประเมินว่าควรรักษาปัญหานั้นก่อนหรือปรับวิธีระงับความรู้สึก

ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาต่อมลูกหมาก หรือมีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ไม่ได้หมายความว่าผ่าตัดไม่ได้ แต่ต้องแจ้งรายการยาและโรคทั้งหมด ห้ามหยุดยาเอง เพราะความเสี่ยงจากการหยุดยาอาจมากกว่าความเสี่ยงระหว่างผ่าตัด

ก่อนตัดสินใจ คุณควรเข้าใจว่าการผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อแก้ความขุ่นของเลนส์ ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ต้องใส่แว่น และไม่สามารถฟื้นการมองเห็นที่สูญเสียจากจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตาที่เสียหายแล้วได้

## ต้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างไร

**คุณต้องตรวจและวัดตาเพื่อคำนวณกำลังของเลนส์แก้วตาเทียม พร้อมแจ้งโรคประจำตัว ยาทุกชนิด และประวัติแพ้ยาให้ทีมรักษาทราบ** คำสั่งเรื่องอาหาร ยา และเวลาเดินทางอาจต่างกันตามวิธีระงับความรู้สึก จึงควรยึดคำแนะนำของสถานพยาบาลเป็นหลัก

### ตรวจตาและเลือกเลนส์

แพทย์จะตรวจระดับการมองเห็น วัดความดันตา ตรวจส่วนหน้าของตาและจอประสาทตา รวมถึงวัดรูปร่างและความยาวของลูกตา ข้อมูลเหล่านี้ใช้คำนวณกำลังของเลนส์ที่จะใส่ หากตรวจพบโรคตาอื่น แพทย์จะอธิบายว่าโรคนั้นอาจกระทบผลลัพธ์อย่างไร

คุณอาจต้องเลือกเป้าหมายการมองเห็น เช่น เน้นมองไกลหรือเน้นระยะใกล้ เลนส์บางชนิดช่วยแก้สายตาเอียงหรือเพิ่มระยะการมองเห็นได้ แต่แต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และโอกาสเกิดแสงฟุ้งต่างกัน ไม่มีเลนส์ชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกคน ควรเลือกตามสภาพตา งาน และกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ

หากใส่คอนแทคเลนส์ อาจต้องหยุดใส่ล่วงหน้าหลายวันเพื่อให้การวัดตาแม่นยำ ระยะเวลาขึ้นกับชนิดของคอนแทคเลนส์และคำสั่งของทีมตรวจ ไม่ควรกำหนดวันหยุดใส่เองโดยไม่ถามสถานพยาบาล

### อาหารและยา

หากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ บางแห่งอาจอนุญาตให้กินและดื่มได้ตามปกติ แต่ถ้ามียากล่อมประสาทหรือการดมยาสลบ อาจต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่กำหนด คุณควรถามให้ชัดเจน ไม่ควรอ้างอิงคำแนะนำของผู้อื่น เพราะแผนระงับความรู้สึกอาจไม่เหมือนกัน

นำรายชื่อยาทั้งหมดไปด้วย รวมถึงยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร ยาหยอดตา และอาหารเสริม ห้ามหยุดยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน หรือยาความดันด้วยตัวเอง ทีมรักษาจะบอกว่ายาใดควรกินต่อ ปรับเวลา หรือพักชั่วคราว

หากมีไข้ ไอมาก แผลติดเชื้อ ตาแดง มีขี้ตาผิดปกติ หรือสุขภาพเปลี่ยนก่อนวันนัด ควรแจ้งสถานพยาบาล แพทย์อาจต้องประเมินว่าควรดำเนินการตามกำหนดหรือเลื่อนเพื่อความปลอดภัย

### สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด

| ควรเตรียม | เหตุผล |
|---|---|
| บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิ | ใช้ยืนยันตัวและสิทธิรักษา |
| รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา | ช่วยวางแผนการรักษา |
| ผลตรวจหรือเอกสารส่งตัว | ใช้ประกอบการประเมิน |
| แว่นตาและกล่องเก็บ | ใช้หลังถอดอุปกรณ์ปิดตา |
| แว่นกันแดด | ลดความระคายจากแสง |
| ผู้ดูแลพากลับ | หลังผ่าตัดห้ามขับรถเอง |

หลีกเลี่ยงการแต่งหน้ารอบดวงตา ครีมบริเวณเปลือกตา เครื่องประดับ และเสื้อผ้าที่ถอดยาก ควรสวมเสื้อที่สบายและไม่ต้องดึงผ่านศีรษะแรงๆ หากสถานพยาบาลมีคำแนะนำเรื่องการสระผมหรือทำความสะอาดใบหน้า ให้ทำตามคำแนะนำนั้น

วางแผนล่วงหน้าว่าใครจะพากลับและอยู่ช่วยในช่วงแรก โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่คนเดียว จัดบ้านให้เดินสะดวก เก็บของที่อาจทำให้สะดุด และวางยาหยอดตาไว้ในจุดที่หยิบง่าย

## ขั้นตอนการผ่าตัดเป็นอย่างไร

**ขั้นตอนหลักคือขยายรูม่านตา ให้ยาชา เปิดแผลเล็กที่กระจกตา นำเลนส์ที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียม** คุณมักรู้สึกตัวตลอดเวลา แต่อาจเห็นแสง สี หรือการเคลื่อนไหวโดยไม่เห็นรายละเอียดของการผ่าตัด

ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้

1. **ตรวจยืนยันข้อมูล** ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ข้างของตาที่จะผ่าตัด ชนิดเลนส์ ประวัติแพ้ยา และเอกสารยินยอมก่อนเริ่ม
2. **หยอดยาขยายรูม่านตา** ยาจะทำให้รูม่านตาเปิดกว้าง เพื่อให้แพทย์เข้าถึงเลนส์ภายในตาได้
3. **ให้ยาชาเฉพาะที่** อาจใช้ยาหยอดตา การฉีดยารอบตา หรือทั้งสองแบบ คุณจะตื่นอยู่แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บ หากไม่สบายต้องบอกทีมรักษา ไม่ควรขยับตัวทันที
4. **ทำความสะอาดและคลุมบริเวณผ่าตัด** เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดรอบดวงตาและใช้ผ้าปลอดเชื้อคลุมใบหน้า โดยเปิดเฉพาะตาข้างที่รักษา
5. **เปิดแผลขนาดเล็ก** จักษุแพทย์จะสร้างช่องเล็กผ่านกระจกตาและเปิดเยื่อหุ้มด้านหน้าของเลนส์
6. **สลายและดูดเลนส์ที่ขุ่นออก** วิธีที่ใช้บ่อยคือใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบ่งเลนส์เป็นชิ้นเล็ก แล้วดูดออก โดยคงถุงหุ้มเลนส์บางส่วนไว้รองรับเลนส์ใหม่
7. **ใส่เลนส์แก้วตาเทียม** เลนส์จะถูกพับผ่านแผลเล็กและกางอยู่ภายในถุงหุ้มเลนส์ แพทย์ตรวจตำแหน่งให้เหมาะสมก่อนจบ
8. **ปิดตาหรือใส่อุปกรณ์ป้องกัน** แผลส่วนใหญ่อาจปิดได้เองโดยไม่ต้องเย็บ หากจำเป็นต้องเย็บ แพทย์จะแจ้งว่าต้องตัดไหมภายหลังหรือไม่

ระหว่างทำ คุณอาจรู้สึกว่ามีน้ำไหลบริเวณแก้ม รู้สึกกดเบาๆ หรือเห็นแสงเปลี่ยนไป อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเกิดความผิดปกติเสมอไป หากเจ็บ คลื่นไส้ ไอ หรืออยากขยับตัว ให้บอกทีมรักษาก่อน

หลังเสร็จ เจ้าหน้าที่จะพาไปพักเพื่อประเมินอาการ ตรวจความพร้อม และอธิบายวิธีใช้ยาหยอดตา คุณอาจได้รับอุปกรณ์ปิดตาหรือแผ่นพลาสติกครอบตาเพื่อป้องกันการเผลอขยี้ โดยเฉพาะช่วงนอนหลับ

## ใช้เวลานานแค่ไหนและต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่

**ตัวการผ่าตัดมักใช้เวลาไม่นาน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามสภาพตา เทคนิค และความซับซ้อน ผู้ป่วยควรสอบถามเวลาที่คาดไว้จากสถานพยาบาล** เวลาที่อยู่สถานพยาบาลจะนานกว่านั้นเพราะต้องเตรียมตา รอยาขยายรูม่านตา และสังเกตอาการหลังทำ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักได้รับยาชาเฉพาะที่ จึงตื่นและสื่อสารได้ตลอด อาจให้ยาช่วยผ่อนคลายในบางราย หากเป็นเด็ก ผู้ที่ไม่สามารถนอนนิ่ง หรือมีเหตุผลทางการแพทย์อื่น อาจต้องใช้วิธีระงับความรู้สึกที่ต่างออกไป ซึ่งต้องเตรียมตัวและเฝ้าระวังมากขึ้น

โดยทั่วไปสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังทีมรักษาประเมินว่าอาการคงที่ เดินได้ และไม่มีปัญหาที่ต้องเฝ้าดูต่อ แต่รูปแบบการรับไว้รักษาอาจต่างกันตามสุขภาพของผู้ป่วย ความซับซ้อนของการผ่าตัด และระบบของสถานพยาบาล

ห้ามขับรถกลับเอง เพราะตาข้างที่ผ่าตัดอาจถูกปิด การมองเห็นยังมัว รูม่านตายังขยาย หรือได้รับยาที่ทำให้ง่วง แม้คุณจะรู้สึกว่ามองเห็นดีขึ้นทันที ก็ควรให้ผู้ดูแลพากลับตามแผน

## พักฟื้นนานแค่ไหนและควรดูแลตัวเองอย่างไร

**หลายคนกลับไปทำกิจวัตรเบาๆ ได้ภายในไม่กี่วัน แต่การมองเห็นอาจยังเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์** ระยะฟื้นตัวขึ้นกับความรุนแรงของต้อกระจก สภาพกระจกตา โรคตาเดิม และความซับซ้อนระหว่างผ่าตัด

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก คุณอาจมองมัวจากยาขยายรูม่านตาและผลของการผ่าตัด แสงอาจดูจ้ากว่าปกติ สีดูสดขึ้น หรือกะระยะไม่ถนัด โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ได้ผ่าตาอีกข้าง ความแตกต่างระหว่างตาสองข้างอาจทำให้รู้สึกเวียนศีรษะหรือไม่สมดุลได้ชั่วคราว

ช่วงสองสามวันแรกอาจมีอาการระคายตาเหมือนมีเม็ดทราย น้ำตาไหล คันเล็กน้อย หรือเจ็บไม่มาก อาการควรค่อยๆ ดีขึ้น ไม่ควรขยี้หรือกดตา หากมีอาการปวดมากขึ้นแทนที่จะลดลง ควรติดต่อสถานพยาบาล

แพทย์มักให้ยาหยอดตาเพื่อช่วยลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อ บางแนวทางใช้ยาหยอดประมาณ 4 สัปดาห์ แต่ชนิด ความถี่ และระยะเวลาต้องยึดตามใบสั่งของแพทย์ หยอดตามเวลา ล้างมือก่อนใช้ และอย่าให้ปลายขวดสัมผัสดวงตาหรือขนตา

หากมียาหยอดมากกว่าหนึ่งชนิด ให้ถามว่าควรเว้นระยะเท่าไรและใช้ลำดับใด ไม่ควรหยุดเองเมื่อรู้สึกดีขึ้น เพราะอาการภายนอกอาจหายก่อนการอักเสบภายในตาจะสงบ

### แนวทางในแต่ละช่วง

| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบและการดูแล |
|---|---|
| วันแรก | มองมัว แพ้แสง ระคายเล็กน้อย พักและใช้ยาตามสั่ง |
| หลายวันแรก | การมองเห็นค่อยๆ ดีขึ้น ทำกิจกรรมเบาๆ ได้ |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | ตายังปรับตัวและค่าสายตาอาจเปลี่ยน |
| หลังแพทย์ประเมินว่าคงที่ | ตรวจวัดแว่นใหม่หากยังจำเป็น |

ควรสวมแผ่นครอบตาตอนกลางคืนตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อป้องกันการเผลอขยี้หรือกดตาระหว่างหลับ หากออกนอกบ้านในวันที่ลมแรง ใช้แว่นเพื่อป้องกันฝุ่น และใส่แว่นกันแดดเมื่อรู้สึกว่าแสงจ้าเกินไป

หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก เล่นกีฬาที่เสี่ยงกระแทก และว่ายน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาต ระวังไม่ให้น้ำสกปรก สบู่ แชมพู ฝุ่น หรือเครื่องสำอางเข้าตา การอาบน้ำและสระผมควรทำอย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของทีมรักษา

คุณสามารถอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ หรือใช้โทรศัพท์ได้หากไม่ทำให้ไม่สบายตา กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เลนส์หลุดโดยตรง แต่ควรพักเมื่อเมื่อยตาและจัดแสงให้เหมาะสม

การกลับไปทำงานขึ้นกับลักษณะงาน งานโต๊ะที่ไม่ใช้แรงอาจกลับได้เร็วกว่า ส่วนงานยกของ งานในพื้นที่มีฝุ่น งานขับรถ หรืองานที่เสี่ยงต่อการกระแทกตาอาจต้องพักนานกว่า อย่ากลับไปขับรถจนกว่าการมองเห็นจะผ่านเกณฑ์ที่ปลอดภัยและแพทย์อนุญาต

แม้การมองเห็นดีขึ้น คุณอาจยังต้องใส่แว่นสำหรับอ่านหนังสือหรือมองไกล ค่าสายตาอาจเปลี่ยนระหว่างการฟื้นตัว จึงควรรอให้แพทย์ประเมินว่าตาคงที่ก่อนตัดแว่นใหม่ เวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละคน

## มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง

**ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบไม่บ่อย แต่สามารถเกิดการติดเชื้อ เลือดออก อักเสบ จอประสาทตาหลุดลอก หรือเลนส์แก้วตาเทียมเคลื่อนได้** ภาวะแทรกซ้อนบางชนิด เช่น การติดเชื้อภายในลูกตา เลือดออกรุนแรง หรือจอประสาทตาหลุดลอก อาจทำให้การมองเห็นลดลงถาวรหรือสูญเสียการมองเห็นได้ แม้ได้รับการรักษาแล้ว บางภาวะรักษาด้วยยาได้ ขณะที่บางภาวะอาจต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดเพิ่มเติม

อาการระยะสั้นที่พบได้ ได้แก่ มองมัว ตาแห้ง ระคายเคือง รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม แพ้แสง หรือเห็นแสงฟุ้ง อาการเหล่านี้มักค่อยๆ ลดลง แต่ควรแจ้งแพทย์หากไม่ดีขึ้นตามนัดหรือรบกวนมากขึ้น

กระจกตาอาจบวมหลังผ่าตัด ทำให้ภาพเหมือนมองผ่านหมอก ผู้ที่มีต้อกระจกหนาแน่นหรือมีโรคกระจกตาเดิมอาจฟื้นช้ากว่าคนทั่วไป แพทย์จะตรวจว่าความมัวเกิดจากการบวมตามการฟื้นตัวหรือมีสาเหตุอื่น

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้ ได้แก่

- การติดเชื้อภายในลูกตา
- การอักเสบในตาที่มากหรือยาวนาน
- เลือดออกภายในตา
- ความดันตาสูงหรือต่ำผิดปกติ
- กระจกตาบวม
- ถุงหุ้มเลนส์ฉีกระหว่างผ่าตัด
- เศษเลนส์ตกค้างภายในตา
- เลนส์แก้วตาเทียมเอียงหรือเคลื่อนตำแหน่ง
- จอประสาทตาบวมหรือหลุดลอก
- ค่าสายตาหลังผ่าตัดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
- การมองเห็นลดลงจากโรคตาเดิม

อีกภาวะหนึ่งคือถุงหุ้มเลนส์ด้านหลังขุ่น ซึ่งอาจเกิดหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปีหลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าภาพกลับมามัวหรือแสงฟุ้งคล้ายต้อกระจก แต่ไม่ใช่ต้อกระจกงอกใหม่ เพราะเลนส์ธรรมชาติถูกนำออกไปแล้ว แพทย์สามารถเปิดช่องในเยื่อที่ขุ่นด้วยเลเซอร์ได้ในผู้ที่เหมาะสม

บางคนเห็นวงรอบดวงไฟ แสงสะท้อน เส้นแสง หรือเงารูปโค้งในลานสายตา อาการอาจสัมพันธ์กับชนิดเลนส์ ค่าสายตาที่เหลืออยู่ ตาแห้ง หรือถุงหุ้มเลนส์ขุ่น หลายรายปรับตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่ควรตรวจหาสาเหตุหากอาการต่อเนื่องหรือรบกวนการใช้ชีวิต

ปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน ผู้ที่มีต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม เบาหวานขึ้นจอตา กระจกตาผิดปกติ เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดตามาก่อน อาจมีความเสี่ยงและแนวโน้มการฟื้นตัวต่างจากผู้ที่ไม่มีโรคตาอื่น แพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนลงนามยินยอม

## สัญญาณใดต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

**ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันทีหากปวดตามากขึ้น มองเห็นลดลงฉับพลัน ตาแดงมาก มีแสงวาบ จุดดำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว หรือมีเงาดำคล้ายม่านบังภาพ** อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ความดันตาผิดปกติ หรือจอประสาทตาหลุดลอก

| อาการ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| ปวดตามากหรือปวดเพิ่มขึ้น | ติดต่อสถานพยาบาลทันที |
| มองเห็นลดลงฉับพลัน | ไปพบแพทย์ด่วน |
| ตาแดงมาก มีขี้ตาผิดปกติ | รีบตรวจหาการติดเชื้อ |
| เห็นแสงวาบ | ต้องประเมินจอประสาทตา |
| จุดหรือเส้นลอยเพิ่มขึ้นทันที | ไปตรวจโดยเร็ว |
| เงาดำคล้ายม่านบังภาพ | ภาวะฉุกเฉินทางตา |
| คลื่นไส้ร่วมกับปวดตารุนแรง | ต้องประเมินความดันตา |
| บาดเจ็บหรือถูกกระแทกตา | ติดต่อทีมรักษาทันที |

อย่ารอถึงวันนัดหากอาการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และอย่าหยอดยาที่เหลือจากครั้งก่อนหรือยาของผู้อื่นเพื่อทดลองรักษาเอง หากติดต่อสถานพยาบาลเดิมไม่ได้ ควรไปห้องฉุกเฉินหรือหน่วยบริการที่มีแพทย์ประเมินตาได้

อาการมองมัวเล็กน้อย ระคายเหมือนมีทราย หรือแพ้แสงอาจเกิดในช่วงแรก แต่แนวโน้มควรค่อยๆ ดีขึ้น ความแตกต่างสำคัญคืออาการอันตรายมักรุนแรงขึ้น เกิดขึ้นทันที หรือมีการมองเห็นลดลงร่วมด้วย

## มีทางเลือกอื่นนอกจากการผ่าตัดหรือไม่

**แว่นตา แสงสว่างที่เหมาะสม และการปรับกิจกรรมช่วยให้มองเห็นดีขึ้นชั่วคราวได้ แต่ไม่มีวิธีไม่ผ่าตัดที่นำเลนส์ขุ่นออก** หากอาการยังไม่รบกวนชีวิต คุณสามารถติดตามกับจักษุแพทย์ก่อนและตัดสินใจเมื่อพร้อม

ในระยะแรก การเปลี่ยนแว่น เพิ่มแสงสำหรับอ่านหนังสือ ใช้อุปกรณ์ขยาย ลดแสงสะท้อน และหลีกเลี่ยงการขับรถกลางคืนอาจช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น วิธีเหล่านี้ไม่ได้หยุดต้อกระจกหรือทำให้เลนส์กลับมาใส แต่ช่วยชดเชยการมองเห็นในช่วงที่ยังไม่ต้องการผ่าตัด

ไม่มีหลักฐานว่าการบริหารตา อาหารเสริม หรือยาหยอดตาทั่วไปสามารถละลายต้อกระจกที่เกิดขึ้นแล้วได้ การซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้แทนการตรวจอาจทำให้พลาดโรคตาอื่นที่ต้องรักษา

ทางเลือกด้านการผ่าตัดส่วนใหญ่ไม่ใช่การเลือกระหว่างผ่าหรือไม่ผ่าเท่านั้น แต่รวมถึงเทคนิคการนำเลนส์ออก ชนิดของเลนส์แก้วตาเทียม และเป้าหมายค่าสายตา เลนส์แต่ละชนิดมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น ความคมชัดในแต่ละระยะ ความจำเป็นในการใช้แว่น และโอกาสเห็นแสงฟุ้ง

หากโรคตาอื่นเป็นสาเหตุหลักของการมองไม่ชัด แพทย์อาจแนะนำให้รักษาโรคนั้นก่อนหรือควบคู่กัน เช่น รักษาการอักเสบ ควบคุมโรคจอประสาทตา หรือประเมินต้อหิน การจัดลำดับการรักษาขึ้นกับว่าโรคใดมีผลต่อการมองเห็นและความปลอดภัยมากที่สุด

## ใช้สิทธิการรักษาได้หรือไม่

**การรักษาอาจใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ หรือประกันสุขภาพเอกชนได้เมื่อเข้าเกณฑ์ของแต่ละสิทธิ** ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หน่วยบริการตามสิทธิ ขั้นตอนส่งตัว ชนิดเลนส์ และเงื่อนไขของกรมธรรม์

### บัตรทอง

ผู้ใช้สิทธิบัตรทองควรเริ่มติดต่อหน่วยบริการประจำตามสิทธิ เพื่อรับการตรวจและส่งต่อไปยังหน่วยที่มีจักษุแพทย์เมื่อจำเป็น หากไปนอกระบบส่งต่อโดยไม่มีเหตุฉุกเฉิน อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขความคุ้มครอง

ควรถามว่าต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ หน่วยบริการใดรับช่วงรักษา เอกสารมีอายุนานเพียงใด และเลนส์หรือบริการส่วนใดอยู่ในสิทธิ หากต้องการตัวเลือกนอกเหนือจากสิทธิ ควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตัดสินใจ

### ประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมเพื่อรับการประเมินก่อน โรงพยาบาลจะพิจารณาข้อบ่งชี้และระบบส่งต่อหากไม่มีบริการด้านจักษุครบถ้วน ควรถามเรื่องขั้นตอนนัดตรวจ เอกสารส่งต่อ และรายการที่สิทธิครอบคลุม

### สวัสดิการข้าราชการ

ความคุ้มครองขึ้นกับหลักเกณฑ์ของสิทธิและสถานพยาบาลที่เข้าร่วม ควรตรวจสอบการเบิกจ่ายตรง เอกสารที่ต้องใช้ และเงื่อนไขของเลนส์แก้วตาเทียมแต่ละประเภทก่อนรับบริการ

### ประกันสุขภาพเอกชน

กรมธรรม์แต่ละฉบับต่างกัน บางฉบับอาจมีระยะรอคอย ข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน เงื่อนไขการนอนโรงพยาบาล หรือข้อกำหนดให้ขออนุมัติก่อน คุณควรส่งผลตรวจ แผนการรักษา และรายการบริการให้บริษัทประกันพิจารณาล่วงหน้า

คำถามที่ควรถามหน่วยสิทธิหรือบริษัทประกัน ได้แก่ การรักษานี้เข้าเกณฑ์หรือไม่ ต้องมีใบส่งตัวหรือหนังสืออนุมัติหรือไม่ ครอบคลุมเลนส์ชนิดใด ต้องใช้เอกสารอะไร และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดอยู่ภายใต้สิทธิเดียวกันหรือไม่

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ต้อกระจกต้องผ่าทุกคนไหม

**ไม่จำเป็นต้องผ่าทันทีทุกคน** หากการมองเห็นยังไม่รบกวนชีวิต คุณอาจเปลี่ยนแว่น เพิ่มแสง และติดตามอาการก่อนได้ ควรพิจารณาผ่าตัดเมื่อการมองเห็นกระทบกิจวัตร งาน หรือความปลอดภัย

### รอให้ต้อกระจกสุกก่อนค่อยผ่าได้ไหม

**โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรอให้ต้อกระจกขุ่นมากจนมองแทบไม่เห็น** การตัดสินใจดูจากผลกระทบต่อชีวิตและผลตรวจตาเป็นหลัก การรอนานอาจทำให้ใช้ชีวิตลำบากและเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มหรืออุบัติเหตุ

### ตอนผ่าจะเจ็บไหม

**มักใช้ยาชาเฉพาะที่ คุณจึงไม่ควรรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แต่อาจรู้สึกกดเบาๆ หรือเห็นแสงและเงาเคลื่อนไหว** หากเจ็บหรือไม่สบาย ให้บอกทีมรักษาทันทีโดยไม่ขยับศีรษะเอง

### ต้องดมยาสลบหรือไม่

**ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักไม่ต้องดมยาสลบ** ยาชาอาจอยู่ในรูปยาหยอดตา การฉีดรอบตา หรือใช้ร่วมกัน เด็ก ผู้ที่นอนนิ่งไม่ได้ หรือมีเหตุผลทางการแพทย์บางอย่างอาจต้องใช้วิธีอื่น

### ผ่าแล้วกลับบ้านได้เลยไหม

**ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังพักสังเกตอาการ** คุณต้องมีคนพากลับและห้ามขับรถเอง หากสุขภาพไม่คงที่หรือการผ่าตัดซับซ้อน แพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าดูนานขึ้น

### หลังผ่ามองเห็นชัดทันทีหรือไม่

**บางคนรู้สึกว่าสว่างหรือเห็นสีชัดขึ้นเร็ว แต่ภาพอาจยังมัวในช่วงแรก** ยาขยายรูม่านตา กระจกตาบวม และการอักเสบตามการฟื้นตัวอาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงหลายวันหรือหลายสัปดาห์

### หลังผ่าต้องหยอดยานานแค่ไหน

**บางแนวทางใช้ยาหยอดประมาณ 4 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาจริงขึ้นกับยาที่ใช้และสภาพตา** ให้ทำตามใบสั่งของจักษุแพทย์ ไม่ลดความถี่หรือหยุดยาเอง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว

### อาบน้ำและสระผมได้เมื่อไร

**คุณต้องป้องกันไม่ให้น้ำ สบู่ แชมพู หรือสิ่งสกปรกเข้าตาในช่วงฟื้นตัว** วิธีและเวลาที่กลับไปอาบน้ำหรือสระผมตามปกติขึ้นกับคำแนะนำหลังผ่าตัดของแต่ละสถานพยาบาล

### ใช้โทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์ได้ไหม

**ใช้ได้เมื่อรู้สึกสบายตาและไม่ทำให้เวียนศีรษะหรือเมื่อยตา** ควรจัดแสงให้พอดี ลดความสว่างหน้าจอหากแสบตา และหยุดพักเมื่อมองไม่สบาย

### ขับรถได้เมื่อไร

**อย่าขับรถจนกว่าการมองเห็นจะชัดเพียงพอและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย** แม้ภาพดูดีขึ้น คุณอาจยังกะระยะไม่แม่น แพ้แสง หรือมีความแตกต่างระหว่างตาสองข้าง

### ผ่าแล้วต้องใส่แว่นอีกไหม

**ยังอาจต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ แว่นมองไกล หรือแว่นแก้สายตาเอียง** ความจำเป็นขึ้นกับชนิดเลนส์ เป้าหมายค่าสายตา และค่าสายตาที่เหลืออยู่ ควรตัดแว่นเมื่อแพทย์เห็นว่าตาคงที่แล้ว

### ต้อกระจกกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม

**เลนส์ธรรมชาติที่ถูกนำออกแล้วไม่งอกกลับมาเป็นต้อกระจกอีก** แต่ถุงหุ้มเลนส์ด้านหลังอาจขุ่นภายหลัง ทำให้ภาพมัวคล้ายเดิม ซึ่งแพทย์อาจรักษาด้วยเลเซอร์ในผู้ที่เหมาะสม

### ถ้าเป็นต้อกระจกสองข้าง ผ่าพร้อมกันได้ไหม

**โดยทั่วไปมักผ่าแยกคนละวัน** ระยะห่างขึ้นกับการฟื้นตัวของตาข้างแรก สุขภาพโดยรวม และแนวทางของทีมรักษา แพทย์จะวางแผนให้เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ

### เลนส์แก้วตาเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน

**เลนส์ถูกออกแบบให้อยู่ในตาระยะยาวและโดยทั่วไปไม่ต้องเปลี่ยนเป็นประจำ** อย่างไรก็ตาม เลนส์อาจเคลื่อนหรือมีปัญหาได้ในบางราย โดยเฉพาะเมื่อมีการบาดเจ็บหรือโครงสร้างที่พยุงเลนส์อ่อนแอ

### ถ้ามองมัวหลังผ่าตัดถือว่าผิดปกติไหม

**การมองมัวเล็กน้อยในช่วงแรกพบได้ แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น** หากมัวเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ปวดตามาก ตาแดง เห็นแสงวาบ จุดดำเพิ่ม หรือมีเงาคล้ายม่าน ต้องรีบพบแพทย์ทันที

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [NHS: Cataract surgery](https://www.nhs.uk/tests-and-treatments/cataract-surgery/) — เกี่ยวกับ cataract surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-23)
2. [aao.org: 10 Cataract Surgery Side Effects, and How to Cope](https://www.aao.org/eye-health/tips-prevention/side-effects-cataract-surgery-complications-cope) — เกี่ยวกับ cataract surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-23)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
