# ผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบสงวนเต้า

**ผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบสงวนเต้า (Breast-conserving cancer surgery) คือการตัดก้อนมะเร็งพร้อมเนื้อเต้านมปกติรอบก้อนออก โดยเก็บเต้านมส่วนใหญ่ไว้ มักใช้รักษามะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นและมักต้องฉายรังสีภายหลัง แต่ไม่เหมาะกับมะเร็งทุกตำแหน่งหรือทุกระยะ**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดนี้ไม่ได้ตัดเฉพาะตัวก้อน แต่ต้องตัดเนื้อเยื่อรอบก้อนเป็น “ขอบเขตการผ่าตัด” และอาจตรวจต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ด้วย เนื้อเยื่อทั้งหมดจะถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
- บางโรงพยาบาลอาจให้กลับบ้านในวันเดียว ขณะที่บางแห่งอาจรับไว้พักค้างคืน ทั้งนี้ขึ้นกับแนวทางของสถานพยาบาลในประเทศไทย ระบบสิทธิ ขอบเขตการผ่าตัด โรคประจำตัว และอาการหลังผ่าตัด ควรถามโรงพยาบาลที่รับการรักษาโดยตรง
- การสงวนเต้าไม่ได้แปลว่าการรักษาจบหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจำนวนมากต้องฉายรังสี และบางรายต้องรับยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือยามุ่งเป้าตามผลตรวจชิ้นเนื้อ

## ผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบสงวนเต้า คืออะไร

ชื่ออย่างเป็นทางการคือการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบสงวนเต้านม บางครั้งแพทย์อาจเรียกว่า การตัดก้อนมะเร็ง การตัดเต้านมบางส่วน หรือการตัดเนื้อเต้านมเป็นส่วน คำเหล่านี้อาจต่างกันเล็กน้อยตามปริมาณเนื้อเยื่อที่ตัด แต่มีหลักร่วมกันคือเอาบริเวณที่เป็นมะเร็งออกและเหลือเนื้อเต้านมส่วนใหญ่ไว้ ([facs.org](https://www.facs.org/for-patients/the-day-of-your-surgery/breast-cancer-surgery/understanding-your-operation/lumpectomy/))

ศัลยแพทย์จะตัดสิ่งต่อไปนี้ตามแผนรักษา:

1. ก้อนมะเร็งหรือบริเวณเนื้อเยื่อผิดปกติ
2. เนื้อเต้านมปกติบางส่วนที่ล้อมรอบก้อน
3. ต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลหรือ[ต่อมน้ำเหลืองรักแร้](/hdcare/axillary-lymph-node-dissection/)บางส่วน หากต้องตรวจการกระจายของมะเร็ง
4. ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใกล้เคียงบางส่วนในกรณีที่ก้อนอยู่ตื้นหรืออยู่ชิดโครงสร้างนั้น

เนื้อเยื่อที่ตัดออกจะถูกส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ จุดสำคัญอย่างหนึ่งคือ “ขอบชิ้นเนื้อ” หมายถึงบริเวณริมรอบชิ้นเนื้อที่ตัดออก หากพบเซลล์มะเร็งถึงขอบ เรียกว่าขอบชิ้นเนื้อยังมีมะเร็งหรือขอบเป็นบวก ผู้ป่วยอาจต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อตัดเนื้อเพิ่ม หรืออาจต้องเปลี่ยนเป็นการตัดเต้านมทั้งหมด ขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด ผลตรวจ และการประเมินร่วมกันของทีมรักษา

ในบางราย ศัลยแพทย์จะจัดเรียงเนื้อเต้านมที่เหลือเพื่อช่วยลดการยุบตัวหรือความไม่สมมาตร เรียกว่าการผ่าตัดสงวนเต้าร่วมกับการจัดรูปทรงเต้านม วิธีนี้อาจทำให้แผลกว้างขึ้นและใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าการตัดก้อนแบบไม่จัดรูปทรง การเลือกวิธีขึ้นกับขนาดและตำแหน่งก้อนเมื่อเทียบกับขนาดเต้านม รวมถึงความต้องการของผู้ป่วย

การผ่าตัดมุ่งนำมะเร็งที่ตรวจพบออก ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ในระดับที่มองไม่เห็น ด้วยเหตุนี้ การฉายรังสีหลังผ่าตัดจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษาในผู้ป่วยจำนวนมาก เพื่อจัดการเซลล์ที่อาจยังอยู่ในเต้านม

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการสงวนเต้า

การผ่าตัดแบบสงวนเต้ามักเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะเมื่อสามารถตัดก้อนพร้อมขอบเนื้อเยื่อได้โดยยังเหลือเต้านมในปริมาณที่เหมาะสม การตัดสินไม่ได้ดูขนาดก้อนอย่างเดียว แต่พิจารณาขนาดก้อนเมื่อเทียบกับขนาดเต้านม ตำแหน่ง จำนวนบริเวณที่พบมะเร็ง และความเป็นไปได้ในการฉายรังสีหลังผ่าตัด ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/breast-conserving-surgery))

ผู้ที่อาจพิจารณาวิธีนี้ ได้แก่

- มีก้อนหรือบริเวณมะเร็งที่สามารถตัดออกเป็นบริเวณเดียวได้
- มีหลายจุดซึ่งอยู่ใกล้กันมากพอที่จะตัดออกพร้อมกันได้
- ไม่ใช่มะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ
- สามารถรับการฉายรังสีหลังผ่าตัดได้ หากทีมรักษาเห็นว่าจำเป็น
- ยอมรับได้ว่าเต้านมอาจเปลี่ยนขนาด รูปร่าง หรือความรู้สึก
- เข้าใจว่าอาจต้องผ่าตัดเพิ่ม หากขอบชิ้นเนื้อยังพบมะเร็ง
- มีสุขภาพที่รับการดมยาสลบหรือวิธีระงับความรู้สึกตามแผนได้

ในมะเร็งบางชนิดหรือก้อนที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับเต้านม แพทย์อาจให้ยารักษาก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อน เรียกว่าการรักษาก่อนผ่าตัด หากก้อนตอบสนองดี ผู้ป่วยบางรายอาจมีโอกาสสงวนเต้าได้มากขึ้น การเลือกแนวทางนี้ขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็ง ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจำเป็นต้องรับยาก่อนผ่าตัด

### ผู้ที่อาจไม่เหมาะ หรือจำเป็นต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

การสงวนเต้าอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะเมื่อ:

- มะเร็งกระจายอยู่หลายบริเวณของเต้านมและไม่สามารถตัดออกเป็นชิ้นเดียวได้
- ก้อนมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับเต้านมจนคาดว่าจะเหลือเนื้อเต้านมน้อยหรือเสียรูปมาก
- ไม่สามารถตัดให้ได้ขอบชิ้นเนื้อที่เหมาะสม แม้เคยผ่าตัดเพิ่มแล้ว
- เป็นมะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ
- เคยฉายรังสีบริเวณเต้านมหรือทรวงอกมาก่อนจนไม่เหมาะจะฉายซ้ำ
- มีโรคบางชนิดที่ทำให้การฉายรังสีมีความเสี่ยงสูง
- ไม่สามารถมารับการฉายรังสีตามแผนได้
- ตั้งครรภ์และจำเป็นต้องฉายรังสีในช่วงที่อาจเป็นอันตรายต่อทารก แม้บางกรณีอาจเลื่อนการฉายรังสีได้
- ผู้ป่วยเลือกตัดเต้านมทั้งหมดหลังได้รับข้อมูลเรื่องประโยชน์ ข้อจำกัด และผลต่อรูปร่างแล้ว

การตั้งครรภ์ไม่ได้ตัดโอกาสการสงวนเต้าในทุกกรณี อายุครรภ์ ระยะของโรค เวลาที่ต้องเริ่มฉายรังสี และยารักษาอื่นมีผลต่อแผนทั้งหมด จึงต้องวางแผนร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์ แพทย์มะเร็ง และสูติแพทย์

ความกังวลเรื่องมะเร็งกลับมาเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย สำหรับมะเร็งระยะเริ่มต้นบางกลุ่ม การสงวนเต้าร่วมกับการฉายรังสีเป็นแนวทางมาตรฐานที่ใช้แทนการตัดเต้านมทั้งหมดได้ แต่ความเหมาะสมของแต่ละคนต้องอาศัยผลภาพถ่าย ผลชิ้นเนื้อ ระยะโรค และความต้องการของผู้ป่วย

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด ทีมรักษาจะทบทวนผลตรวจเพื่อกำหนดว่าต้องตัดบริเวณใดและจำเป็นต้องตรวจต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ การตรวจที่ใช้ประกอบอาจมีภาพเอกซเรย์เต้านม อัลตราซาวนด์ ภาพตรวจอื่นตามข้อบ่งชี้ และผลเจาะชิ้นเนื้อ

หากก้อนคลำไม่ชัด แพทย์รังสีอาจทำเครื่องหมายตำแหน่งก่อนเข้าห้องผ่าตัด เช่น ใส่ลวดหรือเครื่องหมายขนาดเล็กเพื่อนำทางศัลยแพทย์ เครื่องหมายดังกล่าวช่วยระบุตำแหน่งเนื้อเยื่อผิดปกติและมักถูกนำออกพร้อมชิ้นเนื้อระหว่างผ่าตัด ([facs.org](https://www.facs.org/for-patients/the-day-of-your-surgery/breast-cancer-surgery/understanding-your-operation/lumpectomy/))

### แจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้ทั้งหมด

บอกทีมรักษาหากคุณมีเรื่องต่อไปนี้:

- โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไต
- ภาวะเลือดออกง่ายหรือเคยมีลิ่มเลือด
- ประวัติแพ้ยา แพ้วัสดุปิดแผล แพ้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือมีปัญหาจากยาระงับความรู้สึก
- ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์
- ยาประจำ ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิด
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดบางชนิด หรือยาที่มีผลต่อการเลือดออก
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ประวัติฉายรังสีหรือผ่าตัดบริเวณเต้านมและทรวงอกมาก่อน

ยาบางชนิดอาจต้องหยุด ปรับ หรือเปลี่ยนวิธีใช้ก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และโรคประจำตัว

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

หากต้องดมยาสลบหรือให้ยากล่อมประสาท คุณจะได้รับคำสั่งเรื่องการงดอาหารและเครื่องดื่ม ให้ทำตามเวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง เพราะข้อกำหนดอาจต่างกันตามเวลาผ่าตัด ชนิดการระงับความรู้สึก และภาวะสุขภาพ หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริงเพื่อประเมินความปลอดภัย

### สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และเอกสารประกัน
- รายชื่อยาทั้งหมดพร้อมวิธีใช้ตามปกติ
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายที่โรงพยาบาลขอให้นำมา
- เสื้อที่ติดกระดุมหรือซิปด้านหน้า เพื่อไม่ต้องยกแขนสวมเสื้อ
- เสื้อชั้นในพยุงเต้านม หากทีมรักษาแนะนำ
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับบ้าน เพราะหลังยาสลบไม่ควรขับรถเอง
- คำถามเกี่ยวกับแผนผ่าตัด การตรวจต่อมน้ำเหลือง การฉายรังสี และโอกาสผ่าตัดเพิ่ม

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าจะตัดเนื้อเยื่อบริเวณใด มีแผนตรวจต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ อาจมีแผลกี่ตำแหน่ง และจะจัดรูปทรงเต้านมร่วมด้วยหรือไม่ หากคำอธิบายไม่ตรงกับสิ่งที่คุณเข้าใจ ควรถามให้ชัดก่อนเข้าห้องผ่าตัด

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันตามตำแหน่งก้อน วิธีระบุตำแหน่ง และการตรวจต่อมน้ำเหลือง แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้ ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/breast-cancer-surgery/about/pac-20385255))

1. **ยืนยันตัวและตำแหน่งผ่าตัด**  
   ทีมผ่าตัดตรวจชื่อ ข้างของเต้านม ตำแหน่งรอยโรค ผลตรวจ และแผนการผ่าตัด บางรายต้องทำเครื่องหมายก้อนก่อนเข้าห้องผ่าตัด

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับยาสลบ แต่บางกรณีอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยากล่อมประสาท วิธีที่เหมาะขึ้นกับขอบเขตผ่าตัด สุขภาพ และแนวทางของทีมรักษา

3. **เปิดแผลที่เต้านม**  
   ศัลยแพทย์เลือกแนวแผลโดยพิจารณาตำแหน่งก้อน การเข้าถึงเนื้อเยื่อ และผลต่อรูปทรง แผลไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงเหนือก้อนเสมอไป

4. **ตัดก้อนพร้อมขอบเนื้อเยื่อ**  
   ศัลยแพทย์นำก้อนหรือบริเวณผิดปกติออกพร้อมเนื้อเยื่อรอบข้าง ปริมาณที่ตัดขึ้นกับขนาด ตำแหน่ง และขนาดเต้านม

5. **ระบุตำแหน่งขอบชิ้นเนื้อ**  
   ชิ้นเนื้อจะถูกทำเครื่องหมายเพื่อให้พยาธิแพทย์ทราบทิศทาง หากพบมะเร็งชิดหรือถึงขอบ ทีมรักษาจะใช้ข้อมูลนี้วางแผนว่าต้องตัดเพิ่มหรือไม่

6. **ตรวจต่อมน้ำเหลืองเมื่อมีข้อบ่งชี้**  
   การ[ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล](/hdcare/sentinel-lymph-node-biopsy/)เป็นการนำต่อมน้ำเหลืองกลุ่มแรกที่รับน้ำเหลืองจากบริเวณมะเร็งออกมาตรวจ อาจใช้สารช่วยระบุตำแหน่งและเปิดแผลอีกแห่งใกล้รักแร้ หากมีเหตุผลทางการแพทย์ อาจต้องตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้มากกว่านั้น

7. **จัดรูปทรงและห้ามเลือด**  
   ศัลยแพทย์ตรวจการเลือดออกและอาจเคลื่อนเนื้อเยื่อที่เหลือมาปิดช่องว่าง หากต้องจัดรูปทรงมาก อาจมีแผลเพิ่มเติมหรือผ่าตัดอีกข้างเพื่อให้สมดุลตามแผนที่ตกลงกันไว้

8. **ใส่สายระบายเมื่อจำเป็น**  
   สายระบายเป็นท่อที่ช่วยนำเลือดหรือน้ำเหลืองออก ไม่ใช่ทุกคนต้องใส่ หากใส่ ทีมรักษาจะสอนวิธีดูแลและแจ้งเกณฑ์ในการถอด

9. **ปิดแผลและส่งชิ้นเนื้อตรวจ**  
   แผลปิดด้วยไหม วัสดุปิดผิวหนัง หรือแถบปิดแผล แล้วปิดด้วยวัสดุสะอาด ชิ้นเนื้อและต่อมน้ำเหลืองจะถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

10. **พักฟื้นหลังยาสลบ**  
    ทีมรักษาติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน อาการปวด คลื่นไส้ และเลือดออก เมื่ออาการคงที่จึงพิจารณากลับบ้านหรือรับไว้ดูแลต่อ

ผลพยาธิวิทยาฉบับสมบูรณ์มีความสำคัญต่อแผนระยะถัดไป เพราะบอกชนิดและลักษณะของมะเร็ง ขนาด ขอบชิ้นเนื้อ สถานะต่อมน้ำเหลือง และตัวบ่งชี้ที่ใช้เลือกยา วันที่ทราบผลขึ้นกับกระบวนการของห้องปฏิบัติการและการตรวจเพิ่มเติม ทีมรักษาจะนัดอธิบายผลและบอกว่าต้องผ่าตัดเพิ่มหรือรับการรักษาใดต่อ

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันตามตำแหน่งและขนาดรอยโรค วิธีระบุตำแหน่ง การตรวจต่อมน้ำเหลือง และการจัดรูปทรงเต้านม ควรถามทีมผ่าตัดถึงเวลาที่คาดหมายสำหรับแผนของตนเอง เวลาที่อยู่โรงพยาบาลยังรวมการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการเฝ้าดูหลังยาสลบ จึงนานกว่าเวลาในห้องผ่าตัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักได้รับยาสลบ บางรายอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยากล่อมประสาท ทีมวิสัญญีจะเลือกตามขอบเขตการผ่าตัด โรคประจำตัว และความปลอดภัยของผู้ป่วย ([American Cancer Society](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lumpectomy/what-to-expect))

หลายคนกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังอาการคงที่ แต่บางคนอาจต้องพักโรงพยาบาล เช่น ผ่าตัดกว้าง จัดรูปทรงร่วมด้วย มีอาการจากยาสลบ ควบคุมปวดได้ไม่ดี มีเลือดออก หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องติดตาม ให้เตรียมผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้มารับและอยู่ช่วยในช่วงแรกตามคำแนะนำของโรงพยาบาล

## พักฟื้นนานแค่ไหน

ระยะฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน ผู้ที่ผ่าตัดเฉพาะก้อนอาจกลับทำกิจกรรมเบาได้เร็วกว่าผู้ที่ตรวจหรือตัดต่อมน้ำเหลืองหรือจัดรูปทรงเต้านม ให้ยึดการประเมินแผล การเคลื่อนไหวแขน อาการปวด และคำแนะนำของทีมรักษาก่อนกลับไปทำงาน ขับรถ หรือออกแรง ความรู้สึกตึง ชา จี๊ด คัน หรือไวต่อการสัมผัสอาจอยู่นานกว่าเวลาที่แผลภายนอกปิด เพราะเส้นประสาทและเนื้อเยื่อยังฟื้นตัว

### การกลับไปทำงาน

การกลับไปทำงานขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด การตรวจหรือตัดต่อมน้ำเหลือง การจัดรูปทรงเต้านม ภาวะแทรกซ้อน และลักษณะงาน ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผล อาการปวด การเคลื่อนไหวของแขน และคำแนะนำของทีมรักษา ไม่ควรฝืนตามตารางของผู้อื่น

### การขับรถและออกกำลังกาย

กลับไปขับรถได้เมื่อไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง สามารถคาดเข็มขัดนิรภัย หมุนพวงมาลัย และเบรกฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บจนเสียการควบคุม ควรให้ทีมรักษาประเมินและแนะนำตามขอบเขตการผ่าตัดและอาการของแต่ละคน

ช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกแรงดันหรือดึง และการทำงานบ้านที่ใช้แขนซ้ำๆ เริ่มขยับแขนตามคำแนะนำเพื่อป้องกันไหล่ติด แต่ไม่ควรเพิ่มการออกกำลังเร็วกว่าที่ทีมรักษากำหนด

### แผล สายระบาย และรูปร่างเต้านม

ทำความสะอาดแผล อาบน้ำ และเปลี่ยนผ้าปิดแผลตามคำสั่งที่ได้รับ เพราะชนิดวัสดุปิดแผลและการมีสายระบายทำให้ข้อแนะนำต่างกัน หากมีสายระบาย ให้บันทึกลักษณะและปริมาณของเหลวตามที่ทีมรักษาสอน และอย่าดึงหรือถอดเอง

หลังบวมหาย เต้านมอาจมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไป มีรอยบุ๋ม ตึง แข็ง หรือชาบางส่วน การฉายรังสีภายหลังอาจทำให้สีผิวและเนื้อสัมผัสเปลี่ยนเพิ่มเติม ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/breast-conserving-surgery)) การเปลี่ยนแปลงจริงขึ้นกับปริมาณเนื้อเยื่อที่ตัด ตำแหน่งก้อน ขนาดเต้านม และวิธีจัดรูปทรง

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเกิดภาวะแทรกซ้อน ทีมรักษาจะประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลจากขอบเขตผ่าตัด การตรวจต่อมน้ำเหลือง โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ และยาที่ใช้

ภาวะที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่:

- **เลือดออกหรือก้อนเลือดคั่ง** ทำให้เต้านมบวม ตึง ช้ำ หรือปวดเพิ่ม บางกรณีต้องระบายเลือดหรือกลับเข้าห้องผ่าตัด
- **แผลติดเชื้อ** อาจมีรอยแดง ร้อน บวม ปวด มีหนอง หรือมีไข้
- **น้ำเหลืองคั่ง** เป็นถุงของเหลวใต้แผลหรือรักแร้ บางครั้งร่างกายดูดซึมเอง บางครั้งต้องเจาะระบาย ([Mayo Clinic](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/breast-cancer-surgery/about/pac-20385255))
- **แผลแยกหรือแผลหายช้า** พบได้มากขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง
- **ปวด ชา เสียว หรือไวต่อสัมผัส** เกิดจากเนื้อเยื่อและเส้นประสาทถูกกระทบ อาการอาจค่อยๆ ดีขึ้น แต่อาจคงอยู่นานในบางคน
- **รูปร่างหรือขนาดเต้านมเปลี่ยน** เช่น ยุบ บุ๋ม ไม่สมมาตร หรือแผลเป็นแข็ง
- **แขนหรือไหล่ตึงและเคลื่อนไหวลดลง** โดยเฉพาะเมื่อมีแผลที่รักแร้
- **ภาวะแขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง** อาจเกิดหลังตัดต่อมน้ำเหลือง ความเสี่ยงขึ้นกับจำนวนต่อมที่ตัดและการรักษาบริเวณรักแร้
- **ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาหรือปอด** พบไม่บ่อยแต่อาจรุนแรง ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่เคยมีลิ่มเลือด เคลื่อนไหวน้อย อ้วน หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น หากขาข้างหนึ่งบวม ปวด แดง หรือมีหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
- **ปฏิกิริยาจากยาสลบ** เช่น คลื่นไส้ อาเจียน สับสน หรือปัญหาการหายใจ ซึ่งทีมวิสัญญีจะประเมินและเฝ้าระวัง
- **ขอบชิ้นเนื้อยังพบมะเร็ง** ไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อนของแผล แต่เป็นผลตรวจที่อาจทำให้ต้องผ่าตัดเพิ่ม
- **มะเร็งกลับเป็นซ้ำในเต้านม** ยังเป็นไปได้แม้ได้รับการผ่าตัดและการรักษาต่อเนื่อง จึงต้องติดตามตามแผนของทีมมะเร็ง

หากต้องตัดต่อมน้ำเหลือง ควรถามทีมรักษาว่าตัดแบบใดและมีความเสี่ยงแขนบวมเพียงใด คำแนะนำเรื่องการใช้แขน การเจาะเลือด หรือการวัดความดันอาจต่างกันตามขอบเขตการผ่าตัดและแนวทางของแต่ละทีม จึงควรยึดคำแนะนำเฉพาะที่ได้รับแทนการงดใช้แขนตลอดชีวิตโดยไม่มีการประเมิน

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้:

- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ
- เลือดออกจากแผลไม่หยุด หรือผ้าปิดแผลชุ่มเลือดอย่างรวดเร็ว
- เต้านมหรือรักแร้บวมตึงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง
- ปวดรุนแรงขึ้นหรือไม่ดีขึ้นตามแผนควบคุมอาการ
- แผลแยก ผิวหนังรอบแผลคล้ำผิดปกติ หรือมีกลิ่นจากแผล
- ของเหลวจากสายระบายเปลี่ยนเป็นเลือดสด มีลักษณะผิดปกติ หรือสายหลุด
- แขนหรือมือด้านที่ผ่าตัดบวมมาก แดง ร้อน ปวด หรือมีอาการชารุนแรงขึ้น
- อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติ
- มีอาการแพ้ยา เช่น หน้าหรือคอบวม หายใจมีเสียง หรือมีผื่นร่วมกับหายใจลำบาก

ก่อนกลับบ้านควรขอหมายเลขติดต่อในเวลาทำการและนอกเวลาทำการ รวมทั้งถามให้ชัดว่าอาการแบบใดให้โทรหาแผนก และแบบใดให้ไปห้องฉุกเฉิน ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/breast-conserving-surgery))

## ทางเลือกอื่น

ทางเลือกไม่ได้มีเพียง “ผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด” แต่รวมถึงชนิดและลำดับของการรักษา การเลือกต้องอาศัยชนิดมะเร็ง ระยะโรค ผลตัวรับฮอร์โมนและตัวบ่งชี้อื่น ภาพถ่ายเต้านม สุขภาพ และความต้องการของผู้ป่วย

### การตัดเต้านมทั้งหมด

การตัดเต้านมทั้งหมดนำเนื้อ[เต้านมออก](/hdcare/mastectomy/)มากกว่าการสงวนเต้า อาจเหมาะเมื่อมะเร็งอยู่หลายบริเวณ ก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับเต้านม ไม่สามารถได้ขอบชิ้นเนื้อที่เหมาะสม ไม่สามารถฉายรังสี หรือผู้ป่วยเลือกวิธีนี้หลังเข้าใจข้อดีข้อจำกัดแล้ว ([American Cancer Society](https://www.cancer.org/cancer/types/breast-cancer/treatment/surgery-for-breast-cancer/breast-conserving-surgery-lumpectomy.html))

การตัดเต้านมทั้งหมดไม่ได้รับรองว่าจะไม่ต้องฉายรังสีหรือไม่ต้องรับยาอื่น การรักษาหลังผ่าตัดยังขึ้นกับระยะ ต่อมน้ำเหลือง ลักษณะทางชีววิทยาของมะเร็ง และผลพยาธิวิทยา

### การรักษาด้วยยาก่อนผ่าตัด

ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือยาชนิดอื่นอาจให้ก่อนผ่าตัดเพื่อควบคุมโรคและลดขนาดก้อน วิธีนี้อาจช่วยให้ตัดก้อนได้ง่ายขึ้นหรือเปิดโอกาสให้สงวนเต้าในบางคน แต่ไม่ใช่ทุกชนิดของมะเร็งตอบสนองเหมือนกัน

### การฉายรังสีและยาโดยไม่ผ่าตัด

สำหรับ[มะเร็งเต้านม](/hdcare/breast-cancer-surgery/)ที่ยังผ่าตัดได้ การฉายรังสีหรือยาเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่สิ่งทดแทนการผ่าตัดโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากโรคกระจายไปอวัยวะอื่นแล้ว การรักษาหลักมักเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย และการผ่าตัดเต้านมไม่ได้ใช้เป็นการรักษาหลักในทุกคน

ผู้ที่มีสุขภาพไม่พร้อมรับการผ่าตัดอาจต้องใช้แผนเฉพาะบุคคลเพื่อควบคุมโรคหรืออาการ ทีมสหสาขาวิชาชีพจะชั่งประโยชน์ของการผ่าตัดกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ

### การเฝ้าติดตามโดยไม่ผ่าตัด

การเฝ้าดูอย่างเดียวไม่ใช่แนวทางทั่วไปสำหรับมะเร็งเต้านมที่ยืนยันแล้วและยังรักษาเฉพาะที่ได้ หากผลชิ้นเนื้อยังไม่ชัดว่าเป็นมะเร็ง แพทย์อาจตรวจภาพเพิ่มเติม เจาะชิ้นเนื้อซ้ำ หรือติดตามรอยโรคตามระดับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจผ่าตัด

หากยังลังเล คุณสามารถขอความเห็นจากทีมรักษาอีกแห่งได้ โดยควรนำภาพตรวจ แผ่นภาพ รายงานพยาธิวิทยา และผลตรวจตัวบ่งชี้ไปด้วย การขอความเห็นเพิ่มเติมควรทำโดยไม่ปล่อยให้แผนรักษาล่าช้าเกินความเหมาะสมของโรค

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการรักษาหรือไม่ขึ้นกับการวินิจฉัย โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการรักษาที่ได้รับอนุมัติ ควรตรวจสอบก่อนเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะหากต้องผ่าตัด ฉายรังสี และรับยาต่อเนื่องต่างสถานพยาบาล

### ประกันสังคม

ติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิหรือหน่วยงานที่ดูแลสิทธิเพื่อตรวจสอบ:

- ต้องมีหนังสือส่งตัวหรือไม่
- การผ่าตัดและการตรวจต่อมน้ำเหลืองอยู่ในแผนที่อนุมัติหรือไม่
- การฉายรังสีและยาหลังผ่าตัดจะทำที่ใด
- หากโรงพยาบาลตามสิทธิไม่มีบริการ ต้องดำเนินการส่งต่ออย่างไร
- เอกสารผลชิ้นเนื้อและภาพตรวจใดที่ต้องใช้

### บัตรทอง

เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อ สอบถามเส้นทางส่งต่อไปยังศูนย์ที่มีศัลยกรรมเต้านม พยาธิวิทยา รังสีรักษา และมะเร็งวิทยา เพราะการสงวนเต้ามักต้องเชื่อมต่อการรักษาหลายส่วน การไปรับบริการนอกระบบโดยไม่มีการส่งต่ออาจมีเงื่อนไขต่างจากการรักษาตามระบบสิทธิ

### ประกันสุขภาพเอกชน

ขอให้บริษัทประกันยืนยันความคุ้มครองเป็นลายลักษณ์อักษร และสอบถามเรื่อง:

- ระยะรอคอยและข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน
- ต้องขออนุมัติก่อนผ่าตัดหรือไม่
- ครอบคลุมการตรวจต่อมน้ำเหลือง พยาธิวิทยา และการจัดรูปทรงเต้านมหรือไม่
- การผ่าตัดเพิ่มเมื่อขอบชิ้นเนื้อยังพบมะเร็งต้องขออนุมัติใหม่หรือไม่
- การฉายรังสีและยาหลังผ่าตัดอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด
- ต้องใช้รายงานแพทย์ ผลชิ้นเนื้อ หรือแผนการรักษาอะไรบ้าง

หากเลือกสถานพยาบาลเอง ควรถามให้ครบว่ารายการที่แจ้งครอบคลุมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ห้องผ่าตัด การตรวจชิ้นเนื้อ การตรวจต่อมน้ำเหลือง การดูแลสายระบาย และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ โดยไม่ควรตัดสินจากชื่อหัตถการเพียงรายการเดียว

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบสงวนเต้าต่างจากตัดเต้านมทั้งหมดอย่างไร

การสงวนเต้าตัดก้อนพร้อมเนื้อเยื่อรอบก้อนและเก็บเต้านมส่วนใหญ่ไว้ ส่วนการตัดเต้านมทั้งหมดนำเนื้อเต้านมออกมากกว่า ทั้งสองวิธีอาจต้องตรวจต่อมน้ำเหลืองและรับการรักษาอื่นต่อ ขึ้นกับระยะและผลชิ้นเนื้อ ([American Cancer Society](https://www.cancer.org/cancer/types/breast-cancer/treatment/surgery-for-breast-cancer/breast-conserving-surgery-lumpectomy.html))

### ผ่าตัดแล้วต้องฉายรังสีทุกคนหรือไม่

ผู้ป่วยจำนวนมากต้องฉายรังสีหลังสงวนเต้า แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับแผนเดียวกัน อายุ ลักษณะก้อน ขอบชิ้นเนื้อ ต่อมน้ำเหลือง และชนิดทางชีววิทยาของมะเร็งมีผลต่อการตัดสินใจ

### ถ้าขอบชิ้นเนื้อพบมะเร็งต้องทำอย่างไร

มักต้องประเมินการผ่าตัดเพิ่ม แต่ชนิดของการผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณมะเร็งที่ขอบ ผลภาพถ่าย และปริมาณเต้านมที่เหลือ ทางเลือกอาจเป็นการตัดเนื้อเพิ่มหรือการตัดเต้านมทั้งหมด

### ต้องตัดต่อมน้ำเหลืองทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องตัดแบบเดียวกันทุกคน การตรวจต่อมน้ำเหลืองขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็ง ผลตรวจรักแร้ และการรักษาก่อนผ่าตัด บางรายตรวจเพียงต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล ขณะที่บางรายต้องตัดมากกว่า

### เต้านมจะเสียรูปมากไหม

รูปร่างอาจเปลี่ยนตั้งแต่เล็กน้อยจนเห็นชัด ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งก้อน ปริมาณเนื้อเยื่อที่ตัด ขนาดเต้านม วิธีจัดรูปทรง และผลจากรังสีรักษา ควรถามศัลยแพทย์ก่อนผ่าตัดว่าแนวแผลและความเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้เป็นอย่างไร

### หลังผ่าตัดกลับไปทำงานได้เมื่อไร

ระยะฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน ให้ยึดการประเมินแผล การเคลื่อนไหวแขน อาการปวด ลักษณะงาน และคำแนะนำของทีมรักษาก่อนกลับไปทำงาน

### หลังผ่าตัดขับรถได้เมื่อไร

ขับรถได้เมื่อไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วงและควบคุมรถได้โดยไม่เจ็บ รวมถึงหมุนพวงมาลัยและเบรกฉุกเฉินได้ โดยควรยึดคำแนะนำของทีมรักษาตามขอบเขตการผ่าตัดและอาการของแต่ละคน

### อาการชาและเจ็บจี๊ดหลังผ่าตัดปกติไหม

อาการชา ตึง เจ็บจี๊ด คัน หรือไวต่อสัมผัสพบได้ระหว่างเส้นประสาทและเนื้อเยื่อฟื้นตัว แต่ควรแจ้งแพทย์หากอาการรุนแรงขึ้น ร่วมกับบวมแดง มีไข้ หรือรบกวนการใช้ชีวิตต่อเนื่อง

### การสงวนเต้าทำให้ไม่ต้องรับยาเคมีบำบัดหรือไม่

ไม่เกี่ยวกันโดยตรง การตัดสินใจให้ยาเคมีบำบัดขึ้นกับระยะ ต่อมน้ำเหลือง ชนิดและตัวบ่งชี้ของมะเร็ง รวมถึงการตอบสนองต่อการรักษาก่อนผ่าตัด ไม่ได้พิจารณาจากการเก็บเต้านมไว้เพียงอย่างเดียว

### ถ้าก้อนใหญ่ยังสงวนเต้าได้หรือไม่

บางรายอาจสงวนเต้าได้หลังได้รับยาก่อนผ่าตัดจนก้อนเล็กลง หรือใช้การจัดรูปทรงเต้านมร่วมด้วย แต่ต้องดูอัตราส่วนระหว่างก้อนกับขนาดเต้านม ตำแหน่ง และความสามารถในการตัดให้ได้ขอบที่เหมาะสม

### การสงวนเต้าหมายความว่าจะไม่เสียเต้านมภายหลังใช่ไหม

ไม่สามารถรับรองได้ เพราะอาจต้องตัดเนื้อเพิ่มหรือตัดเต้านมทั้งหมดหากขอบชิ้นเนื้อยังพบมะเร็ง หรือหากผลตรวจหลังผ่าตัดเปลี่ยนแผนรักษา ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเป็นไปได้นี้ก่อนผ่าตัด

### หลังผ่าตัดจะทราบผลชิ้นเนื้อเมื่อไร

ระยะรอผลขึ้นกับขั้นตอนของห้องพยาธิวิทยาและการตรวจเพิ่มเติม ทีมรักษาจะนัดแจ้งผลเมื่อรายงานพร้อม พร้อมอธิบายขอบชิ้นเนื้อ ต่อมน้ำเหลือง และการรักษาขั้นต่อไป

### สามารถผ่าตัดสร้างหรือจัดรูปทรงเต้านมพร้อมกันได้ไหม

บางรายสามารถจัดรูปทรงในคราวเดียวกับการตัดมะเร็งได้ แต่ความเหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งก้อน ปริมาณเนื้อเยื่อที่ต้องตัด แผนฉายรังสี สุขภาพ และความต้องการของผู้ป่วย การผ่าตัดที่กว้างขึ้นอาจทำให้พักฟื้นนานขึ้น

### ควรขอความเห็นที่สองก่อนผ่าตัดหรือไม่

ขอได้หากคุณยังไม่เข้าใจทางเลือกหรือกังวลเรื่องการตัดเต้านม โดยนำภาพตรวจและรายงานพยาธิวิทยาไปให้ครบ อย่างไรก็ตาม ควรถามทีมรักษาว่าการตัดสินใจมีกรอบเวลาหรือไม่ เพื่อไม่ให้การรักษาล่าช้าโดยไม่จำเป็น

### มะเร็งเต้านมที่กระจายแล้วควรผ่าตัดสงวนเต้าหรือไม่

การผ่าตัดมักไม่ใช่การรักษาหลักสำหรับมะเร็งที่กระจายไปอวัยวะอื่น การรักษาด้วยยามักมีบทบาทมากกว่า แต่อาจพิจารณาผ่าตัดในบางสถานการณ์เพื่อควบคุมปัญหาเฉพาะที่ แผนต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล

**แหล่งอ้างอิง**

1. American Cancer Society. Breast-conserving Surgery.  
2. Breastcancer.org. Recovery from Lumpectomy: What to Expect.  
3. American College of Surgeons. Breast-Conserving Surgery.  
4. Johns Hopkins Medicine. Breast-Conserving Surgery.  
5. Mayo Clinic. Breast Cancer Surgery.

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [American Cancer Society: Breast-conserving Surgery (Lumpectomy)](https://www.cancer.org/cancer/types/breast-cancer/treatment/surgery-for-breast-cancer/breast-conserving-surgery-lumpectomy.html) — เกี่ยวกับ Breast conserving cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [American Cancer Society: Recovery from Lumpectomy: What to Expect - Breast Cancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lumpectomy/what-to-expect) — เกี่ยวกับ Breast conserving cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [facs.org: Breast-Conserving Surgery (Lumpectomy) | ACS](https://www.facs.org/for-patients/the-day-of-your-surgery/breast-cancer-surgery/understanding-your-operation/lumpectomy/) — เกี่ยวกับ Breast conserving cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [Johns Hopkins Medicine: Breast-Conserving Surgery (Lumpectomy)](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/breast-conserving-surgery) — เกี่ยวกับ Breast-conserving cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
5. [Mayo Clinic: Breast cancer surgery](https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/breast-cancer-surgery/about/pac-20385255) — เกี่ยวกับ Breast-conserving cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
