# ผ่าตัดแผลปริขอบทวาร

**ผ่าตัดแผลปริขอบทวาร (Anal fissure surgery) คือการผ่าตัดเพื่อรักษารอยฉีกเรื้อรังบริเวณเยื่อบุทวารหนัก โดยมักลดความเกร็งของกล้ามเนื้อหูรูดด้านใน เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงแผลดีขึ้นและแผลมีโอกาสสมานตัว การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาด้วยการทำให้อุจจาระนิ่ม ปรับพฤติกรรม และใช้ยาตามแพทย์สั่ง ไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคน**

## ประเด็นสำคัญ

- แผลปริขอบทวารส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แพทย์มักเริ่มจากแก้ท้องผูก ทำให้อุจจาระนิ่ม และลดการเกร็งของหูรูดก่อน การผ่าตัดเหมาะกับแผลเรื้อรังหรืออาการที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเหล่านี้
- วิธีผ่าตัดที่ใช้บ่อยคือการตัดกล้ามเนื้อหูรูดด้านในบางส่วน เพื่อลดแรงตึงที่ดึงแผลให้เปิดซ้ำ แต่ต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงต่อการกลั้นลมหรืออุจจาระผิดปกติ
- ในแหล่งข้อมูลต่างประเทศ ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียว และอาจกลับไปทำงานเบาๆ ได้ภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่แนวทางในประเทศไทยแตกต่างกันตามสถานพยาบาล สิทธิการรักษา วิธีระงับความรู้สึก โรคร่วม อาการหลังผ่าตัด ลักษณะงาน และสุขภาพโดยรวม

## ผ่าตัดแผลปริขอบทวาร คืออะไร

แผลปริขอบทวารหนักคือรอยฉีกของเยื่อบุบริเวณปากทวาร มักทำให้เจ็บแสบหรือปวดมากขณะถ่ายอุจจาระ บางคนปวดต่ออีกระยะหลังถ่าย และอาจเห็นเลือดแดงสดติดกระดาษชำระหรือผิวอุจจาระ

เมื่อแผลทำให้กล้ามเนื้อหูรูดด้านในเกร็ง จะเกิดวงจรที่ทำให้แผลหายยาก กล่าวคือ ความเจ็บกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกร็ง การเกร็งทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณแผลลดลง และเมื่อถ่ายอุจจาระแข็ง แผลอาจแยกออกอีกครั้ง แผลที่เป็นอยู่นานหรือมีลักษณะเรื้อรังจึงอาจไม่หายด้วยการดูแลทั่วไปเพียงอย่างเดียว ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy))

การผ่าตัดที่พบบ่อยเรียกว่า การตัดกล้ามเนื้อหูรูดด้านในด้านข้างบางส่วน ศัลยแพทย์เปิดแผลขนาดเล็กด้านข้างของทวารหนัก แล้วตัดใยกล้ามเนื้อหูรูดด้านในเพียงบางส่วน จุดประสงค์คือคลายแรงตึงและลดการหดเกร็ง ไม่ใช่ตัดกล้ามเนื้อหูรูดทั้งหมด

กล้ามเนื้อรอบทวารมีทั้งชั้นในและชั้นนอก กล้ามเนื้อชั้นในทำงานโดยอัตโนมัติ ส่วนชั้นนอกเป็นส่วนที่คุณควบคุมได้ การเลือกตำแหน่งและปริมาณกล้ามเนื้อที่จะตัดจึงต้องอาศัยการประเมินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหากลั้นอุจจาระอยู่ก่อน เคยคลอดบุตรจนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือเคยผ่าตัดบริเวณทวารหนัก

บางกรณีศัลยแพทย์อาจใช้วิธีอื่น เช่น ตัดแต่งแผลเรื้อรัง ฉีดยาคลายกล้ามเนื้อ หรือใช้เนื้อเยื่อข้างเคียงปิดแผล วิธีที่เหมาะสมขึ้นกับตำแหน่งของแผล ความตึงของหูรูด ประวัติการรักษา และความเสี่ยงด้านการควบคุมการขับถ่าย

ก่อนตัดสินใจ แพทย์ต้องยืนยันก่อนว่าอาการเกิดจากแผลปริจริง เพราะอาการปวดหรือเลือดออกทางทวารอาจเกิดจาก[ริดสีดวง](/hdcare/hemorrhoidectomy/) [ฝีคัณฑสูตร](/hdcare/anal-fistula-surgery/) การติดเชื้อ ลำไส้อักเสบ หรือก้อนผิดปกติได้ หากแผลอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่แนวกึ่งกลาง มีหลายแผล หรือมีลักษณะผิดปกติ แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุอื่นก่อนเสนอการผ่าตัด

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด

ศัลยแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

- เป็นแผลเรื้อรังและยังปวดหรือมีเลือดออก แม้รักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้ว
- กล้ามเนื้อหูรูดด้านในเกร็งมาก ทำให้ถ่ายเจ็บและแผลเปิดซ้ำ
- อาการรบกวนการขับถ่าย การทำงาน การนอน หรือคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน
- แผลกลับเป็นซ้ำบ่อย แม้ควบคุมท้องผูกและพฤติกรรมการเบ่งแล้ว
- มีติ่งเนื้อหรือเนื้อเยื่อแผลเรื้อรัง ซึ่งแพทย์ประเมินว่าควรรักษาร่วมกับการลดแรงตึงของหูรูด
- ไม่สามารถใช้การรักษาบางชนิดได้ หรือรักษาแล้วเกิดผลข้างเคียงจนทำต่อไม่ได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่า แผลปริส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และการผ่าตัดมักสงวนไว้สำหรับแผลเรื้อรังที่ไม่หายหลังการรักษาอื่น ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy)) ดังนั้น การมีอาการปวดครั้งแรกหรือเห็นเลือดเล็กน้อยไม่ได้แปลว่าจำเป็นต้องผ่าตัดทันที

### ผู้ที่อาจไม่เหมาะ หรือจำเป็นต้องประเมินเป็นพิเศษ

การตัดกล้ามเนื้อหูรูดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะ หากคุณมีความเสี่ยงต่อการควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ เช่น

- กลั้นลม อุจจาระเหลว หรืออุจจาระแข็งได้ไม่ดีอยู่ก่อน
- เคยบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหูรูดจากการคลอดบุตร
- เคยผ่าตัดบริเวณทวารหนักหรืออุ้งเชิงกราน
- มีโรคทางระบบประสาทที่กระทบการควบคุมลำไส้
- มีอาการท้องเสียเรื้อรัง
- เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือสงสัยว่าแผลเกิดจากโรคอื่น
- มีการติดเชื้อ ฝี หรือการอักเสบเฉียบพลันบริเวณที่จะผ่าตัด
- มีภาวะเลือดออกง่าย หรือโรคประจำตัวยังควบคุมไม่ได้

ข้อเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามตายตัวทุกกรณี แต่มีผลต่อการเลือกวิธีรักษา ศัลยแพทย์อาจหลีกเลี่ยงการตัดหูรูด เลือกตัดกล้ามเนื้อน้อยลง หรือเสนอวิธีที่สงวนกล้ามเนื้อไว้มากกว่า

หากแผลเกิดขึ้นไม่นาน อาการกำลังดีขึ้น และยังไม่เคยรักษาเรื่องอุจจาระแข็งอย่างจริงจัง การผ่าตัดมักไม่ใช่คำตอบแรก เช่นเดียวกับผู้ที่มีเลือดออกแต่ยังไม่ได้รับการตรวจหาสาเหตุ การวินิจฉัยให้ชัดเจนสำคัญกว่าการรีบเลือกวิธีผ่าตัด

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวจริงอาจต่างกันตามชนิดยาระงับความรู้สึก วิธีผ่าตัด โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล คุณควรยึดเอกสารและคำสั่งจากทีมผ่าตัดเป็นหลัก

### แจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบ

บอกศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์เกี่ยวกับ

- โรคประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน และความผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือด
- ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้วัสดุทางการแพทย์
- การตั้งครรภ์หรือความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์
- ประวัติกลั้นลมหรืออุจจาระไม่อยู่ แม้อาการจะเกิดเพียงบางครั้ง
- ประวัติคลอดยาก การใช้เครื่องมือช่วยคลอด หรือแผลฉีกขาดรุนแรงจากการคลอด
- การผ่าตัดบริเวณทวารหนัก ลำไส้ หรืออุ้งเชิงกรานในอดีต
- อาการไข้ ไอ เจ็บคอ ท้องเสีย หรือการติดเชื้อที่เกิดขึ้นใกล้วันผ่าตัด

ประวัติการกลั้นอุจจาระมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้แพทย์เปลี่ยนชนิดการผ่าตัดหรือเลือกวิธีที่ไม่ตัดกล้ามเนื้อหูรูด

### ทบทวนยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

นำรายชื่อยาทั้งหมด รวมถึงยาที่ซื้อใช้เอง สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปให้ทีมรักษาดู ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด

อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดช่วงอาจเพิ่มทั้งความเสี่ยงเลือดออกและลิ่มเลือดอุดตัน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้กำหนดเวลาที่เหมาะกับคุณ

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

หากใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วไปหรือยาระงับความรู้สึกที่ทำให้ง่วง คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่สถานพยาบาลแจ้ง ไม่ควรใช้คำแนะนำจากผู้ป่วยคนอื่น เพราะเวลางดอาจต่างกันตามชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด และสุขภาพของแต่ละคน

หากเผลอกินหรือดื่มในช่วงที่ต้องงด ให้บอกทีมรักษาตามจริง การปกปิดข้อมูลอาจเพิ่มความเสี่ยงสำลักระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก

### การเตรียมลำไส้และบริเวณผ่าตัด

การผ่าตัดชนิดนี้ไม่ได้ต้องเตรียมลำไส้แบบเดียวกันทุกแห่ง บางคนอาจได้รับคำแนะนำเฉพาะเรื่องการขับถ่ายก่อนมาโรงพยาบาล จึงไม่ควรซื้อยาระบายหรือสวนอุจจาระใช้เอง เว้นแต่ทีมผ่าตัดสั่ง

อาบน้ำตามปกติและหลีกเลี่ยงการโกนขนบริเวณผ่าตัดเอง เพราะอาจทำให้ผิวหนังเป็นแผลเล็กๆ และเพิ่มโอกาสติดเชื้อ

### สิ่งที่ควรนำไป

- บัตรประชาชนและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือเอกสารส่งต่อที่สถานพยาบาลขอ
- เสื้อผ้าที่หลวมและสวมง่าย
- ผ้าอนามัยหรือแผ่นซับ หากทีมรักษาแนะนำ
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ที่จะพากลับบ้าน

ในแหล่งข้อมูลต่างประเทศ ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียว แต่แนวทางในประเทศไทยแตกต่างกันตามสถานพยาบาล สิทธิการรักษา วิธีระงับความรู้สึก โรคร่วม และอาการหลังผ่าตัด ทีมรักษาจะแจ้งว่าคุณกลับบ้านได้วันเดียวหรือต้องพักสังเกตอาการ หากได้รับยาที่ทำให้ง่วงหรือหลับ ไม่ควรขับรถเองและควรจัดผู้ดูแลตามคำแนะนำของสถานพยาบาล

## ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดอาจต่างกันตามวิธีที่ศัลยแพทย์เลือก แต่การตัดกล้ามเนื้อหูรูดด้านในบางส่วนมักมีลำดับโดยรวมดังนี้

1. **ตรวจยืนยันและทบทวนแผนรักษา**  
   ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ และวิธีผ่าตัด ศัลยแพทย์อาจตรวจบริเวณทวารอีกครั้ง และอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยเฉพาะ

2. **ให้ยาระงับความรู้สึก**  
   อาจใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วไป ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล หรือวิธีอื่นตามความเหมาะสม เป้าหมายคือไม่ให้คุณรู้สึกเจ็บระหว่างทำ

3. **จัดท่าและตรวจช่องทวาร**  
   ศัลยแพทย์จัดท่าเพื่อให้เห็นบริเวณผ่าตัด และอาจใช้เครื่องมือขนาดเล็กช่วยตรวจดูแผล ตำแหน่งของแผล และความผิดปกติอื่น ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy))

4. **เปิดแผลด้านข้างขนาดเล็ก**  
   ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณข้างทวารเพื่อเข้าถึงกล้ามเนื้อหูรูดด้านใน วิธีเปิดอาจเป็นแบบเปิดให้เห็นกล้ามเนื้อโดยตรง หรือใช้แผลขนาดเล็กแล้วตัดจากใต้ผิวหนัง

5. **ตัดกล้ามเนื้อหูรูดด้านในบางส่วน**  
   ตัดเฉพาะส่วนที่จำเป็นเพื่อลดแรงตึงและการเกร็ง โดยพยายามรักษากล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายไว้ให้มากที่สุด ปริมาณที่ตัดต้องปรับตามสภาพแผลและการประเมินของศัลยแพทย์

6. **ดูแลแผลปริร่วมด้วยตามความจำเป็น**  
   แผลปริอาจไม่ต้องตัดออกทั้งหมด เพราะเมื่อแรงตึงลดลง แผลอาจค่อยๆ สมานได้เอง บางกรณีแพทย์อาจตัดแต่งเนื้อเยื่อเรื้อรังหรือทำหัตถการอื่นร่วมกัน

7. **ห้ามเลือดและปิดแผล**  
   ศัลยแพทย์ตรวจการห้ามเลือด แผลอาจเย็บปิดบางส่วนหรือปล่อยให้สมานเองตามเทคนิค แล้วปิดด้วยวัสดุซับเลือดหรือผ้าปิดแผล

8. **พักฟื้นหลังยาระงับความรู้สึก**  
   ทีมรักษาจะติดตามชีพจร ความดัน การหายใจ ความปวด เลือดออก และความสามารถในการปัสสาวะ ก่อนพิจารณาให้กลับบ้าน

หลังผ่าตัดอาจมีปวดแผล มีของเหลวซึม หรือมีเลือดเล็กน้อย โดยเฉพาะหลังถ่ายอุจจาระ อาการเหล่านี้พบได้ในระยะแรก แต่ควรลดลงเรื่อยๆ ไม่ใช่มากขึ้น

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวการผ่าตัดตัดกล้ามเนื้อหูรูดด้านในบางส่วนใช้เวลาค่อนข้างสั้น โดยแหล่งข้อมูลหนึ่งระบุเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ส่วนเวลารวมตั้งแต่ลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก และเฝ้าดูอาการอาจกินเวลาหลายชั่วโมง ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy)) ในทางปฏิบัติ ระยะเวลาจะขึ้นกับวิธีผ่าตัด การพบโรคอื่นร่วม และการฟื้นตัวจากยาระงับความรู้สึก

แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากรับการผ่าตัดแบบไม่ค้างคืนและกลับบ้านในวันเดียว แต่แนวทางในประเทศไทยแตกต่างกันตามสถานพยาบาล สิทธิการรักษา วิธีระงับความรู้สึก โรคร่วม และอาการหลังผ่าตัด ทีมรักษาจะแจ้งว่าคุณกลับบ้านได้วันเดียวหรือต้องพักสังเกตอาการ บางคนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักรักษาตัว เช่น มีโรคประจำตัวหลายโรค ปวดมาก ปัสสาวะไม่ออก มีเลือดออก หรือยังไม่ฟื้นตัวเพียงพอจากยาระงับความรู้สึก

ชนิดของยาระงับความรู้สึกไม่เหมือนกันทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากสุขภาพ ความกังวล วิธีผ่าตัด และความพร้อมของสถานพยาบาล หากได้รับยาที่ทำให้ง่วงหรือหลับ คุณต้องมีคนพากลับและไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือตัดสินใจเรื่องสำคัญในช่วงที่ฤทธิ์ยายังไม่หมด

## พักฟื้นนานแค่ไหน

คนส่วนใหญ่ฟื้นตัวจากการผ่าตัดชนิดนี้ได้ภายในเวลาไม่นาน แต่แผลและอาการปวดไม่ได้หายพร้อมกันทั้งหมด การกลับไปทำกิจกรรมควรดูจากความเจ็บ เลือดออก ลักษณะงาน และคำแนะนำจากศัลยแพทย์

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่อาจพบและการทำกิจกรรม |
|---|---|
| วันผ่าตัดถึงวันแรก | ง่วงจากยา ปวดหรือตึงบริเวณแผล มีของเหลวหรือเลือดซึมเล็กน้อย ควรพักและมีผู้ดูแล |
| หลายวันแรก | อาจเจ็บขณะถ่าย มีเลือดแดงเล็กน้อยหลังถ่าย เดินเบาๆ ได้ และควรรักษาอุจจาระให้นิ่ม |
| ภายในประมาณ 1 สัปดาห์ | หลายคนทำกิจวัตรและงานเบาๆ ได้มากขึ้น แต่ยังควรหลีกเลี่ยงงานหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้แผลเจ็บ |
| ประมาณ 1-2 สัปดาห์ | อาการมักลดลงต่อเนื่อง การกลับไปทำงานขึ้นกับชนิดงาน ความปวด และวิธีผ่าตัด ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy)) |
| หลังจากนั้น | แผลยังสมานต่อ ควรเพิ่มกิจกรรมตามอาการและเกณฑ์ที่ศัลยแพทย์ให้ |

แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าหลายคนลางานเพียงไม่กี่วัน แต่ระยะจริงขึ้นกับความรู้สึกและความหนักของงาน และควรเลี่ยงการยกของหนัก วิ่ง หรือออกกำลังหนักในช่วงแรก ([NHS](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/anal-fissure-treatment/recovery)) แหล่งข้อมูลอีกแห่งระบุว่าการผ่าตัดทวารบางชนิดอาจต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนวทางเหล่านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่กำหนดสำหรับทุกคน

### การขับถ่ายหลังผ่าตัด

การถ่ายครั้งแรกอาจทำให้กังวลและอาจเจ็บได้ ยาระงับความรู้สึก การเคลื่อนไหวน้อยลง และยาแก้ปวดบางชนิดอาจทำให้ท้องผูก การปล่อยให้อุจจาระแข็งจะเพิ่มความเจ็บและรบกวนการสมานแผล

ทีมรักษาอาจให้ยาช่วยให้อุจจาระนิ่มหรือยาระบาย พร้อมคำแนะนำเรื่องอาหารและน้ำ ใช้ยาตามฉลากหรือใบสั่งเท่านั้น ไม่ควรเพิ่มยาเอง เพราะการถ่ายเหลวมากก็ระคายแผลและควบคุมยากได้

รับประทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำให้เพียงพอ หากคุณไม่มีข้อจำกัดด้านน้ำหรืออาหารจากโรคหัวใจ ไต หรือโรคอื่น ไม่ควรกลั้นอุจจาระหรือเบ่งนาน

### การดูแลความสะอาด

หลังถ่าย ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วซับเบาๆ หลีกเลี่ยงการถูแรง กระดาษแห้งหยาบ สบู่ น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่ระคายผิว การแช่น้ำอุ่นอาจช่วยให้สบายขึ้น หากศัลยแพทย์อนุญาต

เลือดซึมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ แต่ควรค่อยๆ ลดลง หากเลือดไหลต่อเนื่อง ออกมาก มีลิ่มเลือด หรือทำให้หน้ามืด ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง และความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน ศัลยแพทย์จะประเมินจากสภาพกล้ามเนื้อหูรูด ประวัติการคลอด การผ่าตัดเดิม โรคประจำตัว และวิธีที่จะใช้

### ปวด เลือดซึม และแผลระคายเคือง

อาการปวดและเลือดซึมเล็กน้อย โดยเฉพาะหลังถ่าย พบได้ในระยะแรกและมักลดลงตามเวลา ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy)) หากอาการกลับรุนแรงขึ้นหลังจากเคยดีขึ้น หรือเลือดไม่หยุด อาจต้องตรวจหาภาวะแทรกซ้อน

### เลือดออกผิดปกติ

เลือดออกมากเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยหลังการผ่าตัดแผลปริ แต่เกิดขึ้นได้ งานทบทวนเกี่ยวกับการผ่าตัดบริเวณทวารรายงานว่าเลือดออกที่มีนัยสำคัญหลังหัตถการสำหรับแผลปริหรือฝีคัณฑสูตรอยู่ในช่วงประมาณร้อยละ 0.4-1.2 โดยตัวเลขขึ้นกับชนิดหัตถการและประชากรที่ศึกษา ([PubMed Central](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4755765/)) ตัวเลขนี้ไม่สามารถใช้ทำนายความเสี่ยงเฉพาะตัวของคุณได้

### การติดเชื้อหรือฝี

บริเวณทวารสัมผัสกับเชื้อจากอุจจาระ แต่มีเลือดมาเลี้ยงดี การติดเชื้อรุนแรงจึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน อย่างไรก็ตาม หากปวด บวม แดง หรือมีหนองมากขึ้น รวมถึงมีไข้ ต้องได้รับการประเมิน

### ปัสสาวะไม่ออก

อาการปวด ยาระงับความรู้สึก และการเกร็งของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอาจทำให้ปัสสาวะลำบากชั่วคราว หากปวดท้องน้อยมาก ปวดอยากปัสสาวะแต่ปัสสาวะไม่ได้ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อสถานพยาบาล เพราะบางรายต้องได้รับการช่วยระบายปัสสาวะ

### กลั้นลมหรืออุจจาระผิดปกติ

นี่เป็นความเสี่ยงที่ผู้ป่วยกังวลมากที่สุด การตัดกล้ามเนื้อหูรูดอาจทำให้บางคนกลั้นลม อุจจาระเหลว หรืออุจจาระได้แย่ลง อาการอาจเป็นชั่วคราวหรือคงอยู่ได้ ความเสี่ยงขึ้นกับปริมาณกล้ามเนื้อที่ตัด ความแข็งแรงเดิมของหูรูด ประวัติการคลอด การผ่าตัดเดิม อายุ และโรคที่เกี่ยวข้อง

ควรบอกแพทย์อย่างตรงไปตรงมาหากมีอุจจาระเล็ดหรือกลั้นลมไม่อยู่ก่อนผ่าตัด แม้รู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนวิธีรักษาได้

### แผลไม่หายหรือกลับเป็นซ้ำ

แม้ผ่าตัดแล้ว แผลอาจหายช้า ไม่หาย หรือกลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะหากยังมีอุจจาระแข็ง เบ่งเป็นประจำ ท้องเสียเรื้อรัง หรือมีโรคอื่นเป็นสาเหตุ การรักษาปัจจัยเหล่านี้จึงยังจำเป็นหลังผ่าตัด

### ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก

อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ แพ้ยา ปัญหาการหายใจ หรือภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ ความเสี่ยงขึ้นกับชนิดยา อายุ และโรคประจำตัว วิสัญญีแพทย์จะประเมินและอธิบายประเด็นที่เกี่ยวกับคุณก่อนทำ

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

เลือดเล็กน้อยหลังถ่ายและอาการปวดในช่วงแรกอาจพบได้ แต่ควรติดต่อทีมผ่าตัดทันทีหรือไปห้องฉุกเฉินเมื่อมีอาการต่อไปนี้

| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอดูเอง |
|---|---|
| เลือดไหลต่อเนื่อง ออกมาก มีลิ่มเลือด หรือหน้ามืด | อาจมีเลือดออกที่ต้องห้ามเลือด ([NHS](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/anal-fissure-treatment/recovery)) |
| ไข้สูง หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยลงอย่างชัดเจน | อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ |
| ปวด บวม แดง หรือมีหนองเพิ่มขึ้น | อาจมีแผลติดเชื้อหรือฝี |
| ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือยาแก้ปวดที่สั่งไม่ช่วย | ต้องตรวจหาภาวะแทรกซ้อน |
| ปัสสาวะไม่ออกและปวดท้องน้อย | อาจมีภาวะปัสสาวะคั่ง |
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือสับสน | เป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ควรรอ |
| กลั้นอุจจาระไม่ได้แบบใหม่หรือรุนแรง | ต้องประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูด |
| อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรืออ่อนเพลียมาก | เสี่ยงขาดน้ำและอาจเกี่ยวข้องกับยา |
| ท้องผูกรุนแรงร่วมกับปวดท้องหรือท้องบวม | อาจต้องปรับการรักษาและตรวจหาสาเหตุ |

หากไม่แน่ใจว่าเลือดหรือความปวดอยู่ในระดับปกติ ให้โทรกลับหน่วยงานที่ผ่าตัดและบอกปริมาณเลือด ลักษณะอาการ เวลาที่เริ่ม และอาการร่วมอย่างตรงไปตรงมา

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับแผลปริส่วนใหญ่ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy)) หากยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์มักเริ่มจากการตัดวงจรอุจจาระแข็ง ความเจ็บ และการเกร็งของหูรูด

### ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย

เป้าหมายคือให้อุจจาระนิ่มและผ่านได้โดยไม่ต้องเบ่งมาก แนวทางทั่วไป ได้แก่

- เพิ่มอาหารที่มีกากใยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ดื่มน้ำให้เหมาะกับสุขภาพและข้อจำกัดของแต่ละคน
- ไม่กลั้นอุจจาระและไม่เบ่งนาน
- เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอตามที่ทำได้
- รักษาท้องเสียหรือท้องผูกเรื้อรัง
- ล้างบริเวณทวารอย่างอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายผิว

การปรับพฤติกรรมยังสำคัญแม้เลือกผ่าตัด เพราะช่วยลดการบาดเจ็บซ้ำและลดโอกาสกลับเป็นอีก

### ยาช่วยให้อุจจาระนิ่มหรือยาระบาย

แพทย์อาจแนะนำยาที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มหรือถ่ายง่ายขึ้น ชนิดและระยะเวลาใช้ขึ้นกับรูปแบบการขับถ่าย โรคประจำตัว และยาอื่นที่ใช้อยู่ ไม่ควรใช้ยาระบายหลายชนิดร่วมกันเอง เพราะอาจเกิดท้องเสียและทำให้แผลระคายเคืองมากขึ้น

### ยาทาเพื่อลดการเกร็งของหูรูด

ยาทาบางชนิดช่วยคลายกล้ามเนื้อหูรูดด้านในและเพิ่มเลือดไปเลี้ยงแผล แพทย์อาจเสนอให้ใช้ก่อนพิจารณาผ่าตัด ผลข้างเคียงและข้อห้ามต่างกันตามชนิดยา จึงควรใช้ตามคำสั่ง ไม่ซื้อใช้จากคำแนะนำออนไลน์เพียงอย่างเดียว

### การฉีดยาคลายกล้ามเนื้อ

การฉีดยาเข้าไปในกล้ามเนื้อหูรูดอาจช่วยลดการเกร็งชั่วคราวและเปิดโอกาสให้แผลหาย วิธีนี้ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อ แต่ผลอาจไม่ถาวรและบางคนต้องทำซ้ำ เหมาะหรือไม่ขึ้นกับความเรื้อรังของแผล การรักษาที่เคยทำ และความเสี่ยงต่อการกลั้นอุจจาระ

### การผ่าตัดแบบสงวนกล้ามเนื้อ

ผู้ที่เสี่ยงต่อการกลั้นอุจจาระผิดปกติอาจได้รับการพิจารณาวิธีที่ไม่ตัดหูรูด เช่น ตัดแต่งแผลร่วมกับใช้เนื้อเยื่อข้างเคียงปิดบริเวณแผล วิธีเหล่านี้มีข้อดี ข้อจำกัด และระยะพักฟื้นต่างจากการตัดหูรูด ศัลยแพทย์จะเลือกตามลักษณะแผลและการทำงานของกล้ามเนื้อเดิม

คำถามสำคัญก่อนตัดสินใจคือ เหตุใดแผลจึงไม่หาย ได้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดครบถ้วนหรือยัง และวิธีใดมีผลต่อการกลั้นอุจจาระน้อยที่สุดสำหรับสภาพร่างกายของคุณ

## สิทธิการรักษา

ความครอบคลุมของการตรวจและผ่าตัดขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ขั้นตอนส่งต่อ และเงื่อนไขของแผนประกัน ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด โดยไม่ควรสมมติว่าสิทธิของผู้อื่นจะเหมือนกับของคุณ

### ประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรเริ่มสอบถามจากสถานพยาบาลตามสิทธิ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็นต้องผ่าตัด โรงพยาบาลจะอธิบายขั้นตอนตรวจ การส่งต่อ และเอกสารที่ต้องใช้ หากต้องการรักษานอกสถานพยาบาลตามสิทธิ ควรถามให้ชัดเจนว่าจำเป็นต้องมีใบส่งตัวหรือไม่ และรายการใดอยู่ภายใต้เงื่อนไขสิทธิ

### บัตรทอง

โดยทั่วไปควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลตามระบบ หากจำเป็นต้องพบศัลยแพทย์หรือผ่าตัด อาจมีการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพ ควรถามเรื่องใบส่งตัว การยืนยันสิทธิ และขั้นตอนกรณีอยู่ต่างพื้นที่ก่อนวันนัด

### สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน

ข้อกำหนดอาจต่างกันตามต้นสังกัดและสถานพยาบาล ควรถามหน่วยสิทธิประโยชน์ของโรงพยาบาลว่า การตรวจ เครื่องมือ ยาระงับความรู้สึก และการติดตามหลังผ่าตัดอยู่ในเงื่อนไขใด รวมถึงต้องใช้หนังสือรับรองหรือเอกสารจากต้นสังกัดหรือไม่

### ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียวหรือไม่ มีระยะรอ ข้อยกเว้นโรคเดิม หรือข้อกำหนดเรื่องการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ ขอให้โรงพยาบาลระบุชื่อหัตถการ เหตุผลทางการแพทย์ ชนิดยาระงับความรู้สึก และรายการที่คาดว่าจะใช้ เพื่อส่งให้บริษัทประกันพิจารณา

ก่อนเข้ารักษา ควรถามสถานพยาบาลว่าเอกสารใดต้องนำมา ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ และหากศัลยแพทย์พบโรคอื่นระหว่างตรวจหรือผ่าตัด สิทธิจะครอบคลุมการรักษาที่เพิ่มขึ้นอย่างไร

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### แผลปริขอบทวารทุกคนต้องผ่าตัดหรือไม่

ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน เพราะแผลจำนวนมากดีขึ้นได้เมื่อทำให้อุจจาระนิ่ม ลดการเบ่ง และใช้ยาตามแผนรักษา การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อแผลเรื้อรัง อาการรบกวนมาก หรือการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy))

### จะรู้ได้อย่างไรว่าแผลเป็นเรื้อรัง

แพทย์พิจารณาจากระยะเวลาที่เป็น อาการที่ไม่ดีขึ้น และลักษณะของแผล เช่น ขอบแผลหนาหรือมีเนื้อเยื่อเรื้อรัง ไม่ควรตัดสินจากระยะเวลาเพียงอย่างเดียว เพราะอาการคล้ายกันอาจเกิดจากโรคอื่นได้

### ผ่าตัดแล้วเจ็บมากไหม

ระหว่างผ่าตัดคุณจะได้รับยาระงับความรู้สึกจึงไม่ควรรู้สึกเจ็บ แต่หลังผ่าตัดอาจปวดหรือตึงหลายวัน โดยเฉพาะตอนถ่าย อาการโดยทั่วไปควรค่อยๆ ลดลง และทีมรักษาจะวางแผนควบคุมความปวดให้เหมาะกับคุณ

### ผ่าตัดแล้วกลับบ้านได้วันเดียวหรือไม่

ในแหล่งข้อมูลต่างประเทศ ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียว หากฟื้นจากยาระงับความรู้สึกดี ปวดและเลือดออกอยู่ในระดับควบคุมได้ และปัสสาวะได้ตามปกติ แต่แนวทางในประเทศไทยแตกต่างกันตามสถานพยาบาล สิทธิการรักษา วิธีระงับความรู้สึก โรคร่วม และอาการหลังผ่าตัด ทีมรักษาจะแจ้งว่าคุณกลับบ้านได้วันเดียวหรือต้องพักสังเกตอาการ

### หลังผ่าตัดจะถ่ายอุจจาระได้ตามปกติไหม

โดยทั่วไปยังถ่ายได้ แต่การถ่ายครั้งแรกอาจเจ็บและทำให้กังวล การรักษาอุจจาระให้นิ่ม ไม่เบ่ง และใช้ยาที่ทีมรักษาสั่งจะช่วยลดการกระทบแผล หากไม่ถ่ายร่วมกับปวดท้องหรือท้องบวม ควรติดต่อแพทย์

### เลือดออกหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติหรือไม่

เลือดแดงเล็กน้อยหลังถ่ายอาจพบได้ในช่วงแรกและควรลดลงเรื่อยๆ หากเลือดไหลต่อเนื่อง ออกมาก มีลิ่มเลือด หรือมีหน้ามืด ต้องไปพบแพทย์ทันที

### การผ่าตัดทำให้กลั้นอุจจาระไม่อยู่หรือไม่

มีความเสี่ยงต่อการควบคุมลมหรืออุจจาระผิดปกติ แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน ความเสี่ยงขึ้นกับสภาพหูรูดเดิม ปริมาณกล้ามเนื้อที่ตัด ประวัติคลอด และการผ่าตัดเก่า ควรบอกแพทย์หากเคยมีอุจจาระเล็ดหรือกลั้นลมไม่อยู่ก่อนผ่าตัด

### กลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาอาจกลับไปทำได้ภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นกับความปวด วิธีผ่าตัด และความหนักของงาน ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy)) งานที่ต้องยกของหนัก เดินมาก หรือออกแรงเบ่งมักต้องรอนานกว่า โดยให้ศัลยแพทย์กำหนดจากสภาพแผลของคุณ

### หลังผ่าตัดนั่งได้หรือไม่

นั่งได้ตามที่รู้สึกสบาย แต่ไม่ควรฝืนนั่งนานหากทำให้ปวดมากขึ้น ควรเปลี่ยนอิริยาบถและเดินเบาๆ เป็นระยะ หากปวดเพิ่ม บวม หรือมีเลือดออกหลังนั่ง ควรลดกิจกรรมและสอบถามทีมรักษา

### ต้องกินอาหารแบบใดหลังผ่าตัด

ควรเน้นอาหารที่ช่วยให้อุจจาระนิ่ม เช่น ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใย พร้อมดื่มน้ำให้เหมาะสม หากไม่มีข้อจำกัดจากโรคอื่น เพิ่มกากใยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการเพิ่มเร็วเกินไปอาจทำให้ท้องอืด

### แช่น้ำอุ่นได้เมื่อไร

หลายแนวทางอนุญาตให้ล้างหรือแช่น้ำอุ่นเพื่อช่วยทำความสะอาดและลดความไม่สบาย แต่เวลาที่เริ่มได้ขึ้นกับลักษณะแผลและวัสดุปิดแผล ให้ทำตามคำสั่งของทีมผ่าตัด และหลีกเลี่ยงสบู่ เกลือ หรือน้ำหอมจนกว่าแผลจะหาย

### ผ่าตัดแล้วแผลปริกลับมาเป็นอีกได้หรือไม่

กลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะหากยังท้องผูก อุจจาระแข็ง เบ่งเป็นประจำ หรือมีท้องเสียเรื้อรัง การดูแลการขับถ่ายจึงต้องทำต่อแม้อาการปวดจะดีขึ้นแล้ว

### ถ้ากังวลเรื่องกลั้นอุจจาระ ควรถามแพทย์อะไร

ควรถามว่ากล้ามเนื้อหูรูดเดิมทำงานเป็นอย่างไร วิธีที่เสนอจะตัดกล้ามเนื้อมากน้อยเพียงใด และมีทางเลือกที่สงวนกล้ามเนื้อหรือไม่ แจ้งประวัติคลอด การผ่าตัดเดิม และอาการอุจจาระเล็ดทั้งหมด เพื่อให้ประเมินความเสี่ยงได้ตรงกับคุณ

### หากอาการเริ่มดีขึ้นก่อนวันผ่าตัด ยังต้องทำหรือไม่

ควรแจ้งศัลยแพทย์ก่อนวันผ่าตัด เพราะอาการที่ดีขึ้นอาจมีผลต่อการตัดสินใจ แพทย์อาจตรวจซ้ำแล้วดำเนินการตามแผน เลื่อน หรือเลือกติดตามอาการต่อ ขึ้นกับว่าแผลหายจริงหรือเพียงปวดลดลงชั่วคราว

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Lateral Internal Sphincterotomy: Surgery & Recovery](https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/lateral-internal-sphincterotomy) — เกี่ยวกับ Anal fissure surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [NHS: Anal fissure treatment - Recovery](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/anal-fissure-treatment/recovery) — เกี่ยวกับ Anal fissure surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications Following Anorectal Surgery - PMC - NIH](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4755765/) — เกี่ยวกับ Anal fissure surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
4. [Stanford Health Care: What to Expect after Anorectal Surgery](https://stanfordhealthcare.org/medical-treatments/a/ambulatory-anorectal-surgery/what-to-expect.html) — เกี่ยวกับ Anal fissure surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
