# ผ่าตัดเอ็นข้อเท้า

**ผ่าตัดเอ็นข้อเท้า (Ankle-ligament reconstruction) คือการซ่อม ทำให้ตึง หรือสร้างเอ็นด้านข้างข้อเท้าใหม่ เพื่อให้ข้อเท้าที่หลวมจากเอ็นฉีกหรือยืดกลับมามั่นคงขึ้น มักพิจารณาเมื่อข้อเท้าพลิกซ้ำ รู้สึกข้อเท้าทรุดหรือหลุดขณะเดิน และการทำกายภาพบำบัดร่วมกับอุปกรณ์พยุงยังควบคุมอาการไม่ได้**

## ประเด็นสำคัญ

- การผ่าตัดมักไม่ใช่ทางเลือกแรกหลังข้อเท้าพลิกครั้งเดียว ส่วนใหญ่ควรผ่านการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการใช้อุปกรณ์พยุงอย่างเหมาะสมก่อน
- วิธีผ่าตัดขึ้นอยู่กับคุณภาพของเอ็นเดิม ความผิดรูปของเท้า กิจกรรมที่ต้องการกลับไปทำ และความเสียหายอื่นภายในข้อเท้า อาจเป็นการซ่อมเอ็นเดิมหรือสร้างเอ็นใหม่ด้วยเนื้อเยื่อเสริม
- การพักฟื้นต้องปกป้องเอ็นที่ซ่อมไว้หลายสัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มการลงน้ำหนัก การเคลื่อนไหว และการฝึกกำลังตามแผนของศัลยแพทย์กับนักกายภาพบำบัด

## ผ่าตัดเอ็นข้อเท้า คืออะไร

เอ็นข้อเท้าเป็นแถบเนื้อเยื่อแข็งแรงที่เชื่อมกระดูกเข้าหากัน ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและช่วยไม่ให้ข้อเท้าพลิกเกินช่วงปกติ เอ็นด้านนอกข้อเท้ามักบาดเจ็บเมื่อเท้าพลิกเข้าด้านใน หากเอ็นฉีก ยืด หรือสมานตัวในตำแหน่งที่หย่อน ข้อเท้าอาจไม่มั่นคงแม้อาการปวดจากการบาดเจ็บครั้งแรกจะลดลงแล้ว

ภาวะนี้เรียกว่า “ข้อเท้าไม่มั่นคงเรื้อรัง” ผู้ที่เป็นอาจมีข้อเท้าพลิกซ้ำ เดินบนพื้นต่างระดับลำบาก รู้สึกข้อเท้ายวบ หรือไม่มั่นใจเมื่อต้องวิ่งและเปลี่ยนทิศทาง การพลิกซ้ำยังอาจทำให้กระดูกอ่อน เอ็นอื่น หรือเส้นเอ็นรอบข้อเท้าบาดเจ็บร่วมด้วยได้ แหล่งข้อมูลทางศัลยกรรมข้อเท้าระบุว่าการผ่าตัดสร้างเอ็นด้านข้างมุ่งซ่อมหรือทำให้เอ็นที่หลวมกลับมาตึงขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงของข้อเท้า ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21047-ankle-surgery))

วิธีที่ใช้บ่อยคือการเย็บและทำให้เอ็นเดิมสั้นลง แล้วตรึงกลับเข้ากับกระดูก หากเอ็นเดิมบางมาก เสื่อม หรือเคยผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล ศัลยแพทย์อาจต้องสร้างเอ็นใหม่โดยใช้เส้นเอ็นส่วนอื่นของผู้ป่วยหรือเนื้อเยื่อสำหรับปลูกถ่าย การเลือกวิธีไม่ได้ขึ้นกับภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาความหลวมจากการตรวจร่างกาย คุณภาพเนื้อเยื่อ รูปร่างเท้า และกิจกรรมที่ผู้ป่วยต้องการกลับไปทำ

การผ่าตัดอาจทำผ่านแผลเปิดด้านนอกข้อเท้า หรือทำผ่านกล้องส่องข้อโดยใช้กล้องและเครื่องมือขนาดเล็ก การส่องกล้องช่วยให้ตรวจและรักษาความเสียหายบางอย่างภายในข้อพร้อมกันได้ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน งานทบทวนทางวิชาการชี้ว่าการซ่อมผ่านกล้องมีแผลเล็กและรบกวนเนื้อเยื่อน้อยกว่า แต่ต้องอาศัยความแม่นยำ เพราะเอ็นอยู่ใกล้เส้นประสาท เส้นเอ็น และโครงสร้างสำคัญอื่น

เป้าหมายของการผ่าตัดคือทำให้ข้อเท้ามั่นคงและใช้งานได้ดีขึ้น ไม่ใช่รับประกันว่าข้อเท้าจะเหมือนเดิมทุกอย่าง อาการปวดอาจมีสาเหตุจากกระดูกอ่อน ข้ออักเสบ เส้นเอ็น หรือเส้นประสาทร่วมด้วย หากสาเหตุเหล่านี้ไม่ได้รับการประเมิน การซ่อมเอ็นเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้อาการทั้งหมด

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัดมักมีทั้งอาการที่รบกวนชีวิตและหลักฐานว่าข้อเท้าหลวมจริง ไม่ควรตัดสินจากผลเอกซเรย์หรือภาพสแกนเพียงอย่างเดียว

### ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณา

- ข้อเท้าพลิกซ้ำ แม้ระวังและใส่อุปกรณ์พยุงแล้ว
- รู้สึกข้อเท้ายวบหรือทรุดขณะเดิน วิ่ง ลงบันได หรืออยู่บนพื้นไม่เรียบ
- มีอาการปวด บวม หรือไม่มั่นคงต่อเนื่องจนรบกวนงาน กีฬา หรือกิจวัตร
- ตรวจพบข้อเท้าหลวมจากการตรวจเฉพาะทาง และอาจมีภาพถ่ายช่วยยืนยันความเสียหาย
- ผ่านการทำกายภาพบำบัดที่เน้นกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า การรับรู้ตำแหน่งข้อ และการทรงตัวอย่างเหมาะสมแล้ว แต่อาการยังคงอยู่
- เอ็นเสียหายมาก หรือมีความเสียหายอื่นที่แพทย์เห็นว่าการรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่น่าจะแก้ความไม่มั่นคงได้

ไม่ใช่ทุกคนที่ข้อเท้าพลิกบ่อยจะต้องผ่าตัด บางคนรู้สึกไม่มั่นคงจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง การควบคุมการทรงตัวไม่ดี หรือความกลัวหลังบาดเจ็บ ทั้งที่เอ็นไม่ได้หลวมมาก กลุ่มนี้อาจดีขึ้นจากแผนฟื้นฟูที่ตรงสาเหตุ แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการลองกายภาพบำบัดและอุปกรณ์เสริมในรองเท้าก่อน และการผ่าตัดทันทีหลังข้อเท้าพลิกครั้งแรกไม่ใช่แนวทางที่ใช้เป็นปกติ ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

### ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือใช้วิธีอื่นก่อน

- มีแผล การติดเชื้อ หรือผิวหนังบริเวณที่จะผ่าตัดไม่พร้อม
- การไหลเวียนเลือดไปเท้าไม่ดี หรือมีโรคที่ทำให้แผลหายยากและยังควบคุมไม่ได้
- ระดับน้ำตาลในเลือดหรือโรคประจำตัวยังไม่เหมาะต่อการผ่าตัด
- สูบบุหรี่หรือใช้นิโคติน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อแผลหายช้า แพทย์อาจขอให้หยุดและประเมินความพร้อมก่อน
- มีข้อเท้าเสื่อมรุนแรง กระดูกผิดรูปมาก หรือปัญหาเส้นเอ็นที่เป็นสาเหตุหลัก การซ่อมเอ็นอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
- ไม่สามารถทำตามข้อจำกัดการลงน้ำหนักหรือเข้าร่วมการฟื้นฟูหลังผ่าตัดได้
- มีอาการปวด แต่ไม่พบความไม่มั่นคงที่สัมพันธ์กับอาการอย่างชัดเจน

ผู้ที่มีเอ็นทั่วร่างกายหย่อน ความผิดรูปของส้นเท้าหรืออุ้งเท้า หรือเคยผ่าตัดบริเวณนี้มาก่อน อาจยังผ่าตัดได้ แต่ต้องวางแผนต่างจากการซ่อมเอ็นทั่วไป บางรายต้องแก้แนวกระดูกหรือซ่อมโครงสร้างอื่นร่วมกันเพื่อไม่ให้แรงผิดปกติดึงเอ็นที่สร้างใหม่ซ้ำ

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อจะพิจารณาจากประวัติการพลิกซ้ำ การตรวจความหลวม ภาพเอกซเรย์ และภาพตรวจเนื้อเยื่อเมื่อจำเป็น คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “เอ็นฉีกหรือไม่” แต่คือ “ความเสียหายนั้นเป็นสาเหตุของอาการหรือไม่ และมีวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดซึ่งยังควรลองหรือไม่”

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีทั้งการประเมินข้อเท้า สุขภาพโดยรวม และสภาพบ้าน เพราะหลังผ่าตัดคุณอาจเดินลงน้ำหนักตามปกติไม่ได้อยู่ระยะหนึ่ง

### การตรวจและวางแผน

แพทย์จะถามว่าเริ่มบาดเจ็บเมื่อใด พลิกซ้ำบ่อยเพียงใด อาการเกิดระหว่างกิจกรรมใด และเคยรักษาอะไรมาบ้าง การตรวจจะเปรียบเทียบข้อเท้าทั้งสองข้าง ดูแนวส้นเท้า อุ้งเท้า จุดกดเจ็บ ความหลวม กำลังกล้ามเนื้อ และการไหลเวียนเลือด

การตรวจเพิ่มเติมอาจประกอบด้วยเอกซเรย์เพื่อดูแนวกระดูก กระดูกงอก ข้อเสื่อม หรือรอยกระดูกหักเก่า บางรายอาจต้องตรวจด้วยภาพสนามแม่เหล็กเพื่อดูเอ็น กระดูกอ่อน และเส้นเอ็นรอบข้อเท้า แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าอาจใช้เอกซเรย์หรือภาพสนามแม่เหล็กก่อนผ่าตัดตามปัญหาที่สงสัย ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

แจ้งแพทย์หากมีไข้ ไอ การติดเชื้อ แผลที่เท้า หรือสุขภาพเปลี่ยนแปลงก่อนวันผ่าตัด เพราะอาจต้องประเมินใหม่หรือเลื่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย

### อาหาร ยา และโรคประจำตัว

โรงพยาบาลจะให้เวลางดอาหารและน้ำตามชนิดการระงับความรู้สึก ให้ทำตามเวลาที่ได้รับเป็นรายบุคคล หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง ไม่ควรปิดบัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างระงับความรู้สึก

ทำรายการยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึงยาซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบบางชนิด
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจกระทบการแข็งตัวของเลือด

อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าแต่ละชนิดควรใช้ต่อ ปรับ หรือหยุดเมื่อใด โดยพิจารณาความเสี่ยงเลือดออกเทียบกับความเสี่ยงลิ่มเลือดของคุณ แหล่งข้อมูลอ้างอิงแนะนำให้แจ้งยาทั้งหมดและสอบถามเรื่องยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดก่อนผ่าตัด

หากเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือมีประวัติแพ้ยาและแพ้วัสดุทางการแพทย์ ให้แจ้งทีมรักษา รวมถึงประวัติลิ่มเลือด อาการผิดปกติจากการระงับความรู้สึก และปัญหาเลือดออกง่ายในอดีต

### เตรียมบ้านและการเดินทาง

จัดคนพากลับบ้าน เพราะไม่ควรขับรถหลังได้รับยาระงับความรู้สึก เตรียมไม้ค้ำหรืออุปกรณ์ช่วยเดินตามที่ทีมรักษาแนะนำ ทดลองใช้ก่อนวันผ่าตัดถ้าเป็นไปได้

ย้ายของใช้ประจำวันให้อยู่ในจุดหยิบง่าย เก็บพรมและสายไฟที่เสี่ยงสะดุด วางเก้าอี้สำหรับพักและรองยกขา หากห้องนอนหรือห้องน้ำต้องขึ้นบันได ควรวางแผนกับนักกายภาพบำบัดว่าจะขึ้นลงอย่างไรอย่างปลอดภัย

สิ่งที่ควรนำไป ได้แก่ เอกสารสิทธิการรักษา บัตรประจำตัว รายการยา ผลตรวจเดิมตามที่โรงพยาบาลขอ และรองเท้าหรือเสื้อผ้าที่สวมง่าย ไม่ควรนำของมีค่าที่ไม่จำเป็นไปด้วย

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจริงต่างกันตามตำแหน่งเอ็น คุณภาพเนื้อเยื่อ และความเสียหายร่วม แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

1. **ยืนยันข้างและแผนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาจะทบทวนชื่อ การแพ้ยา โรคประจำตัว และข้างที่จะผ่าตัด คุณมีโอกาสถามข้อสงสัยก่อนเซ็นยินยอม

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   อาจเป็นการดมยาสลบ หรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย วิธีที่เหมาะขึ้นกับแผนผ่าตัด สุขภาพ และการประเมินของวิสัญญีแพทย์ แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าทั้งสองแนวทางสามารถใช้ได้ ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

3. **จัดท่าและทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด**  
   ทีมจะจัดขาให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงเอ็นด้านนอกได้ แล้วทำความสะอาดและคลุมบริเวณผ่าตัดด้วยอุปกรณ์ปลอดเชื้อ

4. **ตรวจภายในข้อเมื่อจำเป็น**  
   หากสงสัยกระดูกอ่อนเสียหาย เนื้อเยื่อถูกหนีบ หรือมีชิ้นกระดูก แพทย์อาจส่องกล้องผ่านแผลเล็กเพื่อตรวจและรักษาปัญหาภายในข้อ การส่องกล้องไม่จำเป็นในผู้ป่วยทุกคน

5. **เปิดถึงเอ็นที่เสียหาย**  
   ในการผ่าตัดแบบเปิด แพทย์ทำแผลบริเวณด้านนอกข้อเท้าและแยกชั้นเนื้อเยื่อโดยระวังเส้นประสาทกับเส้นเอ็นใกล้เคียง หากเป็นวิธีผ่านกล้อง จะใช้แผลขนาดเล็กสำหรับกล้องและเครื่องมือ

6. **ซ่อมหรือสร้างเอ็น**  
   หากเอ็นเดิมยังมีคุณภาพดี แพทย์อาจตัดแต่งส่วนเสียหาย ทำเอ็นให้สั้นและตึงขึ้น แล้วเย็บยึดกลับกับกระดูกผ่านรูขนาดเล็กหรืออุปกรณ์ยึดสำหรับงานศัลยกรรม
   หากเนื้อเยื่อเดิมไม่แข็งแรงพอ อาจใช้เส้นเอ็นส่วนอื่นมาสร้างแนวพยุงใหม่ วิธีนี้มักซับซ้อนกว่าและแผนฟื้นฟูอาจต่างจากการซ่อมเอ็นเดิม

7. **แก้ปัญหาร่วมถ้าจำเป็น**  
   แพทย์อาจซ่อมเส้นเอ็น นำเนื้อเยื่อที่หนีบออก รักษารอยกระดูกอ่อน หรือแก้แนวกระดูกในรายที่จำเป็น ขั้นตอนร่วมเหล่านี้มีผลต่อเวลาและระยะพักฟื้น

8. **ตรวจความมั่นคงและปิดแผล**  
   หลังปรับความตึง แพทย์จะตรวจการเคลื่อนไหวและความมั่นคง แล้วปิดชั้นเนื้อเยื่อและผิวหนัง

9. **ใส่อุปกรณ์ป้องกันข้อเท้า**  
   โดยทั่วไปจะใส่เฝือกชั่วคราว เฝือกแข็ง หรือรองเท้าพยุง เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวที่อาจดึงเอ็นซึ่งเพิ่งซ่อม

หลังผ่าตัด ทีมจะเฝ้าดูชีพจร ความดัน การหายใจ อาการปวด และการไหลเวียนเลือดที่ปลายเท้า ก่อนพิจารณาว่ากลับบ้านได้หรือควรพักสังเกตอาการ

## ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดมักใช้เวลาหลายชั่วโมงเมื่อรวมการระงับความรู้สึก การจัดท่า และการพักฟื้นในห้องสังเกตอาการ ตัวการซ่อมเอ็นเองอาจใช้เวลาต่างกันมากตามว่าเป็นการซ่อมเอ็นเดิม สร้างเอ็นใหม่ ส่องกล้อง หรือทำหัตถการอื่นร่วมด้วย แหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับการสร้างเอ็นด้านข้างระบุว่าการผ่าตัดอาจกินเวลาตั้งแต่หลายชั่วโมงขึ้นไป ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

หลายรายสามารถกลับบ้านในวันเดียวกันหลังอาการคงที่ แต่บางรายอาจต้องนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัดหลายอย่างพร้อมกัน มีโรคประจำตัว ต้องควบคุมอาการปวดเพิ่มเติม หรือยังใช้อุปกรณ์ช่วยเดินไม่ปลอดภัย แนวทางของต่างประเทศที่ระบุว่าเป็นการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียวไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้อสรุปกับทุกโรงพยาบาลในไทย การตัดสินใจขึ้นกับทีมรักษาและระบบของสถานพยาบาล

คุณควรถามล่วงหน้าว่าจะใช้การดมยาสลบหรือระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน มีแผนกลับบ้านวันเดียวหรือไม่ และต้องมีผู้ดูแลช่วงแรกนานเพียงใด คำตอบเหล่านี้ช่วยให้จัดการเดินทาง งาน และบ้านได้เหมาะสม

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นแบ่งเป็นช่วงปกป้องเอ็น ช่วงคืนการเคลื่อนไหว และช่วงสร้างกำลัง ไม่ควรเร่งเพียงเพราะอาการปวดลดลง เพราะเอ็นและจุดยึดกับกระดูกยังต้องใช้เวลาสมานตัว

| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| วันแรกถึงช่วงต้น | ปวด บวม มีเฝือกหรืออุปกรณ์พยุง ต้องยกเท้าและใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน | อย่าให้แผลหรือเฝือกเปียก อย่าลงน้ำหนักเกินคำสั่ง |
| หลายสัปดาห์แรก | ตรวจแผล เปลี่ยนอุปกรณ์พยุง และอาจเริ่มขยับข้อบางทิศทาง | หลีกเลี่ยงท่าพลิกที่ดึงเอ็นด้านนอก |
| ช่วงกลางของการฟื้นฟู | ค่อยเพิ่มการลงน้ำหนัก การเคลื่อนไหว และกำลังกล้ามเนื้อ | ไม่เพิ่มกิจกรรมเองหากบวมและปวดมากขึ้น |
| ช่วงกลับไปทำงานหรือกีฬา | ฝึกทรงตัว เดินเร็ว วิ่ง หรือเปลี่ยนทิศตามลำดับ | ต้องผ่านการประเมินความมั่นคงและการควบคุมขา |

### ช่วงแรกหลังผ่าตัด

ในช่วงแรกมักต้องใช้ไม้ค้ำและจำกัดหรือหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนัก ขึ้นกับชนิดการซ่อมและหัตถการร่วม แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยมักไม่สามารถเดินลงน้ำหนักตามปกติได้อยู่หลายสัปดาห์ และอาจเปลี่ยนจากเฝือกชั่วคราวเป็นเฝือกหรือรองเท้าพยุงเมื่อแผลเหมาะสม ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

อาการปวดและบวมมักเด่นในช่วงต้น การยกขาให้สูงตามคำแนะนำช่วยลดบวมได้ แต่ถ้าอาการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปลายเท้าชา เย็น หรือสีผิดปกติ ต้องติดต่อโรงพยาบาล ไม่ควรถอดหรือปรับเฝือกเอง

### การกลับไปทำงาน

งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืน เดิน ขึ้นบันได ขับรถ หรือยกของ อย่างไรก็ตาม แม้งานนั่งโต๊ะก็ต้องพิจารณาว่าคุณยกขาได้หรือไม่ เดินทางอย่างไร และยังใช้ยาที่ทำให้ง่วงหรือไม่

งานที่ต้องยืนทั้งวัน เดินบนพื้นไม่เรียบ หรือใช้กำลังขา มักต้องรอจนลงน้ำหนักและควบคุมข้อเท้าได้เพียงพอ ศัลยแพทย์จะกำหนดจากชนิดการซ่อม ความแข็งแรงของแผล และผลการฟื้นฟู ไม่ควรกำหนดวันกลับงานจากอาการปวดเพียงอย่างเดียว

การกลับไปขับรถขึ้นกับข้างที่ผ่าตัด ชนิดเกียร์ อุปกรณ์พยุง และความสามารถในการเหยียบเบรกฉุกเฉิน ห้ามขับขณะใส่อุปกรณ์ที่ควบคุมเท้าไม่ได้หรือใช้ยาที่ทำให้ง่วง ให้แพทย์ประเมินก่อน

### การกลับไปออกกำลังกายและกีฬา

กีฬาที่วิ่ง กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่าการเดินทั่วไป ก่อนกลับกีฬา ควรมีการเคลื่อนไหว กำลังกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการตอบสนองของขาใกล้เคียงระดับที่ปลอดภัย การใส่อุปกรณ์พยุงเพียงอย่างเดียวไม่ทดแทนการฝึกเหล่านี้

ระยะฟื้นเต็มที่อาจกินเวลาหลายเดือน โดยเฉพาะเมื่อสร้างเอ็นใหม่ แก้แนวกระดูก หรือ[ซ่อมกระดูกอ่อน](/hdcare/cartilage-repair/)ร่วมด้วย แหล่งข้อมูลอ้างอิงกล่าวถึงการใช้อุปกรณ์พยุงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนในบางแผนการรักษา ตารางเวลาของคุณจึงควรอิงสิ่งที่ทำในการผ่าตัดจริง ไม่ใช่ตารางของผู้ป่วยคนอื่น

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดมีเป้าหมายเพิ่มความมั่นคง แต่ยังมีความเสี่ยงทั้งจากการระงับความรู้สึก แผลผ่าตัด และตัวเอ็นที่ซ่อม ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงเฉพาะของคุณโดยดูอายุ สุขภาพ รูปร่างเท้า คุณภาพเอ็น และชนิดการผ่าตัด ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

### ความเสี่ยงทั่วไป

- เลือดออกหรือเลือดคั่ง
- แผลติดเชื้อ
- แผลแยกหรือหายช้า
- ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ซึ่งอาจเคลื่อนไปปอด
- ปฏิกิริยาต่อยาหรือภาวะแทรกซ้อนจากการระงับความรู้สึก
- ข้อฝืด บวม หรือปวดต่อเนื่อง
- กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรงจากการจำกัดการใช้งาน

### ความเสี่ยงเฉพาะของการซ่อมเอ็นข้อเท้า

- ข้อเท้ายังหลวมหรือกลับมาพลิกซ้ำ
- ปรับเอ็นตึงเกินไป ทำให้เคลื่อนไหวจำกัดหรือรู้สึกตึงผิดปกติ
- ปรับเอ็นหย่อนเกินไป ทำให้ความมั่นคงไม่เพียงพอ
- เอ็นที่ซ่อมหรือสร้างใหม่ยืด หลุด หรือฉีก
- ระคายเคืองจากไหมหรืออุปกรณ์ยึด
- บาดเจ็บหรือระคายเคืองเส้นประสาท ทำให้ชา ปวดแสบ หรือไวต่อการสัมผัส
- บาดเจ็บต่อเส้นเอ็น กระดูกอ่อน หรือโครงสร้างข้างเคียง
- อาการปวดยังคงอยู่เพราะมีสาเหตุอื่นในข้อเท้า
- อาจเกิดกลุ่มอาการปวดซับซ้อนเฉพาะส่วน (CRPS) ทำให้ปวดแสบร้อนหรือไวต่อการสัมผัสเกินคาด บวม สีหรืออุณหภูมิผิวเปลี่ยน และข้อฝืด หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้นควรติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว
- ต้องผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม

งานทบทวนการซ่อมเอ็นผ่านกล้องระบุประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความไม่มั่นคงที่ยังคงอยู่ การปรับความตึงไม่เหมาะสม และปัญหาจากอุปกรณ์ยึดไหม อีกทั้งโครงสร้างเอ็นอยู่ใกล้เส้นประสาทและเนื้อเยื่อสำคัญ ทำให้การระบุตำแหน่งและเทคนิคผ่าตัดต้องแม่นยำ

ความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน การสูบบุหรี่ เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี ปัญหาการไหลเวียนเลือด เอ็นทั่วร่างกายหย่อน การผ่าตัดซ้ำ และการไม่สามารถปฏิบัติตามข้อจำกัดการลงน้ำหนัก อาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาได้

ก่อนตัดสินใจ ควรถามศัลยแพทย์ว่าอาการของคุณมาจากเอ็นหลวมมากน้อยเพียงใด จะซ่อมเอ็นเดิมหรือสร้างใหม่ ต้องทำอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และหากไม่ผ่าตัดมีแนวโน้มเกิดอะไรขึ้น คำตอบเหล่านี้ช่วยชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงได้ตรงกับชีวิตของคุณมากกว่าการดูตัวเลขรวมจากผู้ป่วยกลุ่มอื่น

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

หลังกลับบ้าน ให้ใช้ช่องทางติดต่อที่โรงพยาบาลกำหนด และไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะอาการต่อไปนี้

| อาการ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอมีเลือด หน้ามืดหรือหมดสติ | ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| น่องบวม ปวด ตึง หรือร้อนขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้างเดียว | ติดต่อแพทย์ด่วนเพื่อประเมินลิ่มเลือด |
| ปลายเท้าเย็น ซีด คล้ำ ชามาก ขยับนิ้วเท้าไม่ได้ หรือปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเมื่อเฝือกแน่น | ไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอถึงวันนัดหรือรอการติดต่อกลับ และอย่าถอดหรือปรับเฝือกเอง |
| ปวดเพิ่มขึ้นมากแม้พัก ยกขา และใช้ยาตามแผน | ให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรรอถึงวันนัด |
| มีไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม มีหนอง หรือกลิ่นผิดปกติ | ติดต่อแพทย์ในวันเดียวกัน |
| เลือดหรือน้ำซึมจนผ้าปิดแผลชุ่ม หรือเฝือกเปียก | ติดต่อหน่วยผ่าตัดเพื่อรับคำแนะนำ |
| เฝือกแน่นมาก กดเจ็บ หรือหลวมจนข้อเท้าเคลื่อนภายใน | อย่าปรับเอง ให้ทีมรักษาตรวจ |
| ล้ม ลงน้ำหนักผิดจังหวะ หรือข้อเท้าพลิกหลังผ่าตัด | ติดต่อศัลยแพทย์ แม้อาการยังไม่มาก |

อาการบวมเล็กน้อยและปวดในช่วงแรกพบได้ แต่แนวโน้มควรค่อย ๆ ควบคุมได้ หากอาการเปลี่ยนอย่างรวดเร็วหรือแตกต่างจากคำแนะนำที่ได้รับ ให้ติดต่อโรงพยาบาล ไม่ต้องรอให้มีไข้ก่อน เพราะการติดเชื้อหรือปัญหาการไหลเวียนเลือดอาจเริ่มจากอาการอื่น

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับข้อเท้าพลิกส่วนใหญ่ ทางเลือกที่เหมาะขึ้นกับว่าอาการเกิดจากเอ็นหลวมจริง กล้ามเนื้อควบคุมข้อไม่ดี ความผิดรูปของเท้า กระดูกอ่อนเสียหาย หรือข้อเสื่อม

### การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

**กายภาพบำบัด** เป็นหัวใจของการรักษา มักเน้นกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าและน่อง การรับรู้ตำแหน่งข้อ การทรงตัว การควบคุมเข่าและสะโพก ตลอดจนการฝึกกลับไปทำกิจกรรมเฉพาะ หากการฟื้นฟูครั้งก่อนมีเพียงเครื่องมือบรรเทาปวด แต่ไม่ได้ฝึกการทรงตัวและกำลังอย่างเป็นระบบ อาจยังมีแนวทางที่ควรลองก่อนผ่าตัด

**อุปกรณ์พยุงข้อเท้า** ช่วยจำกัดท่าพลิกระหว่างเดิน ทำงาน หรือเล่นกีฬา บางคนใช้เฉพาะกิจกรรมเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลา การเลือกชนิดควรสอดคล้องกับรองเท้า งาน และความรุนแรงของความไม่มั่นคง

**แผ่นเสริมรองเท้าหรือรองเท้าที่เหมาะสม** อาจช่วยผู้ที่มีแนวส้นเท้าหรืออุ้งเท้าซึ่งเพิ่มแรงต่อเอ็นด้านนอก แหล่งข้อมูลอ้างอิงกล่าวถึงการลองกายภาพบำบัดและแผ่นเสริมรองเท้าก่อนพิจารณาผ่าตัด ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction))

**ปรับกิจกรรมชั่วคราว** เช่น ลดการวิ่งบนพื้นต่างระดับ หลีกเลี่ยงกีฬาที่เปลี่ยนทิศกะทันหัน และเปลี่ยนไปออกกำลังกายที่ควบคุมแรงกระแทกได้ ระหว่างสร้างกำลังและการทรงตัว

การฉีดยาอาจช่วยอาการปวดจากภาวะบางชนิดภายในข้อ แต่ไม่ทำให้เอ็นที่หลวมกลับมาตึงอย่างถาวร จึงต้องชัดเจนว่ากำลังรักษาแหล่งปวดใด ไม่ควรใช้แทนการประเมินสาเหตุของข้อเท้าพลิกซ้ำ

### ทางเลือกการผ่าตัดแบบอื่น

หากจำเป็นต้องผ่าตัด ยังมีหลายแนวทาง ได้แก่

- ซ่อมและทำให้เอ็นเดิมตึงขึ้น
- เสริมความแข็งแรงของเอ็นเดิมด้วยเนื้อเยื่อ
- สร้างเอ็นใหม่เมื่อเนื้อเยื่อเดิมไม่เหมาะต่อการซ่อม
- ผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อรักษาความเสียหายภายในข้อร่วมด้วย
- [ซ่อมเส้นเอ็น](/hdcare/tendon-repair/)รอบข้อเท้าที่ฉีกหรือเคลื่อน
- แก้แนวกระดูกเมื่อรูปเท้าทำให้เอ็นรับแรงผิดปกติ
- รักษาข้อเสื่อมด้วยวิธีเฉพาะ หากข้อเสื่อมเป็นสาเหตุหลักมากกว่าความหลวมของเอ็น

การผ่าตัดผ่านกล้องไม่จำเป็นต้องดีกว่าแบบเปิดในทุกกรณี แม้แผลเล็กและตรวจภายในข้อได้ แต่มีข้อจำกัดด้านเทคนิคและความเสี่ยงต่อโครงสร้างใกล้เคียง วิธีที่เหมาะคือวิธีที่แก้สาเหตุของคุณได้และศัลยแพทย์สามารถทำได้อย่างเหมาะสม

## สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการผ่าตัดหรือไม่ ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการบริการที่อนุมัติ ควรตรวจสอบก่อนวันผ่าตัด รวมถึงสิทธิของการตรวจ ภาพถ่าย อุปกรณ์พยุง และกายภาพบำบัดหลังผ่าตัด

### ประกันสังคม

เริ่มสอบถามสถานพยาบาลหลักตามสิทธิ หากต้องพบแพทย์เฉพาะทางหรือผ่าตัด อาจต้องเข้าสู่ระบบส่งต่อของสถานพยาบาลนั้น เตรียมผลตรวจและประวัติการรักษาที่แสดงว่าเคยลองการรักษาโดยไม่ผ่าตัดแล้ว ถามให้ชัดว่าการตรวจเพิ่มเติม อุปกรณ์หลังผ่าตัด และกายภาพบำบัดดำเนินการที่ใด

### บัตรทอง

โดยทั่วไปควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือช่องทางที่ระบบกำหนด หากเกินศักยภาพจะมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่รักษาได้ การไปโรงพยาบาลอื่นโดยไม่มีใบส่งต่ออาจมีผลต่อการใช้สิทธิ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินตามเกณฑ์ ควรถามหน่วยบริการว่าสิทธิครอบคลุมขั้นตอนใดและต้องใช้เอกสารอะไร

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจเงื่อนไขเรื่องโรคหรือการบาดเจ็บที่เป็นมาก่อน ระยะรอ ความจำเป็นทางการแพทย์ โรงพยาบาลในเครือ และการอนุมัติก่อนผ่าตัด ส่งรายงานแพทย์ ผลภาพถ่าย และแผนผ่าตัดให้บริษัทประกันพิจารณา ถามด้วยว่าการทำกายภาพ อุปกรณ์พยุง และการผ่าตัดหัตถการร่วมอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่

หากต้องสำรองจ่ายหรือใช้สิทธิไม่ได้ทั้งหมด ให้ขอรายละเอียดรายการบริการจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ โดยถามว่ารวมค่าศัลยกรรม การระงับความรู้สึก อุปกรณ์ที่ใช้ การพักรักษา การตรวจติดตาม และกายภาพบำบัดหรือไม่

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ข้อเท้าพลิกครั้งเดียวต้องผ่าตัดเอ็นหรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดทันที เพราะข้อเท้าพลิกจำนวนมากฟื้นได้ด้วยการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำและกายภาพบำบัด การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อเกิดความไม่มั่นคงเรื้อรัง พลิกซ้ำ และการรักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมยังไม่ได้ผล ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21047-ankle-surgery))

### จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อเท้าหลวมจริง

แพทย์ประเมินจากอาการข้อเท้ายวบ ประวัติการพลิกซ้ำ และการตรวจความมั่นคงของข้อ โดยอาจใช้เอกซเรย์หรือภาพตรวจเนื้อเยื่อช่วยประกอบ ภาพที่พบเอ็นผิดปกติไม่จำเป็นต้องหมายความว่าต้องผ่าตัด หากความผิดปกตินั้นไม่สัมพันธ์กับอาการ

### ผ่าตัดแล้วข้อเท้าจะไม่พลิกอีกเลยหรือไม่

ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่พลิกอีก เพราะผลขึ้นกับคุณภาพเอ็น รูปร่างเท้า การสมานแผล และการฟื้นฟู ข้อเท้าอาจยังหลวมหรือกลับมาพลิกซ้ำได้ โดยเฉพาะหากเอ็นยืดซ้ำหรือยังมีปัจจัยทางโครงสร้างที่ไม่ได้แก้

### การซ่อมเอ็นกับการสร้างเอ็นใหม่ต่างกันอย่างไร

การซ่อมเอ็นใช้เนื้อเยื่อเดิมมาทำให้สั้นและตึงขึ้น ส่วนการสร้างเอ็นใหม่ใช้เนื้อเยื่อเสริมเมื่อเอ็นเดิมไม่แข็งแรงพอ วิธีแรกมักเหมาะเมื่อคุณภาพเอ็นยังดี ส่วนวิธีหลังอาจใช้ในรายที่เอ็นเสื่อมมาก เอ็นทั่วร่างกายหย่อน หรือเคยผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล

### หลังผ่าตัดเดินได้ทันทีหรือไม่

มักยังเดินลงน้ำหนักตามปกติไม่ได้ในช่วงแรก และต้องใช้ไม้ค้ำร่วมกับเฝือกหรือรองเท้าพยุง ระยะจำกัดน้ำหนักขึ้นกับชนิดการซ่อมและการผ่าตัดร่วม จึงต้องทำตามคำสั่งเฉพาะของศัลยแพทย์

### ต้องทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัดหรือไม่

โดยทั่วไปต้องทำ เพราะการผ่าตัดซ่อมความมั่นคงเชิงโครงสร้าง แต่การกลับมาเดินและเล่นกีฬาต้องฟื้นการเคลื่อนไหว กำลัง และการทรงตัว แผนกายภาพต้องสอดคล้องกับช่วงที่เอ็นกำลังสมาน ไม่ควรเร่งท่าพลิกหรือเพิ่มแรงต้านเอง

### ผ่าตัดแบบส่องกล้องดีกว่าแบบเปิดหรือไม่

ไม่มีวิธีใดดีกว่าสำหรับทุกคน การส่องกล้องใช้แผลเล็กและช่วยรักษาปัญหาภายในข้อได้ แต่มีความท้าทายทางเทคนิคและต้องระวังเส้นประสาทกับโครงสร้างใกล้เคียง แบบเปิดอาจเหมาะกว่าเมื่อต้องซ่อมหรือสร้างเอ็นในลักษณะซับซ้อน

### หลังผ่าตัดจะกลับไปทำงานเมื่อใด

งานนั่งมักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืน เดิน หรือใช้แรง แต่กำหนดจริงขึ้นกับการลงน้ำหนัก การเดินทาง อาการบวม และชนิดงาน ขอเอกสารระบุข้อจำกัดจากแพทย์เพื่อวางแผนงาน เช่น การยกขา การใช้ไม้ค้ำ และการหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงล้ม

### เมื่อใดจึงกลับไปวิ่งหรือเล่นกีฬาได้

ควรกลับเมื่อแผลและเอ็นสมานเพียงพอ การเคลื่อนไหว กำลัง และการทรงตัวผ่านเกณฑ์ที่ทีมรักษากำหนด ไม่ควรตัดสินจากระยะเวลาอย่างเดียว กีฬาที่กระโดดหรือเปลี่ยนทิศเร็วต้องใช้การฟื้นฟูนานกว่าการเดินหรือปั่นจักรยานเบา ๆ

### จะมีแผลเป็นหรือไม่

มีแผลเป็นตามทางเปิดผิวหนัง โดยขนาดและตำแหน่งขึ้นกับวิธีผ่าตัด แผลอาจชา แข็ง หรือตึงในช่วงแรก หากแผลแดง ร้อน มีน้ำซึม หรือปวดเพิ่มขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจแทนการนวดหรือทาผลิตภัณฑ์เอง

### ถ้าไม่ผ่าตัดจะเกิดอะไรขึ้น

บางคนควบคุมอาการได้ด้วยกายภาพและอุปกรณ์พยุง แต่ผู้ที่ข้อเท้าหลวมมากอาจยังพลิกซ้ำและใช้งานบางอย่างลำบาก การตัดสินใจขึ้นกับความถี่ของอาการ ความเสียหายร่วม และผลของการรักษาที่ลองมาแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่เลื่อนผ่าตัดจะมีอาการแย่ลงในแบบเดียวกัน

### ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง

ควรถามว่าสาเหตุหลักของอาการคืออะไร มีทางเลือกไม่ผ่าตัดเหลืออยู่หรือไม่ จะซ่อมหรือสร้างเอ็น ทำผ่านแผลเปิดหรือกล้อง และต้องทำหัตถการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ รวมถึงข้อจำกัดการลงน้ำหนัก แผนกายภาพ ความเสี่ยงเฉพาะของคุณ และผู้ที่ต้องติดต่อหากเกิดปัญหาหลังกลับบ้าน

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Ankle Surgery: Types, Risks, Pain & Recovery Time](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/21047-ankle-surgery) — เกี่ยวกับ Ankle ligament reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Challenges and complications in arthroscopic ankle ligament repair](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11772143/) — เกี่ยวกับ Ankle ligament reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Johns Hopkins Medicine: Lateral Ankle Ligament Reconstruction](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/lateral-ankle-ligament-reconstruction) — เกี่ยวกับ Ankle-ligament reconstruction — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
