# ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้

**ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (Axillary lymph-node dissection) คือการนำเนื้อเยื่อที่มีต่อมน้ำเหลืองออกจากบริเวณรักแร้ เพื่อตรวจหรือควบคุมมะเร็งเต้านมที่กระจายมาถึงต่อมน้ำเหลือง การผ่าตัดนี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกคน เพราะบางรายตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลหรือใช้การรักษาวิธีอื่นแทนได้**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดช่วยบอกว่ามีเซลล์มะเร็งอยู่ในต่อมน้ำเหลืองรักแร้มากน้อยเพียงใด และผลตรวจอาจมีส่วนกำหนดระยะโรคกับการรักษาหลังผ่าตัด
- โดยทั่วไปทำภายใต้การวางยาสลบ อาจทำพร้อมการผ่าตัดเต้านมหรือทำแยกต่างหาก และมักมีสายระบายของเหลวออกจากแผลในช่วงแรก
- ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจคือแขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง ชาหรือเสียวบริเวณต้นแขน ไหล่ติด ของเหลวคั่ง และแผลติดเชื้อ ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามขอบเขตการผ่าตัดและการรักษาอื่นร่วมด้วย

## ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ คืออะไร

ต่อมน้ำเหลืองรักแร้เป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำเหลือง ทำหน้าที่รับและกรองน้ำเหลืองที่ไหลมาจากเต้านม แขน และผนังทรวงอก เมื่อมะเร็งเต้านมเริ่มกระจายออกจากก้อนเดิม ต่อมน้ำเหลืองรักแร้มักเป็นบริเวณแรกๆ ที่แพทย์ตรวจหาการกระจายของโรค

การผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้เป็นการเปิดแผลที่รักแร้ แล้วนำเนื้อเยื่อซึ่งมีต่อมน้ำเหลืองหลายต่อมออกไปตรวจโดยพยาธิแพทย์ ต่างจากการตัดชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล ซึ่งเลือกเอาเฉพาะต่อมน้ำเหลืองด่านแรกจำนวนไม่มากออกมาตรวจ การเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้มีขอบเขตกว้างกว่า จึงให้ข้อมูลมากขึ้นในบางสถานการณ์ แต่ก็มีโอกาสเกิดแขนบวม ชา และข้อไหล่ติดมากกว่า [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) และ [BreastCancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect)

การผ่าตัดอาจทำพร้อมกับการผ่าตัดสงวนเต้านม การตัดเต้านม หรือทำในภายหลัง หากผลตรวจจากการผ่าตัดครั้งแรกแสดงว่ามีโรคในต่อมน้ำเหลืองและทีมรักษาเห็นว่าจำเป็นต้องนำต่อมออกเพิ่มเติม

เป้าหมายของการผ่าตัดมีได้มากกว่าหนึ่งข้อ ได้แก่

- ตรวจว่ามีมะเร็งอยู่ในต่อมน้ำเหลืองหรือไม่
- ทราบจำนวนและลักษณะของต่อมน้ำเหลืองที่มีโรค
- ช่วยกำหนดระยะมะเร็งร่วมกับขนาดก้อน ลักษณะทางพยาธิวิทยา และผลตรวจตัวรับของเซลล์มะเร็ง
- ควบคุมโรคบริเวณรักแร้เมื่อทราบหรือสงสัยอย่างมากว่ามีมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง
- ใช้ประกอบการวางแผนรังสีรักษา เคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือยารักษาแบบจำเพาะเป้าหมาย

จำนวนต่อมน้ำเหลืองที่พบจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งไม่เท่ากัน และจำนวนที่นำออกไม่ใช่ตัวบอกผลการรักษาเพียงอย่างเดียว พยาธิแพทย์ต้องตรวจว่าแต่ละต่อมมีเซลล์มะเร็งหรือไม่ มีขนาดการกระจายมากน้อยเพียงใด และเซลล์ออกนอกเปลือกต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ ทีมมะเร็งจะอ่านผลเหล่านี้ร่วมกับข้อมูลส่วนอื่น ไม่ควรตีความจากจำนวนต่อมเพียงตัวเลขเดียว [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node)

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ใครอาจได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัด

การผ่าตัดนี้มักพิจารณาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีหลักฐานว่ามะเร็งกระจายถึงต่อมน้ำเหลืองรักแร้ อย่างไรก็ตาม การคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตหรือภาพตรวจที่น่าสงสัยยังไม่ใช่ข้อบ่งชี้ให้เลาะต่อมน้ำเหลืองโดยลำพัง โดยทั่วไปแพทย์จะตรวจอัลตราซาวด์และเจาะตรวจต่อมน้ำเหลืองที่สงสัยเมื่อเหมาะสม จากนั้นทีมมะเร็งจึงพิจารณาการผ่าตัดตามผลพยาธิวิทยา ระยะโรค การตอบสนองต่อยาก่อนผ่าตัด และทางเลือกในการรักษารักแร้อื่นๆ เช่น

- การเจาะตรวจหรือตัดชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองพบเซลล์มะเร็ง และทีมรักษาเห็นว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองเหมาะสมกว่าการรักษาด้วยยาก่อนผ่าตัดหรือการผ่าตัดรักแร้ขอบเขตเล็กกว่า
- ผล[ตรวจต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล](/hdcare/sentinel-lymph-node-biopsy/)พบการกระจายของโรคในระดับที่ทีมรักษาเห็นว่าควรผ่าตัดเพิ่ม
- ยังมีโรคในต่อมน้ำเหลืองหลังได้รับยารักษาก่อนผ่าตัด
- มีโรคบริเวณรักแร้ซึ่งต้องควบคุมด้วยการผ่าตัดตามแผนรักษาเฉพาะราย

หากคลำพบหรือภาพตรวจพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณเหนือไหปลาร้าผิดปกติ ต้องประเมินระยะโรคและวางแผนรักษาเฉพาะราย ความผิดปกติบริเวณนี้ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ให้เลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้โดยอัตโนมัติ

หลักเกณฑ์ไม่ได้พิจารณาจากจำนวนต่อมน้ำเหลืองที่ผิดปกติเพียงอย่างเดียว แพทย์จะดูชนิดและระยะของมะเร็ง การรักษาที่ได้รับมาก่อน แผนรังสีรักษา อายุ สุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงจากการผ่าตัดร่วมกัน

### ใครอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแรกบางรายอาจไม่ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด หากประเมินรักแร้แล้วไม่พบความผิดปกติ หรือผลจากต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลอยู่ในเกณฑ์ที่รักษาด้วยวิธีอื่นได้ การตัดสินใจขึ้นกับลักษณะโรคและแผนรักษาทั้งระบบ ไม่ควรสรุปจากผลตรวจเพียงรายการเดียว

แพทย์อาจพิจารณาหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการผ่าตัดเมื่อ

- ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองจะเพิ่มประโยชน์จากแผนรักษาปัจจุบัน
- สามารถประเมินต่อมน้ำเหลืองด้วยการตัดชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลที่มีขอบเขตเล็กกว่า
- มีโรคร่วมที่ทำให้ความเสี่ยงจากการวางยาสลบหรือการผ่าตัดสูงเกินประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- มีการติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพที่ควรรักษาให้คงที่ก่อน
- โรคอยู่ในสถานการณ์ที่ยารักษา รังสีรักษา หรือการดูแลแบบอื่นเหมาะสมกว่า
- ผู้ป่วยเคยผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณรักแร้มาก่อน ซึ่งทำให้ต้องวางแผนใหม่เป็นรายบุคคล

การมีอายุมาก โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ได้เสมอไป แต่ต้องประเมินว่าควบคุมโรคได้ดีเพียงใด หากยังไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ คำถามสำคัญคือ “ผลของการผ่าตัดจะเปลี่ยนแผนรักษาของฉันอย่างไร” และ “มีวิธีที่ผ่าตัดน้อยกว่านี้หรือไม่”

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวเริ่มจากการยืนยันขอบเขตของโรคและวางแผนร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์เต้านม อายุรแพทย์มะเร็ง รังสีรักษา และวิสัญญีแพทย์ตามความจำเป็น คุณควรทราบก่อนวันผ่าตัดว่าจะผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองอย่างเดียวหรือทำพร้อมการผ่าตัดเต้านม เพราะมีผลต่อแผล ระยะพักในโรงพยาบาล และการฟื้นตัว

### การตรวจและข้อมูลที่แพทย์อาจใช้

- ผลตรวจชิ้นเนื้อจากเต้านมหรือต่อมน้ำเหลือง
- ผลตรวจภาพของเต้านมและรักแร้
- ผลตรวจเลือดและการประเมินสุขภาพก่อนวางยาสลบ
- ประวัติโรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน ภาวะเลือดออกง่าย และการแพ้ยา
- ประวัติการผ่าตัดหรือรังสีรักษาที่เต้านม รักแร้ หรือทรวงอก
- ข้อจำกัดการเคลื่อนไหวของไหล่และอาการแขนบวมที่มีอยู่ก่อนผ่าตัด

หากมีแขนบวม ชา ปวดไหล่ หรือยกแขนได้ไม่สุดอยู่เดิม ควรบอกทีมรักษาไว้ก่อน เพราะข้อมูลนี้ช่วยแยกอาการเดิมออกจากอาการที่เกิดหลังผ่าตัด และอาจใช้วางแผนกายภาพบำบัด

### อาหารและน้ำก่อนผ่าตัด

การผ่าตัดมักใช้การวางยาสลบ จึงต้องงดอาหารและน้ำตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) เวลางดอาจต่างกันตามชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล ให้ทำตามคำสั่งที่ได้รับโดยตรง หากเผลอกินหรือดื่มในช่วงที่ต้องงด ควรแจ้งทีมผ่าตัด ไม่ควรปกปิดเพราะอาจกระทบความปลอดภัยขณะวางยาสลบ

### ยาที่ใช้อยู่

นำรายชื่อยาทั้งหมดให้แพทย์ดู รวมถึง

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาความดันและยารักษาโรคหัวใจ
- ยาแก้ปวดที่ซื้อใช้เอง
- ฮอร์โมน สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามเหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงลิ่มเลือดของคุณ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือดอุดตัน หรือมีอุปกรณ์รักษาโรคหัวใจ

### สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และใบส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลขอ
- เสื้อที่เปิดด้านหน้าหรือสวมง่าย ไม่ต้องยกแขนสูง
- ผู้ดูแลสำหรับเดินทางกลับและช่วยในช่วงแรก
- คำถามเกี่ยวกับสายระบาย แผล การอาบน้ำ และการขยับแขน

ควรงดสูบบุหรี่ตามแผนที่ทีมรักษาแนะนำ และแจ้งแพทย์หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ ผื่น แผลติดเชื้อ หรือสุขภาพเปลี่ยนก่อนวันผ่าตัด เพราะอาจต้องประเมินใหม่ว่าจะดำเนินการตามกำหนดได้หรือไม่

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันตามตำแหน่งของโรค การผ่าตัดเต้านมที่ทำร่วมกัน และการรักษาที่เคยได้รับ แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้

1. **ตรวจยืนยันตัวตนและแผนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาจะทบทวนข้างที่จะผ่าตัด ผลตรวจ การแพ้ยา และเอกสารยินยอม คุณยังสามารถถามได้ว่าขอบเขตการเลาะต่อมน้ำเหลืองเป็นอย่างไร และจะมีสายระบายหรือไม่

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   โดยทั่วไปใช้การวางยาสลบ ทำให้หลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และระดับออกซิเจนตลอดการผ่าตัด

3. **เปิดแผลเข้าสู่บริเวณรักแร้**  
   ศัลยแพทย์เปิดแผลที่รักแร้ หรือเข้าถึงรักแร้ผ่านแผลที่วางไว้ร่วมกับการผ่าตัดเต้านม ตำแหน่งและความยาวของแผลขึ้นกับการผ่าตัดที่ทำร่วมกันและรูปร่างของผู้ป่วย

4. **แยกเนื้อเยื่อและปกป้องโครงสร้างสำคัญ**  
   บริเวณรักแร้มีเส้นเลือด เส้นประสาท และทางเดินน้ำเหลือง ศัลยแพทย์จะแยกเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวัง โดยพยายามรักษาเส้นประสาทและโครงสร้างที่ไม่จำเป็นต้องนำออก อย่างไรก็ตาม เส้นประสาทรับความรู้สึกขนาดเล็กบางส่วนอาจถูกยืด ตัด หรือกระทบระหว่างการผ่าตัด ทำให้เกิดอาการชาหรือเสียวบริเวณรักแร้และด้านในต้นแขนได้

5. **นำเนื้อเยื่อที่มีต่อมน้ำเหลืองออก**  
   ศัลยแพทย์นำกลุ่มเนื้อเยื่อออกตามขอบเขตที่วางแผนไว้ ไม่ได้หยิบเฉพาะต่อมที่มองเห็นทีละต่อม เนื้อเยื่อทั้งหมดจะส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจ

6. **ห้ามเลือดและใส่สายระบาย**  
   หลังเอาเนื้อเยื่อออกจะเกิดช่องว่างซึ่งเลือดหรือน้ำเหลืองอาจสะสม จึงมักใส่สายระบายขนาดเล็กจากแผลไปยังภาชนะเก็บของเหลว [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) สายนี้ช่วยลดของเหลวคั่ง แต่ไม่ได้ป้องกันภาวะแขนบวมในระยะยาวทั้งหมด

7. **ปิดแผลและเฝ้าดูอาการหลังดมยาสลบ**  
   แผลอาจปิดด้วยไหม วัสดุเย็บใต้ผิวหนัง กาว หรือแถบปิดแผล จากนั้นคุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้น ทีมรักษาจะประเมินความปวด อาการคลื่นไส้ แผล เลือดออก และการทำงานของสายระบาย

8. **ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา**  
   พยาธิแพทย์ตรวจจำนวนต่อมน้ำเหลือง จำนวนต่อมที่พบเซลล์มะเร็ง และลักษณะสำคัญอื่นๆ ผลนี้ใช้ประกอบการกำหนดระยะและแผนรักษาต่อ ไม่ใช่คำตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าการรักษาจะได้ผลอย่างไร

หากทำพร้อมการผ่าตัดเต้านม ขั้นตอนทั้งหมดจะยาวและการพักฟื้นมากกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองเพียงอย่างเดียว รายละเอียดเรื่องแผลและข้อจำกัดหลังผ่าตัดจึงควรอิงจากการผ่าตัดชุดที่คุณได้รับจริง

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ไม่มีระยะเวลาตายตัวสำหรับการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ เพราะแหล่งข้อมูลที่ใช้ไม่ได้ให้ช่วงเวลาผ่าตัดที่ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกคน ระยะเวลาขึ้นกับว่าทำเฉพาะรักแร้หรือทำพร้อมการผ่าตัดเต้านม ขอบเขตของโรค พังผืดจากการรักษาก่อนหน้า รูปร่างของผู้ป่วย และความซับซ้อนที่พบระหว่างผ่าตัด

โดยทั่วไปใช้การวางยาสลบ คุณจึงต้องเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัดและการเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้นด้วย เวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลจึงยาวกว่าช่วงที่ศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดจริง

ผู้ป่วยบางรายกลับบ้านได้หลังอาการคงที่ ขณะที่บางรายต้องพักโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อทำพร้อมการตัดเต้านม มีโรคร่วม ต้องควบคุมอาการปวดหรือคลื่นไส้ หรือทีมรักษาต้องติดตามเลือดออกและการทำงานของสายระบาย แหล่งข้อมูลระบุว่าการพักค้างคืนอาจเกิดขึ้นได้ตามชนิดของการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองและการผ่าตัดเต้านมที่ทำร่วมกัน [BreastCancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect)

ก่อนวันผ่าตัด ควรถามให้ชัดว่าแพทย์คาดว่าจะทำหัตถการใดบ้างในครั้งเดียว มีโอกาสพักค้างหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ดูแลสายระบายเมื่อกลับบ้าน

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวขึ้นกับจำนวนและขอบเขตของเนื้อเยื่อที่นำออก การผ่าตัดเต้านมที่ทำร่วมกัน สุขภาพเดิม การรักษาก่อนหรือหลังผ่าตัด และลักษณะงานของคุณ แหล่งข้อมูลยืนยันว่าผู้ที่เลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้มักมีสายระบาย และการฟื้นตัวต่างกันตามขอบเขตการผ่าตัด [BreastCancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect) แต่ไม่ได้ให้ช่วงเวลาที่ใช้ได้เหมือนกันทุกคน

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักพบ | สิ่งที่ควรเน้น |
|---|---|---|
| วันแรกหลังผ่าตัด | ปวดตึงรักแร้ ง่วง คลื่นไส้เล็กน้อย หรือขยับแขนไม่ถนัด | ใช้ยาแก้ปวดตามแผน เริ่มขยับนิ้ว ข้อมือ และข้อศอกตามที่ทีมรักษาอนุญาต |
| ช่วงที่ยังมีสายระบาย | มีของเหลวไหลลงภาชนะ รู้สึกตึงแผลและไม่สะดวกเวลานอนหรือแต่งตัว | ดูแลสายไม่ให้พับหรือถูกดึง บันทึกของเหลวตามคำแนะนำ และสังเกตการอุดตัน |
| หลังนำสายระบายออก | แผลและการเคลื่อนไหวมักค่อยๆ ดีขึ้น แต่อาจยังชา ตึง หรือมีของเหลวคั่ง | ฝึกไหล่แบบค่อยเป็นค่อยไป และไปตามนัดเพื่อตรวจแผล |
| ระยะกลับไปทำงาน | งานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานยกของ ขับรถ หรือใช้แขนเหนือศีรษะ | กลับเมื่อควบคุมอาการปวดได้ ขยับแขนเพียงพอ และไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง |
| ระยะยาว | อาการชาหรือตึงอาจลดลงช้า บางคนต้องทำกายภาพบำบัด | เฝ้าระวังแขนบวม ความรู้สึกหนักแขน และข้อไหล่ติด |

### การดูแลสายระบาย

สายระบายดึงของเหลวจากช่องว่างใต้แผลเข้าสู่ภาชนะ คุณอาจต้องเทและบันทึกปริมาณตามวิธีที่ทีมรักษาสอน ไม่ควรตัด ดึง หรือพยายามถอดสายเอง กำหนดนำสายออกพิจารณาจากลักษณะและปริมาณของเหลว รวมถึงสภาพแผล ไม่ควรใช้จำนวนวันของผู้ป่วยคนอื่นเป็นเกณฑ์

ติดต่อทีมรักษาหากสายหลุด ของเหลวหยุดไหลอย่างกะทันหันพร้อมกับรักแร้บวมตึง มีเลือดสดเพิ่มขึ้น ของเหลวมีกลิ่นผิดปกติ หรือผิวรอบทางออกของสายแดงร้อน

### การขยับแขนและไหล่

การไม่ขยับแขนเลยอาจทำให้ไหล่ติดและกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่การยกของหนักหรือยืดแผลมากเกินไปในช่วงแรกก็ไม่เหมาะสม ทีมรักษามักแนะนำให้เริ่มการเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนและเพิ่มระดับตามแผล การทำกายภาพบำบัดช่วยฟื้นช่วงการเคลื่อนไหวและกำลังของแขนในผู้ที่มีอาการตึง อ่อนแรง หรือยกแขนได้ไม่เต็มที่ [BreastCancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect)

### การกลับไปทำงานและขับรถ

งานเบาอาจกลับได้ก่อนงานที่ต้องยก ดึง ผลัก หรือยกแขนเหนือศีรษะ ระยะเวลาควรประเมินจากชนิดการผ่าตัดทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะแผลรักแร้ คุณควรขับรถเมื่อหมุนพวงมาลัยและเบรกฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บมาก ไม่มีสายหรืออุปกรณ์ที่รบกวนการเคลื่อนไหว และไม่ได้ใช้ยาที่ทำให้ง่วง การอนุญาตขั้นสุดท้ายขึ้นกับการประเมินของศัลยแพทย์

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้มีความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดและความเสี่ยงเฉพาะจากการรบกวนทางเดินน้ำเหลืองกับเส้นประสาทบริเวณรักแร้ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบไม่บ่อย ได้แก่ ปฏิกิริยารุนแรงจากยาระงับความรู้สึก ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาหรือปอด เลือดออกรุนแรง และการบาดเจ็บต่อหลอดเลือดหรือเส้นประสาทสำคัญ ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลควรประเมินโดยศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ ไม่มีอัตราเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะความเสี่ยงขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด การผ่าตัดเต้านมร่วมกัน โรคร่วม น้ำหนักตัว การฉายรังสี และการติดตามฟื้นฟู

### แขนบวมจากน้ำเหลืองคั่ง

ภาวะน้ำเหลืองคั่งคือการที่ระบบน้ำเหลืองระบายของเหลวได้ไม่ดีหลังนำต่อมน้ำเหลืองออก ทำให้แขน มือ เต้านม ผนังทรวงอก หรือรักแร้ด้านที่ผ่าตัดบวม อาจรู้สึกหนัก แน่น ปวด หรือขยับข้อลดลง ภาวะนี้อาจเกิดไม่นานหลังผ่าตัดหรือปรากฏในภายหลัง [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) และ [BreastCancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect)

อาการบวมเล็กน้อยทุกครั้งไม่ได้หมายถึงภาวะถาวร เพราะอาจเกิดจากการอักเสบหลังผ่าตัด ของเหลวคั่ง หรือสาเหตุอื่น แต่ควรประเมินเร็ว โดยเฉพาะเมื่อแขนโตขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกหนัก หรือเสื้อและเครื่องประดับรัดกว่าปกติ การรักษาอาจประกอบด้วยการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ การออกกำลังเฉพาะ การดูแลผิวหนัง และอุปกรณ์กดรัดเมื่อเหมาะสม

### ของเหลวคั่งใต้แผล

ของเหลวใสอาจสะสมในช่องว่างที่เอาต่อมน้ำเหลืองออก ทำให้รักแร้บวม นิ่ม ตึง หรือรู้สึกเหมือนมีน้ำอยู่ใต้ผิว ภาวะนี้อาจเกิดแม้มีสายระบายแล้ว บางรายเฝ้าดูได้ ขณะที่บางรายต้องให้แพทย์ระบายของเหลว ไม่ควรเจาะเองเพราะเสี่ยงติดเชื้อ

### เลือดออกหรือก้อนเลือดใต้แผล

หากมีเลือดคั่ง แผลอาจบวมตึงเร็ว ปวดมากขึ้น หรือมีเลือดสดออกทางแผลและสายระบาย ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือมีความผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือดต้องมีแผนจัดการยาเฉพาะราย

### แผลติดเชื้อ

อาการที่พบได้คือแผลแดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ และมีไข้ ภาวะน้ำเหลืองคั่งอาจเพิ่มปัญหาผิวหนังและการติดเชื้อได้ [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) การรักษาขึ้นกับความลึกของการติดเชื้อและว่ามีของเหลวสะสมหรือไม่

### ชา เสียว หรือปวดจากเส้นประสาท

เส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณรักแร้และด้านในต้นแขนอาจถูกยืดหรือกระทบระหว่างผ่าตัด ทำให้ชา เสียว แสบร้อน หรือไวต่อการสัมผัส อาการบางส่วนดีขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อฟื้นตัว แต่บางคนอาจมีความรู้สึกเปลี่ยนไปในระยะยาว [BreastCancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect)

### ไหล่ติดและการเคลื่อนไหวลดลง

ความปวด ความตึงของแผล และการหลีกเลี่ยงใช้แขนอาจทำให้ยกแขนลำบาก การเริ่มขยับตามคำแนะนำและพบกายภาพบำบัดเมื่อจำเป็นช่วยลดความอ่อนแรงและฟื้นการเคลื่อนไหวได้

### พังผืดเป็นเส้นใต้ผิวหนัง

บางคนคลำหรือเห็นเส้นตึงจากรักแร้ลงมาตามแขน ทำให้เจ็บและเหยียดแขนได้ไม่เต็มที่ ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับพังผืดในทางเดินน้ำเหลืองหลังผ่าตัด [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) ควรให้ทีมรักษาประเมิน เพราะการยืดและกายภาพบำบัดที่เหมาะสมอาจช่วยได้

### การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ

พบได้น้อยกว่าอาการชาจากเส้นประสาทรับความรู้สึก แต่อาจทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนอ่อนแรงหรือสะบักนูนผิดปกติ หากสังเกตว่ายกแขนไม่ได้ อ่อนแรงชัดเจน หรือรูปสะบักเปลี่ยน ควรแจ้งแพทย์

งานวิจัยเก่าบางชิ้นรายงานอาการปวด ชา แขนบวม การเคลื่อนไหวจำกัด และการติดเชื้อหลังการเลาะต่อมน้ำเหลือง แต่ตัวเลขจากการศึกษาขนาดเล็กในอดีตไม่ควรนำมาทำนายความเสี่ยงของผู้ป่วยไทยแต่ละคน เนื่องจากเทคนิคผ่าตัด การรักษาร่วม และประชากรศึกษาแตกต่างกัน [บทความวิจัยใน PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3244199/)

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หมดสติ เลือดออกมาก แขนซีดเย็นหรืออ่อนแรงฉับพลัน ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอวันนัดหรือรอการติดต่อกลับ ส่วนอาการผิดปกติที่ไม่คุกคามชีวิตให้ติดต่อทีมผ่าตัดตามช่องทางที่โรงพยาบาลกำหนด

| อาการ | เหตุผลที่ต้องประเมิน |
|---|---|
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ | อาจเป็นภาวะฉุกเฉินจากหัวใจ ปอด หรือลิ่มเลือด |
| แขนบวมขึ้นรวดเร็วร่วมกับปวด แดง หรือสีผิวเปลี่ยน | ต้องแยกภาวะลิ่มเลือด การติดเชื้อ และการอุดกั้นของน้ำเหลือง |
| แผลหรือรักแร้บวมตึงเร็ว ปวดมากขึ้น หรือมีเลือดสดออกต่อเนื่อง | อาจมีเลือดออกหรือเลือดคั่ง |
| มีไข้ หนาวสั่น แผลแดงร้อนมากขึ้น มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ | อาจเป็นแผลติดเชื้อ |
| สายระบายหลุด แตก หรือหยุดไหลพร้อมกับแผลบวม | อาจระบายของเหลวไม่ได้ |
| มือหรือแขนเย็น ซีด เขียว ชามากขึ้น หรืออ่อนแรงฉับพลัน | ต้องประเมินเส้นเลือดและเส้นประสาท |
| ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้ใช้ยาตามแผน | อาจมีภาวะแทรกซ้อนใต้แผล |
| แผลแยกหรือมีเนื้อเยื่อโผล่ | ต้องดูแลแผลโดยบุคลากรทางการแพทย์ |

อาการชาเล็กน้อยและตึงแผลพบได้หลังผ่าตัด แต่ถ้าอาการเปลี่ยนเร็ว รุนแรง หรือเกิดร่วมกับบวม แดง ไข้ และอ่อนแรง ไม่ควรรอถึงวันนัดตามปกติ

## ทางเลือกอื่น

การเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ป่วย[มะเร็งเต้านม](/hdcare/breast-cancer-surgery/)ทุกคน ทางเลือกขึ้นกับว่าต้องการตรวจระยะโรค ควบคุมโรคที่รักแร้ หรือทำทั้งสองอย่าง

### การตัดชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล

วิธีนี้ค้นหาและนำต่อมน้ำเหลืองด่านแรกที่รับน้ำเหลืองจากก้อนมะเร็งออกมาตรวจ โดยทั่วไปมีขอบเขตเล็กกว่าการเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ จึงมักมีผลกระทบต่อระบบน้ำเหลืองน้อยกว่า เหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่ามีโรคจำนวนมากในรักแร้

หากผลตรวจพบเซลล์มะเร็ง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องกลับไปเลาะต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด ทีมรักษาจะพิจารณาปริมาณโรค ชนิดการผ่าตัดเต้านม แผนรังสีรักษา และการรักษาด้วยยาร่วมกัน

### การเจาะตรวจต่อมน้ำเหลืองด้วยเข็ม

เมื่อต่อมน้ำเหลืองดูผิดปกติจากอัลตราซาวด์ แพทย์อาจใช้เข็มเก็บเซลล์หรือชิ้นเนื้อก่อนวางแผนผ่าตัด วิธีนี้ช่วยยืนยันการกระจายของโรคได้ในบางราย แต่ไม่ได้ทดแทนการประเมินทางพยาธิวิทยาจากการผ่าตัดในทุกสถานการณ์

### การรักษาด้วยยาก่อนผ่าตัด

ผู้ป่วยบางรายได้รับเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือยารักษาแบบจำเพาะเป้าหมายก่อนผ่าตัด เพื่อลดโรคในเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ผลตอบสนองหลังการรักษาจะมีส่วนกำหนดว่าต้องผ่าตัดรักแร้ขอบเขตใด หากยังพบโรคในต่อมน้ำเหลืองเป้าหมาย แพทย์อาจยังแนะนำให้เลาะต่อมน้ำเหลือง [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node)

### รังสีรักษาบริเวณรักแร้

ในผู้ป่วยบางกลุ่ม รังสีรักษาอาจเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมโรคบริเวณรักแร้ หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัดขอบเขตเล็กกว่า แต่รังสีรักษามีผลข้างเคียงของตนเองและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแขนบวมในบางสถานการณ์ จึงต้องวางแผนร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์และรังสีแพทย์รักษา

### การเฝ้าติดตามโดยไม่เลาะต่อมน้ำเหลืองเพิ่ม

บางกรณีที่มีโรคปริมาณน้อยและได้รับการรักษาส่วนอื่นครบตามเกณฑ์ อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเพิ่ม การตัดสินใจนี้ต้องอาศัยรายละเอียดทางพยาธิวิทยาและแผนรักษาทั้งหมด ไม่ควรเลือกเฝ้าดูเองโดยไม่มีการประเมินจากทีมมะเร็ง

ก่อนตัดสินใจ คุณควรถามว่าแต่ละทางเลือกให้ข้อมูลอะไร ลดความเสี่ยงของโรคบริเวณรักแร้อย่างไร และมีผลต่อความเสี่ยงแขนบวม การฉายรังสี และการรักษาด้วยยาอย่างไร

## สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการรักษาที่ได้รับอนุมัติ ควรตรวจสอบก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยนำผลชิ้นเนื้อ ผลตรวจภาพ และแผนการรักษาไปด้วย

### บัตรทอง

โดยทั่วไปผู้มีสิทธิบัตรทองเริ่มที่หน่วยบริการประจำ หากต้องรักษาในโรงพยาบาลที่มีศัลยกรรมเต้านมหรือทีมมะเร็ง อาจต้องผ่านระบบส่งต่อ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินหรือเงื่อนไขเฉพาะของระบบ ควรถามว่าใบส่งตัวครอบคลุมการผ่าตัด การตรวจพยาธิวิทยา การนอนโรงพยาบาล และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่

### ประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิและฝ่ายสิทธิประโยชน์ เพื่อยืนยันเส้นทางการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่ให้การผ่าตัดได้ ถามให้ชัดว่าต้องมีหนังสือส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ รวมถึงนัดติดตาม การดูแลสายระบาย กายภาพบำบัด และการรักษามะเร็งหลังผ่าตัด

### ประกันสุขภาพเอกชน

ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ ระยะรอคอย ข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน วงเงิน และเครือข่ายสถานพยาบาล ควรขอให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลเพื่อพิจารณารับรองสิทธิก่อนเข้ารักษา และถามว่าความคุ้มครองรวมรายการใดบ้าง เช่น

- ค่าห้องผ่าตัดและการวางยาสลบ
- การผ่าตัดเต้านมที่ทำร่วมกัน
- การตรวจชิ้นเนื้อและพยาธิวิทยา
- การพักโรงพยาบาล
- การดูแลสายระบายและตรวจแผล
- กายภาพบำบัดหรือการดูแลภาวะน้ำเหลืองคั่ง
- การรักษามะเร็งขั้นต่อไป

หากเอกสารใช้คำว่า “ตรวจระยะโรค” หรือ “ผ่าตัดมะเร็ง” ต่างจากชื่อหัตถการในกรมธรรม์ ควรให้ฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลช่วยยืนยันรหัสและรายละเอียด ไม่ควรอาศัยชื่อเรียกจากใบเสนอการรักษาเพียงอย่างเดียว

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้จำเป็นสำหรับมะเร็งเต้านมทุกคนไหม

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะผู้ป่วยบางรายตรวจเฉพาะต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลหรือใช้การรักษาวิธีอื่นได้ การตัดสินใจขึ้นกับผลตรวจรักแร้ ปริมาณโรค การผ่าตัดเต้านม และแผนรังสีหรือยารักษา

### การผ่าตัดนี้ทำให้รู้ระยะมะเร็งได้หรือไม่

ผลต่อมน้ำเหลืองช่วยกำหนดระยะมะเร็ง แต่ต้องอ่านร่วมกับขนาดและลักษณะของก้อน ผลพยาธิวิทยา และการตรวจส่วนอื่น จำนวนต่อมน้ำเหลืองที่พบโรคจึงไม่ใช่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่กำหนดระยะหรือแผนรักษา

### ผ่าตัดพร้อมการผ่าตัดเต้านมได้ไหม

ทำพร้อมกันได้ในหลายกรณี และบางรายอาจทำเป็นการผ่าตัดแยกภายหลัง ขึ้นกับว่าทราบผลต่อมน้ำเหลืองเมื่อใดและวางแผนรักษาไว้อย่างไร [Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node)

### ต้องวางยาสลบหรือไม่

โดยทั่วไปการเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทำภายใต้การวางยาสลบ วิสัญญีแพทย์จะประเมินสุขภาพ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ก่อนกำหนดแผนระงับความรู้สึก

### หลังผ่าตัดต้องมีสายระบายทุกคนไหม

มักมีสายระบายเพื่อเอาเลือดและน้ำเหลืองออกจากช่องว่างใต้แผล แต่รายละเอียดขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัดและดุลยพินิจของศัลยแพทย์ หากต้องกลับบ้านพร้อมสาย ทีมรักษาควรสอนวิธีเท บันทึก และสังเกตความผิดปกติก่อนออกจากโรงพยาบาล

### สายระบายจะเอาออกเมื่อไร

แพทย์นำสายออกเมื่อปริมาณและลักษณะของของเหลวอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและแผลไม่มีปัญหา จึงไม่ควรกำหนดจากจำนวนวันตายตัวหรือเปรียบเทียบกับผู้ป่วยคนอื่น

### แขนจะบวมหลังผ่าตัดทุกคนหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคนจะเกิดแขนบวม แต่การเลาะต่อมน้ำเหลืองทำให้การระบายน้ำเหลืองเปลี่ยนไปและเพิ่มความเสี่ยง อาการที่ควรสังเกตคือแขนหรือมือโตขึ้น รู้สึกหนัก แน่น ปวด หรือขยับข้อลดลง

### อาการชาบริเวณรักแร้และต้นแขนปกติไหม

อาการชาหรือเสียวพบได้หลังผ่าตัด เพราะเส้นประสาทรับความรู้สึกขนาดเล็กอาจถูกยืดหรือกระทบ อาการอาจค่อยๆ ลดลง แต่บางคนมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงนาน ควรแจ้งแพทย์หากชาเพิ่มขึ้นรวดเร็วหรือมีแขนอ่อนแรงร่วมด้วย

### หลังผ่าตัดควรหยุดใช้แขนข้างนั้นหรือไม่

ไม่ควรหยุดขยับทั้งหมด เพราะอาจทำให้ไหล่ติดและแขนอ่อนแรง แต่ต้องเริ่มอย่างอ่อนโยนและไม่ยกของหนักเกินคำแนะนำ โปรแกรมการขยับควรสอดคล้องกับแผล สายระบาย และการผ่าตัดเต้านมที่ทำร่วมกัน

### เมื่อไรจึงกลับไปทำงานได้

กลับไปทำงานได้เมื่อแผลและการเคลื่อนไหวเหมาะกับลักษณะงาน โดยงานนั่งโต๊ะมักกลับได้ก่อนงานยกของหรือใช้แขนเหนือศีรษะ ระยะพักขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด อาการปวด สายระบาย และสุขภาพโดยรวม

### ถ้าผลต่อมน้ำเหลืองพบมะเร็ง แปลว่ามะเร็งกระจายทั่วร่างกายแล้วหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องแปลว่ากระจายไปอวัยวะไกล ต่อมน้ำเหลืองรักแร้เป็นบริเวณใกล้เคียงที่มะเร็งเต้านมอาจกระจายถึงก่อน แพทย์จะใช้ผลต่อมน้ำเหลืองร่วมกับการตรวจอื่นเพื่อกำหนดระยะและเลือกการรักษา

### ถ้าผลต่อมน้ำเหลืองไม่พบมะเร็ง ยังต้องรักษาอย่างอื่นหรือไม่

อาจยังต้องรักษาเพิ่มเติม เพราะแผนรักษาขึ้นกับลักษณะของมะเร็งในเต้านม ไม่ได้ขึ้นกับต่อมน้ำเหลืองอย่างเดียว ทีมรักษาจะพิจารณารังสีรักษา ยาต้านฮอร์โมน เคมีบำบัด หรือยารักษาแบบจำเพาะเป้าหมายตามผลทั้งหมด

### มีวิธีลดโอกาสแขนบวมหรือไม่

การเฝ้าสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก ดูแลผิวหนัง ขยับแขนตามคำแนะนำ และเข้ารับการประเมินเมื่อเริ่มหนักหรือตึงแขนช่วยให้จัดการได้เร็ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะป้องกันภาวะน้ำเหลืองคั่งได้ทั้งหมด

### ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรผ่าตัด ควรถามแพทย์อะไร

ควรถามว่าหลักฐานใดบอกว่ามีโรคในรักแร้ ผลผ่าตัดจะเปลี่ยนแผนรักษาอย่างไร มีทางเลือกที่ขอบเขตเล็กกว่าหรือไม่ และความเสี่ยงเฉพาะของคุณเป็นอย่างไร คำตอบควรเชื่อมโยงกับผลชิ้นเนื้อ ผลภาพ และแผนรักษามะเร็งทั้งหมดของคุณ ไม่ใช่อาศัยแนวทางทั่วไปเพียงอย่างเดียว

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Axillary Lymph Nodes: Dissection & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/axillary-lymph-node) — เกี่ยวกับ Axillary lymph node dissection — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [American Cancer Society: Lymph Node Removal: Recovery and Side Effects - Breast Cancer.org](https://www.breastcancer.org/treatment/surgery/lymph-node-removal/what-to-expect) — เกี่ยวกับ Axillary lymph node dissection — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of Axillary Lymph Node Dissection in Treatment of ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3244199/) — เกี่ยวกับ Axillary lymph node dissection — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
