# ผ่าตัดรัดกระเพาะ

**ผ่าตัดรัดกระเพาะ คือการส่องกล้องใส่ห่วงซิลิโคนแบบปรับได้รอบกระเพาะอาหารส่วนบน (Adjustable gastric band) เพื่อให้กินได้น้อยลงและอิ่มเร็วขึ้น ใช้รักษาโรคอ้วนในผู้ที่คุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลเพียงพอ แต่ไม่เหมาะกับทุกคนและต้องติดตามปรับห่วงระยะยาว**

## ประเด็นสำคัญ

- ห่วงรัดกระเพาะไม่ได้ตัดกระเพาะหรือลำไส้ และสามารถปรับความแน่นหรือถอดออกได้ แต่การถอดไม่ได้หมายความว่าสภาพกระเพาะจะกลับเหมือนเดิมทุกประการ
- วิธีนี้มักทำผ่านแผลส่องกล้องขนาดเล็กภายใต้การดมยาสลบ หลังผ่าตัดต้องค่อยๆ ปรับอาหารจากของเหลวไปสู่อาหารปกติตามแผนของทีมรักษา
- ผลระยะยาวขึ้นกับการปรับพฤติกรรม การมาติดตาม และการปรับห่วงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักอาจลดไม่เพียงพอหรือกลับเพิ่มได้ และบางคนต้องผ่าตัดแก้ไขหรือถอดห่วง

## ผ่าตัดรัดกระเพาะ คืออะไร

การผ่าตัดใส่ห่วงรัดกระเพาะอาหารแบบปรับได้เป็นการผ่าตัดลดน้ำหนักชนิดจำกัดปริมาณอาหาร ศัลยแพทย์วางห่วงซิลิโคนรอบกระเพาะอาหารส่วนบน ทำให้เกิดกระเปาะเล็กเหนือห่วง เมื่อกินอาหาร กระเปาะนี้จะเต็มเร็ว ผู้ป่วยจึงรู้สึกอิ่มหลังรับประทานอาหารปริมาณน้อยลง ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding))

ห่วงเชื่อมกับสายเล็กที่ต่อไปยังช่องสำหรับปรับห่วง ซึ่งฝังอยู่ใต้ผิวหนังหน้าท้อง แพทย์สามารถเติมหรือดูดของเหลวออกผ่านช่องนี้เพื่อปรับความแน่นของห่วงได้ การปรับต้องพิจารณาจากอาการ ความสามารถในการกิน น้ำหนัก และผลตรวจ ไม่ควรพยายามปรับหรือตัดสินความแน่นด้วยตนเอง

การรัดกระเพาะต่างจากการตัดกระเพาะแบบแขนเสื้อ เพราะไม่มีการตัดเอากระเพาะส่วนใหญ่ออก และต่างจากการทำทางเบี่ยงกระเพาะ เพราะไม่ได้เปลี่ยนเส้นทางของลำไส้ กลไกหลักจึงเป็นการจำกัดปริมาณอาหาร ไม่ใช่การลดการดูดซึมสารอาหารหรือเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างเด่นชัด

ข้อดีที่บางคนให้ความสำคัญคือสามารถปรับห่วงได้ ไม่มีการแบ่งกระเพาะหรือลำไส้อย่างถาวร และสามารถถอดอุปกรณ์ออกหากจำเป็น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มักลดน้ำหนักได้น้อยกว่าการผ่าตัดลดน้ำหนักบางชนิด และต้องมาติดตามเพื่อปรับห่วงหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังผ่าตัด

การผ่าตัดนี้ไม่ใช่วิธีที่ทำให้ผอมทันที และไม่ทดแทนการเลือกอาหาร การเคี้ยวให้ละเอียด การออกกำลังกาย และการติดตามตลอดชีวิต หากกินเร็ว กินคำใหญ่ หรือกินเกินกว่าที่กระเปาะรองรับ อาจเกิดอาการเจ็บ แน่น สำรอก หรืออาเจียนได้

ปัจจุบันศัลยแพทย์อาจเสนอการผ่าตัดชนิดอื่นมากกว่าการรัดกระเพาะในผู้ป่วยบางกลุ่ม เพราะให้ผลด้านน้ำหนักหรือโรคร่วมต่างกัน การเลือกระหว่างวิธีจึงควรพิจารณาร่วมกันจากดัชนีมวลกาย โรคร่วม พฤติกรรมการกิน ประวัติผ่าตัด ความพร้อมในการติดตาม และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ไม่ใช่เลือกจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว

## ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

### ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด

การผ่าตัดลดน้ำหนักมักพิจารณาในผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับรุนแรง มีโรคที่สัมพันธ์กับน้ำหนัก หรือพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้วไม่ได้ผลระยะยาว เกณฑ์ BMI สำหรับการผ่าตัดลดน้ำหนักแตกต่างกันตามแนวทาง โดยประชากรเอเชียอาจได้รับการพิจารณาที่ BMI ต่ำกว่าเกณฑ์ตะวันตก โดยเฉพาะเมื่อมีโรคเมตาบอลิกหรือโรคร่วม ควรประเมินกับทีมสหสาขาวิชาชีพของสถานพยาบาลในประเทศไทย

ผู้ที่อาจเหมาะควรมีคุณสมบัติต่อไปนี้ด้วย

- เข้าใจว่าต้องเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารในระยะยาว
- พร้อมมาตรวจและปรับห่วงตามนัดอย่างต่อเนื่อง
- สามารถรับประทานอาหารช้าๆ คำเล็ก และเคี้ยวละเอียด
- ยอมรับได้ว่าน้ำหนักอาจลดช้าหรือน้อยกว่าการผ่าตัดบางชนิด
- พร้อมออกกำลังกายและติดตามภาวะโภชนาการ
- เข้าใจว่าอาจต้องผ่าตัดแก้ไข ถอดห่วง หรือเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นในอนาคต

### ผู้ที่อาจไม่เหมาะหรือควรเลื่อนผ่าตัด

การรัดกระเพาะมักไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะหากยังไม่ได้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างจริงจัง หรือหากผู้ป่วยไม่สามารถมาติดตามระยะยาวได้ การใส่ห่วงแล้วขาดนัดอาจทำให้ตรวจพบภาวะแทรกซ้อนช้าและปรับห่วงไม่เหมาะสม

แพทย์อาจเลื่อนหรือไม่แนะนำการผ่าตัดเมื่อมีภาวะต่อไปนี้

- มีโรคหัวใจ ปอด หรือโรคอื่นที่ทำให้ความเสี่ยงจากการดมยาสลบสูงเกินไป
- มีการติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้
- ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์ในช่วงใกล้ผ่าตัด
- มีการใช้แอลกอฮอล์ สารเสพติด หรือยาบางชนิดอย่างไม่เหมาะสมและยังไม่ได้รับการรักษา
- มีภาวะทางจิตเวชหรือความผิดปกติด้านการกินที่ยังไม่คงที่
- ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อจำกัดเรื่องอาหารหรือการติดตามตลอดชีวิต
- มีโรคของหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารบางชนิด ซึ่งอาจทำให้อาการแย่ลง
- มีอาการกรดไหลย้อนหรือกลืนลำบากที่ต้องประเมินเพิ่มเติมก่อนเลือกวิธีผ่าตัด
- เคยผ่าตัดช่องท้องส่วนบนหรือมีพังผืดมาก ซึ่งอาจทำให้เทคนิคนี้ยากขึ้น

หากดัชนีมวลกายสูงมาก การรัดกระเพาะอาจให้ผลไม่เพียงพอสำหรับบางคน แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 50 อาจไม่ใช่ผู้สมัครที่เหมาะกับวิธีนี้เสมอไป แต่การตัดสินใจต้องอาศัยการประเมินรายบุคคล ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding))

## เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมักเริ่มหลายสัปดาห์ก่อนวันผ่าตัด เป้าหมายคือยืนยันว่าการผ่าตัดเหมาะกับคุณ ลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบ และเตรียมให้ใช้ชีวิตกับห่วงรัดกระเพาะได้จริง

### การประเมินก่อนผ่าตัด

ทีมรักษาอาจจัดให้มีการตรวจต่อไปนี้ตามสุขภาพของแต่ละคน

- ซักประวัติโรคประจำตัว การผ่าตัดเดิม และประวัติแพ้ยา
- ตรวจร่างกายและคำนวณดัชนีมวลกาย
- ตรวจเลือดเพื่อประเมินเม็ดเลือด น้ำตาล ตับ ไต และภาวะโภชนาการ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ หรือประเมินระบบหายใจเมื่อมีข้อบ่งชี้
- ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นหรือตรวจภาพช่องท้องในบางราย
- ประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากมีกรนมาก ง่วงผิดปกติ หรือมีความเสี่ยง
- พบนักกำหนดอาหารเพื่อวางแผนอาหารก่อนและหลังผ่าตัด
- ประเมินสุขภาพจิตและพฤติกรรมการกินเมื่อจำเป็น

แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาจต้องตรวจเลือด ตรวจภาพช่องท้อง หรือส่องกล้องกระเพาะตามความเหมาะสม รวมถึงรับคำปรึกษาด้านโภชนาการและการปรับพฤติกรรม ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding))

บางคนอาจได้รับคำแนะนำให้ลดน้ำหนักก่อนผ่าตัด เพื่อช่วยลดขนาดตับและทำให้เข้าถึงกระเพาะได้ง่ายขึ้น วิธีและระยะเวลาขึ้นกับทีมรักษา อย่าอดอาหารหรือใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักเอง เพราะอาจทำให้ขาดน้ำ เสียสมดุลเกลือแร่ หรือมีปัญหากับยาสลบ

### ยาที่ต้องแจ้งแพทย์

นำรายชื่อยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมดไปให้ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ดู ยาที่อาจต้องหยุดหรือปรับ ได้แก่

- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาแก้ปวดต้านการอักเสบบางชนิด
- ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
- ยารักษาความดันโลหิตบางชนิด
- ฮอร์โมนบางประเภท
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

อย่าหยุดยาเอง แพทย์ผู้ผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าให้หยุด ปรับ หรือกินต่อเมื่อใดตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงลิ่มเลือดของคุณ การหยุดยาผิดเวลาอาจทำให้เกิดเลือดออก ลิ่มเลือด หลอดเลือดสมอง หรือระดับน้ำตาลผิดปกติได้

### การงดอาหารและเครื่องดื่ม

โรงพยาบาลจะบอกเวลางดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มอย่างชัดเจนตามเวลาผ่าตัดและแนวทางการดมยาสลบ ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ไม่ใช้คำแนะนำจากผู้ป่วยรายอื่นแทน หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมผ่าตัด เพราะอาจต้องเลื่อนเวลาเพื่อป้องกันอาหารสำลักเข้าปอด

### บุหรี่ แอลกอฮอล์ และการเตรียมบ้าน

ควรหยุดสูบบุหรี่ล่วงหน้าตามแผนของทีมรักษา เพราะบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงด้านการหายใจ แผลหายช้า และการติดเชื้อ แหล่งอ้างอิงยังระบุว่าผู้ที่ใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดอย่างไม่เหมาะสมควรได้รับการรักษาก่อนพิจารณาผ่าตัด

ก่อนมาโรงพยาบาล ให้เตรียม

- บัตรประชาชน เอกสารสิทธิ และเอกสารส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลขอ
- เครื่องช่วยหายใจขณะหลับ หากใช้อยู่และทีมรักษาให้เตรียมมา
- เสื้อผ้าหลวม รองเท้าใส่ง่าย และของใช้จำเป็น
- ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและช่วยดูแลช่วงแรก

## ขั้นตอนการผ่าตัด

โดยทั่วไปการผ่าตัดเป็นไปตามลำดับต่อไปนี้ ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17163-lap--band-surgery))

1. **ยืนยันตัวตนและแผนผ่าตัด**  
   ทีมรักษาตรวจเอกสาร ทบทวนโรคประจำตัว ยาที่ใช้ การแพ้ยา และเวลาที่กินหรือดื่มครั้งล่าสุด คุณจะได้พูดคุยกับศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

2. **ให้ยาดมสลบ**  
   การผ่าตัดทำภายใต้การดมยาสลบ คุณจะหลับ ไม่รู้สึกตัว และมีการติดตามการหายใจ ชีพจร ความดันโลหิต และออกซิเจนตลอดการผ่าตัด

3. **เปิดแผลส่องกล้อง**  
   ศัลยแพทย์เปิดแผลเล็กหลายตำแหน่งบริเวณช่องท้องส่วนบน ใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดผ่านแผลเหล่านี้ แล้วเติมก๊าซในช่องท้องเพื่อให้เห็นอวัยวะได้ชัด

4. **วางห่วงรอบกระเพาะส่วนบน**  
   ศัลยแพทย์สอดห่วงรอบส่วนบนของกระเพาะ ใกล้รอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะ เพื่อสร้างกระเปาะขนาดเล็กเหนือห่วง อาหารจะผ่านช่องเปิดของห่วงลงสู่กระเพาะส่วนล่าง

5. **ยึดตำแหน่งห่วง**  
   เนื้อเยื่อกระเพาะอาจถูกเย็บเพื่อช่วยพยุงห่วงและลดโอกาสเคลื่อน การวางตำแหน่งต้องไม่แน่นจนปิดกั้นทางเดินอาหาร

6. **ฝังช่องสำหรับปรับห่วง**  
   ศัลยแพทย์วางช่องขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังหน้าท้อง และต่อกับห่วงด้วยสาย ช่องนี้ใช้เติมหรือดูดของเหลวในภายหลัง เพื่อเพิ่มหรือลดความแน่นของห่วง

7. **ตรวจความเรียบร้อยและปิดแผล**  
   ทีมผ่าตัดตรวจเลือดออก ตำแหน่งอุปกรณ์ และภาวะแทรกซ้อนที่เห็นได้ จากนั้นนำเครื่องมือออก ปล่อยก๊าซ และปิดแผล

หากพบไส้เลื่อนกระบังลม ศัลยแพทย์อาจพิจารณาซ่อมในคราวเดียวกัน แต่ต้องอธิบายและขอความยินยอมตามแผนที่ตกลงไว้ก่อนผ่าตัด หากพบว่าพังผืดหรือกายวิภาคทำให้ใส่ห่วงไม่ปลอดภัย ศัลยแพทย์อาจหยุดหรือเปลี่ยนแผนตามที่ได้อธิบายไว้ในใบยินยอม

หลังผ่าตัด คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นจนตื่นดีและหายใจได้มั่นคง ทีมรักษาจะประเมินอาการปวด คลื่นไส้ เลือดออก และความสามารถในการดื่มก่อนพิจารณากลับห้องพักหรือกลับบ้าน

## ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวการผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณ **30-60 นาที** ตามแหล่งอ้างอิง แต่เวลาจริงขึ้นกับกายวิภาค พังผืด การเคยผ่าตัดช่องท้อง โรคร่วม การซ่อมไส้เลื่อนร่วม และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding))

เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดจะนานกว่าตัวการผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมดมยาสลบ จัดท่า และเฝ้าระวังหลังทำเสร็จ คุณจึงไม่ควรใช้ระยะเวลาผ่าตัดเพียงอย่างเดียวคาดเวลาที่ญาติจะพบได้

ผู้ป่วยบางคนกลับบ้านได้ภายในวันเดียว ขณะที่บางคนพักสังเกตอาการข้ามคืน แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุว่ามักกลับบ้านในวันถัดไป แต่แนวปฏิบัติในไทยอาจต่างกันตามโรงพยาบาล เวลาเริ่มผ่าตัด โรคร่วม อาการหลังดมยาสลบ และความสามารถในการดื่ม

ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เบาหวานควบคุมยาก โรคหัวใจ อาการคลื่นไส้มาก หรือมีข้อกังวลเรื่องเลือดออก อาจต้องเฝ้าสังเกตนานขึ้น ศัลยแพทย์จะประเมินจากอาการจริง ไม่ใช่กำหนดวันกลับบ้านจากชนิดผ่าตัดเพียงอย่างเดียว

## พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวช่วงแรกมักสั้นกว่าการผ่าตัดที่ตัดหรือเบี่ยงกระเพาะ แต่กระเพาะและเนื้อเยื่อรอบห่วงยังต้องใช้เวลาหาย และการปรับตัวด้านอาหารใช้เวลานานกว่าการหายของแผลภายนอก

| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
|---|---|---|
| วันแรกถึงหลายวันแรก | เจ็บแผล แน่นท้อง อ่อนเพลีย หรือคลื่นไส้ | เดินเบาๆ ดื่มตามแผน สังเกตอาการผิดปกติ |
| 1-2 สัปดาห์แรก | แผลค่อยๆ ดีขึ้น ยังต้องใช้อาหารเหลวตามคำสั่ง | จิบบ่อย กินช้า ไม่เร่งเปลี่ยนชนิดอาหาร |
| หลายสัปดาห์ถัดมา | เปลี่ยนเป็นอาหารบด อาหารนิ่ม แล้วจึงอาหารปกติ | เคี้ยวละเอียด หยุดเมื่ออิ่ม หลีกเลี่ยงคำใหญ่ |
| หลังแผลหาย | เริ่มติดตามน้ำหนักและพิจารณาปรับห่วง | มาตามนัด ประเมินการกินและภาวะโภชนาการ |
| ระยะยาว | ต้องตรวจห่วง น้ำหนัก และโรคร่วมต่อเนื่อง | ปรับอาหาร ออกกำลังกาย และตรวจเลือดตามแผน |

แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาหารช่วงแรกอาจเป็นของเหลวประมาณ **1-2 สัปดาห์** แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารบด อาหารนิ่ม และอาหารปกติในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา แต่แผนของแต่ละโรงพยาบาลไม่เหมือนกัน ให้ใช้ตารางของทีมผ่าตัดเป็นหลัก ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding))

อย่าเร่งกลับไปกินอาหารปกติแม้จะไม่เจ็บ เพราะอาจทำให้ปวด อาเจียน หรือเพิ่มแรงดันเหนือห่วง อาหารแต่ละมื้อควรมีปริมาณน้อย กินช้า และเคี้ยวละเอียดมาก หากอาหารติดบ่อยหรืออาเจียนซ้ำ ไม่ควรแก้ด้วยการเปลี่ยนไปกินอาหารเหลวที่ให้พลังงานสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินความแน่นและตำแหน่งห่วง

คนทำงานโต๊ะอาจกลับไปทำงานได้ภายในประมาณ **1-2 สัปดาห์** หากอาการปวดควบคุมได้ กินและดื่มได้ และไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้ง่วง งานที่ต้องยกของ ออกแรงมาก หรือเดินทางไกลอาจต้องพักนานกว่านั้น กำหนดจริงขึ้นกับลักษณะงาน แผล โรคร่วม และคำแนะนำของศัลยแพทย์

การขับรถควรรอจนเคลื่อนไหวและเบรกฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บมาก ไม่เวียนศีรษะ และไม่ใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง ส่วนการยกของหนักและออกกำลังกล้ามเนื้อหน้าท้องให้รอการอนุญาตจากทีมผ่าตัด เพราะความแข็งแรงของแผลแต่ละคนต่างกัน

การปรับห่วงมักไม่ทำทันทีในห้องผ่าตัดทุกกรณี ทีมรักษาจะรอให้บวมลดลงและประเมินการกินก่อน ช่วงเวลาและจำนวนครั้งไม่มีตารางเดียวสำหรับทุกคน การปรับแน่นเกินไปอาจทำให้กลืนลำบาก อาเจียน กรดไหลย้อน หรือหลอดอาหารขยายได้

แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ติดตามระยะยาวเพื่อตรวจปัญหาของห่วง ปรับอุปกรณ์ และประเมินสารอาหาร แม้วิธีนี้ไม่เบี่ยงลำไส้ แต่การกินได้น้อยหรือหลีกเลี่ยงอาหารบางกลุ่มอาจทำให้ได้รับธาตุเหล็ก วิตามิน หรือแร่ธาตุไม่พอ ทีมรักษาจะพิจารณาการตรวจเลือดและอาหารเสริมตามผลตรวจ ไม่ควรซื้อรับประทานแทนอาหารโดยไม่ประเมิน

## ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การรัดกระเพาะมีทั้งความเสี่ยงจากการผ่าตัดทั่วไปและปัญหาเฉพาะของห่วง ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับโรคร่วม น้ำหนัก การสูบบุหรี่ ประวัติผ่าตัด เทคนิค และการมาติดตาม ไม่มีการผ่าตัดใดรับประกันว่าจะไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน

แม้พบได้น้อย การผ่าตัดและการดมยาสลบอาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น จากลิ่มเลือดอุดตันปอด เลือดออกรุนแรง การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนของหัวใจและการหายใจ โดยความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละคน

### ความเสี่ยงช่วงผ่าตัดและระยะแรก

- เลือดออก
- แผลหรืออวัยวะภายในติดเชื้อ
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือหลุดไปปอด
- ปอดแฟบ ปอดอักเสบ หรือหายใจลำบาก
- ปฏิกิริยาต่อยาดมสลบ
- บาดเจ็บต่อกระเพาะ หลอดอาหาร หรืออวัยวะใกล้เคียง
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือขาดน้ำ
- ปวดแผลหรือปวดไหล่จากก๊าซที่ใช้ในการส่องกล้อง
- ต้องเปลี่ยนเป็นแผลเปิด หากส่องกล้องต่ออย่างปลอดภัยไม่ได้

เลือดออก การติดเชื้อ ลิ่มเลือด และปัญหาจากยาสลบเป็นความเสี่ยงที่พบได้ในการผ่าตัดทั่วไป ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding)) ทีมรักษาอาจใช้การเดินเร็วหลังผ่าตัด อุปกรณ์บีบขา หรือยาป้องกันลิ่มเลือดตามระดับความเสี่ยงของแต่ละคน

### ปัญหาเฉพาะของห่วง

**ห่วงเลื่อน**  
ห่วงหรือกระเพาะส่วนที่อยู่เหนือห่วงอาจเคลื่อน ทำให้ทางเดินอาหารอุดกั้น ปวด อาเจียน กลืนลำบาก หรือกรดไหลย้อน บางกรณีแก้โดยคลายห่วง แต่บางกรณีต้องผ่าตัดจัดตำแหน่งหรือถอดออก

**กระเปาะเหนือห่วงขยาย**  
การกินมากเกินไป อาเจียนซ้ำ หรือห่วงแน่นเกินอาจทำให้กระเปาะขยาย ผู้ป่วยอาจอิ่มช้าลง กรดไหลย้อน หรือควบคุมน้ำหนักได้ไม่ดี ภาวะนี้ต้องประเมินด้วยอาการและการตรวจภาพ ไม่ควรแก้ด้วยการปรับห่วงเอง

**ห่วงกัดกร่อนเข้าไปในกระเพาะ**  
ห่วงอาจค่อยๆ กัดผ่านผนังกระเพาะ อาการอาจไม่ชัด หรือมีปวด ติดเชื้อบริเวณช่องปรับห่วง น้ำหนักเพิ่ม หรือการปรับห่วงไม่ได้ผล ภาวะนี้มักต้องถอดอุปกรณ์

**อาหารติดหรือทางออกตีบ**  
อาหารคำใหญ่ เนื้อเหนียว การกินเร็ว หรือห่วงแน่นอาจทำให้อาหารผ่านไม่ได้ อาจมีน้ำลายมาก เจ็บหน้าอก สำรอก หรือดื่มไม่ได้ หากอาการไม่หายต้องได้รับการประเมินทันที

**กรดไหลย้อนและหลอดอาหารผิดปกติ**  
ห่วงที่แน่นเกินไปหรือการอุดกั้นเรื้อรังอาจทำให้กรดไหลย้อน กลืนลำบาก และหลอดอาหารขยาย อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของการลดน้ำหนัก

**ปัญหาช่องปรับห่วงและสายเชื่อม**  
ช่องใต้ผิวหนังอาจติดเชื้อ พลิก เคลื่อน แตก หรือเข้าถึงยาก สายเชื่อมอาจรั่วหรือขาด ทำให้ห่วงปรับไม่ได้หรือสูญเสียความแน่น

**กินอาหารบางชนิดไม่ได้และขาดสารอาหาร**  
บางคนกินเนื้อหรืออาหารที่มีกากได้ยาก จึงเสี่ยงได้รับโปรตีน ธาตุเหล็ก หรือสารอาหารไม่พอ แหล่งอ้างอิงกล่าวถึงความเสี่ยงภาวะโลหิตจางเมื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็ก

**น้ำหนักลดไม่พอหรือน้ำหนักกลับเพิ่ม**  
ห่วงช่วยจำกัดอาหาร แต่ยังสามารถรับพลังงานสูงจากเครื่องดื่มหวาน ของเหลวข้น หรืออาหารนิ่มบางชนิดได้ น้ำหนักจึงอาจลดไม่ถึงเป้าหมายหรือกลับเพิ่ม วิธีนี้มักให้การลดน้ำหนักน้อยกว่าการผ่าตัดลดน้ำหนักบางประเภท

งานทบทวนภาวะแทรกซ้อนระบุปัญหาสำคัญ ได้แก่ กระเปาะขยาย ห่วงเลื่อน ห่วงกัดกร่อน การติดเชื้อบริเวณช่องปรับห่วง และอุปกรณ์แตก ปัญหาบางอย่างเกิดได้หลายปีหลังผ่าตัด ดังนั้นการไม่มีอาการในช่วงแรกไม่ได้หมายความว่าเลิกติดตามได้

## สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

<!-- hdcare:emergency -->
> **อาการฉุกเฉิน โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที** ไม่ต้องรอติดต่อทีมผ่าตัดก่อน หากมีอาการเหล่านี้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก เจ็บแน่นหน้าอก หมดสติหรือซึมมากจนปลุกไม่ตื่น ชัก เลือดออกมากไม่หยุด ใบหน้า ปาก หรือคอบวมจนกลืนหรือหายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดขึ้นทันที
>
> อาการอื่นด้านล่าง ให้ทำตามที่ระบุไว้ในแต่ละข้อ ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าฉุกเฉิน ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาทันทีที่พบ หากติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจ หรืออาการแย่ลง ให้ไปห้องฉุกเฉิน

ไปห้องฉุกเฉินหรือติดต่อทีมผ่าตัดทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บผิดปกติ
- ปวดท้องรุนแรง ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือท้องแข็ง
- อาเจียนซ้ำจนดื่มน้ำไม่ได้
- กลืนน้ำหรือน้ำลายไม่ได้ น้ำลายไหลมาก หรือรู้สึกว่าอาหารติด
- อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำผิดปกติ
- ไข้ร่วมกับหนาวสั่น ซึม หรือหัวใจเต้นเร็ว
- แผลแดงลาม บวม ร้อน มีหนอง หรือเลือดออกไม่หยุด
- ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้ง หรือเวียนศีรษะ ซึ่งอาจบ่งถึงภาวะขาดน้ำ
- ปวดบริเวณช่องปรับห่วงร่วมกับผิวหนังแดงหรือมีของเหลวไหล
- อาการกรดไหลย้อน กลืนลำบาก หรือสำรอกที่เกิดใหม่และเป็นต่อเนื่อง

หากมีอาหารติด อย่าฝืนกินเพิ่มเพื่อดันอาหารลง และอย่ารอจนขาดน้ำ หากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หมดสติ หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรใช้บริการฉุกเฉินทันที ไม่ควรขับรถไปเอง

## ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับทุกคน หากยังไม่ได้รับการดูแลแบบครบด้าน หรือโรคร่วมยังควบคุมได้ด้วยวิธีอื่น แพทย์อาจแนะนำการรักษาโดยไม่ผ่าตัดก่อน

### การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

- ปรับรูปแบบและปริมาณอาหารร่วมกับนักกำหนดอาหาร
- เพิ่มกิจกรรมทางกายตามความสามารถและข้อจำกัดของข้อหรือหัวใจ
- ปรับพฤติกรรมการกิน การนอน และการจัดการความเครียด
- รักษาความผิดปกติด้านการกินหรือปัญหาสุขภาพจิต
- ใช้ยาควบคุมน้ำหนักเมื่อมีข้อบ่งชี้และไม่มีข้อห้าม
- รักษาโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษาเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ผ่าตัด ผู้ที่ความเสี่ยงผ่าตัดสูง หรือผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมระยะยาว การใช้ยาไม่ได้หมายความว่าล้มเหลว และการผ่าตัดไม่ได้ทำให้ไม่ต้องดูแลอาหารหรือออกกำลังกาย

### การผ่าตัดหรือหัตถการชนิดอื่น

| ทางเลือก | สิ่งที่ทำโดยสรุป | ประเด็นที่ควรพิจารณา |
|---|---|---|
| ตัดกระเพาะแบบแขนเสื้อ | ตัดกระเพาะส่วนใหญ่ออกให้เหลือเป็นท่อ | ไม่มีอุปกรณ์ปรับห่วง แต่ย้อนกลับไม่ได้ง่าย |
| ทำทางเบี่ยงกระเพาะ | สร้างกระเพาะส่วนเล็กและเปลี่ยนทางเดินอาหาร | มีผลต่อการกินและการดูดซึม ต้องติดตามสารอาหาร |
| ผ่าตัดชนิดที่ลดการดูดซึมมากขึ้น | ลดขนาดกระเพาะร่วมกับเปลี่ยนทางเดินลำไส้ | อาจเหมาะกับบางราย แต่ซับซ้อนและต้องติดตามเข้มงวด |
| หัตถการผ่านกล้องทางเดินอาหาร | ลดพื้นที่หรือปริมาตรกระเพาะโดยไม่เปิดแผลช่องท้องแบบเดิม | ความเหมาะสมและผลระยะยาวต่างกันตามวิธี |
| ถอดหรือเปลี่ยนห่วงเดิม | เอาห่วงออกหรือเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดชนิดอื่น | ใช้เมื่อมีภาวะแทรกซ้อนหรือน้ำหนักลดไม่เพียงพอ |

ไม่มีวิธีหนึ่งดีที่สุดสำหรับทุกคน การรัดกระเพาะอาจเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการปรับและการถอดอุปกรณ์ แต่ผู้ที่ไม่สะดวกมาติดตามบ่อย มีปัญหากรดไหลย้อน หรือคาดหวังผลด้านน้ำหนักมากกว่า อาจควรพิจารณาวิธีอื่น ศัลยแพทย์ควรอธิบายผลที่คาดหวัง ความเสี่ยง การติดตาม และโอกาสต้องผ่าตัดซ้ำของแต่ละวิธีอย่างตรงไปตรงมา

## สิทธิการรักษา

ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เกณฑ์ของกองทุน โรงพยาบาลตามสิทธิ และเอกสารอนุมัติ การผ่าตัดที่ทำเพื่อรักษาโรคอ้วนรุนแรงและโรคร่วมอาจถูกพิจารณาต่างจากการทำเพื่อรูปร่างเพียงอย่างเดียว จึงควรตรวจสอบก่อนเริ่มกระบวนการผ่าตัด

### ประกันสังคม

สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิว่าให้บริการผ่าตัดลดน้ำหนักหรือไม่ ต้องมีหนังสือส่งต่อหรือผ่านทีมสหสาขาวิชาชีพหรือไม่ และห่วงรัดกระเพาะรวมอยู่ในสิทธิหรือไม่ บางสถานพยาบาลอาจมีบริการผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่ไม่ได้มีทุกเทคนิค

คำถามที่ควรถาม ได้แก่

- ต้องมีดัชนีมวลกายหรือโรคร่วมตามเกณฑ์ใด
- ต้องผ่านโปรแกรมลดน้ำหนักก่อนหรือไม่
- การตรวจก่อนผ่าตัดและการติดตามปรับห่วงอยู่ในสิทธิหรือไม่
- หากเกิดปัญหากับอุปกรณ์ จะรับการดูแลที่ใด
- ต้องใช้ใบส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่

### บัตรทอง

เริ่มสอบถามจากหน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลที่รับผิดชอบสิทธิ การรักษาอาจต้องผ่านระบบส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศัลยแพทย์และทีมดูแลโรคอ้วน การมีข้อบ่งชี้ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกสถานพยาบาลหรือเทคนิคได้โดยอัตโนมัติ

ควรตรวจสอบว่าครอบคลุมเฉพาะการผ่าตัดหรือรวมการตรวจประเมิน โภชนาการ การติดตาม และการจัดการภาวะแทรกซ้อนของห่วงด้วย เพราะการดูแลหลังผ่าตัดเป็นส่วนสำคัญของวิธีนี้

### ประกันสุขภาพเอกชน

อ่านเงื่อนไขเรื่องโรคอ้วน การผ่าตัดลดน้ำหนัก โรคที่เป็นมาก่อน ระยะเวลารอคอย อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการอนุมัติก่อนรักษา บริษัทประกันอาจขอประวัติการรักษา ผลตรวจ และจดหมายอธิบายความจำเป็นทางการแพทย์

ก่อนนัดผ่าตัด ให้ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคุ้มครองรายการใดบ้าง รวมถึงการดมยาสลบ การพักรักษา อุปกรณ์ การปรับห่วง การตรวจติดตาม และการผ่าตัดแก้ไขหากเกิดภาวะแทรกซ้อน อย่าอาศัยคำตอบทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวเมื่อเงื่อนไขยังไม่ชัดเจน

### จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

## คำถามที่พบบ่อย

### ผ่าตัดรัดกระเพาะทำให้กินไม่ได้เลยหรือไม่

ไม่ ห่วงสร้างช่องทางเดินอาหารที่เล็กลง แต่ยังต้องให้อาหารผ่านได้ คุณจะกินได้ทีละน้อยและต้องเคี้ยวละเอียด หากกลืนน้ำไม่ได้ อาเจียนซ้ำ หรืออาหารติดบ่อย อาจหมายถึงห่วงแน่นเกิน ห่วงเลื่อน หรือมีการอุดกั้น ซึ่งต้องได้รับการประเมิน

### ห่วงรัดกระเพาะปรับความแน่นได้อย่างไร

แพทย์ปรับความแน่นโดยเติมหรือดูดของเหลวผ่านช่องที่ฝังใต้ผิวหนังหน้าท้อง ช่องนี้เชื่อมกับห่วงด้วยสายเล็ก การปรับอาศัยอาการ การกิน น้ำหนัก และผลตรวจ ไม่ใช่ปรับให้แน่นที่สุด เพราะความแน่นเกินไปเพิ่มความเสี่ยงอาเจียน กรดไหลย้อน และหลอดอาหารขยาย ([Cleveland Clinic](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17163-lap--band-surgery))

### ห่วงรัดกระเพาะอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือไม่

ห่วงอาจอยู่ได้ระยะยาว แต่ต้องติดตามตลอดชีวิตและไม่รับประกันว่าจะไม่ต้องถอดหรือเปลี่ยน บางคนต้องผ่าตัดแก้ไขเพราะห่วงเลื่อน กัดกร่อน อุปกรณ์เสีย กินลำบาก หรือน้ำหนักลดไม่เพียงพอ

### ถอดห่วงแล้วกระเพาะจะกลับเป็นปกติหรือไม่

การถอดห่วงทำให้ไม่มีแรงรัดจากอุปกรณ์ แต่ไม่รับประกันว่ากระเพาะและเนื้อเยื่อจะกลับเหมือนก่อนผ่าตัดทุกประการ อาจมีพังผืด กระเปาะขยาย หรือการเปลี่ยนแปลงของหลอดอาหาร และน้ำหนักอาจกลับเพิ่มหากไม่มีแผนรักษาต่อเนื่อง

### หลังผ่าตัดจะเริ่มกินอาหารปกติเมื่อใด

โดยทั่วไปต้องเริ่มจากของเหลว แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารบด อาหารนิ่ม และอาหารปกติในช่วงหลายสัปดาห์ แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาหารเหลวมักใช้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่กำหนดจริงขึ้นกับแผนของทีมผ่าตัดและอาการของคุณ ([Johns Hopkins Medicine](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding))

### ผ่าตัดรัดกระเพาะลดน้ำหนักได้เท่าไร

น้ำหนักที่ลดได้ต่างกันมากตามน้ำหนักตั้งต้น การปรับห่วง อาหาร การออกกำลังกาย และการติดตาม จึงไม่ควรใช้ผลของผู้อื่นเป็นคำรับประกัน โดยทั่วไปวิธีนี้มักทำให้น้ำหนักลดน้อยกว่าการผ่าตัดลดน้ำหนักบางชนิด และยังมีโอกาสน้ำหนักกลับเพิ่ม

### การรัดกระเพาะรักษาเบาหวานได้หรือไม่

น้ำหนักที่ลดลงอาจช่วยให้การควบคุมเบาหวานดีขึ้นในบางคน แต่ไม่รับประกันว่าโรคจะหายหรือหยุดยาได้ ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง เพราะปริมาณอาหารที่เปลี่ยนไปอาจทำให้น้ำตาลต่ำหรือสูง ต้องปรับยาตามผลตรวจร่วมกับแพทย์ผู้ดูแล

### ตั้งครรภ์หลังรัดกระเพาะได้หรือไม่

ตั้งครรภ์ได้ในหลายกรณี แต่ควรวางแผนกับศัลยแพทย์และสูตินรีแพทย์ก่อน เพราะอาจต้องประเมินความแน่นของห่วง โภชนาการ และการเพิ่มน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ หากตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิด ให้แจ้งทีมรักษาและอย่าปรับห่วงหรืออาหารเอง

### หลังผ่าตัดยังต้องกินวิตามินหรือไม่

บางคนต้องได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุเสริม แม้การรัดกระเพาะไม่ได้เบี่ยงลำไส้ เพราะปริมาณอาหารลดลงหรือกินอาหารบางชนิดไม่ได้ ทีมรักษาจะพิจารณาจากอาหาร อาการ และผลเลือด ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมแทนการติดตามภาวะโภชนาการ

### ถ้าอาเจียนหลังผ่าตัดถือว่าปกติหรือไม่

อาการคลื่นไส้ช่วงสั้นหลังดมยาสลบอาจเกิดได้ แต่อาเจียนซ้ำ อาหารติด หรือกลืนน้ำไม่ได้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากกินเร็ว ห่วงแน่น ห่วงเลื่อน หรือทางเดินอาหารอุดกั้น และควรติดต่อทีมผ่าตัด

### ต้องปรับห่วงบ่อยแค่ไหน

ไม่มีจำนวนครั้งที่เหมาะกับทุกคน ช่วงแรกอาจต้องมาติดตามบ่อยกว่าเดิมเพื่อประเมินน้ำหนัก ความหิว ความอิ่ม การกลืน และอาการกรดไหลย้อน หลังจากนั้นยังต้องตรวจระยะยาวแม้น้ำหนักคงที่

### เลือกระหว่างรัดกระเพาะกับตัดกระเพาะแบบแขนเสื้ออย่างไร

การรัดกระเพาะไม่ตัดกระเพาะและปรับหรือถอดอุปกรณ์ได้ แต่ต้องติดตามปรับห่วงและอาจลดน้ำหนักได้น้อยกว่า ส่วนการตัดกระเพาะไม่มีอุปกรณ์คงอยู่แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับได้ยาก การเลือกขึ้นกับโรคร่วม กรดไหลย้อน พฤติกรรมการกิน เป้าหมาย และความพร้อมติดตาม

### หากน้ำหนักไม่ลดหลังรัดกระเพาะควรทำอย่างไร

ควรประเมินอาหาร เครื่องดื่ม การออกกำลังกาย ความแน่นและตำแหน่งห่วง รวมถึงโรคหรือยาที่มีผลต่อน้ำหนักก่อน ทีมรักษาอาจปรับห่วง ปรับแผนโภชนาการ ใช้การรักษาอื่นร่วม หรือพิจารณาถอดและเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดชนิดอื่น ไม่ควรขอปรับห่วงให้แน่นขึ้นโดยไม่หาสาเหตุ

### ผ่าตัดแล้วต้องติดตามตลอดชีวิตจริงหรือไม่

จริง เพราะปัญหาของห่วงและช่องปรับอาจเกิดหลังผ่าตัดไปแล้วหลายปี การติดตามช่วยประเมินน้ำหนัก การกลืน กรดไหลย้อน ภาวะโภชนาการ และความผิดปกติของอุปกรณ์ แม้ไม่มีอาการก็ควรไปตามนัด

### หากกังวลว่าจะตัดสินใจผิด ควรถามศัลยแพทย์เรื่องใด

ให้ถามว่าทำไมวิธีนี้จึงเหมาะกว่าวิธีไม่ผ่าตัดหรือการผ่าตัดชนิดอื่นสำหรับคุณ รวมถึงผลที่คาดหวัง ความเสี่ยง โอกาสต้องผ่าตัดซ้ำ แผนปรับห่วง และผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา คุณควรมีเวลาทบทวนข้อมูลและขอความเห็นเพิ่มเติมได้ก่อนตัดสินใจผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วน

**แหล่งอ้างอิง**

1. Cleveland Clinic. Gastric Band Surgery.  
2. Eid I, Birch DW, Sharma AM, Sherman V, Karmali S. Complications associated with adjustable gastric banding for morbid obesity: a surgeon’s guide. *Canadian Journal of Surgery*. 2011;54(1):61-66.  
3. Johns Hopkins Medicine. Laparoscopic Adjustable Gastric Banding.

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [Cleveland Clinic: Gastric Band Surgery (LAP-Band)](https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/17163-lap--band-surgery) — เกี่ยวกับ Adjustable gastric band — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
2. [PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications associated with adjustable gastric banding for morbid…](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3038361/) — เกี่ยวกับ Adjustable gastric band — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
3. [Johns Hopkins Medicine: Laparoscopic Adjustable Gastric Banding](https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/laparoscopic-adjustable-gastric-banding) — เกี่ยวกับ Adjustable gastric band — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

> หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
